Pantip.com
~***~ เหมันต์ขยันอ่าน ~ Winter Wonder Read : WWR ยกที่ 7(อีกที) ต้อนรับปีใหม่ ~***~{แตกประเด็นจาก K8713376}

โจทย์เหมันต์ขยันอ่าน

file โจทย์ 5 คะแนน

5-1.[แก้วกังไส + หมูย้อมสี + แม่ไก่] อ่านหนังสือที่กล่าวถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เช่น การระลึกชาติ คำสาป เวทย์มนตร์คาถา ฯลฯ
5-2.[แก้วกังไส + หมูย้อมสี] อ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตหรือสัตว์ในตำนาน เช่น พญานาค ยักษ์ นางเงือก ฯลฯ
5-3.[ปีศาจ ความฝัน] อ่านหนังสือที่ชื่อหนังสือมีคำว่าแม่มด พ่อมด หรือนางฟ้า หรือถ้าอ่านภาษาอังกฤษ ให้มีคำในความหมายเดียวกัน เช่น witch, wizard, wise woman, angel, fairy
5-4.[แก้วกังไส] อ่านหนังสือเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวในประเทศไทย เช่น ขึ้นภูดูทะเลหมอก ฯลฯ
5-5.[PTNCenter] หนังสือที่มีเรื่องราวของคนไทยในต่างแดนจะเป็นประเภทใดก็ได้ไม่จำกัด
5-6.[แก้วกังไส] อ่านหนังสือที่ตัวเอกมีอาชีพฉีกแนวจากพิมพ์นิยมแทน เช่น หมอผี หมอดู คนขับเเท็กซี่
5-7.[อมราวตี] อ่านจินตนิยาย (นิยายเกี่ยวกับโลกสมมุติ) เช่น นิยายวิทยาศาสตร์ แฟนตาซี
5-8.[หมูย้อมสี] อ่านหนังสือที่ตัวเอกเป็นนักกีฬาหรือมีอาชีพเกี่ยวข้องกับกีฬา เช่น ชุด ไมรอน โบลิทาร์
5-9.[PTNCenter]หนังสือที่มีเนื้อหาสื่อถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน (จะเป็นคนกับคน สัตว์กับสัตว์ หรือคนกับสัตว์ก็ได้)
5-10.[ปีศาจ ความฝัน] อ่านหนังสือที่มีชื่อเรื่องเป็น 1 คำ 1 พยางค์ (ได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษหรือตัวเลข) เช่น ล่า, ฝน หรือ 7 เป็นต้น
5-11.[แก้วกังไส] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่ชื่อเรื่องมีคำว่าหนาว หน้าหนาว ฤดูหนาว เหมันต์ หิมะ
5-12.[สาวไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือกำลังภายใน 200 หน้าขึ้นไป 1 เรื่อง (จะเล่มเดียวจบ หรือหลายเล่มจบก็ได้) หากอ่านแล้วรวมกว่าจะจบเรื่องเกิน 500 หน้า บวกเพิ่มอีก 5 คะแนน แต่ถ้าเกิน 800 หน้า บวกเพิ่มอีก 10 คะแนน **ใครไม่บอกจำนวนหน้าติดลบ 15 ใครบอกหน้าผิดติดลบ 20  wink

file โจทย์ 10 คะแนน

10-1.[ทินา+Il Maze] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่ผู้เขียนเกิดเดือนเดียวกับคนอ่าน จะเป็นนักเขียนชาติใดก็ได้ ขอให้ระบุเดือนเกิดมาด้วย (ยึดวันเกิดนักเขียนเป็นหลัก หากเป็นหนังสือแปล วันเกิดนักแปลไม่นับนะคะ สามารถลองค้นวันเกิดนักเขียนไทยได้จากเวป http://www.praphansarn.com/new/c_writer/ เป็นต้น)
10-2.[January Friend] อ่านหนังสือเกี่ยวกับเมืองหรือจังหวัดบ้านเกิดหรือที่พักอาศัยของคนอ่าน หรืออ่านหนังสือที่ผู้แต่งเป็นคนที่มีบ้านเกิดหรือที่พักอาศัยในเมืองหรือ จังหวัดเดียวกันกับคนอ่าน (หากอยู่ต่างประเทศ ใช้เมืองหรือรัฐที่อาศัยอยู่ตอบโจทย์ได้)
10-3.[แก้วกังไส+ อมราวตี] อ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสี่ภาค เช่น ล้านนา เวียงกุมกามของภาคเหนือ ศรีวิชัย ทวารวดี ของภาคใต้ ล้านช้าง พิมาย ของภาคอีสาน เป็นต้น
10-4.[อมราวตี] อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงก่อนสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
10-5.[อมราวตี] อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 -2520
10-6.[อมราวตี] อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหญิง เจ้าชาย หรือเชื้อพระวงศ์ จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้
10-7.[January Friend] อ่านหนังสือเฉพาะแนว โดยเลือกจาก ดนตรี ศิลปะ กีฬา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อาหาร บทกวี โดยเลือกสองเล่ม คนละแนว (กีฬาในที่นี้ จะเป็นกีฬาที่เล่นกันจริง ๆ หรือกีฬาที่สมมุติขึ้นมา เช่น ควิดดิช บลิทซ์บอล ก็ได้ ส่วนหนังสือเกี่ยวกับอาหารต้องไม่ใช่ตำราทำอาหาร)
10-8.[ทินา] คารวะที่หนึ่ง : อ่านหนังสือที่ชื่อหนังสือมีคำว่า "ปลายทาง" "ของ" หรือ "สายรุ้ง" หรือภาษาอังกฤษ คำว่า "Over" กับ "Rainbow" (ตามชื่อล็อกอิน "Over the Rainbow" ค่ะ)
10-9.[ทินา] สี่สุดสนุก อ่านหนังสือที่ชื่อหรือนามปากกานักเขียนมีสี่พยางค์
10-10.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือ 2 เล่ม 2 ประเภท จาก 2 สำนักพิมพ์ เช่น เล่มแรกเป็นนิยายของอมรินทร์ เล่มสองเป็นเรื่องสั้นของ a book เป็นต้น
10-11.[ส้มแช่อิ่ม] อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่ซื้อมาถูกที่สุด แต่คุ้ม เช่น ลดราคามาเหลือ 50 บาท สนุกมาก ได้ความรู้ ฯลฯ ให้บอกราคาจริง ราคาซื้อ และสถานที่ซื้อมาด้วย
10-12.[แม่ไก่] อ่านหนังสือรวมเรื่องสั้นที่มีเรื่องสั้นอยู่ในเล่มไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง
10-13.[แม่ไก่] เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราเป็นวันเด็กแห่งชาติ มารับฟังเสียงของเด็ก ๆ บ้างดีไหม อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เขียนโดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 (อายุขณะที่เขียน)หรือให้เด็กเป็นตัวละครเอกที่ถ่ายทอดเรื่องราวในหนังสือ เล่มนั้น ๆ (ในกรณีหลังนี้ขอให้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ค่ะ)
10-14.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่ผู้ดำเนินเรื่องหรือตัวเอกเป็นผู้ร้าย เช่น หรือว่าผมฆ่า? (Darkly Dreaming Dexter) หรือ เหี้ยมไม่เงียบ (The Silence of the Lambs) เป็นต้น
10-15.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือในดวงใจที่อยากแนะนำให้คนอื่นอ่าน


file โจทย์ 15 คะแนน

15-1.[ทินา] เรื่องของสองนคร: อ่านหนังสือ 2 เล่มที่มีฉากเป็นเมืองหลวงของสองประเทศ โดยต้องเป็นเมืองที่มีอยู่จริงในแผนที่โลก
15-2.[Clear Ice + January Friend + นัทธ์] หนังสืออัตชีวประวัติ (autobiography คือ หนังสือที่บุคคลนั้นเขียนเล่าประวัติของตัวเอง) หรือเป็นหนังสือชีวประวัติ (biography) ที่ผู้อื่นเขียนก็ได้
15-3.[นัทธ์ + อมราวตี] อ่านหนังสือที่พูดถึงวันลอยกระทงหรือตำนาน เรื่องเล่า ความเชื่อเกี่ยวกับดวงจันทร์ เช่น เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ หรือ หนังสือที่มีคำว่า "จันทร์" อยู่ในชื่อเรื่อง
15-4.[ปีศาจความฝัน] 14 พฤศจิกายน วันคนพิการแห่งชาติ อ่านหนังสือที่มีตัวเอกเป็นคนพิการ
15-5.[ปีศาจความฝัน] 1 ธันวาคม วันเอดส์โลก อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับโรคเอดส์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
15-6.[ปีศาจ ความฝัน + อั๊งอังอา] 4 ธันวาคม วันสิ่งแวดล้อมไทย อ่านหนังสือเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม หรือเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับช่วยลดภาวะโลกร้อน หรือตัวละครในเรื่องทำงานเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
15-7.[ปีศาจความฝัน + ปลายทางของสายรุ้ง] อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือหนังสือเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
15-8.[แม่ไก่ + PTNCenter] วันพ่อ 5 ธันวา อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เน้นบทบาทของคนเป็นพ่อ หรือบ่งบอกถึงความรักความผูกพันของคนเขียนที่มีต่อพ่อ
15-9.[นัทธ์] วันพ่อแห่งชาติ คราวนี้เอาหนังสือที่คนเขียน คนแปล ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเดียวกับชื่อจริง หรือชื่อเล่นของ "พ่อ" กันบ้าง  
15-10.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือเกี่ยวกับวันคริสต์มาส หรือมีบรรยากาศวันคริสต์มาสเป็นบรรยากาศหลัก
15-11.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 2 เล่มที่คำสุดท้ายเล่มหนึ่งคล้องจองกับคำแรกของอีกเล่ม เช่น ฤดูกาลของหัวใจกับไฟพิศวาส
15-12. [แม่ไก่] วันสิ้นปี มาเจริญมรณสติกันหน่อย อ่านหนังสือ 1 เล่มที่ได้รับแจกจากงานศพ หรือหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย

file โจทย์ 20 คะแนน

20-1.[อั๊งอังอา] ฮัจญี : ช่วงปลายปี 2552 ถึงเดือนมกราคม 2553 เป็นช่วงที่พี่น้องชาวมุสลิมเดินทางไปร่วมพิธีฮัจย์ ซึ่งช่วงนี้มีวันสำคัญสองวัน คือ วันสิ้นสุดพิธีฮัจย์ และ วันอีดุลอัฎฮา (วันออกฮัจญี หรือ อีดใหญ่ ซึ่งเป็นวันฮารีรายอ ครั้งที่ 2) อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม หรือมีตัวละครหลักเป็นมุสลิม หรือเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีอิสลาม
20-2.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่ชื่อเรื่องตรงกับชื่อเพลง ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น คือรัก ผู้เขียน อีแร้ง จากเพลงคือรัก นักร้อง ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว หรือ เวลาในขวดแก้ว ของประภัสสร เสวิกุลกับเพลง Time in a Bottle ของ Jim Croce
20-3.[II Maze+ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่เคยทำเป็นภาพยนตร์หรือละครมาแล้ว หรือเป็นหนังสือที่ยังไม่เคยนำมาทำก็ได้ ให้รีวิวพร้อมเสนอ casting ตัวละครตามใจคนอ่าน จะเป็นนักแสดง นายแบบนางแบบ หรือจะเกณฑ์คนใกล้ตัว คนข้างบ้าน หรือตัวเองมาแสดงก็ได้ ถ้าไม่เป็นที่รู้จักให้เอารูปมาให้ดูด้วย
20-4.[สาวไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือ 2 เล่มของนักเขียนต่างเพศกัน (ยึดเพศสภาพเป็นหลัก) โดยชื่อ (หรือนามปากกา) ของนักเขียนต่างเพศนั้น ต้องขึ้นด้วยพยัญชนะเดียวกัน เช่น วินทร์ กับ ว.วินิจฉัยกุล เป็นต้น โดยหนังสือทั้งสองเล่ม ต้องหนามากกว่า 100 หน้าขึ้นไป
20-5.[piccy] อ่านหนังสือรวม 3 เล่ม จากคนละประเทศ นับจากสัญชาติคนแต่ง จะเป็นฉบับแปลหรือไม่แปลก็ได้
20-6.[Il Maze+ปลายทางของสายรุ้ง+ปิยะรักษ์] อ่านหนังสือ 2 เล่ม จากรายการหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน หนังสือดี 100 เล่มที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่านและหนังสือดีวิทยาศาสตร์ 88 เล่ม รายชื่อหนังสือดูได้จากเวปนี้ http://www.eppo.go.th/tank/100-bestbook.html  

file โจทย์ 25 คะแนน

25-1.[ทินา] จับยามสามตา : อ่านหนังสือ 3 เล่ม ที่มีคำบอก "เวลา" อยู่ในชื่อเรื่องไม่ซ้ำกัน เช่น เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ คืน วัน เดือน ปี ฯลฯ
25-2.[ยาคูลท์] โจทย์บุฟเฟ่ต์: อ่านหนังสือ 4 เล่มในหมวดต่อไปนี้ - นิยายไทย, นิยายแปล, นิยายภาษาต้นฉบับ, รวมเรื่องสั้น, รวมบทความ/สัมภาษณ์, นิยายภาพ/การ์ตูน (ใช้คำว่า "นิยาย" เพื่อให้เข้าใจ แต่จะเป็นหนังสือวิชาการก็ได้)
25-3.[แก้วกังไส+ยาคูลท์] เกาะติดข่าวเด่นประเด็นดัง เลือกอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประเด็นร้อนต่อไปนี้ คือ ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาพระวิหาร แพนด้า ช้างไทย โดยเลือกมา 2 เล่ม 2 ประเด็นไม่ซ้ำกัน
25-4.[ปิยะรักษ์] อ่านหนังสือเกี่ยวกับอารยธรรมสมัยโบราณที่เกิดขึ้นก่อนยุคคริสตกาล เช่น อียิปต์โบราณ กรีก เมโสโปเตเมีย หรือจีนยุคก่อนราชวงศ์ฉิน เป็นเรื่องแต่ง เรื่องอิงประวัติศาสตร์ เรื่องจริง หรือสารคดีได้หมดแต่ถ้าเป็นเรื่องแต่ง หรืออิงประวัติศาสตร์ให้บอกด้วยว่าคนไหนมีจริง ไม่มีจริง
25-5.[ปิยะรักษ์] อ่านหนังสือเกี่ยวกับคนในกลุ่มชาติพันธุ์ หรือ มีคนในกลุ่มชาติพันธุ์เป็นตัวเอกจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย เช่น ปกากะญอ ม้ง ไทยใหญ่ ฯลฯ หรือในต่างประเทศ เช่น อินเดียนแดงเผ่าต่าง ๆ ชาวพิกมีในแอฟริกาโดยต้องเล่าถึงลักษณะเด่นหรือลักษณะพิเศษของกลุ่ม ชาติพันธุ์นั้นมาด้วย

file โจทย์ 30 คะแนน

30-1.[นัท ธ์+แม่ไก่] อ่านหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรท์ 3 เล่ม 3 ประเภท (เรื่องสั้น นิยาย และกวีนิพนธ์) จะได้รับรางวัลปีเดียวกันหรือต่างปีกันก็ได้ หรือ อ่านหนังสือที่ได้รับรางวัลของต่างประเทศ 2 เล่มจาก 2 รางวัลไม่ซ้ำเรื่อง ไม่ซ้ำรางวัลกัน เช่น นิวเบอร์รี่กับโนเบิลไพรส์ เอ็ดการ์กับบุ๊คเกอร์ไพรส์ โดยบอกรายละเอียดของรางวัลมาพอสังเขป
30-2.[สาวไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือ 3 เล่ม โดยให้คนอ่านผูกธีมเอาเอง เช่น สามเล่มที่เป็นเรื่องของอาหารเหมือนกัน สามเรื่องที่มีเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเหมือนกัน ฯลฯ
30-3.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่มีเค้าโครงเรื่องหรือแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยให้เล่าถึงเหตุการณ์นั้นๆโดยสังเขป และเปรียบเทียบว่าเหมือนในหนังสืออย่างไร อาทิ เหตุการณ์สึนามิ 9/11 กบฎโรมานอฟ หรือคดีฆาตกรรมต่างๆ
30-4. [PTNCenter] Mix&Macth : อ่านหนังสือ 4 เล่ม จำนวนหน้ารวม 700+ โดยเลือกจากโจทย์ RRR http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8364258/K8364258.html ( 4 เล่ม กี่โจทย์ก็ได้)
30-5 [ยาคูลท์] โอตาคุ: อ่านหนังสือแนวเดียวกันอย่างต่ำ 5 เล่ม (แนวรัก, ลึกลับสืบสวน, แฟนตาซี, วิชาการ ฯลฯ) รวมกัน 1000+ หน้า ถ้าอ่านเกิน 2000 หน้าได้โบนัส 10 คะแนน (โจทย์ข้อนี้ห้ามอ่านการ์ตูนหรือนิยายภาพค่ะ แอบโหดนิดนึง)

จากคุณ : ปิยะรักษ์


flower ** ความตั้งใจ **
(ก๊อปมาจาก "Rainy Read Rally" ค่ะ)

อยาก ให้เป็นกระทู้ที่ทุกคนเข้าร่วมได้น่ะค่ะ คิดว่าน่าจะช่วยให้คนที่อ่านหนังสือเป็นประจำอยู่แล้วมีกิจกรรมเล่นสนุกด้วย กัน ชวนหนอนด้วยกันคุยเล่น ถือโอกาสรื้อกองดองในบ้านมาอ่าน และเผื่อจะกระตุ้นให้คนสนใจอ่านหนังสือหมวดอื่นบ้างด้วย

จุดประสงค์ อีกอย่างคือ กระจายข่าวสารเกี่ยวกับหนังสือ เพราะผู้เข้าร่วมอาจทำรีวิวสั้นๆ เกี่ยวกับเล่มที่อ่าน ดังนั้น บุคคลทั่วไปอาจได้รู้จักหนังสือที่ไม่เคยรู้จัก นี่อาจช่วยในการตัดสินใจซื้อหนังสือได้ด้วย


file ** กติกา **

* สามารถเข้าร่วมเมื่อไหร่ก็ได้ และจะประกาศรายชื่อก่อนล่วงหน้าหรือไม่ก็ได้
* นับเฉพาะหนังสือที่เริ่มอ่าน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2552 - 31 มกราคม 2553
* หนังสือที่อ่านเป็นครั้งแรก หรืออ่านซ้ำ ก็ได้
* ประเภทหนังสือ ทุกประเภท จะเป็น E-Book หรือมังงะ(นิยายภาพ หรือการ์ตูน)ก็ได้
* ขอความร่วมมือไม่เอาหนังสือที่ตัวเองตอบในโครงการครั้งที่แล้วมาตอบซ้ำ
* ถ้าไม่ได้ระบุประเภท + จำนวนหน้าของหนังสือ ให้ใช้หนังสือประเภทอะไรก็ได้ จำนวนหน้า 100 +
* เน้นหนังสือภาษาไทย  แต่สามารถใช้หนังสือภาษาอื่นๆ ร่วมด้วยได้  
* ในกรณีที่อ้างถึงชื่อหนังสือ หรือ ชื่อตัวละคร ให้ดูชื่อตามภาษาที่อ่าน
* กรณีอ้างถึงชื่อคนแต่ง ถ้าเป็นหนังสือแปล สามารถใช้ชื่อคนแปล แทนได้
* กรณีอ้างถึงชื่อหนังสือ สามารถใช้ชื่อต้นฉบับ หรือ ชื่อที่แปลแล้วได้
* หนังสือ 1 เล่ม สามารถตอบโจทย์ได้ครั้งเดียว
* สามารถใช้หนังสือซ้ำกับคนอื่นได้
* สามารถตอบโจทย์กี่ครั้งก็ได้ แต่คิดคะแนนให้เพียงครั้งเดียว
* ตอบโจทย์ไหนก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ
* เมื่อตอบแล้ว ไม่มีผู้ทักท้วงอะไร จนกระทั่งมีการสรุปคะแนนแล้ว ถือว่าได้ตามนั้น ไม่มีการกลับไปแก้

** ผู้ร่วมโครงการที่ได้คะแนนสูงสุด ในแต่ละเดือน (แชมป์ประจำเดือน) จะได้โบนัส 10 คะแนน และได้ตั้งโจทย์ 30 คะแนน 1 ข้อ (หากไม่สะดวก สละสิทธิ์ได้)
คะแนนสูงสุดแต่ละเดือน จะนับคะแนนของเดือนนั้น ๆ ไม่ใช่คะแนนรวม

เริ่มนับ ** คะแนน **

คาดว่าจะสรุปทุก ๆ  5 วัน  
การได้คะแนนหมายความว่าได้อ่าน ทั้งนี้ ทุกอย่างมีพื้นฐานจากความเชื่อใจกัน
อ่านจบหรือไม่จบ ตรงโจทย์หรือไม่ คนอ่านรู้เอง


question ** FAQ **

1. ถ้าเลือกหนังสือได้แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจ ?
*** ให้ทิ้งคำถามไว้ที่กระทู้หรือส่งหลังไมค์ไปถามเจ้าของโจทย์ หรือ ผู้ดูแล

2. รีวิวสั้น ๆ ได้มั้ย ต้องมีอะไรบ้าง?
***  สั้นหรือยาวก็ได้ แต่ในคำตอบต้องมีรายละเอียดดังนี้
- โจทย์ที่ต้องการตอบ
- ชื่อหนังสือ / ชื่อผู้แต่ง(ผู้แปล) / ชื่อสำนักพิมพ์ /จำนวนหน้าหนังสือ
- คำตอบ (ให้อ่านที่โจทย์ ต้องตอบให้ครบถ้วนที่ถาม)
- ความรู้สึกต่อหนังสือเล่มนั้น ชอบ ไม่ชอบ

3. มาตอบเพียงเล่มเดียวได้มั้ย?
*** ยินดีค่ะ เพียงแวะมาก็ดีใจ แล้วนี่มาตอบด้วย ยิ่งกว่าคำว่าดีใจค่ะ

4. มาตอบแแล้วได้อะไร?
*** ได้คำว่าขอบคุณและมิตรภาพค่ะ

5. ผู้ดูแล ปลายทางของสายรุ้ง, แม่ไก่, Il Maze, ปิยะรักษ์

** สำหรับคำถามอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับโจทย์ "เหมันต์ขยันอ่าน" เชิญที่กระทู้เปิดตัวโจทย์ทั้งสองกระทู้นี้ได้เลยค่ะ

กระทู้ที่ 1.
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8427682/K8427682.html
กระทู้ที่ 2.
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8445853/K8445853.html
WWR ยกที่ 1
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8495474/K8495474.html
WWR ยกที่ 2
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8514034/K8514034.html
WWR ยกที่ 3
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8533122/K8533122.html
WWR ยกที่ 4
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8552479/K8552479.html
WWR ยกที่ 5
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8573486/K8573486.html
WWR ยกที่6
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8607514/K8607514.html
WWR ครึ่งทาง
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8661627/K8661627.html
WWR ยกที่ 7
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8713376/K8713376.html


Enjoy Reading !! หนอน

จากคุณ : ปิยะรักษ์


ประกาศของรางวัลสุดพิเศษ

ซีซั่นนี้ เราได้รับของรางวัลสุดพิเศษมาจากนักเขียนในดวงใจของหลายๆคนค่ะ นั่นก็คือคุณปิยะพร ศักดิ์เกษม ขวัญใจของหนอนมากมายหลายคนนั่นเอง คุณปิยะพรมีน้ำใจมากที่กรุณาติดต่อผ่านผู้ดูแลชุดเก่า เสนอหนังสือพร้อมลายเซ็นต์จำนวน 3 เล่มมาเป็นของรางวัล ด้วยเจตนาที่อยากจะให้มีคนร่วมเล่นนี้มากขึ้นเยอะๆ และตอนนี้ทางผู้ดูแลได้รับหนังสือทั้งสามเล่มแล้ว ขอขอบพระคุณคุณปิยะพรมากมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

สำหรับการแจกรางวัลนี้ ช่วงเดือนมกราคม ผู้ดูแลจะมาแจ้งอีกครั้งนะคะ

ส่วนรางวัลอื่นๆก็เด็ดไม่แพ้กัน ทางผู้ดูแลไถ เอ๊ยยยย ได้รับน้ำใจจากนักแปลสองสาวสวยน่ารัก เจ้าของผลงานชุดเซ็นจูรี่ 4 เล่มจบ น้องลมตะวันและน้องธารฝัน ให้หนังสือมาเป็นของรางวัล 1 ชุดด้วยค่ะ

นอกจากนี้ที่ผู้ดูแลไถแล้ว และได้รับคำสัญญาว่าจะส่งของรางวัลให้อีกหลายเล่มก็คือ คุณมณฑารัตน์ ทรงเผ่า นักแปลฝีมือสุดยอดอีกคนค่ะ รายชื่อหนังสือขออุบไว้ก่อน แล้วจะแจ้งอีกทีตอนแจกค่ะ

ส่วน ของรางวัลจากผู้ดูแลเอง (ที่ไม่ค่อยจะลงทุนเลย ฮ่าๆๆ) ได้แก่ที่พักฟรี กรุงเทพ เชียงใหม่ ลำปาง เอเธนส์ แต่โปรดรับผิดชอบค่าเดินทางกันเองนะคะ ฮ่า เปล่าค่ะเปล่า ผู้ดูแลก็มีกับเขาเหมือนกัน แต่ขออุบไว้เช่นเคย

ทราบของรางวัลแล้วอย่างนี้ อย่าปล่อยให้พลุลอยนวลนะคะ!!!

จากคุณ : ปิยะรักษ์


นิคม รายยวา เกิดวันที่ 9 เมษายน ปี พ.ศ.2487
เดือนเดียวกันกับอ้อนเองค่ะ

แวะมาตอบทางนี้อีกทีเห็นว่าขึ้นกระทู้ใหม่แล้วค่ะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณปิยะรักษ์และเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ ^^+

จากคุณ : BeCoffee


สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณอ้อน ^ ^



กระทู้ยกที่เจ็ดเดิมเดี้ยงรับปีใหม่ไปแล้ว
ขออนุญาตแตกกระทู้ใหม่ รับปีใหม่รอพี่แม่ไก่มาแจ้งคะแนนเลยก็แล้วกันนะคะ


สวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะคะ ^ ^



HAPPY NEW YEAR 2010


ภาพจาก www.google.co.th

จากคุณ : ปิยะรักษ์


แง๊ รีวิวของหมูกลายเป็นติ่งอยู่ที่กระทู้เก่าซะแล้ว

เมื่อกี้รีบเข้ามาเคาท์ดาวน์ ไม่ทันได้ชวนคุย ขอเปลืองพื้นที่อีกสักคห.นะคะ (เพิ่งอ่านรีวิวของเมื่อวานกลางคืนกับวันนี้หมด เยอะมากกกกก ไม่ไหวแล้วค่ะ ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ)

คุณ พัท เรื่อง Garden Spells น่าสนใจมากเลยค่ะ วางแผงเมื่อไหร่ แวะมาโฆษณาได้เลยค่ะ จะช่วยอุดหนุนแน่นอน

คุณ แจง - หมูว่าหน้าปกของหนังสือแนวนี้ มันก็คล้ายๆกันเกือบทุกเล่ม (เป็นสาเหตุให้ซื้อของลินน์ซ้ำประจำเลย เพราะมันมักจะเล่มบางๆด้วย) เล่มนี้ไม่เน่าเหมือนของเจ๊ลินน์ค่ะ แต่ถ้าคุณแจงต้องการรีวิวหนังสือของเจ๊ เดี๋ยวหมูจัดให้ค่ะ ยังมีดองอยู่อีกเพียบ (อิอิ) / หมูก็ชอบคริสติน่า ดอดด์เหมือนกันค่ะ ชุดหนี้ฯนี้ หมูก็ชอบ (ไม่ได้อ่านแต่แนวน้ำเพาะยุงนะคะ)

คุณหนิงๆ - เรื่องอื่นของสนพ.ปริ๊นเซส หมูก็อ่านได้ค่ะ เพียงแต่ว่าหมูไม่ชอบนางเอกประเภทสิ้นคิด ไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจตัวเองค่ะ คะแนนอคติเลยทำให้ติดลบเยอะ

คุณกุลธิดา - กรี๊ดดด พูดถูกใจมากเลยค่ะ ตอนอ่านไปบ่นไป พี่ก็ถามว่าแล้วแกจะอ่านให้เสียเวลาทำไม ก็เลยตอบพี่ไปว่า "ก็ชั้นเสียเงินไปแล้ว ก็ต้องทนอ่านให้จบสิ" ตามประสาคนงก / ธีมบ้านผีสิง เจ๋งมากเลยค่ะ เสียดายที่ไม่อ่านแนวนี้

คุณยาคูลท์ - หมูเป็นพวกอนุรักษ์นิยมค่ะ ชอบนางเอกแบบเรียบร้อยมากกว่า นางเอกเอาแต่ใจก็อ่านได้นะคะ แต่ต้องไม่มากจนรู้สึกว่า "ยัยนี่ หล่อนเป็นไรมากมั้ยเนี่ย"

คุณ smooth night - หมูเคยอ่านที่คุณจิตราพร  โนโตดะ แปลค่ะ(ของสนพ.บลิส) ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนะคะ ถ้าไม่ได้แปลแย่จนอ่านไม่รู้เรื่อง หมูก็ไม่ค่อยรู้สึกค่ะ

จากคุณ : หมูย้อมสี


สวัสดีปีใหม่ทุกคนครับ
เพิ่งเสร็จงานเลยแวะมาอวยพรกันซะหน่อย ^^
มีความสุขกันถ้วนหน้านะครับ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


สวัสดีปีใหม่พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคนนะคะ

ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดี มีความสุขมากๆ
สุขภาพแข็งแรง สมหวังทุกอย่างที่ใจต้องการ
อ่านหนังสือได้สนุกเน้อ ^^


แหะๆ กลับจากเที่ยวเจองานบ้านตะไท
ช่วงที่ผ่านมาอ่านหนังสือไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย การ์ตูนเสียมาก
ก่อนกลางเดือนคงจะได้มารีวิวให้คะแนนขยับบ้างค่ะ >_<

จากคุณ : Clear Ice


สวัสดีปีใหม่ทุกคน2553 ค่ะ
ขอมาโพสส์กระทู้นี้อีกทีแล้วกัน กระทู้โน้นเดี้ยงจริงๆ

คุณอ้อน - ตะกวดกับคนผุ  น่าอ่านดีค่ะ เราไม่ค่อยได้อ่านรวมเรื่องสั้นแบบหนักๆ อ่านแต่แนวหญิงๆซะส่วนใหญ่

แม่ไก่ - เย็นวันเสาร์ เช้าวันอาทิตย์ เล่มนี้เราชอบมากเลยค่ะ
ตอนแรกเช่ามาอ่านก่อน สุดท้ายแวะไปที่ร้านอีกรอบ
ร้านเอามาขายครึ่งราคาที่หน้าร้าน
บอกว่าพวกสารคดีไม่ค่อยมีใครเช่าอ่าน
เศร้าเลย....
อีกเล่มก็ จดหมายรัก (ญี่ปุ่น), เราจะข้ามเวลามาพบกัน
หนังสือโปรดเราทั้งนั้น...

จากคุณ : January Friend


สวัสดีปีใหม่ค่า...ลูกโป่ง

แชมป์มาแล้วค่ะ พลุ พลุ  พลุ

แชมป์ประจำเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ ได้แก่...

พลุ  คุณยาคูลท์ ค่ะ
 ลูกโป่ง  ลูกโป่ง

ด้วยคะแนนเฉียดฉิวกับแชมป์เดือนก่อน ...สุดยอด ปรบมือให้ค่ะ
(แม่ไก่พยายามไล่แล้ว แต่ไม่ทันอ่ะ...)

เชิญคุณยาคูลท์ตั้งโจทย์ข้อ 30-5 ได้เลยค่ะ
อ้อ...โบนัส 10 คะแนนจะบวกให้รอบถัดไปนะคะ

ผลคะแนนค่ะ คะแนนใครผิดพลาด  ตกหล่น ทักท้วงได้นะคะ

จากคุณ : แม่ไก่


มาคุยต่อ...
แสดงว่าเจ้าที่แรงมาก เมื่อคืนทำเอากระทู้ด๋อยไปทันใด
ขอบคุณน้องส้มที่เข้ามาแตกกระทู้ไว้ให้ค่ะ
เพราะเมื่อคืนบวกคะแนนผิด ๆ ถูก ๆ กลับไปกลับมาหลายรอบมาก เหอ เหอ

เมื่อเช้างัวเงียตื่นตั้งแต่ตีห้า เตรียมกับข้าวกับปลาพาแม่ไปใส่บาตร
แล้วก็เลยติดพันนั่น ๆ นี่ ๆ เพิ่งจะได้เข้าเน็ตเมื่อกี๊นี่เองค่...
เอาบุญมาฝากทุกคนในกระทู้ค่ะ ของขวัญ

รอบนี้แม่ไก่ดูแลต่อค่ะ...เชิญกระหน่ำรีวิวมาโลด
เดือนสุดท้ายแล้วนะคะ...รอช้าอยู่ใย

ว่าแล้วก็ขอตัวไปอ่านต่อ...สุขสันต์วันปีใหม่
Enjoy Reading กันทุกคนนะคะ ดอกไม้

จากคุณ : แม่ไก่


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

25-5.[ปิยะรักษ์] อ่านหนังสือเกี่ยวกับคนในกลุ่มชาติพันธุ์ หรือ มีคนในกลุ่มชาติพันธุ์เป็นตัวเอกจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย เช่น ปกากะญอ ม้ง ไทยใหญ่ ฯลฯ หรือในต่างประเทศ เช่น อินเดียนแดงเผ่าต่าง ๆ ชาวพิกมีในแอฟริกาโดยต้องเล่าถึงลักษณะเด่นหรือลักษณะพิเศษของกลุ่ม ชาติพันธุ์นั้นมาด้วย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หนังสือ   แบล็คเอลค์พูด  (  Black Elk  Speaks )
ผู้แต่ง      John G. Neihardt
ผู้แปล   พจนา   จันทรสันติ
สำนักพิมพ์   คบไฟ พิมพ์ครั้งที่สอง สิงหาคม   2538
ราคา   130 บาท   จำนวน  277 หน้า

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ก่อนหน้านี้ได้อ่านเรื่อง ณ ที่ดวงตะวันฉายแสง ข้าจะไม่สู้รบอีกต่อไป
ประทับใจมาก คิดว่าเป็นหนังสือที่สอนให้เรารักสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเลย
เล่มอื่นๆจะแนะนำให้ทำแบบนี้ อย่าทำแบบนั้น
แต่หนังสือเล่มนี้บอกง่ายๆว่าให้เรารักโลก รักสัตว์ รักต้นไม้ แม่น้ำ ลำธาร สิ่งต่างๆ
เหมือนกับที่เรารักพ่อแม่ พี่ชาย พี่สาว น้องชาย น้องสาวของเราเอง
เราคงไม่ตัดต้นไม้ ไม่ทิ้งขยะในแม่น้ำ ไม่ทำอีกหลายๆเรื่องที่จะเป็นการทำร้ายธรรมชาติ
เราว่าเป็นการสอนให้รักธรรมชาติที่เด็ดขาดที่สุดแล้วนะ

ด้วยความที่ชอบมากยัดเยียดใส่มือให้เพื่อนไปอ่าน สุดท้ายหายจ้อย จนบัดนี้
ตอนนี้ตัดใจได้แล้ว เอาไว้ค่อยซื้อใหม่งานหนังสือแล้วกัน

รอบหน้าอยากให้มีโจทย์ หนังสือเล่มที่คุณให้คนอื่นยืมอ่านแล้วไม่ได้กลับคืนอีกเลย
เราว่าชาวหนอนหลายๆคนน่าจะมีประสบการณ์เจ็บปวดมาเหมือนๆกันนะคะ

ส่วนเล่มนี้ดองมาไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ปี  รื้อเจอ เข้ากับโจทย์พอดีเลยรีบคว้ามาอ่าน

ใครที่เคยประทับใจเรื่อง ณ ที่ดวงตะวันฉายแสง ข้าจะไม่สู้รบอีกต่อไป  คิดว่าต้องชอบเรื่องนี้แน่ๆ
ผู้เขียนเดินทางไปสัมภาษณ์แบล็คเอลค์ชาวเผ่าอินเดียนแดง
มีเนื้อหาเศร้าๆเกี่ยวกับคนขาวที่เข้ามาแย่งชิงดินแดนของอินเดียนแดงเผ่าต่างๆ
เรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อ วิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ
คิดว่าคนที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติจริงๆแบบนี้เท่านั้น
ถึงจะมีความคิดขนาดนี้ได้

คนอยู่ตึก ทำงานบนตึกแบบเรา
ฝนตก แดดออก นกร้อง ไม่ค่อยมีเวลาได้มอง ได้สนใจ
อ่านแล้วซึ้งใจดี


คัดลอกบางตอนจาก  รักษาผู้ป่วยเป็นครั้งแรก

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเฮโยคาแล้ว
ข้าก็ย้ายมาอยู่ที่ซึ่งข้าอาศัยอยู่ปัจจุบันนี้
ซึ่งอยู่ระหว่างวูนเด็ด   นี  ครีดกับกราส   ครีด
ทั้งคนอื่นๆก็ตามกันมาด้วย

แล้วเราก็ช่วยกันสร้างกระท่อมไม้ซุงเล็กๆสีเทาเหล่านี้ขึ้น
บ้านเหล่านี้มีรูปทรงสี่เหลียม   ซึ่งไม่เหมาะที่จะอยู่อาศัยเลย
เพราะในรูปทรงสี่เหลี่ยมนี้ไม่มีพลังอำนาจใดดำรงอยู่ได้

ท่านคงจะได้สังเกตเห็นแล้วว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเราทำล้วนอยู่ภายในวงกลมทั้งสิ้น
ที่เป็นดังนี้ก็เพราะพลังอำนาจทั้งมวลของโลก
ย่อมหมุนเวียนเคลื่อนคล้อยเป็นวงกลม
และทุกสิ่งทุกอย่างก็พยายามที่จะกลมทั้งสิ้น

ในสมัยก่อนๆเมื่อครั้งที่เรายังเป็นผู้คนที่แข็งแรงและมีความสุขอยู่นั้น
พลังอำนาจทั้งมวลย่อมส่งมาถึงเราผ่านวงกลมอันศักดิ์สิทธ์ของประชาชาติ ( ค่ายที่ตั้งกระโจมล้อมเป็นวงกลม)
ตราบใดที่วงกลมของประชาชาตินี้ยังไม่แตกสลายไป
เมื่อนั้นประชาชนก็จะสมบูรณ์พูนสุข

เรามีต้นไม้ดอกเป็นศูนย์กลางของค่าย
และมีวงกลมของทิศทั้งสี่เป็นต้นธารที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้น
ทิศตะวันออกมอบแสงสว่างและสันติสุขให้
ทิศตะวันตกมอบสายฝนเย็นฉ่ำ
ทิศเหนือซึ่งหนาวเย็นปั่นป่วนด้วยลมพายุมอบพละกำลังและความอดทน
ปรีชาญาณเหล่านี้ส่งทอดมาถึงเราจากโลกอีกโลกหนึ่งผ่านหลักความเชื่ออันลี้ลับ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่พลังอำนาจของโลกได้กระทำลงไปย่อมดำเนินเป็นวงกลม
ฟากฟ้านั้นเป็นวงกลม
และข้ายังได้ยินมาว่าโลกก็กลมเหมือนลูกบอลด้วย
ทั้งดวงดาวทั้งมวลก็เป็นดังนั้น
กระแสลมในยามที่พัดจัดแรงกล้าก็ย่อมหมุนวน
นกก็สร้างรังเป็นวงกลม   เพราะหลักความเชื่อของนกก็เช่นเดียวกับเรา
ดวงอาทิตย์ขึ้นและโคจรเคลื่อนคล้อยไปเป็นวงกลม
ดวงจันทร์ก็เช่นกัน
ทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ต่างก็เป็นทรงกลมทั้งคู่

แม้แต่ฤดูกาลก็หมุนวนแปรเปลี่ยนและย้อนกลับคืนมาเป็นวงกลม
ชีวิตคนเราก็หมุนเวียนเป็นวัฏจักรตั้งแต่เด็กจนกระทั่งย้อนกลับคืนสู่วัยเด็กอีกครั้ง
และพลังซึ่งดำรงอยู่ในสรรพสิ่งย่อมเคลื่อนคล้อยไปด้วยอาการดังนี้
กระโจมของเราก็เป็นทรงกลมเหมือนดังรังนก
และจะต้องตั้งเรียงรายเป็นวงกลมเสมอ
เป็นวงกลมของสหประชาชาติ
เป็นรังนกใหญ่ซึ่งบรรจุรังนกย่อยๆอยู่มากมาย
เป็นสถานที่ซึ่งดวงวิญญาณอันยิ่งใหญ่หมายใจให้เราใช้เป็นที่บ่มเพาะก่อกำเนิดลูกหลาน



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากคุณ : January Friend


กะรี๊ดดด ข่าวดีรับปีใหม่  (*เอามือกุมแก้มทำปากเป็นรูปตัวโอ)

เมื่อคืนชนกันกระจายเลยนิ เสียดายกระทู้ต๋อยเสียก่อน

คุณแม่ไก่ ไหนๆ ก็คะแนนเท่ากัน เรามาคิดโจทย์โค่นว่าที่แชมป์กันดีกว่า เอิ๊กๆ  เช็คหลังไมค์ด้วยค่ะ

จากคุณ : ยาคูลท์


ยินดีกับคุณยาคูลย์ด้วยค่ะ
ให้กำลังใจผู้ดูแลทุกท่านด้วยนะคะ

จากคุณ : January Friend


อะไรเนี่ย ๆ มีคนวางแผนสมคบคิดอะไรกันตั้งแต่ปีใหม่เลย ฮ่าฮ่าฮ่า

แสดงความยินดีกับแชมป์เดือนธันวาด้วยนะคะ ^ ^



แวะมาส่งรีวิวเบา ๆ หนึ่งเล่มก่อนออกไปข้างนอก

-----------------------------------------------------------------------------


5-2.[แก้วกังไส + หมูย้อมสี] อ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตหรือสัตว์ในตำนาน


วนาแห่งเงือก

ผู้เขียน : ทาคาฮาชิ รูมิโกะ
สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์คอมิคส์ (พ.ศ. 2547)
จำนวนหน้า : 262 หน้า (เล่มเดียวจบ)


วนาแห่งเงือกเป็นการ์ตูนที่ฉีกแนวจากการ์ตูนบู๊ ฮา ปนทะเล้นตามสไตล์ทาคาฮาชิ รูมิโกะ
ผู้เขียน ลามู และ รันมา 1/2 ที่เป็นเรื่องโปรดของใครหลายคน
และไม่เพียงแต่ฉีกแนวไปจากแนวทางที่คุ้นเคย วนาแห่งเงือกยังฉีกภาพเดิม ๆ ของนางเงือก
สิ่งมีชีวิตในตำนานที่มักจะอ่อนหวาน น่ารัก และงดงามไปจนหมดเลยทีเดียว
เพราะเงือกของทาคาฮาชิ รูมิโกะ เป็นสัตว์กินเนื้อที่ดุร้าย แต่หากใครได้กินเนื้อเงือก
และโชคดีที่รอดตายมาได้ บุคคลผู้นั้นจะเป็นอมตะ ไม่แก่ ไม่ตาย

สรรพคุณของเนื้อเงือกนี้เองที่ทำให้คนบางคนที่แสวงหาชีวิตอมตะตามล่าหาเนื้อเงือก
แต่การมีชีวิตเป็นอมตะ คือ ความสุขจริง ๆ น่ะหรือ
ในเมื่อมีบุคคลที่ได้รับโอกาสนั้นแล้ว กลับออกตามหาสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘เงือก’
เพื่อให้ตนเองพ้นจากความทุกข์ที่ได้รับจากการมีชีวิตนิรันดร์...


วนาแห่งเงือก แบ่งออกเป็น 3 ตอนด้วยกัน คือ
เงือกไม่หัวเราะ หมู่บ้านชาวเล และ บ้านนางเงือก


เงือกไม่หัวเราะ
เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านลึกลับกลางป่าที่มีแต่ผู้หญิง และทุกคนหน้าตาคล้ายกันราวกับแฝด
และเป็นบทเริ่มต้นของเรื่องราวการเดินทางของยูตะ ชายหนุ่มผู้เป็นอมตะเพราะการกินเนื้อเงือก
กับมะนะ เด็กสาวที่ถูกเลี้ยงเป็น ‘พิเศษ’ ในหมู่บ้านแห่งดังกล่าวด้วยจุดประสงค์พิเศษ

หมู่บ้านชาวเล
เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีตของยูตะ เมื่อเขาเดินทางมายังเกาะโทบะ
ซึ่งชาวหมู่บ้าน ที่นำโดยริน ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังป่วยหนัก
มีปัญหากับโจรสลัดกลุ่มหนึ่งที่ต่างตามหา ‘เงือก’ ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกันออกไป
โดยความขัดแย้งนั้น มีอิซาโกะ หญิงลึกลับ ผู้ยุยงให้หัวหน้าโจรสลัดตามหาเนื้อเงือก
เบื้องหลังการตามหาเนื้อเงือกของอิซาโกะคืออะไรกันแน่


บ้านนางเงือก
เมื่อเดินทางออกจากหมู่บ้านแล้ว ยูตะกับมะนะได้เดินทางมายังสถานที่แห่งหนึ่ง
แต่กลับเกิดเหตุขึ้นกับมะนะ และทำให้เธอหายตัวไป เป็นเหตุให้ยูตะต้องออกตามหา
จนไปถึงคฤหาสน์แห่งหนึ่งซึ่งคนภายในนั้นมีพฤติกรรมที่แปลกประหลาด
และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เป็นเช่นนั้นมีต้นเหตุมาจาก ‘เงือก’


ความรู้สึกของตัวเองเมื่ออ่านจบ คือ เป็นผลงานที่ดีมากชิ้นหนึ่งของทาคาฮาชิ รูมิโกะเลย
โดยเฉพาะจินตนาการเรื่องเงือกของผู้เขียนนี่ ไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ
โทนเรื่องของวนาแห่งเงือกจะออกไปในทางลึกลับ ตื่นเต้น และมีรสขมปนอยู่จาง ๆ  
แต่ในขณะเดียวกับผู้เขียนก็ไม่ได้ทิ้งเอกลักษณ์ของตัวเองในเรื่องความฮาไปนะคะ
บางช่วงบางตอนก็มีอะไรให้แอบขำเป็นการเปลี่ยนอารมณ์แทรกอยู่แบบเนียน ๆ

ตอนที่ชอบที่สุดในเล่มนี้ คือ ตอนที่สาม ‘บ้านนางเงือก’ ค่ะ เพราะจบแบบหักมุมสองทบ

การ์ตูนเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่อ่านเอาสนุกแบบผ่านแล้วผ่านเลยไปได้ง่าย ๆ
เมื่ออ่านจบมีคำถามประโยคหนึ่งเกิดขึ้นในใจ คือ

What's forever for? ...

การมีชีวิตเป็นอมตะ ไม่แก่ ไม่ตาย ผ่านโลก ผ่านเวลาไปเรื่อย ๆ นั่นเป็นเรื่องดีจริงหรือ
ถูกฆ่า เจ็บ ตาย แล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ วนเวียนกันไปเรื่อย ๆ ไม่สามารถอยู่กับใครได้นานทั้ง ๆ ที่รัก
หรือต้องมองเห็นคนรอบข้างเติบโต แ่ก่ และตายไปทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นเหมือนเดิม ไม่แก่ ไม่ตาย

ประเด็นชีวิตอมตะของเรื่องนี้ จะให้คำจำกัดความว่า 'คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า' คงได้
แต่สำหรับคนบางคน การมีชีวิตอมตะอาจจะเป็นความสุขที่เขาต้องการก็ได้ ใครจะรู้เนอะ


สำหรับตัวเอง โดยภาพรวมแล้วชอบเรื่องนี้นะคะ ^ ^
มีอยู่เรื่องเดียวที่ไม่ปลื้มเท่าไหร่ คือ สีปกค่ะ มันชมพู้ ชมพูเลยอะ...



ตะกี้ลืมไป ภาพปกมาจาก comtoon.com ค่ะ

จากคุณ : ปิยะรักษ์


อรุณสวัสดิ์...เอ๊ย...สายัณห์สวัสดิ์สิ...แหะ ๆ เพิ่งตื่น เลยกลับตาลปัตรซะงั้น...

55 โดนข้อหาสมคบคิดแล้วไหมล่ะ...หยอกเย้า
เปล่าค่ะ กำลังปรึกษากันเรื่องโจทย์ใหม่ เพื่อให้ตำแหน่งแชมป์ซีซั่นนี้เป็นได้ยากขึ้น สมคุณค่าของรางวัลไงคะ

เห็นน้องส้มรีวิวเรื่องเงือก ๆ แล้วนึกได้ว่าตัวเองจะอ่านเงือกสาววัยรุ่นนี่นา...ลืมเสียสนิทเลยนะเนี่ย

สองวันนี้คงยังไม่มีรีวิวค่ะ กำลังปลุกปล้ำกับหนังสือเล่มหนาปึกอยู่

คุณ Jan ขา หลังไมค์ด้วยค่า...

ทักทายและเป็นกำลังใจทุกคนเช่นเคยนะคะ ดอกไม้

จากคุณ : แม่ไก่


คุณหนิงไปห้องสมุดเจอจิตรามั๊ยคะ

จากคุณ : January Friend


ยินดีกับคุณยาคูลท์ด้วยนะคะ เย้!

สวัสดีปีใหม่ 2010 ค่ะ ขอให้ทุกท่านพบแต่สิ่งดีงาม ความทุกข์ไม่แผ้วผ่านตลอดทั้งปีเลยนะคะ

คุณ nikanda --- รุ้งกับหนิงคนละคนค่ะ รุ้งเป็นพี่ หนิงเป็นน้อง แต่คนที่เล่น WWR อยู่ตอนนี้เป็นคนน้องค่ะ (คนพี่สละสิทธิ์)

คุณ beer87 --- ขอบคุณที่บอกชื่อภาษาจีนให้ค่ะ จริงๆถนัดตัวย่อนี่สิ เฮ้อ -*-

คุณ January Friend --- กี๊ซ!!! แบล็ค เอลค์ ไม่รู้ว่ามีฉบับแปลนะเนี่ย เคยแต่อ่านแต่ภาษาอังกฤษค่ะ

คุณปิยะรักษ์ --- เหมือนเรื่องนี้เคยอ่านนะ หนิงว่าที่จริงคุณคนเขียนน่าจะชอบตำนานอะไรพอสมควรนะ ถ้าไม่นับรันม่าแล้วก็มักเป็นเรื่องประมาณนี้อ่ะ (อย่างอินุยาฉะอะไรทำนองนี้)

ที่จริงร่วมอุดมการ์ณหนังสือจิตตกนี่ไม่ค่อยน่าโสภานา ^^"

==========================================

เนื่องจากเห็นคุณสาวไกด์ฯรีวิว "ผู้เสกทราย" ก็เลยอยากอ่านมั่ง ทีนี้คิดตั้งนานแน่ะว่าจะเอาไปลงข้อไหนดี (จะถามเจ๊รุ้งเดี๋ยวเจอแบบสับปะรดอีก เป็นมิตรภาพกับทรายอะไรเทือกนี้) สุดท้ายด้วยความพยายามเพราะอ่านแล้วถ้ามีคะแนนก็ดี เลยหาข้อมูลเพราะคุ้นๆว่าคนเขียนน่าจะเกิดเดือนเดียวกัน

เย้! จริงด้วย

(ขอบอกว่าเจอในวิกิพีเดียวด้วยนะ)

10-1.[ทินา+Il Maze] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่ผู้เขียนเกิดเดือนเดียวกับคนอ่าน จะเป็นนักเขียนชาติใดก็ได้ ขอให้ระบุเดือนเกิดมาด้วย (ยึดวันเกิดนักเขียนเป็นหลัก หากเป็นหนังสือแปล วันเกิดนักแปลไม่นับนะคะ สามารถลองค้นวันเกิดนักเขียนไทยได้จากเวป http://www.praphansarn.com/new/c_writer/ เป็นต้น)

ผู้เสกทราย
โดย ลวิตร์ (เกิดเดือนกรกฏาคมเหมือนกันค่ะ)
สนพ: Enter books

คำโปรย

สามสิบปีก่อน สงครามระหว่างคนธรรมดาและคนใช้เวทมนตร์ปะทุขึ้นในดินแดนแม่น้ำขาว ก่อนจบสิ้นลงด้วยการสละชีพของอมารอค จ้าวสุนัขป่าผู้มีพลังเวทอันยิ่งใหญ่

วันเวลาผ่านไป ใช่ว่าความบาดหมางระหว่างคนสองกลุ่มจะจางหายไปเสียทีเดียว ใครคนหนึ่งจึงหมายจะครอบครองพลังแห่งอมารอคซึ่งถูกผนึกไว้ในลูกแก้ว เพื่อก่อสงครามทวงคืนสิทธิ์และความชอบธรรมให้แก่คนใช้เวทมนตร์ซึ่งถูกกดขี่ข่มเหงมานานนับหลายสิบปี ย้อมแผ่นดินให้กลายเป็นสีเลือด

ทว่าแผนร้ายกลับผิดพลาด เมื่อพลังอันยิ่งใหญ่ไปตกอยู่ในมือเด็กชายกำพร้าที่ออกเดินทางพร้อมคนทำน้ำตาลผู้หลงลืมเงาแห่งอดีต โดยหารู้ไม่ว่าความลับแห่งพลังและชะตากรรมอันยิ่งใหญ่กำลังรอคอยเขาอยู่!

ความรู้สึกหลังอ่าน

อย่างที่บอกว่าคุณสาวไกด์ฯได้รีวิวไปแล้ว ก็คงไม่พูดอะไรให้มากความค่ะ ได้อ่านเรื่องของลวิตร์อยู่พอสมควร กลิ่นอายเฉพาะตัวของเธอโพยพุ่งมาก (ในแง่ดีนะ ไม่ใช่กลิ่นตัว โปรดอย่าเข้าใจผิด) คือเท่าที่อ่านจะต้องมีเด็กเป็นผู้รับรู้ความเป็นไปของเรื่องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่แล้วเท้าความถึงเวลาที่ตัวเองเป็นเด็กก็ตาม แล้วเด็กคนนั้นก็จะเติบโต เรียนรู้สิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมแล้วเติบโตไปในเรื่องเสมอ

ก็อีกเหมือนกัน โลกของผู้ใหญ่ซับซ้อนเกินกว่าเด็กจะเข้าใจ เด็กที่รับรู้แต่เพียงขาวและดำต้องมาเจอผู้ใหญ่ที่ไม่มีขาว ไม่มีดำ มีแต่สีเทาที่ยากจะแบ่งได้ว่าใครเป็นยังไง เหมือนเรื่องนี้จงใจให้เป็นแบบนี้ คือ แบ่งผู้ใหญ่ออกเป็นพวกๆ ไม่ระบุว่ากลุ่มนี้ดีหรือร้าย แต่ที่แน่ๆพวกเขามีความขัดแย้งกันรวมทั้งพึ่งพาอาศัยกันด้วย

คงต้องรอจบก่อนถึงจะรีวิวได้เต็มขั้น แต่เอาเป็นว่าเห็นพัฒนาการของตัวละครมากขึ้นค่ะ เหมือนต่างคนต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

รออ่านภาค 2 ต่อดีกว่าเนอะ (พิมพ์เมื่อไรอ่ะปันปัน -*-)

จากคุณ : peiNing


ส่งงานคร้า ส่งงานน ตามอ่านของแต่ละคนแล้วว หูยยย ตาลายย เยอะมากกก อ๊ะ เกือบลืมม
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค้า ขอให้พรใดๆ ที่เพื่อนๆ ญาติๆ คนรู้จักอวยฯไป สัมฤทธิ์ผลนะค้า


5-6.[แก้วกังไส] อ่านหนังสือที่ตัวเอกมีอาชีพฉีกแนวจากพิมพ์นิยมแทน เช่น หมอผี หมอดู คนขับเเท็กซี่

รินรัก รสไวน์ / ศิรติมา / Olive Book / 167 หน้า
คำโปรยจากปกหลัง : ซอมเมอลิเยร์สาวมืออาชีพอย่าง ‘ชญาดา’ ผู้ช่ำชองเรื่องรสชาติไวน์ ไม่ว่าจะเป็น
รสเข้มฝาดบาดคอ หรือหวานหอมชวนลิ้มลอง หญิงสาวไม่มีพลาด แต่ในเรื่องราวของความรัก เธอกลับ
ต้องสะดุด กระทั่งมาพบกับ…

‘ณกร’ ชายหนุ่มที่ฉวยโอกาสจูบเธอด้วยเข้าใจว่าเป็น ‘ใครบางคน’ รสไวน์ที่เคยสัมผัสจึงถูกเจือไปด้วย
ความรักอันหวานนุ่ม อบอุ่นติดปลายลิ้น

หากแต่ ‘ใครคนนั้น’ ยังคงเป็นปริศนาในใจเธอเรื่อยมา แล้วณกรจะต้องรินความรักของเขาอีกเท่าไรกันเล่า
จึงจะทำให้ซอมเมอลิเยร์สาวคนนี้คุ้นเคยกับรสชาติของไวน์รักได้เสียที

ตอบโจทย์ : นางเอกเป็นซอมเมอลิเยร์ ภาษาไทยเค้าเรียกว่าอะไรนะคะ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ ... รึป่าววว

ความรู้สึกคนอ่าน : เป็นเรื่องแนบตบจูบที่ไม่ค่อยจะชอบเท่าไร (โดยแนวนะคะ ไม่ใช่เนื้อเรื่อง แต่มันส่งผลกะ
เนื้อเรื่องแบบแปลกๆ << เอ๊ยยังไง ยัยคนนี้) ตอนซื้อมาก็ทำใจนิสนุ่งว่าเป็นแนวตบจูบ แต่ความที่ไม่ค่อยมี
นิยายเกี่ยวกับไวน์ มันหายากในประเทศไทยเลยลองซื้อมาอ่าน ก็ได้ความรู้เรื่องไวน์เพียบบบ แต่ออกแนวอ่าน
ผ่านๆ ซะเยอะอยู่เหมือนกัน น่าจะเป็นผลมาจากแนวเรื่อง การดำเนินเรื่องก็ออกแนวนิยายตบจูบอ่ะค่ะ ตัวเอง
ไม่ถูกกัน พระเอกเป็นเพลบอย ก็ง่องแง่งๆๆ กันตลอดทั้งเรื่อง โดยมีพ่อพระเอก (ซึ่งรู้จักสนิทสนมกับ
นางเอกมาก่อน)เป็นตัวช่วยเล็กๆ ...จบข่าว...

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

เด๋วจะเอาข้อบุพเพ่ย์มาต่อให้ครบข้อนะค้า กะลังเรียบเรียงอยู่ใน Word

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


25-2.[ยาคูลท์] โจทย์บุฟเฟ่ต์: อ่านหนังสือ 4 เล่มในหมวดต่อไปนี้ - นิยายไทย, นิยายแปล, นิยายภาษา
ต้นฉบับ, รวมเรื่องสั้น, รวมบทความ/สัมภาษณ์, นิยายภาพ/การ์ตูน

3. การ์ตูน : โทยามะ เคียวกะ นายกฯสาว หัวใจเพชร / Akaishi Muchiyo / บงกช คอมมิค / 194 หน้า

คำโปรยจากปกหลัง : การติดสินบนระหว่างนักการเมืองกับผู้รับเหมาที่เกี่ยวพันกับการสร้างเขื่อน คดี
ฆาตรกรรมปริศนาที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างศูนย์พักผ่อน เบื้องหลังคดีที่น่าสงสัยล้วนมีผู้ว่าโซโนที่มักผลัก
ดันให้เกิดการก่อสร้างพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่เสมอ ท่ามกลางความไม่ไว้วางใจต่อหน่วยงานรัฐระดับจังหวัด
ที่ไม่เคยสนใจชาวเมือง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เคียวกะต้องเผชิญหน้ากับโซโนะ
แต่แล้วกับครั้งใหญ่ที่สุดก็มาถึงตัวเคียวกะที่กล่าวหาโซโนะ!?

ความรู้สึกคนอ่าน : อื่มมม สำหรับงานของ Akaishi Muchiyo ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนๆ ก็ดำเนินเนื้อเรื่องได้
สนุกมากก แต่ไอ้มู๋ก็ไม่ชอบตอนจบสักกะเรื่อง ไม่รู้เป็นอะไร มาเรื่องนี้อีก ก็เนื้อเรื่องสนุกมากก ในเรื่องจะมี
เป็นตอนๆ เหมือนกับคดีหรือเหตุการณ์ร้านให้นายกฯ ต้องแก้ปัญหา นี่ไอ้มู๋ยังกังวลกะตอนจบอยู่เลยนะ ไม่
รู้ว่าจะเป็นยังไง เรื่องนี้ก็มีตัวละครที่น่าสนใจอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเคียวกะนางเอกของ
เรื่องที่เคยเป็นนักเขียนนิยายสืบสวนสอบสวน แล้วได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง จนได้เป็นนายกเทศบาลเมือง
หญิง คุณสามีที่เป็นนักวาดภาพ บุคลิกน่าอบอุ่นจังเล๊ยย กรี๊ดด >//< ลูกสาวตัวน้อยที่ฉลาด รองนายกฯ
ที่ตอนแรกเหมือนจะไม่ถูกกัน แต่ต่อมาก็ทำงานร่วมกันด้วยดี ฯลฯ (มันเยอะจนกลัวจะหาว่าสปอยอ่ะค่ะ)

4. นิยายไทย : เจ้าหญิงในดวงใจ / ฬีฬา / ยาหยี-ยาใจ / 144 หน้า

คำโปรยจากปกหลัง : ศีตกาล ช่างภาพนิตยสาร เป็นหลานสาวคนเดียวของคุณปู่ และเป็นที่รักของพี่ๆ น้องๆ
ผู้ชายนับสิบซึ่งเรียกหล่อนว่า เจ้าหญิง ส่วนเขา นวมินทร์ เป็นดีไซเนอร์หนุ่มหล่อ เจ้าของห้องเสื้อแฟชั่นชื่อดัง
ทั้งสองโคจรมาพบกันด้วยเรื่องงาน หล่อนเรียกเขาว่า คนเถื่อน และในสายตาของเขาเธอก็เป็นเพียง ยาย
เบ๊อะ คนหนึ่งเท่านั้น แต่นั่นคือ บทเริ่มต้นของเรื่องราวหวานๆ ที่มีตามมา

ความรู้สึกคนอ่าน : เวลานึกภาพตามบ้านที่มีแต่หนุ่มๆ แล้วรู้สึกว่า... ชอบบ้านนี้จริงๆ ผู้ชายเยอะมากก
ฮะๆๆ เนื้อเรื่องก็น่ารักๆ แอบฮาตามประสาเจ๊ฬีฬาค่ะ << อย่าว่านะที่เม้นน้อย แบบว่าอ่านแล้วกองไว้ข้าม
เดือนเลยลืม จำได้แต่บรรยากาศ น่ารักๆ กะ เนื้อเรื่องที่ทำให้อมยิ้มได้อ่ะ

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

อ๊ากก จบซะที กว่าจะรีวิวข้อนี้หมด คริๆๆ

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


10-11.[ส้มแช่อิ่ม] อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่ซื้อมาถูกที่สุด แต่คุ้ม เช่น ลดราคามาเหลือ 50 บาท สนุกมาก ได้ความรู้ ฯลฯ ให้บอกราคาจริง ราคาซื้อ และสถานที่ซื้อมาด้วย

ต้นรักริมรั้ว
ผู้แต่ง ร่มแก้ว
สำนักพิมพ์พิมพ์คำ
จำนวน 323 หน้า ราคา 200 บาท

โปรยปกหลัง :

ใครจะคิดว่าในชีวิตของคนคนหนึ่ง จะต้องใช้งานแต่งงานเปลืองถึงสามครั้งสามหน!

นลินคนหนึ่งละที่ไม่คิด แต่จะเรียกว่า “ทำตัวเอง” หรือ “กามเทพกลั่นแกล้ง” ดี? งานแต่งงานซึ่งควรเป็นความทรงจำแสนหวานครั้งเดียวในชีวิตลูกผู้หญิง สำหรับหล่อน...จึงเกิดขึ้นง่ายดายเหมือนเล่นขายของ มิหนำซ้ำสองครั้งที่ผ่านมา “เจ้าบ่าว” ของนลินยังเป็นคนเดิม! เจ้าบ่าวกำมะลอคนที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่อ้อนแต่ออก...เพื่อนข้างบ้านที่ห่างกันแค่รั้วกั้น

แต่คล้ายว่าโชคชะตาไม่เปิดโอกาสให้ใครล้อเล่นกับชีวิตถึงเพียงนั้น วันเดียวหลังจากงานแต่งงานปลอมๆ รอบสอง...หญิงสาวก็ปิ๊งกับ “ว่าที่เจ้าบ่าว” ในฝัน! เรื่องคงง่ายกว่านี้...หากขณะที่ต้นรักต้นใหม่ผลิดอกออกใบน่าตื่นตา ต้นรักต้นเล็กริมรั้วบ้านหล่อน...จะไม่เติบโตงอกงามขึ้นอย่างช้าๆ เช่นกัน

หญิงสาวจะทำเช่นไร...กับรักครังใหม่...และพันธะหัวใจที่เพิ่งได้รับรู้?

*****************************************************************

ตอบโจทย์ : ราคาเต็ม 200 บาท สั่งซื้อทางเนตจากเวปสำนักพิมพ์กับโปรโมชั่นบุฟเฟ่ 12 เล่ม 499 บาท หารแล้วเล่มละ 42 บาท เห็นเพื่อนๆหลายคนชื่นชอบร่มแก้ว เลยลองหามาอ่านบ้าง สนุกดีค่ะ (ถูกด้วย ^o^)

ความรู้สึกหลังอ่าน : เรื่องนี้พระเอกน่ารักมากกกก ทำไมนางเอกถึงได้ใจร้ายกับพระเอกอย่างนี้นะ ตอนแรกๆก็อ่านด้วยความไม่ชอบใจ เพราะเราเป็นพวกหัวโบราณ ถึงนางเอกจะแต่งงานปลอมๆก็เถอะ แต่ชาวบ้านเค้าไม่รู้นิ เที่ยวไปอ่อยหนุ่มใหม่อยู่ได้ ใครเห็นจะคิดยังไง แล้วยังมีหน้าไปเถียงคนที่เตือนอีก ช่างไม่ไว้หน้าพระเอกบ้างเลย พฤติกรรมไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ดีนะที่ตอนจบต้องไปง้อพระเอก ไม่งั้นจะโกรธคนแต่งมากกว่านี้ โทษฐานให้นางเอกสบายเกินไป

เป็นนักเขียนที่อยู่ในโครงการ New Star ของสนพ.นี้ ถือว่าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่ฝีมือใช้ได้เลยค่ะ ภาษาโอเค พล็อตแปลกใหม่ (ให้นางเอกได้ใส่ชุดเจ้าสาวตั้งสามครั้ง กับเจ้าบ่าวคนเดิมอีกต่างหาก ไม่น่าเชื่อว่าจะหาเหตุผลมารองรับได้ดีด้วย) ก็เป็นอีกคนที่น่าติดตามค่ะ แต่เมื่อเทียบกับนักเขียนในโครงการเดียวกัน เราชอบสไตล์ของอรพิมและกรมาศมากกว่า

จากคุณ : หมูย้อมสี


25-4.[ปิยะรักษ์] อ่านหนังสือเกี่ยวกับอารยธรรมสมัยโบราณที่เกิดขึ้นก่อนยุคคริสตกาล เช่น อียิปต์โบราณ กรีก เมโสโปเตเมีย หรือจีนยุคก่อนราชวงศ์ฉิน เป็นเรื่องแต่ง เรื่องอิงประวัติศาสตร์ เรื่องจริง หรือสารคดีได้หมดแต่ถ้าเป็นเรื่องแต่ง หรืออิงประวัติศาสตร์ให้บอกด้วยว่าคนไหนมีจริง ไม่มีจริง

- ชื่อหนังสือ  : สุริยวรรมัน
-  ชื่อผู้แต่ง(ผู้แปล) : ทมยันตี
-  ชื่อสำนักพิมพ์ : บ้านวรรณกรรม
-  จำนวน 2 เล่มจบ จำนวน 683 หน้า ภาคผนวกและความเป็นมาอีก 30 หน้า

- สุริยวรรมัน เป็นเรื่องแต่งอิงประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดีนิยายของขอม (เขมร หรือกัมพูชาในปัจจุบ้น)
เป็นเรื่องราวของพระกษัตริย์ นาม "พิษณุหริเกศวร" หรือ องศ์สุริยวรรมันที่ 2" ผู้มีอำนาจหล่อหลอมจนสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของ โลก นม "อังกอร์-นครวัด"
สุริยวรรมัน ที่แต่งโดย ทมยันตีเล่นมนี้เป็นด้านหนึ่งจากสงความของกษัตริย์ ซึ่งจะต้องมีเรื่องของผู้หญิง และความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง และจากความรักดังกล่าวก่อให้เกิดความผูกพัน จนสารมารถสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ของโลกได้ โดยองค์สุริวรรมัน และพระนางชลันธรี เป็นตัวละครที่มีอยู่จริง

- ความรู้สึกต่อหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้ยืมเขามาอ่าน ช่วงวันหยุดปีใหม่นี่แหล่ะ ตอนที่เริ่มอ่าน รู้สึกเหนื่อยและเครียดมาก เพราะมีศัพท์โบราณเยอะที่ต้องทำความเข้าใจ ต้องเปิดไปอ่านภาคผนวกหลายรอบมาก ไม่ถึงกับชอบ แต่ก็อ่านแล้วได้ความรู้ความเข้าใจและภาษาโบราณของขอมเยอะมาก

จากคุณ : แม่เรไร


ส่งการบ้านอีกข้อนึงค้า แล้วจะราตรีไปนอน สวัสดีค้าทุกคน

10-10.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือ 2 เล่ม 2 ประเภท จาก 2 สำนักพิมพ์ เช่น เล่มแรกเป็นนิยายของอมรินทร์
เล่มสองเป็นเรื่องสั้นของ a book เป็นต้น

[การ์ตูน] ปริศนานักล่าผี / ฟูยูมิ โอโนะ& ชิโฮะ อินาดะ / บงกช คอมมิค (ตอนนี้ออกมา 11 เล่ม)

แงะคำโปรยปกหลังเล่ม 1 : ชิบุยะ คาซึยะ และเหล่าสมาชิกที่มีผลังพิเศษ ปรากฏตัวต่อหน้ามาอิ เพื่อสืบหา
ข้อเท็จจริงของข่าวลืมที่ว่าในอาคารเรียนเก่ามีผี!... นี่เป็นการ์ตูนที่วาดมาจากนิยายเรื่อง “Akuryou Shirizu”
ของสนพ.โคดันฉะที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น

ความรู้สึกคนอ่าน : เรื่องนี้ชอบมากกก ขอโบกกก เป็นเรื่องเดียวที่มีวิญญาณ & ผี ที่ตามอ่าน แต่
เดียวนี้รู้สึกจะออกปีละเล่ม ขัดกะความต้องการของคนอ่านมากคร้า ตัวเอกจะเป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่เข้าไป
ทำงานพิเศษ ในบริษัทตรวจสอบสถานที่เหตุเกิดวิญญาณ ที่พกวิทยาศาสตร์มาด้วยจากการเอาเครื่องมือ
สารพัดอย่างมาพิสูจย์ว่าที่ๆ เกิดเหตุเป็นสีมือของวิญญาณจริงหรือไม่ ซึ่งบางทีก็ใช่ และบางทีก็ไม่ใช่

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

[เรื่องแปล] คมรัก คมมนตรา / เชอร์รี่ อะแดร์ / กัญชลิกา / แก้วกานต์ / 488 หน้า

คำโปรยจากปกหลัง : ดันแคน เอ็ดจ์สายลับผู้มีเรือนร่างแบบนักรบและรอยยิ้มดึงดูดใจ ทำงานให้หน่วยพลัง
เหนือธรรมชาติที-แฟล็กซ์ เพื่อหยุดยั้งปฏิบัติการของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มีอันตรายสูงกลุ่มหนึ่ง ระหว่าง
ปฏิบัติการเขาได้พบเซเรน่า แคมป์เบล สาวสวยผู้มีพลังอำนาจแม่มดซึ่งดันแคนสงสัยว่ากำลังถูกพวกผู้
ก่อการร้ายหลอกใช้ แต่เซเรน่าพร้อมจะใช้พลังทั้งหมด เสน่ห์และสติปัญญาของหล่อน เพื่ออยู่ห่างไกลจาก
ดันแคนเพราะพฤติกรรมบ้าระห่ำเมื่อวัยเด็กของเขาที่สร้างความโกรธแค้นอันยืนยาวให้หล่อน

ในเวลานี้ดันแคนกับเซเรน่าซึ่งถูกกระตุ้นด้วยความปรารถนาที่ทวีขึ้น จำเป็นต้องละทิ้งอดีตและอคติต่อกัน
ในโลกเหนือธรรมชาติของสองหนุ่มสาวมีพลังอันตรายหนึ่งกำลังรวบรวมมอำนาจ พวกเขาต้องก้าวสู่
ความมืดมิดด้วยกัน ด้วยความหวังว่าจะมีแสงสว่างรอคอยอยู่อีกด้านหนึ่ง ในขณะที่เวลากำลังจะหมดไป

ความรู้สึกคนอ่าน : เป็นเรื่องแนวปัจจุบัน+วิทยาศาตร์+เวทมนต์ ใน 3/4 ของเรื่องที่คิดว่าเรื่องสนุก น่าติดตาม
ไม่ว่าจะมีเป็นความเห็นแนวไหนก็ออกแนวดี ไปหมด (เอาเป็นว่าขี้เกียจบรรยาย) มีข้อเดียวที่สงสัย คือ
เรื่องความลับที่นางเอกกำไว้ ผ่านไปครึ่งเรื่องแล้วพระเอกก็ยังไม่รู้แกว เอ๊ หรือว่าเงื่อนอันนี้จะไม่ได้คลาย
ในเล่มนี้ (แบบว่าเพิ่งอ่านเล่มนี้เล่มแรก) แต่อีก 1 ส่วนที่เหลือ ทำเอางงไปเลย อยู่ๆ เรื่องมัน เฟี้ยวววว
อารมณ์ประมาณว่าอยู่ๆ ก้อมีพายุพัดผ่าน แล้วก็จบ อะไรมันจะเร็วปานน้านนน ยังงงอยู่เลยว่ามันไปไงมา
ไง ถึงได้มีไอ้นั่น ไอ้นี่ ไอ้โน้น เกิดเพียงชั่วพลิบตาเดียวแล้วก็พากันเขาจุดไคลแม็กอย่างรวดเร็ว แล้วก็
คลี่คลายกันอย่างรวดเร็ว

ครือแบบว่าข้องจายนิสนึงค่ะ มีอยู่ฉากนึงที่นางเอกให้พ่อเลี้ยงช่วยเทเลพอร์ทไปหาพระเอก พอฉากต่อ
มาพระเอกเข้าไปในบ้านที่ๆ นางเอกอยู่ก่อนหน้าเทเลไป แล้วถามหานางเอก ก็เลยงงขึ้นมาทันที อ้าว
แล้วไอ้ที่เทเลไปเนี้ยไม่ได้ไปหาหรอกเรอะ แล้วไปอยู่ไหนมา นางเอกโผล่มาอีกทีก็ตอนที่พระเอกสู้กะ
คนร้ายเสด จะหน้าสุดท้ายอยู่ละ... ข้องใจอ่ะค่ะ จิงๆ ยังมีจุดที่น่างงอยู่อีกหลายจุด เช่น ลูกชายของเพื่อน
นางเอกที่ถูกลักพาตัวไป ได้รับการช่วยเหลือจนกลับมาได้ยังไง หรือจริงๆ ถ้าอ่านทุกเล่มมันจะไม่งงขนาดนี้???


~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


สุริยวรมัน เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ใช้เวลาอ่านยืดยาวมาก หลายปีแล้วจนบัดนี้ก็ยังไม่จบเลยค่ะ ชาตินี้จะอ่านจบหรือเปล่าก็ไม่รู้

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


มาสวัสดีปีใหม่ พี่ๆทุกคนครับ

ปีใหม่นี่ขอให้พี่ๆทุกคน มีสุขภาพแข็งแรง เงินไหลมาเทมาเยอะๆๆ (เพื่องานเืดือน เมษา และ ตุลา 555+)

ขอให้มีความสุขในปี 2010 นะครับ คิดสิ่งใดขอให้ได้สิ่งนั้น

จากคุณ : thoorn


สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน
และยินดีกับคุณยาคูลท์ด้วยนะคะ อยากเห็นโจทย์ปราบเซียนจังค่ะ ^^

จากคุณ : ส้มแช่อิ่ม


สวัสดีตอนบ่ายค่า...

ขอโทษทีที่ผู้ดูแลหายศีรษะไปสองวัน แหะ ๆ

คุณยาคูลท์ได้ตั้งโจทย์ข้อ 30-5 แล้วนะคะ
ดังนี้ค่ะ

30-5 [ยาคูลท์] โอตาคุ: อ่านหนังสือแนวเดียวกันอย่างต่ำ 5 เล่ม (แนวรัก, ลึกลับสืบสวน, แฟนตาซี, วิชาการ ฯลฯ) รวมกัน 1000+ หน้า ถ้าอ่านเกิน 2000 หน้าได้โบนัส 10 คะแนน (โจทย์ข้อนี้ห้ามอ่านการ์ตูนหรือนิยายภาพค่ะ แอบโหดนิดนึง)

ใครสงสัย ไม่เข้าใจโจทย์สอบถามได้ที่เจ้าของโจทย์ หรือโพสคำถามหน้ากระทู้ได้เลยค่ะ

ช่วงนี้งานเข้าเล็กน้อย หลังวันที่ 5 ไปแล้วถึงจะว่างมารีวิวหนังสือต่อค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ ๆ ในโค้งสุดท้ายนะคะ

จากคุณ : แม่ไก่


คุณปิยะรักษ์ วนาแห่งเงือก อ่านพล็อตกินเนื้อเงือกแล้วเป็นอมตะ
เราว่าเรื่องนี้เคยอ่านแล้วแหงๆ แต่อ่านมานานมากๆ

คุณหนิง เล่มนี้เราว่าแปลดีมากเลยค่ะ

จากคุณ : January Friend


20-5.[piccy] อ่านหนังสือรวม 3 เล่ม จากคนละประเทศ นับจากสัญชาติคนแต่ง จะเป็นฉบับแปลหรือไม่แปลก็ได้

หนุ่มตัวร้าย ผู้ชายกรุ๊ปบี
ลีเฮคยอง เขียน
โพมุล แปล
สนพ.แจ่มใส
125 หน้า

ยูฮามี นักศึกษาสาว ที่เชื่อพรหมลิขิต ว่าชายหนุ่มอย่าง อย่างเชยองบิน ที่แสน
จะเอาแต่ใจตัวเองเป็นเนื้อคู่ แม้พี่สาว จะต่อต้าน ชายหนุ่มเลือดกรุ๊ปบี ว่าเป็นคน
เห็นแก่ตัว เจ้าชู้และ ไม่จริงใจ เธอก็ยังจะเชื่อในพรหมลิขิตนั้น

เหอ..เหอ หนังสือ มือสอง สภาพดี ราคา 70 บาท อ่านเพลินๆ ไม่คิดมาก
ก็พอรับได้ เรื่องเบาโหวง ไม่มีมุกให้ขำ หรือ แม้แต่อมยิ้ม ดูตัวอย่างภาพ
แคปเจอร์ จากหนังท้ายเล่มแล้ว น่าจะสนุกกว่าตัวหนังสือ

ไม่เลวร้าย อะไร เพราะอย่างน้อยก็อ่านจบได้โดยไม่เบื่อไปซะก่อน
แต่ถ้าซื้อราคาเต็ม อาจจะเสียดายนิดๆ

จากคุณ : คนชอบเขียน


ฆาตกรรม อินเตอร์เน็ต
จี้ฉิง เขียน
อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี แปล
แพรว สำนักพิมพ์
321 หน้า

จากคดี ฆาตกรรมปริศนา ที่หญิงสาวโดนไฟคลอกตายจนแทบไม่เหลือแม้แต่
กระดูก จางจวิ้นเจี้ยน นักสืบเอกชน ถูกลากเข้าสู่ เกมไล่ล่าปริศนา ในอินเตอร์เน็ต
ที่จะนำเขาไปสู่ฆาตกรตัวจริง  ที่หลอกล่อ ทุกคนด้วยหลักฐาน ที่ซับซ้อนจนคาด
เดาอะไรไม่ได้เลย

สำนวนการแปล และเนื้อเรื่อง 80% ถือว่าอยู่ในระดับดีมาก ติดแต่ตัวเนื้อหา
บางส่วน เหมือนจะยัดเยียดข้อมูลทางวิชาการ เข้าไปสนับสนุนเนื้อหา นั้นยัง
ไม่เนียน ในเรื่องของการใช้บทสนทนา จนดูเหมือน บทความวิชาการ ที่โยน
เข้ามาในนิยาย แบบโดดๆ ไปหน่อย

ระดับของความซับซ้อน ถือว่าซับซ้อนมากสนุก แต่ความลึกของตัวละคร ยังน้อยไป
เหมือนจะปูพื้นไว้มาก แต่เวลาเขียนไปจริงๆ กลับทิ้งไปดื้อๆ การคลายปริศนา
ตอนจบ ดูห้วนๆไปหน่อย

ชอบในเนื้อหา ปริศนา แต่ขัดใจในเรื่องของ อารมณ์ของตัวละคร ที่ออกแนว
ระนาบเกินไป ดูขาดอารมณ์ไปทุกๆฉาก และคาแรกเตอร์ที่ยังตื้นไป

สำหรับหนังสือ ที่ได้ฟรี แล้วถือว่าเกินคุ้ม ให้ซื้อเต็มราคา ก็ยังไหว

จากคุณ : คนชอบเขียน


แปซิฟิกเดือด
PACIFIC VORTEX
CLIVE CUSSLER เขียน
สุวิทย์ ขาวปลอด แปล
สนพ.วรรณวิภา
360 หน้่า

ชุดผจญภัยเล่มแรกของ เดิร์ก พิทท์

เมื่อ เรือดำน้ำรุ่นใหม่ ล่าสุดของอเมริกา หายสาบสูญ หลักฐานเพียง
อย่างเดียว คือจดหมายของกัปตันเรือ ที่เดิร์ก พิทท์ พบเข้าโดยบังเอิญ
เนื้อหาจดหมายที่เหมือนกับคนเสียสติเขียนนั้น พาทุกคนไปสู่ฝันร้าย
ที่เกินกว่าจะนึกถึง

ถ้าให้เทียบกับ พระเอกของ โรเบิร์ต ลัดลั่ม หรือ ทอม แคลนซี่ แล้ว
เดิร์ก พิทท์ แทบจะเรียกได้ว่าเป็น ซุปเปอร์แมน เลย เพราะเฮียแก เก่ง
อย่างกับ บลูซ วิลลิสท์ ที่ทั้งเก่งกล้า บ้าบิ่น อึดตายยาก มีเสน่ห์ แบบ เจมส์ บอนด์อีกต่างหาก

แต่เพราะ ความเวอร์ ตรงนี้แหละที่ทำให้ ขาดสีสันของเรื่องไป เพราะมันเด่น
อยู่คนเดียวในเรื่อง มันเลยขาดความสนุก จากมุมมองด้านอื่นๆ จากตัวละคร
ในเรื่องและ การวางปริศนาในเรื่องของ ไคล์ฟ คัสเลอร์ ออกจะตื้นไปนิด
แต่โดยรวมอ่านสนุก แต่ไม่มากพอ คงทำให้แผนการซื้อ ให้ครบชุดต้องรอไปก่อน
ขอไปเก็บ เรื่องอื่นๆ ก่อน เซ็ทนี้รอได้ ไม่ได้มันส์แบบต้องหาให้ครบไวๆ

สำนวนการแปล ของ สุวิทย์ ยังคงเส้นคงวา อยู่อ่านลื่นไม่มีปัญหา
แต่หาซื้อหนังสือ ยากไปนิด ถ้าไม่มีงานบุ๊คแฟร์ คงไม่ได้อ่านแน่ๆ

จากคุณ : คนชอบเขียน


ตอบโจทย์ รอบที่แล้ว ขี้เกียจ ครับ ยอมรับ
เพราะ หนังสือ ก็มี แต่ขี้เกียจ แสกนปก ( เครื่องแสกน ก็ไม่ได้ลงไดรเวอร์ไว้ )

เลยลงแต่เรื่องย่อๆ ไป ใส่พรีวิว ความเห็นไปนิด เดียว

โจทย์ที่เหลือ ชักยากแล้ว เพราะ หนังสือใหม่หมดแล้ว
เหลือแต่หนังสือ เก่าๆ ที่อ่านไม่จบ เพราะมันไม่สนุก T-T

จากคุณ : คนชอบเขียน


คุณ January Friend --- ไปห้องสมุดเจอจิตราด้วยค่ะ แต่ไม่ได้อ่านเพราะมัวแต่ไปดี๊ด๊าหนังสือเล่มอื่นอยููู่ ^^"

คุณหมูย้อมสี --- อืม...แต่งงานถึงสามครั้งเลยหรือเนี่ย ดูแล้วน่าจะเป็นนางเอกที่เอาแต่ใจน่าดูเลยนะคะ

คุณแม่เรไร --- สุริยวรมันได้แต่มองตาปริบๆแต่ไม่เคยคว้ามาอ่านเลยค่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรนอกจากว่าไม่อยากอ่านแนวอิงประวัติศาสตร์ของคนเขียนแล้วเท่านั้นเอง (ไม่ได้อคตินะ แต่เผอิญอ่านไปหลายเล่มมากมาย อ่านจนจู่ๆก็เบื่อขึ้นมาแล้วพาลไม่อยากอ่านเท่านั้นเองอ่ะค่ะ)

คุณ thoorn --- สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้คำอวยพรทั้งหมดบังเกิดแก่คุณด้วยเช่นกันค่ะ

คุณยาคูลท์ --- โจทย์อย่างโหดเลยนะเนี่ย ตอนนี้เริ่มต้องไปทำงานแล้ว สงสัยมีเวลาเข้ามาน้อยแน่ๆเลย (5 เล่ม โอ้!จอร์จ)

===========================================

เรื่องนี้ในที่สุดก็อ่านจบ ต้องใช้ความพยายามมากมายในการอ่านจริงๆนะ

5-1.[แก้วกังไส + หมูย้อมสี + แม่ไก่] อ่านหนังสือที่กล่าวถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เช่น การระลึกชาติ คำสาป เวทย์มนตร์คาถา ฯลฯ

แรกรัตติกาล Twilight
โดย : สเตเฟนี เมเยอร์; เจนจิรา เสรีโยธิน(แปล)
สำนักพิมพ์ : ปราชญ์เปรียวสำนักพิมพ์

คำโปรย

นิยายรักโรแมนติกที่มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความรักของมนุษย์และแวมไพร์ กับความตื่นเต้นชวนติดตามของแฟนตาซีเหนือจินตนาการชนิดที่ต้องพลิกอ่านหน้า ต่อหน้าจนวางไม่ลง!! ติดอันดับขายดีที่สุดในอเมริกา ยอดขาย 1.3 ล้านเล่มภายใน 24 ชั่วโมง ตีพิมพ์มาแล้ว 33 ประเทศทั่วโลก และได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซึ่งวัยรุ่นทั่วโลกตั้งตารอคอย...

ความรู้สึกหลังอ่าน

เน่าได้ใจเจ๊มั่กๆค่ะ

จริงเรื่องนี้อ่านภาษาอังกฤษเอาจาก e-book (ซึ่งปวดตามาก ถึงบอกว่าต้องใช้ความพยายามในการอ่าน) เลยบอกไม่ได้ว่าสำนวนแปลเป็นไง แต่ที่บอกได้คือเป็นเรื่องที่เน่าสะใจมากๆสำหรับคอน้ำเน่าทั้งหลายเรื่องนี้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

เข้าใจว่าเรื่องนี้คออ่านทั้งหลายน่าจะพอทราบว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเป็นเรื่องความรักระหว่างคนกับแวมไพร์ ซึ่งเรื่องทั้งเรื่องไม่มีอะไรนอกจากพระเอกนางเอกหลั่นล้าไปค่อนเรื่องกว่าจะเกิดปัญหาขึ้น (ซึ่งโผล่มาหลังจาก 2 ใน 3 ของเรื่องผ่านไป)

ถือว่าเรื่องนี้เลือกใช้มุมมองได้ดีคือให้ตัวนางเอกเป็นคนเล่า ทำให้คนอ่านกรี๊ดกร๊าดเวลาได้ยินพระเอกพูดความในใจให้ฟัง แล้วพอเห็นพระเอกพูดแบบนี้เลยทำให้คนอ่านรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางเอก (เพราะใช้มุมมองที่ว่านั่นแหละ) ก็เลยแอบบิดไปด้วยอาการเขินบ้างเล็กน้อย ซึ่งเหมือนมีดปักอกมากๆ แทบทุรนทุรายด้วยคำพูดสุดเลี่ยน นี่ถ้าไม่ใช่พระเอก (และหล่อเทพ) คงไม่น่าให้อภัยทีเดียว

ท้องเรื่องเต็มไปด้วยคำถามของนางเอกต่อพระเอก และคำถามของพระเอกที่อยากรู้ตลอดเวลาว่านางเอกคิดอะไรอยู่ คือพระเอกอ่านใจคนได้ยกเว้นนางเอก เขาเลยรู้สึก uneasy บ้างเพราะคนที่เขาอยากรู้ความคิดที่สุดกลับอ่านไม่ออกเลย เรื่องนี้หนิงชอบตรงที่คู่นี้เขาคุยกันนี่แหละ (ยกเว้นตอนที่นางเอกทำตัวนางเอ๊กนางเอก ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วหนีพระเอกไปเผชิญอันตรายคนเดียว)

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับหนิงยิ่งกว่านางเอกคือตัวพระเอกและครอบครัวของเขา ซึ่งน่าเสียดายที่บทน้อยไปหน่อยเพราะมีแต่เรื่องของพระเอกนางเอกเต็มไปหมด (ก็แหงล่ะ เรื่องมองผ่านมุมมองนางเอกนี่) ซึ่งเรื่องของพวกเขามีความเป็นมาผ่านการตีความแวมไพร์ของคนเขียน

ถ้ากระโดดข้ามความน้ำเน่า บทพูดชวนขนลุก ความบ๊องๆฮาๆและสายตาหื่นๆ (ก็ไม่ถึงกับหื่นนักหรอก แต่เล่นสังเกตทุกอณูของพระเอกแบบนี้กลัวใจนางเอกจะปล้ำพระเอกมากเลย) ของนางเอกรวมไปถึงบทฟุ่มเฟือยที่เป็นเซอร์วิสกับฉากแอ๊คชั่นที่ไม่สมเหตุสมผลของเนื้อเรื่องไป (ที่ตัดนี่ก็เกือบทั้งเรื่องเลยนะนั่น) ชีวิตของเหล่าแวมไพร์ทั้งหลายน่าค้นคว้ามากมายเลยค่ะ ชีวิตของแวมไพร์ในที่นี่ไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยภาพผีดิบจอมกระหายเลือด แต่ถูกน้ำเสนอในมุมมองที่มีเหตุผลมากกว่านั้น เจ๊รุ้งให้คำนิยามว่าเหมือนเป็นสัตว์สปีชี่หนึ่งมากกว่าผีน่ะ ซึ่งหนิงก็เห็นจริงอย่างนั้นเหมือนกัน  

จริงๆที่ชอบอีกอย่างของเรื่องนี้ก็เห็นจะเป็นคนเขียนมีคำตอบให้กับทุกคำถามจริงๆ (อาจไม่ตอบภาคนี้แต่ไปตอบในภาคอื่น) ถือว่าเก็บรายละเอียดได้ดีนะ

เพิ่งอ่านจบแค่ภาคแรก (แต่เปิดผ่านๆภาคอื่น) ถ้ายังมีความอดทนอยู่จะลองอ่านภาคต่อไปดูค่ะ แต่ตอนนั้นต้องเป็นตอนที่ขาดน้ำตาลในชีวิตนะ ไม่อย่างนั้นไม่สามารถทนต่อเสน่ห์ของพระเอกก็เป็นได้ เหอ เหอ

ปล.1 แอบดู Trailer ของ New Moon ด้วย วู้! เต็มไปด้วยชายหนุ่มซิกแพ็คถอดเสื้อกันระนาว เลือกเอาได้ว่านิยมผิวแทนหรือขาววอกของพระเอก เซอร์วิสสุดๆไปเลย

ปล.2  บทสนทนาระหว่างหนิงกับเจ๊รุ้ง (ต่อ)

เจ๊รุ้ง : นี่ไงหนิง เอาเรื่องนี้ลงโจทย์ข้อนี้ก็ได้
หนิงๆ : ไหน? ข้อไหน?
เจ๊รุ้ง : อ่านหนังสือเกี่ยวกับคนในกลุ่มชาติพันธุ์ไง
หนิงๆ : แวมไพร์มันชาติพันธุ์ตรงไหนฟะ! -*-

จากคุณ : peiNing


^
ถ้าแวมไพร์เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในไทย  สาวหลายคนคงมีเฮแน่
พออ่านจบภาค..เอ่อ สามหรือสี่นี่แหละ เราคิดว่านิยายชุดนี้มีศักยภาพที่จะสนุกได้นะ (แบบสนุกจริงๆ ไม่เน้นน้ำเน่าเกินไป)   ประมาณ vampire X-Men น่ะ  เสียดายท่าทางคนแต่งจะไม่แต่งต่อแล้วมั้ง (ถึงแต่งต่อ ก็ไม่แน่ว่าเธอจะเน้นไปในแนวที่เราคิดไว้)

ตอนนี้อ่าน Beautiful Creatures อยู่ค่ะ  ให้อารมณ์เหมือนทไวไล้ท์ภาคน้ำเสียงผู้ชายเลย  แต่อ่านจูนไม่ค่อยติดแฮะ  กระดืบๆ ไปช้ามาก  
ช่วงนี้อ่านอะไรก็ไม่ติดแฮะ แปลกจัง สงสัยเจอ Reader's Block

เคยอ่าน "วนาแห่งเงือก" เวอร์ชั่นแยกๆ ค่ะ ไม่รู้ว่าตกลงได้อ่านครบทุกตอนแล้วหรือยัง  ตอนสยามฯ พิมพ์ใหม่ก็ซื้อมาเก็บทั้งสองเล่ม  ยังไม่เคยแกะอ่านเลย แหะแหะ  (อยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้)

ส่วน "ปริศนานักล่าผี" นี่นึกว่าเลิกพิมพ์แล้วนะเนี่ย อยู่ๆ ก็คลอดปุ๊มาอีกเล่ม  ลืมเนื้อเรื่องดับแล้ว  แถมนึกไม่ออกด้วยว่าขายทิ้งไปหรือเปล่าตอนจัดบ้าน  เซ็งเลย

ขอบคุณทุกคนที่แสดงความยินดีและอวยพรปีใหม่นะคะ  
... ไม่รู้ว่ามารับพรช้าไปหรือเพราะปีนี้ยังไม่ได้ไหว้พระ ตั้งแต่ปีใหม่เนี่ย เจ็บตัวไปแล้วสองหนอ่า T__T   ดีนะที่เป็นแผลเล็กๆ น้อยๆ
ขอบคุณคุณแม่ไก่ที่มาโพสต์โจทย์ด้วยค่ะ  คนตั้งลืมไปแล้วนะเนี่ย หนีไปอ่านหนังสือเฉยเลย 555

ช่วงนี้คงไม่มีรีวิวนะคะ  จะแว่บไปอ่านพวกที่อ่านค้างไว้ไม่จบของปีก่อน
เท่าที่ดู เอามาตอบโจทย์ไม่ได้เสียด้วย  ชิส์

เดือนสุดท้ายแล้ว ทุกคนสู้ๆ  (^^)v

จากคุณ : ยาคูลท์


คุณกุลธิดา : แม่เรไรจำเป็นต้องอ่านให้จบ เพราะยืมเขามาค่ะ แต่อ่านแบบเหนื่อยและเครียดพอสมควร

peiNing : อืม เรื่องนี้แม่เรไรก็ไม่ประทับใจนัก อาจเป็นเพราะ ตัวเองยังไม่เข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ และยังเข้าถึงเรื่องราวเหล่านี้ได้น้อยด้วยค่ะ

=======================================
เรื่องต่อไปเป็นโจทย์นี้ค่ะ

10-11.[ส้มแช่อิ่ม] อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่ซื้อมาถูกที่สุด แต่คุ้ม เช่น ลดราคามาเหลือ 50 บาท สนุกมาก ได้ความรู้ ฯลฯ ให้บอกราคาจริง ราคาซื้อ และสถานที่ซื้อมาด้วย

ชื่อหนังสือ : อลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์
ชือผู้แต่ง : LEWIS CARROLL
ผู้แปลและเรียบเีีรียง : กัญญาวีร์

อลิซ ผจญภัยในแดนมหัศจรรย์ เป็นเรื่องราวของเด็กน้อยที่นอนหลับฝันถึงการเข้าไปผจญภัยในโพรงกระต่าย ได้พบเจอเรื่องราวประหลาดๆ ที่คาดไม่ถึงมากมาย โดยเรื่องนี้ได้แปลและเรียบเรียงมาจาก Alice in Wonderland เป็นวรรณกรรมคลาสิค ที่โด่งดังไปทั่วโลก และแปลเป็นไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยผู้แปลและผู้เรียบร้อยหลายๆ คน

แม่เรไรอ่านหนังสือเล่มนี้หลายรอบแล้ว และยังคงต้องอ่านเรื่อยๆ เพราะเป็นหนังสือก่อนนอนเล่มหนึ่งของลูกๆ ที่ต้องอ่านวนกันไปเรื่อยๆ อ่านคืนละ 1 บท แล้วต้องให้เวลาตอบคำถามลูกๆ อีกด้วย เพราะมีหลายจุดที่เขาฟังแล้วไม่เข้าใจ และในการอ่านแต่ละรอบ ความสงสัยของลูกๆ ก็ไม่เคยซ้ำกันด้วย

หนังสือเล่มนี้แม่เรไรซื้อมาในราคา 65 บาท จากราคาเต็มด้านหลังปกหนังสือ 135 บาท โดยซื้อจากงานมิตรห้องสมุด ของหอสมุดป๋วยฯ มธ. รังสิต เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

จากคุณ : แม่เรไร


มาสวัสดีปีใหม่ทุกท่านนะคะ

กรี๊ดดดดดดดดดดดด ขอกรีดร้องกับของรางวัล อ๊า..แย่แล้วๆๆๆ

เพราะซีซั่นนี้เราอ่านเล่นแบบเรื่อยๆ ง่ะ เน้นทลายกองดองเป็นหลัก มีหวัง..ไม่ได้รางวัลแน่ๆ ขี้แง

เสียดายอย่างยิ่งง่า..ขี้แง



ขอต้อนรับคุณบานาน่าฯ ด้วยนะคะ



ขอบคุณคุณเบียร์สำหรับคำตอบด้วยค่ะ



ไม่มีรีวิวเพิ่มค่ะ หยุดยาวที่ผ่านมาเนี่ย..เที่ยวๆ + กินๆ อย่างเดียวเลย

หนังสือไม่ได้อ่านซักกะตัวหนึ่งอ้ะ หยอกเย้า



สาวน้อยปะแป้ง

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


สวัสดีปีใหม่ทุกคนนะคะ ขอให้สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดให้ได้สมดังปรารถนาค่ะ

วันนี้มาเปิดกระทู้ โอว...ขอกรี๊ด!!!! ดัง ๆ กับของรางวัล
โอ๊ย อยากได้บ้างอ่ะ (แต่สงสัยจะไม่ทัน) อิอิ
ตอนนี้ขวัญกำลังค่อย ๆ ตามเก็บรีวิว แอบรู้สึกว่า อาทิตย์ที่ผ่านมารีวิวเยอะเป็นพิเศษเลยอ่ะ --"

จากคุณ : P@ween@


กรี๊ดกับโจทย์ใหม่ค่ะ ข้อนี้หมูยัดโรแม้ง 5 เล่มเลยได้มั้ยคะ (ประเภทนิยายรักน้ำเน่า)

ข้อ 30-3 อ่านหนังสือที่ได้รางวัล
จะอ่านเรื่อง แผนลักพาตัว 99% ของสนพ.บลิสได้มั้ยคะ ในคำนำบอกไว้ว่าได้รางวัล บุ๊ค ออฟ เดอะ เยียร์ ปี 2005 สาขานิยายสืบสวน แต่หาข้อมูลเกี่ยวกับรางวัลนี้ไม่ได้เลยค่ะ

จากคุณ : หมูย้อมสี


15-11. [ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 2 เล่มที่คำสุดท้ายเล่มหนึ่งคล้องจองกับคำแรกของอีกเล่ม เช่น ฤดูกาลของหัวใจกับไฟพิศวาส

ตอบโจทย์
เลือกอ่าน   1. ปราการรักแห่งผืนทราย (พิณณ์อวี)
   2. ปรายรักรินใจ[b] (กรมาศ)

ชื่อหนังสือ : [b]ปราการรักแห่งผืนทราย

ผู้แต่ง : พิณณ์อวี
สำนักพิมพ์: 1168 Publishing
ราคา: 169 บาท
จำนวนหน้า: 256 หน้า

*********************************************************************************

เรื่องย่อ (จากคำนำสำนักพิมพ์)

"จัสมิน" แพทย์สาวจากอเมริกา เดินทางไปยังประเทศชาร์ลญาร์เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ จากสงคราม และเพื่อตามหาใครบางคน ที่หัวใจเรียกร้องอยากพบเจอ ที่ประเทศชาร์ลญาร์...จัสมินได้พบกับ...ชาร์ล... อดีตคนรักที่ไม่เคยลบเลือนไปจากใจ แต่แล้วเขากลับไม่ใช่คนที่เธอเคยรู้จัก...ไม่ใช่คนที่เธอเคยรัก

"อิมราน ชาร์ล อัล อัสฮาร์" เป็นน้องชายคนเดียวของท่านชีคแห่งชาร์ลญาร์ผู้มั่งคั่งร่ำรวย และกลายเป็นคนเย็นชาที่ไม่สนใจความรู้สึกเธอเลย... เพียงเพราะเขาคือคนแห่งเมืองทะเลทราย สองหัวใจจึงสร้างปราการแข็งแกร่ง หรือไรกัน!

*********************************************************************************

“ปราการรักแห่งผืนทราย” เป็นเรื่องราวของจิตแพทย์สาว จัสมิน และศัลยแพทย์หนุ่ม ชาร์ล ที่มีอันต้องเลิกรากันไปด้วยความเข้าใจผิด และเมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้ง จัสมินกลับพบว่าชาร์ลที่ตัวเองรู้จักในฐานะนักเรียนทุนแพทย์จน ๆ นั้น กลายเป็นน้องชายชีคผู้ครองนครชาร์ลญาร์ นามอิมราน ที่เหมือนเป็นคนอีกคนซึ่งเธอไม่เคยรู้จักมาก่อน

เรื่องนี้ให้อารมณ์หน่วยแพทย์อาสามาก ๆ ค่ะ เนื่องจากนางเอกตัดสินใจไปเป็นจิตแพทย์อาสา ออกหน่วยกับคณะแพทย์คนอื่น ๆ ที่ประเทศชาร์ลญาร์ซึ่งกำลังประสบปัญหาสงครามภายในประเทศ เห็นถึงการทำงานที่ต้องเสียสละของทีมแพทย์เพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนทีมแพทย์ ทำให้นึกถึงตอนสึนามิเลยค่ะ ต้องระดมกำลังทั้งแพทย์และอาสาสมัครจากหลายฝ่าย หลายประเทศมาช่วยกัน

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่อยู่ในค่ายทหารตรงรอยต่อชายแดนชาร์ลญาร์ และเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้พระ - นาง กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทำให้จัสมินตั้งแง่มากมายกับชาร์ล เรียกว่าหยิ่งทั้งคู่เลยจะดีกว่า ไม่ยอมคุยเปิดใจกันว่าเข้าใจผิดกันเรื่องอะไร เรื่องราวมันก็เลยบานปลาย เจ็บทั้งสองฝ่าย

ขวัญอ่านแล้วอึดอัดอ่ะค่ะ กับพฤติกรรมตัวละคร คิดว่าทำไมเขาไม่คุยกันให้รู้เรื่องไปซะ เก็บมาคิดเอง ตีความไปเองเพื่ออะไร เรื่องนี้เลยทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ ความรักนี่ต้องหันหน้าเข้าหากันเลยนะ มีปัญหาเมื่อไหร่ อย่าได้คิดไปเอง ตีโพยตีพาย โดยไม่ถามสาเหตุกันก่อนเชียว เดี๋ยวจะไปกันใหญ่

สรุปแล้วขวัญชอบนะคะ แต่ไม่ถึงกับมากมายต้องอ่านซ้ำ ภาษาดี และไม่ใช่แนวทะเลทรายตบ - จูบ ลักพาตัวแต่อย่างใด เพียงแต่เนื้อเรื่องชวนอึดอัดกับความคิดของนางเอกไปหน่อยเท่านั้นค่ะ

จากคุณ : P@ween@


เรื่องที่สอง
ชื่อเรื่อง : ปรายรักรินใจ
ผู้แต่ง : กรมาศ
สำนักพิมพ์: พิมพ์คำสำนักพิมพ์
ราคา: 220 บาท
จำนวน: 325 หน้า

*********************************************************************************

โปรยปกหลัง

เมื่อสัญญารักสัญญาใจที่ดำเนินมากว่าเจ็ดปีถูกละเมิด
“พริมา” หญิงสาวเวอร์จิ้นเคร่งในกรอบประเพณี
จึงเลือกประชดคนรักที่ปันใจ
ด้วยการมอบ ‘จิ้น’ ของเธอให้เด็กหนุ่มแปลกหน้าที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

หลังจากเสียศูนย์เรื่องรัก...
หญิงสาวตัดสินใจทิ้ง ‘อดีต’ และ ‘หัวใจ’ ออกแสวงหาหนทางใหม่ๆ ในชีวิต
หารู้ไม่ว่า ‘อดีต’ ที่เธอทิ้งไว้ ยังฝังใจใครบางคนไม่เสื่อมคลาย
เปลี่ยนคนที่ช่ำชองเรื่องรัก...หากไม่รู้จัก ‘ความรัก’
ให้หยุดตัวเองไว้ที่คำซึ่งเพิ่งรู้ซึ้งถึงความหมาย

แต่...ใครจะคิดว่าโลกจะเล่นตลก
ชักนำให้ ‘เธอ’ และ ‘เขา’ โคจรกลับมาพบกัน
หนำซ้ำยังมี ‘ภารกิจ’ บางประการเป็นเงื่อนยึดโยง

พริมาจะทำเช่นไร...เมื่อหัวใจที่เสียศูนย์จนเฉยชา
ถูกเขย่าให้สั่นไหวอีกครั้ง...

*********************************************************************************

“ปรายรักรินใจ” เป็นเรื่องราวของพริมา...หญิงสาวที่เพิ่งจับได้ว่า ศตภิษัช...แฟนหนุ่มที่เธอคบหามาเจ็ดปีนอกใจโดยการมีกิ๊ก ซึ่งได้ให้สัญญากับเธอว่า...จะอดทนรอจนถึงวันแต่งงาน พริมาจึงประชดคนรักด้วยการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก จากนั้นก็ย้ายครอบครัวไปตั้งรกรากที่ประเทศออสเตรเลีย

หลังจากอยู่ที่ออสเตรเลียไปได้ห้าปี พริมาก็พบกับคุณอัศม์เดช เจ้าของสดายุพร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเขาเสนองานให้พริมา...ในตำแหน่งที่ปรึกษากึ่งเลขานุการส่วนตัวของอนรรฆลูกชายคนเดียวให้เธอ พร้อมด้วยค่าตอบแทนสูงที่สูงมากเมื่อเทียบกับคนอายุน้อยอย่างเธอ

พริมาจึงตัดสินใจกลับเมืองไทย เพื่อตกลงทำงานกับสดายุพร็อพเพอร์ตี้ จึงทำให้เธอได้รู้ว่าเด็กหนุ่มที่เธอมอบ “จิ้น” ให้เมื่อ 5 ปีก่อนนั้น คือคนเดียวกับ “อนรรฆ” เจ้านายของเธอ...

*********************************************************************************

“พริมา” นางเอกของเรื่อง เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างมีกรอบประเพณีในการดำเนินชีวิตและดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างชาย - หญิง เธอจึงเลือกที่จะประชดคนรักด้วยการทำทุกอย่างที่ผู้ชายทำให้เท่าเทียมด้วยการมีความสัมพันธ์แบบ วันไนท์ สแตนด์ กับเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ! ประเด็นนี้แอบไม่เห็นด้วยนะคะ ที่นางเอกตัดสินใจทำแบบนั้น ยังไงชีวิตเราก็มีค่ามากกว่าผู้ชายแค่คนเดียว ถ้าเกิดติดโรค หรือท้องขึ้นมาจะทำยังไง เราว่าปัญหาความรักหนักอกนี่มีวิธีแก้ไขอีกเยอะค่ะ

สำหรับปรายรักรินใจ ขวัญชอบ “อนรรฆ” พระเอกเรื่องนี้มากค่ะ!!! ชอบเพราะเธอน่ารัก และแนวได้ใจ (สมัยเป็นวัยรุ่น) เป็นผู้ชายที่ถึงแม้จะดูเจ้าชู้ แต่ก็อบอุ่น เป็นสุภาพบุรุษ ดูแลเอาใจใส่ ความอดทนเป็นเลิศ แม้โอกาสทองจะอยู่ตรงหน้าแต่ก็ให้เกียรตินางเอกเสมอ (อยากได้มาไว้ในอ้อมใจมาก ๆ ) โดยเฉพาะเวลาโดนนางเอกหยอดคำหวานใส่นี่ คุณน้องลิ่วถึงขนาดยอมตายถวายชีวีเลยทีเดียว รู้ทั้งรู้ว่านางเอกทำไปเพื่อกระตุ้นให้ตัวหันมาสนใจงาน แต่ก็นะ ยังอยากเห็น อยากได้ยิน คำหวาน ๆ รอยยิ้มสวย ๆ จากนางเอก โธ่...พ่อคุณ

อีกอย่างที่เราชอบในเรื่องนี้ก็คือบรรยากาศในการทำงานที่แผนกโฆษณาประชาสัมพันธ์ของคุณลิ่ว แหม...เหมือนส่องกระจกย้อนกลับมามองที่ออฟฟิศตัวเองเลย เรียกว่ารวมสารพัดทุกสิ่งอันแบบนี้เป๊ะ อิอิ (แต่เราไม่ใช่เด็กห้องบ๊วยนะคะ) อ่านไปก็นึกเห็นใจเจ้านายมากที่ต้องหาแรงจูงใจในการดึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของลูกน้องออกมาให้หมด ... มันก็ได้แง่คิดอีกแบบนะคะ ความจริงทุกคนมีศักยภาพและพลังในการทำงาน รวมทั้งมีความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการโอกาสที่จะใช้และดึงศักยภาพเหล่านั้นออกมาโชว์ให้คนอื่นเห็นอย่างถูกที่ถูกเวลาเท่านั้นเองค่ะ

สรุปแล้วชอบค่ะกับเรื่อง “ปรายรักรินใจ” รักเบา ๆ อ่านแล้วไม่เครียดดีค่ะ แต่ขอติงนิดนึงเรื่องชื่อตัวละครประกอบในเรื่องอ่ะค่ะ มันอลังการงานสร้างมาก คือเวลาอ่านเนี่ยลำบากใจในการสะกดคำ แถมยังจำยากอีก พาลจะอ่านไม่จบเอาค่ะ ทุกคนในเรื่องมีแต่พระเอก นางเอกเท่านั้นที่ชื่อธรรมดา อ่านง่ายที่สุดแล้วอ่ะตามความคิดขวัญนะคะ

จากคุณ : P@ween@


สวัสดีครับทุกคน กลับมารายงานตัวหลังปีใหม่
แต่ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ
สลบอยู่บ้าน 2 วันเต็มๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนอนอย่างเดียว
วันนี้ขอรีวิวก่อนนะครับ กระทู้เดี๋ยวตามมาเก็บทีหลัง
อ้อ ยินดีกับพี่ยาคูลย์ด้วยนะครับ เห็นโจทย์แล้วแอบกลืนน้ำลาย
โจทย์ของพลุว่ายากแล้วเจอข้อนี้เข้าไปง่ายขึ้นมาทันตาเห็น

10-2.[January Friend] อ่านหนังสือเกี่ยวกับเมืองหรือจังหวัดบ้านเกิด
หรือที่พักอาศัยของคนอ่าน หรืออ่านหนังสือที่ผู้แต่งเป็นคนที่มีบ้านเกิด
หรือที่พักอาศัยในเมืองหรือ จังหวัดเดียวกันกับคนอ่าน
(หากอยู่ต่างประเทศ ใช้เมืองหรือรัฐที่อาศัยอยู่ตอบโจทย์ได้)


นิยายนักสืบพุ่มรัก พานสิงห์ ชุด 2 : คดีผีนางตะเคียน
วินทร์ เลียววาริณ : เขียน
พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก 2547
219 หน้า 170 บาท

สนุก ซ่า ฮาตับแล่บ แซ่บอีหลี
กับหลากหลายคดีชวนหัว รวมเรื่องสั้นรหัสคดีชุดที่ 2
ของนักสืบไซด์ไลน์นามว่า พุ่มรัก พานสิงห์
นักร้องลูกทุ่งลูกอีสาน ที่มาพร้อมศิลปะการคลี่คลายคดีแบบเฉพาะตัว

คดียาพิษพิศวาส
เป็นเรื่องเมื่อภรรยานักธุรกิจใหญ่ต้องสงสัยว่าวางยาสามี

คดีฉลามบก
แผนแก้แค้นเด็กแวนซ์กวนเมืองธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

คดีนอกจอ
ฆาตกรรมในโรงหนัง ที่มันส์ไม่แพ้เรื่องราวในจอ

คดีคู่-คู่คดี
คดีนี้มาเป็นคู่แต่ตายเดี่ยว ขังเดี่ยว

คดีผีนางตะเคียน
ความเฮี้ยนของเจ้าแม่ตะเคียนที่ทำให้แผนการสร้างห้างสรรพสินค้าหยุดชะงัก

กระสุนนัดที่ 6
รัสเซียน รูเล็ตต์ ความตายที่มาพร้อมความสนุก

คดีปลาทอง
ใครเลยจะเชื่อว่าปลาทองจะเป็นเบาะแสชี้ตัวฆาตกรได้

คดีพระบุญรอด
เมื่อเซียนพระถูกนักเลงพระหลอกตุ๋น

คนขายเพลง
ธุรกิจและความตาย ใครเลยจะเชื่อว่ามีจริง

โจรกรรมหนึ่งนาที
เพียงแค่นาทีเดียว ก็หายวับไปกับตา

คดีคนเมาตกทะเล
คนเมาตกทะเลถูกฉลามกิน แล้วไต้ก๋งเรือตายด้วยเกี่ยวกันยังไง

แมลงในไร่ส้ม
เสี่ยสวนส้มถูกส้มฆ่า ฮากันหล่ะพี่น้อง

5 คดีอีนุงตุงนัง
คดีซ้อนคดีเริ่มต้นที่หมูพ่อพันธุ์ สร้อยพระ กิ๊ฟติดผม โจรปล้นธนาคารและช่างซ่อมทีวี

ได้ยินชื่อวินทร์ เลียววาริณมานานแต่ยังไม่เคยได้ลิ้มรสผลงานของเขาสักครา
มาคราวนี้เลยลองหามาอ่านดู แรกๆไม่รู้จะเริ่มต้นที่เล่มไหน
มาถูกตาต้องใจเล่มนี้ เพราะเป็นเหตุคดีฆาตกรรม ของโปรดเลยทีเดียว
สนุก ฮา บ้าและต้องบอกว่าเออเอ็งเก่ง 555++
คาดว่าไม่น่าจะพลาดเล่มอื่นของนักเขียนท่านนี้เหมือนกัน คงตามอ่านไปเรื่อยๆ

ปล ตอบโจทย์ คุณวินทร์เกิดที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


10-5.[อมราวตี] อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 -2520

เมื่อวานนี้
ศรี เกศมณี : เขียน
ชัยวัฒน์ พุฒิวัฒน์ : ภาพประกอบ
สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์
พิมพ์ครั้งที่ 2 พฤษภาคม 2550
176 หน้า 125 บาท

เหตุการณ์หฤโหดเหล่านี้จากไปนานแล้ว แต่ฉันรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งเกิดขึ้น "เมื่อวานนี้"

เป็นเรื่องราวในปี พ.ศ. 2482 - 2488 สมัยจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม
เรื่องราวถูกเล่าผ่านตัวละครชื่อน้องก้อย
ลูกสาวคนเล็กในครอบครัวของข้าราชการซึ่งพ่อมีเชื้อเจ้าแม้จะเพียงน้อยนิด
จึงทำให้ครอบครัวนี้มีคนนับหน้าถือตา
แต่หลังจากพ่อของก้อยเสีย ยศฐาบรรดาศักดิ์ต่างๆก็หายไปพร้อมกันด้วย
ครอบครัวของก้อยนับวันจึงเข้าใกล้ชาวบ้านธรรดาสามัญเข้าไปเรื่อยๆ
พร้อมกันนั้นยังได้เกิดเหตุการณ์สงครามจากเหล่าประเทศที่ล่าอาณานิคม
ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่นจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ในที่สุด
ทำให้ครอบครัวต้องระหกระเหเร่ร่อนเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย
นับแต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ อาหารการกินที่ว่าขาดแคลนแล้วยิ่งขาดแคลนถึงที่สุด
ก้อยได้ย้ายที่อยู่ไปหลายที่ไม่ว่าจะเป็นที่ทุ่งมีนบุรี โคราช สมุทรปราการ
ใช้ชีวิตอย่างระแวงภัย ต้องคอยระวังวิ่งลงหลุมหลบระเบิด (นึกถึงฉากในเรื่องคู่กรรม ยังไงยังงั้นเลย)
ต้องอดๆอยากๆ เก็บเศษผัก เศษหญ้าหรืออะไรก็ตามแต่ในธรรมชาติรอบตัว
ที่พอจะต่อลมหายใจประทังชีวิตไปได้ในแต่ละวัน

เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากการประกวดวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้วประจำปี 2546
อ่านแล้วทำให้รู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยขึ้นเป็นกอง (สารภาพตามตรงว่าไม่เคยจำเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
ได้เลยตั้งแต่สมัยเรียนเพราะไม่ค่อยได้สนใจ แต่เล่มนี้เหมือนกับสรุปเหตุการณ์สำคัญๆในช่วงสมัยนั้น
ผ่านมุมมองของเยาวชน จึงทำให้รู้สึกสนุกมากกว่าตอนสมัยเรียนเยอะเลย)
ยกตัวอย่างเช่น วันที่ 8 ธค 2485 ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ปากน้ำปัตตานี
10 ธค 2485 ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก
21 ธค 2485 จัดตั้งกองทัพพายัพ ร่วมลงนามสัญญาร่วมรบกับญึ่ปุ่น
24 ธค 2485 ถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิด
25 ธค 2485 ประกาศทำสงครามอย่างเป็นทางการกับอังกฤษและอเมริกา เป็นต้น

มีความรู้สึกว่าน่าจะมีการสนับสนุนให้หยิบเรื่องนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา
จะได้ให้เยาวชนไทยได้ตระหนักถึงความรักชาติและรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยไปด้วยในตัว
โดยที่ไม่ต้องยัดเยียดให้ท่องจำในวิชาสังคมหรือวิชาประวัติศาสตร์ในชั้นเรียน


ปล ขอถามเพิ่มครับ 20-1 เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ถ้าอ่านนิยายเกี่ยวกับบรรดาชีคทะเลทรายทั้งหลาย
เนี่ยได้หรือเปล่าจะผิดความตั้งใจของผู้ตั้งโจทย์มั๊ยครับ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกท่าน ขอให้ประสบสุข ประสบโชค ค่ะ

จากคุณ : โมกสีเงิน


เดือนสุดท้ายแล้ว ขอขยับคะแนนนิดนึงค่ะ

30-2.[สาวไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือ 3 เล่ม โดยให้คนอ่านผูกธีมเอาเอง เช่น สามเล่มที่เป็นเรื่องของอาหารเหมือนกัน สามเรื่องที่มีเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเหมือนกัน ฯลฯ


ไอซ์ขอให้ธีม "หมากกระดาน" นะคะ


1. หมากรุก

เรื่อง : The Eight
เขียนโดย : Katherine Neville



รายละเอียดดัดแปลงจากปกหลัง

"แปด"
ความลึกลับที่เก่าแก่นับพันปี ปริศนาที่ท้าทายเหล่าผู้มีปัญญามากที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้ สูตรลับโบราณแห่งอำนาจที่ยิ่งใหญ่ซึ่งครอบงำทุกวิญญาณที่ได้รับรู้

"แปด"
ชุดหมากรุกในตำนานที่หลอมขึ้นจากทองและเงิน ประดับด้วยอัญมณีหลากหลาย...เพชร ทับทิม มรกต ซัฟไฟล์ ... ของขวัญที่ชาวมัวร์แปดคนมอบให้แก่จักรพรรดิ Charlemange

"แปด"
ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์สาวสวยถูกหลอกล่อให้เข้ามาแก้ไขปริศนาเพื่อหาชุดหมากรุก Montglane และมีส่วนร่วมในการตามล่าสมบัติล้ำค่าอันยิ่งใหญ่ที่สุดนี้

"แปด"
นวนิยายที่เต็มไปด้วยปริศนาและความขัดแย้ง การผจญภัย ความโรแมนติก ประวัติศาสตร์ ปัจจุบันอันทันสมัย

....


หนังสือเล่มนี้ถ้าจะให้สรุปก็ต้องเรียกว่าเป็นแนว Thriller ค่ะ แต่เป็น Thriller ที่มีเกร็ดอิงประวัติศาสตร์ ปริศนามากมาย แนวประมาณเดียวกับ Da Vincci Code ของ Dan Brown และชุดหน่วย Sigma Force ของนักเขียนคนโปรดของไอซ์ James Rollins นั่นเอง

The Eight เขียนและได้รับการตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1989 โน่นแน่ะ นับว่าเป็นหนังสือที่เก่าพอสมควร อ่านบางรีวิวถึงกับเรียกว่าเป็นต้นแบบของ Da Vincci Code ไปโน่นเลยค่ะ

การดำเนินเรื่องแบ่งออกเป็นสองช่วงเวลาคือ ช่วงปลายของศตวรรษที่ 18 ((ตั้งแต่ปี 1790-1799)) และช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 ((ตั้งแต่ปี 1972-1973)) สลับกันไป โดยที่เรื่องจะค่อยๆ บรรจบเข้าหากัน



ธีมของเรื่องนี้คือ "หมากรุก" ... เกมถูกแบ่งออกเป็นฝ่ายขาวและฝ่ายดำ ซึ่งแน่นอนว่า ในเกมหมากรุก ตัวสำคัญที่สุดตัวหนึ่งก็คือ "ราชินี" ซึ่งในเรื่องนี้ชูผู้หญิงเป็นตัวดำเนินเรื่องค่ะ



เรื่องในส่วน "อดีต"

อาราม Montglane ซึ่งเป็นอารามชีในประเทศฝรั่งเศสมีความลับซ่อนอยู่ นั่นก็คือ เป็นที่ซ่อนของ "ชุดหมากรุก Montglane" ซึ่งเป็นชุดหมากรุกที่ชาวมัวร์ 8 คนมอบเป็นของขวัญให้แก่จักรพรรดิ Charlemange ... ว่ากันว่าชุดหมากรุกนี้ซุกซ่อน "สูตรลับ" จากโบราณ ซึ่งผู้ที่ได้ครอบครองสูตรลับนี้จะเป็นผู้กุมอำนาจยิ่งใหญ่ ... ชุดหมากรุกนี้ถูกฝังซ่อนเอาไว้นานมากแล้ว เพราะไม่ต้องการให้ตกไปอยู่ในมือของผู้ชั่วร้าย แต่แน่นอนว่า...ความลับย่อมมีวันรั่วไหล ชุดหมากรุกนี้มีผู้หมายปองอยู่

หัวหน้าชีจึงได้ขุดชุดหมากรุกนี้ขึ้นมา แบ่งกระจายออกเป็นส่วนๆ มอบให้แก่เหล่าแม่ชีให้นำติดตัวหนีไปคนละทิศคนละทาง โดยมีแม่ชีสาวสองคนคือ Valentine และ Mireille ผู้จะหนีไปอยู่กับญาติที่กรุงปารีสเป็น "ศูนย์กลาง" นัดพบหากแม่ชีคนไหนเกิดประสบปัญหาขึ้นมา

เนื้อหาช่วงนี้จะเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสค่ะ แม่ชีสาวทั้งสองตกอยู่ท่ามกลางความผันผวนทางการเมือง ต้องเอาชีวิตรอดและต้องพยายามรักษาชุดหมากรุกนี้ให้พ้นเงื้อมมือของฝ่ายตรงข้าม

ฉากในช่วงนี้เริ่มต้นจากประเทศฝรั่งเศส ไปอังกฤษ รัสเซีย อัลจีเรีย อเมริกา



เรื่องในส่วน "ปัจจุบัน"

Catherine Velis หรือ "แคท" เป็นนักคอมพิวเตอร์สาวชาวนิวยอร์กที่ถูกชักนำเข้าสู่เกมแห่งอำนาจอันแสนอันตรายโดยที่ไม่รู้ตัว เธอถูกส่งให้ไปทำโปรเจ็คกับ OPEC ที่ประเทศ Algeria จึงได้รับการไหว้วานจากคนรู้จักให้ช่วยซื้อตัวหมากรุกของหมากรุก Montglane จากคนที่ครอบครองตัวหมากรุกนี้เอาไว้จำนวนหนึ่ง

กว่าที่แคทจะรู้ตัวว่าถูกรวมเข้าไปเป็น 'pawn' ตัวหนึ่งของเกม เธอก็ถูกไล่ล่าจนแทบเอาตัวไม่รอด คนใกล้ตัวกลายเป็นศพ มีคนแปลกหน้าเข้ามาพัวพันเรื่อยๆ เธอไม่รู้ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู ใครเป็นผู้ที่คุมเกมนี้อยู่

การที่แคทจะเอาชีวิตรอด เธอจะต้องร่วมเล่นเกมนี้ไปด้วย จุดมุ่งหมายคือการตามหาชุดหมากรุก Montglane ให้ครบ เพื่อไขปริศนาลับอันยิ่งใหญ่นี้ให้ได้


....


ขอบอกจากใจว่า อ่านไปทึ่งคนเขียนไปค่ะว่า โยงเรื่องเข้าหากันถึงขนาดนี้ได้ยังไง ... เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับตำนาน ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี แทรกอยู่เต็มไปหมด ผู้ที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ปรากฎอยู่เป็นตัวละคร "ประกอบ" ในเรื่องเยอะมากค่ะ โดยเฉพาะในช่วง "อดีต" ที่ทุกคนจะต้องรู้จักกันดีแน่ๆ ก็เช่น

- นโปเลียน
- เซอร์ไอแซ็ค นิวตัน
- วิลเลี่ยม เวิร์ธเวิร์ด
- พิธากอรัส
- จักรพรรดินีแคทเธอรีน แห่งรัสเซีย
- เหล่าผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติฝรั่งเศส
ฯลฯ

ในช่วงปัจจุบันเป็นช่วงเกี่ยวกับการประชุม OPEC มีนายพลกัดดาฟี่ด้วยค่ะ

ผู้เขียนทำได้แนบเนียนมากๆ จนไม่รู้สึกขัดเลยที่มีตัวละครเหล่านี้เข้ามามีส่วนอยู่ในเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับชุดหมากรุก Montglane นี้ด้วย และเนื้อเรื่องโยงให้เห็นว่าชุดหมากรุก Montglane นี้แหละเป็นต้นเหตุให้เหล่านักวิทยาศาสตร์หมกมุ่นอยู่กับการค้นปริศนา เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตก็ต้องล่มสลายไปเพราะเกี่ยวข้องกับชุดหมากรุกนี้


พล็อตอลังการงานสร้างมากๆ ... ชุดหมากรุก Montglane และธีมการเล่นหมากรุกโยงเรื่องราวในอดีต ซึ่ง...ชุดหมากรุก Montglane ถูกกระจายแยกส่วนไปต่างๆ ทั่วโลก มาถึงปัจจุบันที่เริ่มมีการไล่ตามหาชิ้นส่วนต่างๆ มาอีกครั้ง เนื้อเรื่องมีการพลิกผันอยู่ตลอดเวลา อ่านแล้วแทบวางไม่ลงเลยทีเดียว

เสียดายอย่างเดียวที่อ่านหนังสือเล่มนี้ระหว่างการเดินทาง ทำให้ไม่มีโอกาสได้ใช้อินเตอร์เน็ตค้นข้อมูลเพิ่มเติม ... หนังสือเล่มนี้ถ้าจะอ่านให้สนุกอย่างเต็มที่ละก็ ผู้อ่านน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับการเล่นหมากรุก ประวัติศาสตร์ ตำนาน ((เหล่าเทพเจ้าต่างๆ ของหลายๆ ชนเผ่า ไล่ตั้งแต่บาบิโลน อียิปต์ กรีก โรมัน ฯลฯ)) วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ และดนตรี ติดตัวอยู่บ้างค่ะ เพราะอ่านๆ ไปแล้วทำให้รู้สึกฮือฮาดี ... แต่ถึงไม่มีความรู้พื้นฐานก็ยังอ่านสนุก เป็นแนวตื่นเต้น ผจญภัยนะคะ อ้อ...มีไขรหัสและปริศนาด้วยค่ะ ... ยากง่ะ แก้ไม่ออก ฮา ^^"


เอาเป็นว่า...แนะนำสำหรับคนชอบอ่านแนวๆ นี้ค่ะ ไอซ์อ่านแล้วชอบมากเป็นหนังสือหนึ่งในน้อยเล่มมากๆ ที่ตั้งใจว่าถ้ามีเวลาว่างๆ จะหยิบขึ้นมาอ่านใหม่ และคราวนี้จะนั่งอ่านหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะได้เซิร์ชข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตได้ทันทีที่สงสัย

ที่ตินิดเดียวคือ...ตอนจบเรื่องมัน "แผ่ว" ไปนิดค่ะ อยากให้มันสุดๆ กว่านี้ >_<


ใครชอบอ่านแนว Da Vincci Code ... เรื่องนี้น่าจะถูกใจค่ะ ส่วนตัวไอซ์ว่าเจ๋งกว่า Da Vincci เยอะ เอิ๊ก

จากคุณ : Clear Ice


2. โกะ

เรื่อง : Hikaru No Go (ฮิคารุ เซียนโกะ)
เรื่องโดย : Yumi Hotta
ภาพโดย : Takeshi Obata



เป็นเรื่องของเด็กผู้ชาย "ชินโด ฮิคารุ" เด็กประถม 6 ธรรมดาที่ไปเจอกระดานโกะเปื้อนเลือดในห้องเก็บของบ้านคุณปู่ แล้วก็เลยได้พบกับ "ฟุจิวาระ โนะ ซาอิ" วิญญาณสมัยโบราณที่เคยเป็นอาจารย์สอนโกะให้กับจักรพรรดิ แต่กลับถูกกลโกง ทำให้ถูกไล่ออก และตายไปโดยยังมีเรื่องค้างคาอยู่ในใจ

ซาอิ ต้องการเล่นโกะ ... แรกๆ ฮิคารุ ก็ให้ซาอิเล่นโกะโดยผ่านตัวเอง และนั่นก็ทำให้เขาได้พบกับ "โทยะ อากิระ" เด็กประถม 6 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะทางโกะ

ซาอิแข่งโกะกับอากิระโดยผ่านการวางหมากของฮิคารุ และอากิระก็พ่ายแพ้ ซึ่งก็เป็นเหมือนกับฟ้าผ่ากลางวันสำหรับเขาเลยทีเดียว

หลังจากที่ได้เล่นโกะไปสักพัก ฮิคารุก็เกิดอยากเล่นขึ้นมาด้วยตัวเองบ้าง มีความรู้สึกอยากวางหมากเอง คิดเอง แข่งเอง นั่นทำให้เขาค้นพบว่า วงการโกะนั้น ซับซ้อนและยิ่งใหญ่กว่าที่คิด จะต้องฝ่าฟันอะไรมากมายถึงจะเป็นนักเล่นโกะมืออาชีพได้


และเนื้อเรื่องก็ดำเนินไปเรื่อยๆ บอกเล่าการเติบโตในเส้นทางโกะของฮิคารุ เหตุผลที่วิญญาณของซาอิยังวนเวียนอยู่ และเหล่าเพื่อนพ้อง ผู้คน ที่ฮิคารุได้พบเจอระหว่างการเดินทางนี้ ไปจนถึงคำตอบสุดท้ายว่า เขาเล่นโกะเพื่ออะไร



อ่านพล็อตหลักแล้ว ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการ์ตูนกีฬาหรือการ์ตูนนักสู้หลายๆ เรื่องเลย ที่พล็อตหลัก ตอนแรกพระเอกไม่เก่ง แต่หลังจากมุมานะพยายามขึ้นไปเรื่อยๆ บวกกับความสามารถที่มีอยู่ ทำให้ก้าวไปถึงระดับสูงได้ ระหว่างเรื่องก็มีการแข่งโกะไปเรื่อยๆ

บอกเล่าถึงการเติบโตของฮิคารุ ไปพร้อมๆ กับ บอกเล่าว่า วงการโกะในญี่ปุ่น ((มีเกาหลีกับจีนมาบวกๆ ด้วย)) นั้นเป็นอย่างไร กว่าจะเป็นนักเล่นโกะมืออาชีพนั้น จะต้องทำอะไรมาบ้าง

พล็อตหลักธรรมดา กับสิ่งที่แทรกเข้ามาที่อาจจะค่อนไปทางน่าเบื่อเสียด้วยซ้ำ แต่ผู้เขียนกลับสามารถจับจุดเอามาผูกเรื่องได้อย่างสนุกสนาน

ผลสรุปก็ตอบโจทย์ได้ค่อนข้างชัดเจน ((แต่ไม่สะใจไอซ์แฮะ แหะๆๆ รู้สึกโหวงๆ นิดๆ ถึงมันจะลงตัวก็เถอะ))

ภาพวาดฝีมือ Takeshi Obata ก็น่าประทับใจค่ะ ... ไอซ์ที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นใหม่ๆ มานานช่วงที่เรียนอยู่อังกฤษ ได้รู้จักอาจารย์ท่านนี้เพราะอ่านเรื่อง Death Note ... ภาพสวย ลายเส้นชัดเจน ที่ไอซ์ชอบมากๆ ก็คือ สามารถแยกตัวละครได้ง่าย ((ถ้าเทียบกับการ์ตูนผู้หญิงแล้ว การ์ตูนผู้หญิงจะมีจุดอ่อนตรงนี้แยะนะ หน้าตาตัวการ์ตูนเหมือนกันไปหมด)) และสามารถเห็นความเติบโตตามอายุได้อย่างชัดเจน การออกแบบตัวการ์ตูนก็น่าสนใจค่ะ สรุปว่าชอบ

ทำให้ที่ไอซ์เล่นโกะแทบจะไม่เป็นเลย สามารถอ่านเรื่องนี้ได้ติดหนึบ สนุกสนาน รวดเดียว 23 เล่ม  ... เป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่ชอบมากๆ ไม่ผิดหวังเลยที่ได้รับคำแนะนำมาหลายต่อหลายครั้ง

มาแนะนำตอนนี้อาจจะเชยๆ ไปแล้วก็ได้ค่ะ แต่ถ้าใครชอบอ่านการ์ตูนแล้วยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ ก็อยากแนะนำให้ลองไปเปิดๆ ดูค่ะ

จากคุณ : Clear Ice


3. โกะ

เรื่อง : คินดะอิจิ กับคดีฆาตกรรมปริศนา ตอน คดีฆาตกรรมกระดานโกะนองเลือด
เขียนโดย : Seimaru Amagi
วาดโดย : Fumiya Satoh


เล่มนี้รวมคดีสั้นๆ สองคดีค่ะ

คดีฆาตกรรมกระดานโกะนองเลือด

มันกำลังจะกลายเป็นเรื่องสะเทือนขวัญในวงการหมากโกะของญี่ปุ่น เมื่อมีการพบศพคอขาดใน “ห้องกองเลือด” แถมคอที่ขาดยังวางไว้บนกระดาน คดีฆาตกรรมอันแสนเศร้าที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสอนโกะ...

คดีฆาตกรรมในโรงเรียนมัธยมปลายฟุโด

โรงเรียนม.ปลายฟุโดกำลังจัดงานโรงเรียนขึ้น แต่ขณะเดียวกันเงามืดก็เริ่มครอบครุมเข้ามาในโรงเรียน มีการพบศพสมาชิกชมรมถ่ายรูปที่ทำร้านเมดคาเฟ่แถมยังเป็นการตายปริศนาในชุดเมดอีกด้วย....

....

แหะๆ ไม่รู้จะรีวิวอะไรนอกจากว่า ... สนุกสไตล์คินดะอิจิภาคการ์ตูน ^^"

เนื่องจากเป็นเรื่องสั้นทั้งคู่ ทริกและตัวละครเลยไม่ได้ลึกอะไรเท่าไหร่ อ่านเพลินๆ นะคะ ^^

จากคุณ : Clear Ice


the eight น่าสนใจอ้ะไอซ์ น่าสนๆๆ

แต่..มันยังไม่มีแปลชิมิ แหะๆ

วันนี้กลับดึกง่ะ ไม่รู้จะได้อ่านอีกกี่มากน้อยน่อ

หรือจะเปลี่ยนไปอ่านโจทย์คะแนนสูงๆ ก่อนดีมั่งหว่า เพราะขืนค่อยๆ ไล่คะแนนไปจริงๆ

ท่าทาง..จะอ่านไม่ครบอยู่ดีนะนี่

สาวน้อยปะแป้ง

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


กลับมาแล้วค่ะ ..
ยังไม่ได้ตามอ่าน คห ก่อน ๆ เลย แต่รุ้ว่า มีกระทู้เดี้ยงด้วย  :D
มีคนมาร่วมเล่นใหม่ ๆ เยอะเลย
ยินดีต้อนรับค่ะ (มายินดีช้าไปหน่อย)
ยินดีกะแชมป์เดือน ธค ด้วยนะคะ
ชนแก้ว

แล้วก็ สุขสันต์วันปีใหม่ด้วยคนค่ะ
กระเช้า กระเช้า กระเช้า
----------------------------------- ---------------------------

30-4. [PTNCenter] Mix&Macth : อ่านหนังสือ 4 เล่ม
จำนวนหน้ารวม 700+ โดยเลือกจากโจทย์ RRR

ตอบโจทย์ : 4 โจทย์ 4 เรื่อง รวม 1055 หน้า

5-3. [LMJ] เด็กเปิดเทอม: หนังสือที่ตัวเอกยังเรียนอยู่

*** หนุ่ม ม.ปลาย VS สาววัยทำงาน ***

RobinHood แต่ง
สำนักพิมพ์ BlueBell
238 หน้า ราคา 169 บาท

ปกหลัง :
"แหมคุณ .. โคแก่อุตสาห์มาหาหญ้าอ่อนถึงที่แล้ว
ปล่อยไปง่าย ๆ ก็โง่สิ"
"ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!"


"รักต่างวัย"
เรื่องยุ่ง ๆ ที่อ่านพบได้ในนิยายทั่ว ๆ ไป
แต่ก็ทำให้คนปวดหัวมานักต่อนัก
ไม่แปลกหรอก หากคนที่แก่กว่าจะเป็น "ผู้ชาย"

แต่นี่ "หญ้าอ่อน" ดันเป็นนายเบส
หนุ่ม ม.ปลายวัยสิบเจ็ดปี

ส่วน "โคแก่" ดันเป็นชนิสา สาวออฟฟิศรุ่นพี่
หน้าตาก็งั้น ๆ ที่บังเอิญเจอกันบนรถเมล์

เมื่อฝ่ายชายถูกมองว่าความรักของเขา
เป็นเพียงความ "หลง"

ส่วนฝ่ายสาวก็เผลอรักคนอื่น
แถมเป็นคนที่มีเจ้าของแล้วด้วยสิ

แล้วจะทำอย่างไรกับรักที่ทั้งโดนกีดกัน
ทั้งยังคงต้องแคร์สายตาของคนรอบข้าง

ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นหนังสือที่ให้กำลังใจได้ดีมาก ค่ะ ...55
อ่านแล้วไม่ต้องคิดอะไรมาก
อ่านไปยิ้มไป เหมือนหญิงติงต๊อง
แม้จะมีติดใจ กับตัวเลข 17 อยู่บ้าง
แต่ก็ไม่มากมายจนทำให้หมดสนุก
สรุปว่าชอบค่ะ



5-7. [หมูย้อมสี] หนังสือที่เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ

*** ม่านมนตรา ***

ชลนิล แต่ง
สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก
347 หน้า ราคา 280 บาท


ปกหลัง :
สัญญาที่ยังไม่ได้คลี่คลาย
สัจจาที่ตนยึดมั่น
สายแห่งรักที่โยงใยผูกพัน
สานวิธีกรรม..พาพวกเขามาพบกัน
..ภายใต้..
"ม่านมนตรา"

ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นเล่มแรกที่ได้อ่านของ คุณชลนิล ค่ะ
ความรู้สึกคือ ติดใจสำนวนการแต่ง และการดำเนินเรื่องมาก
จนกระทั่งไปหาเรื่องอื่น ๆ มาอ่านอีกค่ะ

การดำเนินเรื่อง ชวนติดตาม รู้สึกอยากอ่านหน้าถัดไปเร็ว ๆ
พลอตเรื่องอาจจะแปลก ๆ ไปบ้าง (เลยทำให้เดาผิดบ่อย)
แต่ก็ไม่ถึงกับแปลกจนรับไม่ได้..
สรุปว่า แปลกดี แต่ชอบสำนวนการเล่าเรื่องค่ะ



10-5. [อั๊งอังอา] อ่าน fiction ที่ตัวเอกเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
หรือชื่อเรื่องมีคำว่า ทุ่ง นา สวน ไร่ ฟาร์ม หรือที่เกี่ยวกับการเกษตร

*** ไร่รักเรือนตะวัน ***

Against The Rules
Linda Howard แต่ง / พิชญา แปล
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
214 หน้า ราคา 175 บาท

ปกหลัง : เมื่อวัยสิบเจ็ด แคธรีน แอชต้องเจ็บช้ำน้ำใจ
จากการกระทำของ รูล แจ็คสัน เธอหนึไปอยู่เมืองใหญ่ที่
ไม่มีใครรู้จักเธอเพื่อรักษาแผลใจ บัดนี้แคทกลับมาแล้ว
ด้วยความมั่นใจในตัวเองและอิสรภาพที่ค้นพบใหม่
เธอพร้อมที่จะท้าทายรูลอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และเธอจะต้องชนะ
เพราะตอนนี้เธอเป็นนายจ้างของเขาและมีอำนาจสิทธิ์ขาด
แต่รูลได้วางเดิมพันกับเธอ ถ้าเธอแพ้อีกเธอจะต้องสูญเสียทุกอย่าง
คราวนี้รูลจะยึดเอายิ่งกว่าความบริสุทธิ์ของเธอ เขาจะแย่ง
ความภาคภูมิใจอนาคตและหัวใจของเธอด้วย ..

ความรู้สึกหลังอ่าน
เปาะ แปะ เปาะ แปะ ... ไม่ตบเพราะชื่นชมแต่อย่างใด
ตบเพราะไล่ยุงเท่านั้นค่ะ น้ำเน่ามากกกก ... เรื่องนี้
พระเอกเรารักนางเอกมากเลย แต่แสดงออกแปลก ๆ ไปหน่อยเท่านั้น
ส่วนนางเอกก็คิดเล็ก คิดน้อย คิดว่าที่พระเอกต้องการตัว
เพราะต้องการสมบัติ ปัญหาเลยเกิด นางเอกก็คอยผลักไสพระเอก
พระเอก ก็แนวเอาแต่ใจ .. ชอบค่ะ สนุกดี ไม่ต้องคิดอะไรมาก :D


15-8. [อั๊งอังอา] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ของนักเขียนที่ไม่เคยอ่าน
หรือนักเขียนใหม่ที่มีผลงานตีพิมพ์ชิ้นแรกในช่วงปี 2552

*** เพียงเธอที่ปรารถนา ***

ธุวดารา แต่ง
สำนักพิมพ์ ปริ๊นเซส
256 หน้า ราคา 170 บาท

ปกหลัง : ความรักของเขากับเธอ เปรียบประดุจดังลูกตุ้มนาฬิกา..
เหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวาตามหาจุดศูนย์ถ่วงที่สมดุล .. รอวันที่จะหยุดนิ่ง..
รอเวลาที่จะมีโอกาสหลอมรวมหัวใจที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้านั้น
กลับมองไปไม่เห็นจุดสิ้นสุด ทั้งกำแพงประเพณี ศึลธรรม ความเหมาะสม
ที่ขวางกั้น ทั้งบทกฏหมายที่ยืนยันให้ได้รู้ชัดว่า ความรักครั้งนี้
เป็นรักต้องห้ามอย่างแน่แท้! แต่มีหรือที่คนอย่าง ดอกเตอร์ภูมิรพี
จะถอดใจ ในเมื่อเขาตั้งสัตย์ไว้แล้วว่า ชาตินี้จะไม่ขอรักใครอีก ..
นอกจากเธอ .. ศศิพิมพ์
ถึงอย่างไรเขาก็จะสู้ มุ่งหน้าทลายกำแพงอุปสรรคหนาทึบที่ขวางกั้น ..
เพื่อเธอ .. เธอเพียงคนเดียวที่เขาควรปรารถนา

ความรู้สึกหลังอ่าน
หงุดหงิดกับพระเอกมากค่ะเรื่องนี้ อะไรก็ไม่รู้ ดุโน่น ดุนี่
ขู่นางเอกไปเรี่อย จนไม่เข้าใจว่า นางเอกรักพระเอกไปตอนไหน
และตอนที่ พระเอกขัดใจพ่อกับแม่ ก็รู้สึกว่า น่าจะหาทางออกได้ดีกว่านี้
อายุก็เยอะแล้ว เรียนมาก็สูง แต่ใช้วิธีข่มขู่พ่อแม่ น่าบ้องหู มากค่ะ

ส่วนนางเอก ก็ประเภท เชื่อฟังพ่อแม่
ไม่หือ ไม่อือ จนไม่รู้ว่า ที่ยอมพระเอกเพราะหัวอ่อนรึเปล่า

สำนวนการแต่ง อ่านได้เรื่อย ๆ ค่ะ ไม่ติดขัดอะไร
อ่านไปวางไป ไม่ต่อเนื่องค่ะ

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


10-2.[January Friend] อ่านหนังสือเกี่ยวกับเมืองหรือจังหวัดบ้านเกิดหรือที่พักอาศัยของคนอ่าน หรืออ่านหนังสือที่ผู้แต่งเป็นคนที่มีบ้านเกิดหรือที่พักอาศัยในเมืองหรือ จังหวัดเดียวกันกับคนอ่าน (หากอยู่ต่างประเทศ ใช้เมืองหรือรัฐที่อาศัยอยู่ตอบโจทย์ได้)

ตอบโจทย์ :
ผู้แต่ง :  เกิดที่กรุงเทพฯ แต่โตที่ภูเก็ตค่ะ
เนื้อเรื่อง : เกี่ยวกับบ้านทรงไทยที่ตั้งอยู่แถวแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี
คนอ่าน : เกิดและโต ที่กรุงเทพฯ พักอาศัยอยู่ย่านฝั่งธนบุรี


*** เพรงภพ ***
คีตาญชลี แต่ง
สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ
486 หน้า ราคา 250 บาท
ปกหลัง : มธุรามักจะฝันร้ายและตามมาด้วยอาการปวดหัวข้างเดียวรุนแรง ซึ่งหาสาเหตุไม่ได้ วันหนึ่งเมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมในอพาร์ตเมนต์ห้องข้าง ๆ เธอจึงตระเวณหาที่พักใหม่ มธุราหลงใหลเรีอนไม้โบราณสีขาวหลังหนึ่ง ด้านหน้ามีซุ้มกุหลาบเลื้อยออกดอกพราวทั้งต้น จึงตัดสินใจเช่าบ้านหลังนั้นทันที เมือย้ายเข้าไปอยู่ หญิงสาวก็ประสบเหตุการณ์ ประหลาดที่พิสูจน์ไม่ได้บ่อยครั้ง ตรัณเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบบ้านหลังนี้ตั้งแต่แรกเห็น เขาเคยขอซื้อจากเจ้าของแต่ถูกปฏิเสธ ชายหนุ่มจึงได้แต่แวะเวียนมาที่นี่เป็นประจำ นั่นเองเป้นจุดเริ่มต้นให้เงื่อนงำความรักอันลึกลับครั้งอดีต ที่เคยเกิด ณ สถานที่นี้ ค่อย ๆ เปิดเผยทีละน้อย และชักนำหญิงสาว-ชายหนุ่ม ผู้หลงรักบ้านโบราณและซุ้มกุหลาบ ให้ถลำลึกข้องเกี่ยวกับปนพิศวาสจนไม่อาจถอนตัวออกมาได้

ความรุ้สึกหลังอ่าน
เป็นเล่มที่อ่านได้เรื่อย ๆ และ เดาได้เรื่อย ๆ เช่นกันค่ะ
ในช่วงต้น เหมือนจะน่ากลัว ทั้งฆาตกรรม และเรื่องลี้ลับ แต่พอไปช่วงกลางกลับ ลดทอนลง ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เรื่องราวไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่มากนัก แต่จะรู้สึกแปลก ๆ ต่อความสัมพันธ์ + ความรัก ของตัวละคร แต่ละตัว

*** สปอย์ ***
นางเอก : มีความรักต่อวิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้รู้สึกรักพระเอกแต่อย่างใด  แต่พอตอนจบมารู้ว่า ***สปอย์มาก*** พระเอกเป็น อีกเสี้ยววิญญาณนึงมาเกิด ก็ไปรักได้อย่างทันทีทันใด
พระเอก : มีนางรองอยู่แล้ว รู้อยู่ว่าไปไม่รอด ก็รอดูท่าที จนกระทั่งพบนางเอก รู้ว่ารัก แต่ยังไปไม่ถึงไหน ก็ยังทู่ซี้คบนางรองไปเรื่อย (<- ไม่รักก็เลิกซิจ๊ะ ต้องรอให้มีคนใหม่ด้วย)
นางรอง : รัก-หลง อยู่กับฝรั่งคนนึง โดยที่ ฝรั่งคนนั้น ก็ทั้งรักและหลงเธอเช่นเดียวกัน ไม่รู้มา อะไรกะพระเอกมากมาย เหตุผลเพียงเพราะว่า เหมาะสม กับ อยากเอาชนะ

แต่ตัวละครที่เป็นต้นเหตุทั้งหมดทั้งมวล กลับกลายเป็น บุคคลที่ กล่าวถึงน้อยที่สุด และแทบไม่มีบทบาทสำคัญในเรื่องเลย ส่วนตัว คิดว่ามันง่ายไปหน่อย แต่ก็เข้าใจได้
*** หมดเขตสปอย์ ***

สรุปว่า อ่านได้เรื่อย ๆ วางบ้าง เป็นบางช่วง ไม่ถึงกับน่าเบื่อ รึน่ารำคาญแต่อย่างใดค่ะ

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


10-15.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือในดวงใจที่อยากแนะนำให้คนอื่นอ่าน

*** คำมั่นสัญญา ***
ทมยันตี แต่ง
สำนักพิมพ์ ณบ้านวรรณกรรม
407 หน้า ราคา 280 บาท

ปกหลัง : ในความรักอันสง่างามของผุ้ชายคนหนึ่ง มั่นคงในหัวใจอันงดงามของผู้หญิงคนหนึ่ง รักแท้ไม่แปรเปลี่ยน รักของเขาและเธอ .. ชลันดาและสาริน ในคำมั่นสัญญาจะเป็นรักหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำแสนดีนั้น "ในความรัก.. พี่รินไม่เลือกตัวเอง แต่เลือกเกียรติยศและไม่ใช่ของพี่ริน หากเป็นเกียรติยศของน้องดา.. น้องดางดงามมาตลอด ขอให้งดงามจนวาระสุดท้าย"
ในโลกนี้ สรรพสิ่งย่อมแปรเปลี่ยน หากในหัวใจ คำมั่นสัญญาย่อมเป็นนิรันดร์!

ปกใน : "ในความรัก.. พี่รินไม่เลือกตัวเอง แต่เลือกเกียรติยศและไม่ใช่ของพี่ริน หากเป็นเกียรติยศของน้องดา.. น้องดางดงามมาตลอด ขอให้งดงามจนวาระสุดท้าย"
"น้องดารักพี่รินด้วยทั้งหมด เท่าที่มนุษย์จะพึงรักได้ รักโดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน" รักที่ยิ่งใหญ่แท้จริง ย่อมอยู่ในหัวใจที่ยิ่งใหญ่พอกัน กว้างขวางพอกัน และเชื่อใจในกันอย่างที่สุด
"พี่ริน.." ตาที่มองมามีน้ำตาเต็ม "สาบานได้ไหมว่าจะไม่ทิ้งน้อง"
"ไม่!" น้ำเสียงห้าว หนักแน่น ก่อนทอดเสียง
"น้องดา..คนดี" เสียงนั้นอ่อนโยนหวานอย่างไม่มีใครเคยได้ยิน
"พี่รินไม่สาบาน บอกแล้ว..พี่รินมีแต่คำมั่นสัญญา น้องดาจงเป็นอย่างที่เป็น หัวใจกับการกระทำบางครั้ง..ต้องแยกใหได้ และไม่ว่าน้องดาจะกระทำอะไรลงไป พี่รินเข้าใจเสมอ และจะเอาใจช่วยยามใดที่น้องดาเป็นทุกข์ พี่จะร่วมทุกข์ไม่พรากไปไหนเลย" กระแสเสียงหวานละม่อม จริงจัง
ชลันดากลืนน้ำลายอย่างยากเย็น แม้จะรู้หากอดไม่ได้
"สัญญานะคะ"
รอยยิ้มอบอุ่นไม่ปริปาก หากคนเช่นนี้มั่นคงชั่วนิรันดร์
ในโลกนี้ สรรพสิ่งย่อมแปรเปลี่ยน หากในหัวใจ คำมั่นสัญญาย่อมเป็นนิรันดร์!

ความรู้สึกหลังอ่าน
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยาย เรื่องที่ 2 ของชีวิตของผู้อ่าน (เรื่องแรก คือคู่กรรม)
คำมั่นสัญญาเป็นหนังสือที่อ่านแล้วบอกตัวเองเลยว่า  "ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้"
เพิ่งได้หน้งสือมาครอบครองเป็นของตัวเอง พอเปิดอ่านอีกครั้งก็ยังคงประทับใจอยู่ค่ะ

"คำมั่นสัญญา" สามารถ ทำให้คุณ ยิ่ม หัวเราะ และร้องให้ได้ ในเวลาเดียวกัน
(ขอเตือนว่าอย่านำไปอ่านที่สาธารณะโดยเด็ดขาด)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ติดนิสัย การเปิดหนังสืออ่านตอนจบก่อน ...
และถ้าคุณก็เป็นคนนึงที่ชอบเปิดตอนจบก่อน .. ไม่ว่าตอนจบเรื่องนี้จะเป็นเช่นไร
ก็อยากแนะนำให้กลับไปเปิดอ่านตั้งแต่หน้าแรกด้วยค่ะ :D

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


แวะมาปักหมุดครับ

แล้วก็ยินดีกับแชมป์อย่างพี่ยาคูลท์ด้วยนะครับ เย้ๆ
แต่แอบใจร้ายอ่ะกับโจทย์ข้อใหม่ โหดมาก แถมยังทำร้ายน้ำใจคนชอบอ่านนิยายภาพแบบผมจริงๆ T T

จากคุณ : ปีศาจความฝัน


คุณหนิงกลับมาแล้ว พร้อมกับกระสุนชุดใหญ่ ยิงมาหมดรึยังคะ
เห็นรีวิวเรื่อง หนุ่ม ม.ปลาย VS สาววัยทำงาน แล้วอยากกรี๊ด ซีซั่นที่แล้วก็ฮิตกัน แต่หมูยังหาซื้อไม่ได้เลยค่ะ เรื่อง เพรงภพ ตอนอ่านก็รู้สึกขัดๆเหมือนกันค่ะว่านางเอกปรับความรู้สึกได้เร็วจัง

เรียนกรรมการทุกท่านขา ที่หมูถามเรื่อง แผนลักพาตัว 99% (คห.37) ให้ผ่านมั้ยคะ ได้โปรดเถอะค่ะ Please....(ใส่เสียงอ้อนๆแบบอลิน) ในไหที่บ้านไม่มีเรื่องไหนได้รางวัลแล้วค่ะ

***********************************************************
10-9.[ทินา] สี่สุดสนุก อ่านหนังสือที่ชื่อหรือนามปากกานักเขียนมีสี่พยางค์

ยอดรักนักสืบ
ผู้แต่ง บริตตานี ยังก์
ผู้แปล ณัฐภัทรา
สนพ.เกรซพับลิชชิ่ง
จำนวน 222 หน้า ราคา 130 บาท

โปรยปกหลัง :

เธอเป็นนักสืบเพราะใจรัก แต่กลับต้องพบกับเรื่องวุ่นวายจากการสืบอยู่เสมอๆ ทำให้เขาต้องประกันตัวเธอออกมาและต้องคอยตามช่วยเหลือให้พ้นจากความวุ่นวาย

เธอเป็นเหมือนแม่เหล็กที่คอยดึงดูดปัญหาให้เขาตามแก้ไขไม่รู้จบ จนเขาไม่แน่ใจเลยว่า ควรจะรักเธอหรือไม่

แต่แล้วเรื่องไม่คาดดิดก็เกิดขึ้นเมื่อเธอถูกลอบฆาตกรรมจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกว่าจะรู้ เขาก็เกือบสูญเสียเธอไปแล้วตลอดกาล

เรื่องย่อ : เรื่องนี้เป็นแนวปัจจุบันค่ะ นางเอกเป็นนักสืบ พระเอกเป็นทนาย เจอกันครั้งแรกที่คุก!! ตอนพระเอกไปประกันตัวให้นางเอก ข้อหางัดห้องพักในโรงแรม(เพื่อเข้าไปหาข้อมูลให้ลูกค้า) แต่มีเรื่องน่าขายหน้ายิ่งกว่านั้นอีก คือ...นางเอกงัดผิดห้อง...(อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่านางเอกเฟอะฟะนะคะ แต่เป็นเพราะผู้ช่วยจดเลขห้องมาผิดต่างหาก)

ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างได้เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ แต่พระเอกกลับไม่ยอมรับเพราะคิดว่านิสัยนางเอก(อาชีพ)ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เขาต้องการ แต่เขาก็อดเป็นห่วงและคอยช่วยเหลือนางเอกไม่ได้อยู่ดี

ความรู้สึกหลังอ่าน : ก็เพลินๆตามสไตล์โรแม้งเล่มบางค่ะ พล็อตสืบสวนไม่ซับซ้อน ได้แต่คอยลุ้นเวลาที่นางเอกไปสืบว่าอย่าให้ถูกจับได้ และลุ้นว่าเมื่อไหร่พระเอกจะยอมรับความจริงซะที (แต่หมูแอบรู้สึกว่าเล่มนี้มันเรียบๆ สนุกน้อยไปนิ๊ดส์นุงนะคะ)

จากคุณ : หมูย้อมสี


และแล้วก็เขียนรีวิวเสร็จสักทีกับโจทย์ข้อนี้


30-2.[สาวไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือ 3 เล่ม โดยให้คนอ่านผูกธีมเอาเอง เช่น สามเล่มที่เป็นเรื่องของอาหารเหมือนกัน สามเรื่องที่มีเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเหมือนกัน ฯลฯ




ตอบโจทย์ด้วยธีมชื่อหนังสือมีคำ "สรรพนามแทนบุคคล"

เล่ม1 ดอกไม้บานในใจ "ฉัน"
เล่ม2 โปสการ์ดแทนความรู้สึก...ถึง "เธอ"
เล่ม3 รัก "เขา" เท่าเพลงไหน




เล่มแรก

ดอกไม้บานในใจฉัน
A Garden in My Heart
ผู้เขียน จิมมี่ เหลียว
ผู้แปล ชุตินันท์ เอกอุกฤษฏ์กุล
สำนักพิมพ์ NANMEEBOOKS
ราคา 168 บาท
จำนวน 128 หน้า


“หากอ่านแค่ตัวอักษร ทุกเรื่องในหนังสือเล่มนี้
เป็นนิทานจบในเรื่องของมันเอง
หากดูภาพวาด ทุกภาพก็มีความหมายในตัวของมันเอง
นอกจากมีดอกไม้ใบหญ้าทั่วไปแล้ว
หนังสือเล่มนี้ยังให้ข้อคิดมากมาย
ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้สึกมีกำลังใจ
ยิ่งดูภาพ ก็ยิ่งเพลิดเพลินใจ
ช่อดอกไม้ที่ต้องมนตร์นี้มีคาถาแห่งความสุขรวมอยู่ด้วย”


และนี่ก็คือคำโปรยบนปกหลังของหนังสือเล่มนี้
ที่คนอ่านอ่านแล้วก็พอจะรู้ได้ว่าจะได้พบเจอกับอะไรภายในเล่ม...



‘ดอกไม้บานในใจฉัน’ เป็นหนังสือรวมภาพวาดและบทความของนักเขียนผู้มากจินตนาการอย่าง ‘จิมมี่ เหลียว’
โดยเป็นการนำเอาผลงานบทความและภาพวาดที่เคยตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์จงกว๋อเป้าลิฟวิ่งรายสัปดาห์
ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ปี 1999 จนถึงเดือนสิงหาคม ปี 2000 มารวบรวมจนกลายเป็นหนังสือเล่มนี้


ยังคงโดดเด่นด้วยงานด้านภาพที่งดงามเป็นเอกลักษณ์
แถมยังน่ารักด้วยเหล่าตัวละครเอกใส่ชุดสีขาวที่แลดูน่าเอ็นดูเป็นที่สุด
แต่งานด้านคำนั้นไม่ค่อยโดนใจผมสักเท่าไหร่นัก
ทั้งสารและความหมายในบางบทบางตอนที่สื่อออกมาค่อนข้างจะเข้าใจยากอยู่พอสมควร
ไม่เหมือนกับผลงานเล่มอื่นๆที่สื่อออกมาอย่างตรงๆ อ่านปุ๊บ ก็เข้าใจปั๊บ
ไม่ยอกย้อนทางความคิดให้ปวดหัวเล่นเหมือนกับเล่มนี้
แต่ประโยคดีๆ โดนๆก็ยังคงมีให้อยู่เหมือนเดิมกับ...


“ฉันถูกกำหนด...
...กำหนดให้อยู่แต่ในที่กำหนด ยอมรับแต่สิ่งที่กำหนด
แน่นอน เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ฉันก็เริ่มสงสัยชีวิต”

-หน้า 49-




“ความเศร้าทั้งหลาย มักทิ้งร่องรอยแห่งความสุขไว้ด้วยเสมอ
ความบกพร่องทั้งปวง มักทิ้งมุมมองแห่งความสมบูรณ์ไว้ด้วยเสมอ”

-หน้า 63-




“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด...
เสียใจด้วย ฉันมองไม่เห็นสิ่งที่เธอเห็น...
ขออภัยอย่างสุดซึ้ง
ฉันได้ยินแค่สิ่งที่ฉันอยากได้ยิน
ฉันมองเห็นแค่สิ่งที่ฉันอยากเห็น
ฉันทรมาน ทรมานจริงๆ”

-หน้า 79-



และ



“สิ่งสวยงามทั้งหลายในโลกนี้ต่างก็มีวันหมดอายุ”

-หน้า 119-




สรุป เป็นผลงานของจิมมี่ เหลียวที่ภาพโดยรวมอ่านแล้วไม่ผิดหวัง แต่ไม่ถึงขั้นต้องแนะนำให้อ่านครับผม

จากคุณ : ปีศาจความฝัน


เล่มที่สอง

โปสการ์ดแทนความรู้สึก...ถึงเธอ
Love in the Cards
ผู้เขียน จิมมี่ เหลียว
ผู้แปล วรรณวรา จิราภัฑร
สำนักพิมพ์ INSPIRE
ราคา 158 บาท
จำนวน 120 หน้า


“ขอให้กล้าบอกความในใจ
ฉันและเธอส่งการ์ดให้แก่กัน
หากเราเขียนการ์ดได้เพียงคนละหนึ่งใบ
และไปรษณีย์รับฝากส่งครั้งเดียวเท่านั้น
เธอคิดว่าจะเขียนอะไร”


นี่คือส่วนหนึ่งในคำโปรยบนปกหลังของหนังสือเล่มนี้ที่ในปี 2002
ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลไต้หวันให้เป็นหนังสือที่ควรแนะนำให้เด็กนักเรียนอ่าน...


เรื่องราวภายในเล่มคนอ่านจะได้พบกับโปสการ์ดสื่อแทนความรู้สึก
ความคิด ทัศนะคติและมุมมองของหลากหลายตัวละครผ่านภาพที่ละมุนละไมและถ้อยคำบอกความในใจ


โดดเด่นด้วยงานด้านภาพที่งดงาม อ่อนหวานและเพ้อฝัน
ต่างกับงานด้านคำที่ถึงแม้จะมีถ้อยคำเพราะๆดีๆ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นโดนใจ
จึงทำให้ผมเทความรู้สึกชอบไปในงานด้านภาพมากกว่างานด้านคำ


ชอบมากเป็นพิเศษกับการแอบแทรกความรู้สึกและความในใจของผู้เขียนลงไปในผลงานเล่มนี้
โดยผ่านโปสการ์ดของตัวละครชื่อ ‘จิมมี่น้อย’ (หน้า 35) และ ‘หนูน้อยจิมมี่’ (หน้า 45)


เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบผมก็พบคำตอบจากคำถามในคำโปรยบนปกหลังด้วยประโยคหนึ่งในหนังสือที่ว่า...


“ฉันเขียนถ้อยคำจากใจ
ส่งไปกับการ์ดใบเล็ก...ถึงเธอ”



และขอปิดท้ายด้วยประโยคดีๆเหมือนเดิมกับ...


“บางครั้งบางที่เราก็พบความสุขได้ง่ายดาย
แต่ก็มีบางทีบางแห่งที่เราหาเท่าไร ก็หาความสุขไม่พบแม้สักเพียงเล็กน้อย”

-หน้า 37-





สรุป เป็นอีกหนึ่งเล่มที่ภาพสวยและอยากแนะนำให้อ่านครับผม

จากคุณ : ปีศาจความฝัน


และเล่มที่สาม


รักเขาเท่าเพลงไหน
good songs good feeling
ผู้เขียน นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล, กูก้อย ใต้ลั่นทมขาว และภูมิชาย บุญสินสุข
สำนักพิมพ์ ดอกหญ้า 2000
ราคา 125 บาท
จำนวน 136 หน้า


“รักที่ตัวจริงเธอ
รักละเมอแบบก้อนหิน
หรือรักจนอินแบบไม้ขีดไฟ”


นี่คือคำโปรยบนปกหน้าของหนังสือเล่มนี้ที่มีดีตรงที่นำความรักมาร้อยเรียงเข้าไว้กับบทเพลง...


หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานรวมการเขียนของนักเขียน 3 คน
ที่สองคนเป็นดีเจชื่อดัง และอีกหนึ่งคนเป็นนักเขียนชื่อดัง


เปิดเล่มด้วยงานเขียนของ ‘ดีเจอ้อย-นภาพร’ ที่เปี่ยมไปด้วยไออุ่นแห่งความรัก เจ้าของสโลแกนความรักที่ว่า...

”การรักคนอื่น ก็คือการรักตัวเองอีกแบบหนึ่ง”

ที่ช่างโดนใจคนอย่างผมเสียจริง และยิ่งได้อ่านงานเขียนของเธอที่อบอุ่นและละมุนละไมในความรู้สึก
ก็ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ เลยกลายเป็นว่าชอบงานเขียนของเธอมากที่สุดในเล่มนี้



ตามมาด้วยงานเขียนของ ‘กูก้อย’ หรือชื่อที่คุ้นเคยกับนักอ่านอย่าง ‘ต้นกล้า นัยนา’
นักเขียนชื่อดังเจ้าของสโลแกนความรักที่ว่า...

“ความรักถ้าเริ่มต้นที่บ้านไม่ได้ ก็อย่าได้หวังให้มันไปเบิกบานที่อื่น”

ที่มาในอารมณ์แบบคนมองโลกในมุมมองกว้างๆด้วยประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน



และปิดท้ายด้วยงานเขียนของ ‘ดีเจภูมิชาย’ เจ้าของสโลแกนความรักที่ว่า...

“ความรักสามารถเป็นแสงดาวที่ทำให้ก้อนหินไร้ค่าริมทางส่องประกายสวยด้วยแสงอันอบอุ่นได้จริงๆ”

ที่มันช่างขัดกับงานเขียนของเขาในเล่มนี้เสียจริง ที่ทั้งไม่อ่อนโยน ไม่นุ่มนวล แข็งกระด้างและร้ายกาจเป็นที่สุด
เรื่องการใช้ภาษาวัยรุ่นที่ตรงไปตรงมาน่ะไม่เท่าไหร่ ยังพอยอมรับได้
แต่ที่ไม่ถูกใจและไม่ถูกจริตกับผมอย่างแรงก็คือ
การใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษแทรกอยู่ตลอดเวลา
ถ้าเป็นคำศัพท์เฉพาะที่ยังไม่ได้แปลเป็นภาษาไทยก็ว่าไปอย่าง แต่นี่แค่คำศัพท์ธรรมดาที่ภาษาไทยก็มีให้เลือกใช้
คนเขียนก็ยัง ‘กระแดะ’ ใช้เป็นภาษาอังกฤษ
จนทำให้คนอ่านขี้หงุดหงิดอย่างผมพาลรู้สึกขัดหูขัดตาและรำคาญ
จนอยากรีบอ่านให้จบๆไปไวๆเลยทีเดียว



แม้ว่าจะรู้สึก ‘แตก’ และ ‘ต่าง’ กันในด้านอารมณ์ของงานเขียน
แต่ภาพโดยรวมก็ยังออกมาดูดีและน่าสนใจ
ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคนอ่านแล้วล่ะว่าจะชอบมากหรือชอบน้อยเท่านั้นเอง...



กับประโยคดีๆ โดนๆที่มีในเล่มนี้ก็คือ...


“ความพยายามในการชนะใจ เป็นความพยายามที่เหนื่อยยากและสูญเสียความเป็นตัวเองที่สุด”

-หน้า 8, 9-




“เวลาที่มีเป้าหมายในการหายใจ...ช่างมีความสุขในการมีชีวิตจริงๆ”

-หน้า 16-



และ



“อย่าให้คนหนึ่งมีความสุข ในขณะที่อีกคนหนึ่งพยายาม
อย่าให้คนหนึ่งเสียใจ ในขณะที่อีกคนไม่รู้ตัว
อย่าให้คนหนึ่งรู้สึกดี อีกคนหนึ่งเฉยๆ
อย่าให้คนหนึ่งอยากพูด แต่อีกคนไม่อยากฟัง
อย่าเหนื่อยใจที่จะถามกัน
อย่ากังวลกลัวเสียใจก่อนที่จะคุยกัน
เธอคือเธอ
ฉันก็ยังเป็นฉัน
คน 2 คนที่รักกัน ต่างคนต่างยังมีหัวใจของตัวเอง”

-หน้า 33-







สรุป เป็นหนังสือที่อาจจะโดนใจคนชอบฟังเพลงเป็นพิเศษครับผม

จากคุณ : ปีศาจความฝัน


หลังปีใหม่ เริ่มคึกคักกันขึ้นมาแล้ว ^ ^

แวะคุยก่อนรีวิวนิดนึง

หนิง ๆ (peiNing) : เราอ่านทไลไวท์ไม่จบ เพราะทนความเลี่ยนไม่ไหวอะค่ะ  
ว่าแต่พี่รุ้งจะจัดให้แวมไพร์เป็นกลุ่มชาติพันธุ์จริงเรอะ -_-"

น้องพลุ : เล่มนี้พี่ยังไม่ได้ซื้อแฮะ
แต่พูดถึงพุ่มรัก พานสิงห์ จะนึกถึงสำเนียงพูดของคุณพี่แกมาก่อนอย่างอื่นเลย

พี่ไอซ์ (Clear Ice) : เห็นรีวิวเรื่อง The Eight แล้วอยากอ่านจังค่ะ
ส่วนคินดะอิจินี่ เห็นศพใส่ชุดเมดแล้วมันดูไม่จืดเอามาก ๆ เลยอะ ^ ^"

พี่หนิง ปลายทางของสายรุ้ง : ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยค่า ลอนดอนหนาวมั้ยอะ


แล้วก็สวัสดีเพื่อน ๆ พี่ ๆ คนอื่น ๆ ด้วยค่า


--------------------------------------------------------------------------

10-10. [ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือ 2 เล่ม 2 ประเภท จาก 2 สำนักพิมพ์
เช่น เล่มแรกเป็นนิยายของอมรินทร์ เล่มสองเป็นเรื่องสั้นของ a book เป็นต้น


snowman เล่มแรก (รวมบทความ - สำนักพิมพ์เพื่อนดี)

เทพรัตน์ทัศนา

ผู้เขียน : ญาดา อรุณเวช อารัมภีร
สำนักพิมพ์ : เพื่อนดี (พ.ศ. 2549)
จำนวนหน้า : 228 หน้า  

บางส่วนจากคำนำ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นเจ้านายที่สนพระทัยการอ่าน การเขียนหนังสือ
และเริ่มทรงพระราชนิพนธ์เรื่องต่าง ๆ มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ปัจจุบันทรงเป็นนักเขียนที่โลกรู้จัก
และคนไทยต่างยกย่องเทิดทูนเป็นนักเขียนกิตติมศักดิ์ที่ทรงพระปรีชา เป็นที่น่าภาคภูมิยินดี

ด้วยเหตุฉะนี้  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ญาดา อารัมภีร นักเขียนคอลัมน์เพลง-ดนตรี-วรรณคดี-อักษร
ในนิตยสารสกุลไทย ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจาก “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”
เพื่อการเขียนมุมมองต่าง ๆ ที่ได้จากการอ่านงานพระราชนิพนธ์หลายเรื่องของ
“สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ในคอลัมน์ดังกล่าว...  

สรุปรวมความว่า เรื่องทั้งหมดใน “เทพรัตน์ทัศนา” มีคุณค่าแก่ผู้อ่านในหลายแนวทาง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ญาดา อารัมภีร ทำให้ผู้อ่านตระหนักถึงพระวิริยะอุตสาหะ พระปรีชาสามารถ
พระขันติวิรยะ พระอารมณ์ขันของ “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”
ได้เปิดโลกให้ผู้อ่านได้รับรู้สารพันสิ่งน่ารู้จากงานพระราชนิพนธ์ ผ่านกลวิธีนำเสนอด้วยสาระอย่างเพลิดเพลิน



ถ้าบอกว่า อ่านแล้วก็คิดเหมือนอย่างที่คำนำเขียนนั่นแหละค่ะ จะเล่นง่ายไปไหมเนี่ย ^ ^”
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชนิพนธ์บันทึกการเสด็จพระราชดำเนิน
เยือนประเทศต่าง ๆ เอาไว้หลายเล่มด้วยกัน และเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงมีหนังสือของท่านติดบ้านด้วย

หนังสือเทพรัตน์ทัศนาของ ดร. ญาดา เป็นการคัดเอาเนื้อหาที่เป็น “ไฮไลท์” ในพระราชนิพนธ์เล่มต่าง ๆ
มาจัดเป็นหมวดหมู่ ได้แก่ กลวิธีการตั้งชื่อหนังสือ (ชื่อชวนคิด) กลวิธีการเล่าเรื่อง (แยบยลกลวิธี)
เรื่องกลุ่มต่าง ๆ เช่น เรื่องเกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม วรรณกรรม หรือกลุ่มความคิดเห็นส่วนพระองค์
เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่ทอดพระเนตรเห็นแล้ว เช่น เรื่องของความเชื่อ เรื่องความเสมอภาคชาย-หญิง เป็นต้น

รูปเล่มหนังสือดีมาก ๆ ค่ะ เป็นกระดาษถนอมสายตา มีภาพประกอบสี่สีทั้งเล่ม หลายรูปน่ารักมาก
การลำดับเรื่องและการจัดหมวดหมู่ และการคัดส่วน ‘เด็ด ๆ’ ของพระราชนิพนธ์ทำได้น่าสนใจ
เช่น ในตอนอาหารจานเด็ด ดร. ญาดาคัดเรื่องราวและรายการพระกระยาหารที่แต่ละประเทศจัดถวาย
มาทั้งชนิดที่ชื่อไม่น่ากินแต่ทรงพระราชนิพนธ์ว่าอร่อย อย่างเนื้อหมาตุ๋นหรือซุปตุ๊กแก ในย่ำแดนมังกร
หรือชนิดที่ไม่น่าอร่อย แต่ก็ไม่ทรงปฏิเสธ เช่น เนื้อกับผัก และหัวเผือก หัวมันต้มรวม ๆ กันในน้ำกะทิ
แต่บางอย่างก็เสี่ยงเกินไปที่จะลอง อย่างตัว Grub หนอนออสเตรเลียที่ต้องกินเป็น ๆ และยังดุ๊กดิ๊กอยู่ (อึ๋ย)


เป็นหนังสือที่อ่านแล้วอยากกลับไปค้นพระราชนิพนธ์ที่มีอยู่มาอ่าน แล้วก็ก่อให้เกิดกิเลสเป็นพะเรอเกวียน
เพราะมารู้ตัวว่าเรื่องนี้ยังไม่มี เรื่องนั้นก็ยังไม่มี แต่ตัวอย่างพระราชนิพนธ์ที่ยกมาสนุกดี เลยอยากอ่านเต็ม ๆ
คิดว่านอกจากจะมีไว้อ่านเพลิน ๆ แล้ว หนังสือเล่มนี้ยังใช้เป็นหนังสืออ้างอิงเกี่ยวกับงานพระราชนิพนธ์
ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ดีเล่มหนึ่งได้เลยละค่ะ ^ ^




พูดถึงร้อยแก้วมาบ่อยแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศเป็นร้อยกรองบ้าง


snowman  เล่มที่สอง (รวมบทกวี - Penguin Books)

Selected Poems

ผู้เขียน : William Wordsworth
สำนักพิมพ์ : Penguin Books (1996)
จำนวนหน้า : 252 หน้า  

บางส่วนจากปกหลัง
One of the most enduring popular English poets,
Wordsworth’s work celebrates the beauty of nature with eloquence and intensity.



สำหรับนักอ่านนิยายหลายคนที่เคยอ่านนิยายของทมยันตี โดยเฉพาะเถ้ากุหลาบ
น่าจะคุ้นตากับบทกวีบทนี้อยู่บ้างกระมังคะ

Violet by mossy stone
Half hidden from the eyes…

เมื่อก่อน ตอนเรียนมัธยมเคยอ่านแล้วก็คิดว่าทมยันตีเขียนกลอนภาษาอังกฤษได้ด้วย
แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย ได้โอกาสไปซุกซนในหอสมุดเดินเข้าชั้นนั้นออกชั้นนี้ หยิบบทกวีมาดูเล่น
พลิกไปมาก็ไปเจอกลอนที่คุ้นตาสุด ๆ เข้า...

Violet by a mossy stone
Half hidden from the eyes!
Fair as star, when only one
Is shing in the sky.

เลยถึงบางอ้อ ที่แท้บทกวีบทนี้เป็นของ William Wordsworth นี่เอง
แถมไม่ใช่กลอนรักอีกต่างหาก แต่เป็นกลอนที่พูดถึงผู้หญิงที่ซี้แหงแก๋อยู่ตรงทางที่ไม่มีคนเดินผ่าน ^ ^"
พอมาเจอหนังสือรวมบทกวีของ Wordsworth เล่มนี้ก็ตัดสินใจซื้อ แต่ก็ดองไว้หลายปีอยู่เหมือนกันค่ะ

วิลเลียม เวิร์ดสเวิร์ธ (ค.ศ. 1770-1850) เป็นกวีชาวอังกฤษ
เกิดในครอบครัวนักกฎหมาย แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
และมีช่วงชีวิตหนึ่งที่ได้ออกเดินทางไปยังยุโรป โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี
ซึ่งความทรงจำในวัยเด็กและประสบการณ์การท่องเที่ยวนี่เองส่งผลต่อบทกวีของเวิร์ดสเวิร์ธอย่างชัดเจน
โดยบทกวีส่วนใหญ่ของเขามีจุดเด่นอยู่ที่การบรรยายความทรงจำวัยเด็ก และทิวทัศน์ ธรรมชาติได้เห็นภาพ
แม้ว่าธรรมชาติที่ว่านั้นจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างดอกหญ้าริมทางก็ตาม

บทกวีในเล่มนี้ ผู้รวบรวมและเรียบเรียงได้แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ ได้แก่
Poems Referring To the Period of Childhood
Poems on the Affections
Poems on the Naming of Places
Poems of the Fancy
Poems of the Imagination
Poems of Sentiment and Reflction
Poems Referring To Old Age
Epitaphs and Elegiac Pieces และ
Ode
โดยบทกวีในกลุ่ม Poems of the Imagination มีเยอะที่สุดค่ะ


การเปรียบเทียบของเวิร์ดสเวิร์ธนั้นทำให้เห็นได้ว่ากวีมีจินตนาการสูง และใส่ใจกับรายละเอียดมาก
จนกระทั่งทำให้ดอกไม้ป่าธรรมดา ๆ ที่คนอื่นมองข้ามกลายเป็นสิ่งน่าสนใจขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง
การอ่านบทกวีของเวิร์ดสเวิร์ดส่วนใหญ่ทำให้รู้สึกเหมือนเดินเล่นอยู่ในทุ่งหญ้าวันที่อากาศแจ่มใส
ชมนก ชมไม้ไปเรื่อย ๆ หยุดแวะดูต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นอยู่ข้างทางบ้างแบบไม่รีบร้อนไปไหน
และแม้กระทั่งตอนที่เวิร์ดสเวิร์ธพูดถึงเรื่องหนัก ๆ ในความรู้สึกของบางคนอย่างความตาย
ก็ยังเป็นความตายที่มีความทรงจำดี ๆ อยู่ในนั้นมากกว่าเรื่องของความเศร้า
เช่นในบทกวี LUCY DEAD หรือ WE ARE SEVEN (ซึ่งบทกวีบทนี้ จำได้ว่าพี่รุ้ง พี่สาวของหนิง ๆ รีวิวไว้ใน RRR)
นอกจากนี้ บทกวีของเวิร์ดสเวิร์ธยังเป็นเหมือนบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์
บุคคล สถานที่ รวมไปถึงเรื่องเล่าหรือนิทานที่เขาเคยพบหรือได้ยินมาอีกด้วย

ส่วนตัวแล้วชอบบทกวีของเวิร์ดสเวิร์ธ เพราะความบ้าต้นไม้และชอบบุกเข้ารกเข้าพงของตัวเองนี่ละค่ะ ^ ^

เลือกบทเกือบสุดท้ายของบทกวี TO THE SMALL CALENDINE มาให้อ่านเป็นการทิ้งท้ายละกันนะคะ
(Lesser Calendine หรือ Pileworth เป็นพืชล้มลุกขึ้นอยู่ตามพื้นดิน ใบกลม ๆ คล้ายใบบัวบกหรือบัวแว่นแก้ว
มีดอกขนาดเล็ก กลีบเป็นมัน สีเหลืองเข้ม ออกดอกในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ)

Ill befall the yellow flowers,
Children of the flaring hours!
Buttercups, that will be seen,
Whether we will see or no;
Others, too, of lofty mien;
They have done as worldlings do,
Taken praise that should be thine,
Little, humble, Calendine!


ภาพปกเทพรัตน์ทัศนาจาก mono2u.com
ภาพปก Selected Poems (ฉบับพิมพ์ล่าสุด) จาก penguinclassics.co.uk

จากคุณ : ปิยะรักษ์


คุณหมูย้อมสี
ข้อ 30-3 อ่านหนังสือที่ได้รางวัล
จะอ่านเรื่อง แผนลักพาตัว 99% ของสนพ.บลิสได้มั้ยคะ ในคำนำบอกไว้ว่าได้รางวัล บุ๊ค ออฟ เดอะ เยียร์ ปี 2005 สาขานิยายสืบสวน แต่หาข้อมูลเกี่ยวกับรางวัลนี้ไม่ได้เลยค่ะ
ผู้ดูแลก็หาไม่ได้เช่นกันค่ะ เลยลงมติว่า ไม่ผ่าน นอกจากจะหารายละเอียดมาให้ได้ค่ะว่า รางวัลอะไร ใครเป็นคนให้ อะไรแบบนี้น่ะค่ะ หรือยังไง ลองเอาลงโจทย์ข้ออื่นดูนะคะ :D


คุณปีศาจความฝัน
ปกสวย น่ารัก น่าอ่าน น่าเก็บมากค่ะ


น้องส้ม ปิยะรักษ์
พี่ชา จนไร้ความรู้สึกไปแล้วจ้ะ โดนหิมะกัด ผสมกะ ตีลังกาล้อเกวียน ไป 2 ตลบ เตี้ยไปอีก 2 เซ็นต์ เอิ๊ก (เกิดมาเตี้ย แต่ได้ที โทษหิมะไปซะ)

------------------------------------------------------

25-1.[ทิ นา] จับยามสามตา : อ่านหนังสือ 3 เล่ม ที่มีคำบอก "เวลา" อยู่ในชื่อเรื่องไม่ซ้ำกัน เช่น เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ คืน วัน เดือน ปี ฯลฯ

ตอบโจทย์
พรุ่งนี้ดาวยังพราวแสง
หัวใจที่ใฝ่รัก / After the Night
ฤดูร้อน  ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน

*** พรุ่งนี้ดาวยังพราวแสง ***
ชลนิล แต่ง
สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก
207 หน้า ราคา 180 บาท

ปกหลัง : ในท่ามกลางกองนวนิยายไทยที่ยากจะแหวกขนบไปจากความรักซึ้งตรึงใจของชายหนุ่ม หญิงสาวยากจะหา นวนิยายเล่มใดสะท้อนถึงคุณค่า ความหมายของมิตรภาพ ระหว่างเพื่อนได้จับใจเช่นนี้ ขอบคุณ "ชลนิล" ผู้เขียนที่ทำให้ผู้อ่านได้เห็น ได้รู้ซึ้งถึงความหมายอันบริสุทธิ์สะอาด สูงค่าของคำว่า "เพื่อนแท้" ที่ไม่เคยต้องการสิ่งใดตอบแทน.. ให้เพียงเพื่อให้.. มิตรภาพเช่นนี้นับวันจะหาได้ยากยิ่ง ในเมื่อผู้คนสังคมปัจจุบันตีราคาคุณค่าของ "น้ำมิตร" ว่าด้วยค่ากว่า "น้ำเงิน" .. อรสม สุทธิสาคร

ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นเรื่องราวของคำว่า มิตรภาพจริงๆ เป็นเล่มบาง ๆ ที่อยากให้หนากว่านี้ เพราะในเรื่องมีบุคคลหลายคนมาก จนทำให้เขียนถึงแต่ละคนได้คนละนิดละหน่อยเท่านั้น แต่น่าแปลกใจว่า ยังสามารถทำให้ประทับใจ และซาบซึ้งได้ อาจจะเป็นเพราะส่วนตัวเป็นคนประทับใจเรื่องมิตรภาพของเพื่อนอยู่แล้ว และคิดเหมือนกับที่หนังสือได้กล่าวไว้ว่า มิตรภาพเป็นสิ่งที่ "ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ" .... ชอบค่ะ แต่ถ้าหนากว่านี้ จะดีมาก :D


*** หัวใจที่ใฝ่รัก ***
After the Night
linda Howard แต่ง / จิตอุษา แปล
สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
363 หน้า ราคา 245 บาท

ปกหลัง : เพธ เดฟลิน แอบชื่นชมบูชา เกรย์ รุยยาร์ด มาตั้งแต่ยังเด็ก ทั้ง ๆ ที่เขาและหล่อนห่างไกลกันราวฟ้ากับดิน แต่เหตุการณ์อื้อฉาวระหว่างครอบครัวของหล่อนและครอบครัวของเขาที่เกิดขึ้นในคืนหนึ่ง ทำให้หล่อนต้องพลัดพรากจากถิ่นที่อยู่พร้อมด้วยความชิงชังรังเกียจจากเขา และความขมขื่นในหัวใจหล่อนสิบสองปีต่อมา เฟธได้กลับไปยังเมืองแห่งนั้นอีกครั้ง ด้วยหัวใจที่ยังคงเปี่ยมด้วยความรัก และด้วยความสงสัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ในการค้นหาความจริง หล่อนต้องเจอกับการข่มขู่คุกคามที่มุ่งหมายชีวิต และได้พานพบกับความรักอันร้อนแรงที่เกิดขึ้นท่ามกลางอันตราย

ความรู้สึกหลังอ่าน
เริ่มต้นเรื่องด้วยวัยเด็กของนางเอก ด้วยวัย 11 ปี รู้สึกว่ามันเด็กไปหน่อยค่ะ แม้จะคนเขียนจะเขียนออกมาในแง่ของความคลั่งไคล้ดารา แต่ก็ยังคงรุ้สึกขัด ๆ อยู่ดี โดยเฉพาะ ความแร้นแค้น ทุกข์ทนของครอบครัวนางเอก ไม่น่าที่จะมีเวลาไป คลั่งไคล้ใครได้แล้วน่ะ จากนั้นก็ตัดข้ามมาที่วัย 14 ปี ของนางเอก ซึ่งสามารถทำให้พระเอกในวัย 22 ปี ... ??ได้แล้ว?? ...

ตอนต้นเรื่อง นี่อ่านแบบ ไม่ค่อยชอบใจเลยค่ะ เรื่องเด็กเนี่ยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกิน โดยเฉพาะ ทำไมต้องให้นางเอก อายุยังน้อย บังเอิญไปเห็น กิจกรรมเข้าจังหวะของพระเอกด้วย โอ... รับไม่ด้ายยยย

แต่หลังจากเกิดเรื่องแล้ว ผ่านไป 12 ปี ... นางเอก 26 พระเอก 34 ... โอ ค่อยอ่านแล้วรู้สึกโอเคหน่อย ... อืม ไม่หน่อยล่ะ สปาร์คกันทั้งเรื่องเลย แฮ่.. ในส่วนฆาตกรรม เขียนได้ซ่อนเงื่อนดีค่ะ เดาฆาตกร ได้ แต่เดาสาเหตุไม่ได้ ตอนจบ เหมือนรีบ ๆ ไปหน่อย (ยังไม่ค่อยอยากให้จบ) แต่ก็ไม่ติดใจอะไร อ่านได้เพลิน ๆ ดีค่ะ

ตอนแรก เห็นชื่อเรื่อง After the Night ก็อยากรู้ว่า คืนไหนหนอ?? พอเปิดมา นางเอกอายุ 11 ... โอ ไม่นะ .. พอถัดมา อายุ 14 ปี .. สงสัยชัวร์เลย ... พออ่าน ๆ ไป .... คืนนี้นั่นเอง ... คืนไหน...ไม่บอก 555



***ฤดูร้อน  ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน***
โอตสึ อิ จิ เขียน / พรพิรุณ กิจสมเจตน์ แปล
สำนักพิมพ์ JBOOK
140 หน้า ราคา 115 บาท

ปกหลัง
โอตสึ อิจิ ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นนักเขียนเรื่องลึกลับเขย่าขวัญดาวรุ่งที่พุ่งแรงสุดในญี่ปุ่นรุ่นนี้ เขาเป็นคลื่นลูกใหม่แจ้งเกิดด้วยวัยเพียงสิบเจ็ดปี จากผลงานเรื่องแรกคือ ฤดูร้อน  ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน ซึ่งได้รับรางวัลวรรณกรรมดีเด่นของนิตยสาร Jump และเขายังกวาดรางวัลจากนิยายอื่นกับคำนิยมอีกมากมายนับไม่ถ้วนในช่วงสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมา

ฤดูร้อน  ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน สะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ โอตสึ อิจิได้เป็นอย่างดี นั่นคือมีไอเดียแหวกแนวไม่เหมือนใคร ดังเช่นการกำหนดให้ศพชื่อชัทสึกิเป็นผู้เล่าเรื่อง การฆาตกรรมเกิดขึ้นดำเนินไปด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายจนเยือกเย็นไปถึงหัวใจ โดยมีตัวละครเอกทั้งหมดเป็นเพียงเด็กวัยประถมฯเท่านั้น

ยูโกะ อีกหนึ่งเรื่องสั้นในเล่มนี้ก็ให้อารมณ์ลึกลับชวนติดตามเช่นกัน ด้วยเรื่องราวของคิโยเนะ สาวใช้ในบ้านของมาซาโยชิ ผู้มีภรรยาชื่อ ยูโกะ ซึ่งคิโยเนะไม่เคยเห็นตัวเธอเลย คิโยเนะจึงค้นหาคำตอบจนพบว่ายูโกะไม่ใช่คนแต่มาซะโยชิก็อ้างว่า คิโยเนะต่างหากเป็นฝ่ายผิดปกติ
ความจริงจะเป็นอย่างไร โอตสึ อิจิผูกเรื่องให้ชวนติดตามจนวางไม่ลงเลย

ความรู้สึกหลังอ่าน
ไม่เคยอ่านงาน โอตสึ อิจิ (อีกแล้ว)

ฤดูร้อน  ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน.. แนวความคิดของเรื่องจะออกแนวเรียบง่าย ตัวละครน้อย ..
การดำเนินเรื่อง เป็นการเล่าเรื่อง จากศพนั่นเอง ประหนึ่งเธอ ได้ลุกออกมาจากร่าง แล้ว เล่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ด้วยอารมณ์ เรียบเฉย ไม่มีความแค้น ความโกรธใด ๆเลย .. ขณะอ่าน จะมีคำถามเกิดขึ้นมาเสมอ ๆ ว่า นี่เด็กประถมแน่นะ(ฆาตกร) พยายามพลิกกลับไปหา ส่วนสูงน้ำหนัก ของเด็ก ๆ เสมอ แล้วก็บอกตัวเองว่า .. เออ ไว้ก่อน อ่านไปก่อน .. ด้วยความที่ว่า มันเป็นนิยายขนาดสั้น ก็เลยไม่ค่อยมีที่มาขอตัวละคร .. ผู้อ่านจะไม่เข้าใจเลยว่า ทำไม สองพี่น้องถึงได้ทำอะไรแบบนี้ จะว่าติดเกมส์? แม่ไม่รัก? ถูกพ่อทำร้าย? ... ถ้าจะคิดว่ามันไม่ใช่ประเด็น ... ก็งงว่า แล้วประเด็นคืออะไร??

ยูโกะ .. อ่านแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจตอนจบ อ่านใหม่อีกรอบ ก็ยังไม่แน่ใจอีก .. สรุปว่าบ้ากันทั้งสองคน หรือ ต้องการให้ผู้อ่านตัดสินใจเองว่าจะเชื่อใคร .. ไม่ถนัดงานแบบนี้เลยจริง ๆ ..

อ่านได้เรื่อย ๆ เห็นภาพดี เขย่าขวัญคนอ่านได้ดี โดยเฉพาะเลือกเอาเด็กประถม มาเป็นตัวดำเนินเรื่อง ..

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


อ่านรีวิวจนตาลาย....จดรายชื่อหนังสือไว้หลายเล่มแล้ว
และเล่มที่เราจะตั้งใจซื้อหามากที่สุด คงเป็น "เทพรัตน์ทัศนา" แล้วล่ะ ...
ทำไม เราไม่ยักเห็นเล่มนี้ จากบูธเพื่อนดีเนี่ย...ออกมาตั้งแต่ปี 49 แล้วนี่นา

ปล. รีวิวแบบยาวๆ (นิดนึง) ถึงหนังสือที่เคยรีวิวไว้ 3 เล่มสุดท้ายนั้น
ได้เขียนขยายความไว้ใน blog เรียบร้อยแล้ว
ใครอยากอ่านเพิ่ม ก็เชิญคลิกไปที่ blog นะคะ

จากคุณ : นัทธ์


แวะมาส่งการบ้านก่อนปิดรอบ แต่ยังไม่ได้อ่านรีวิวค่อยมาตามทยอยเก็บนะครับ
อ้อพี่ๆผู้ดูแลคำถามของพลุด้วยนะครับ
20-1 เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ถ้าอ่านนิยายเกี่ยวกับบรรดาชีคทะเลทรายทั้งหลาย
เนี่ยได้หรือเปล่าจะผิดความตั้งใจของผู้ตั้งโจทย์มั๊ยครับ

5-4.[แก้วกังไส] อ่านหนังสือเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวในประเทศไทย
เช่น ขึ้นภูดูทะเลหมอก ฯลฯ

PAI IN LOVE
รวมนักเขียน
สำนักพิมพ์แจ่มใส
พิมพ์ครั้งที่ 2 ธันวาคม 2552
127 หน้า 99 บาท

"ถ้าเกิดคุณอยากจะมาเที่ยวเมืองปายเนี่ย คุณไม่ต้องเอาอะไรติดตัวมา
นอกจากหัวใจ เพราะว่าทุกอย่างหาได้หมดที่ปาย ไม่เว้นแม้แต่มิตรภาพ"
เรย์ แม็คโดนัลด์

"ผู้หญิงที่ดีกับผู้หญิงที่รักเนี่ย...เลือกแบบไหน"
กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล

"สองเดือนที่ผ่านมา มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรต่ออะไรมากมายจากที่นี่
ได้เรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไงโดยไม่มีคุณ"
รัน-ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ

"บางทีความเงียบของเมืองปาย มันอาจจะทำให้คุณสองคน
ได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันชัดขึ้นก็ได้"
อ้น-นพพันธ์ บุญใหญ่

"ความผิดพลาดมันคงเกิดจากที่เราทั้งคู่ปล่อยให้ความรักกลายเป็นความลับต่อกัน"
ชโลธร บริราช

จากปกหลังของหนังสือตามกระแสภาพยนตร์เล่มนี้ ปายอินเลิฟ
จากภาพยนตร์สู่อีกหนึ่งรูปแบบ การถ่ายทอดความรักผ่านตัวอักษร
4 เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวกับเมืองหุบเขาสายหมอกแห่งนี้ "ปาย"

PAI IN LOVE : ภัสรสา&ลูกชุบ
เมื่อมีโปรเจ็คส์ต้องทำหนังสั้นส่งอาจารย์พวกเขาทั้ง 3
แจ็ค หนิง โต้งจึงชวนเพื่อนต่างคณะมาร่วมทริปในฐานะพระนางในหนังสั้นของเขา
ด้วยความน่ารักของแอนและความมาดแมนของบอย
ทำให้ทั้งคู่สานสัมพันธ์ต่อจนกลายเป็นรักนอกจอที่น่าอิจฉา

คิดถึงเธอทุกวินาที : ปัญญ์ปรียา
เมื่อหนุ่มครีเอทีฟมากฝีมือที่ต้องแบ่งรับแบ่งสู้ระหว่างงานและหัวใจ
แม้จะเหนื่อยแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า แต่กว่าจะได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ
ก็ต้องสูญเสียบางอย่างที่คิดว่ายิ่งใหญ่ แต่เวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า
บางทีสิ่งที่คิดว่ายิ่งใหญ่เมื่อสูญเสียไปอาจจะไม่สิ่งที่ใหญ่ยิ่งรอทดแทนอยู่ข้างหน้าก็ได้

LOVE IN PAI...ปาย "รักกัน" : เมเปิ้ลสีขาว
เรื่องราวของ กันตาและธาวัน หนุ่มสาวเพื่อนสนิทที่คบกันมานาน
จนเข้าข่ายมองตาก็รู้ใจ แต่มีอยู่เรื่องราวที่ต่างฝ่ายต่างหากันไม่เจอคือหัวใจ
อาการฟอร์มจัด ไว้ท่า สงวนคำพูด ทำให้กันตาต้องหนีมาพักใจอยู่ที่นี่
ตามที่เขาได้เอ่ยชวนเอาไว้ในโปสการ์ดเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ปาย...ปลายทางของหัวใจ : ศุวิลา
การที่เธอแอบรักใครสักคน แม้คอยดูเขาอยู่ห่างๆก็คงมีความสุขมากกว่า
ที่จะรับรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงาน แถมเจ้าสาวยังเป็นคนใกล้ตัวอีก ซ้ำดับเบิ้ล
อีกหนึ่งเรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากความเข้าใจผิดจนทำให้มีน
สาวบริษัทโฆษณาต้องหนีมารักษาแผลใจไกลถึงเมืองปายแห่งนี้

จากทั้งหมด ชอบตอน คิดถึงเธอทุกวินาที แค่เปิดบทก็กระชากอารมณ์ผมอย่างจัง
"บางทีเมืองที่โรแมนติกยามอยู่คนเดียวมันกลับเป็นเมืองที่ทำให้เหงาเหลือเกิน"
เนื้อเรื่องน่ารักใสๆ ตามสไตล์พ่อแง่:-)อน รสชาตกลมกล่อม
บรรยายฉากหลังของปายได้ไม่น้อยไปอย่างตอนแรกหรือตอนสุดท้ายที่แทบจะไม่ได้บรรยาย
ฉากหลักของเรื่องเลยแต่จะเน้นไปที่ความรักมากกว่า
ส่วน LOVE IN PAI...ปาย รักกันก็น่ารักดีนะ ก็เข้าข่ายรักนะแต่ไม่แสดงออกมากๆ ....
จำได้ว่าเคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งเขาบอกว่า
"มีหลายเหตุผลที่จดหมายและพัสดุไม่ถึงมือผู้รับ
แต่ความคิดถึง...มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นคือคนคิดถึงไม่ได้บอก"

สรุปแล้วอ่านได้ เพิ่มระดับน้ำตาลสำหรับความรักที่ขาดหวานได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


จากคุณ :


ความเห็นที่ 59 ตั้งใจโฆษณาขายหนังสือหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ มีที่สำหรับขายของโดยเฉพาะ ไปโพสต์ไว้ที่นั่นจะดีกว่าไหมคะ จะได้ไม่ผิดกติกาและมารยาทน่ะค่ะ

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


ขอแสดงความยินดีกับแชมป์เดือนธันวาด้วยค่ะ

แล้วก็ได้ฤกษ์ส่งการบ้านอีกเล่ม

15-9.[นัทธ์] วันพ่อแห่งชาติ คราวนี้เอาหนังสือที่คนเขียน คนแปล ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเดียวกับชื่อจริง หรือชื่อเล่นของ "พ่อ" กันบ้าง

ปลาหนีน้ำ
ผู้เขียน สิริมา อภิจาริน
พิมพ์ครั้งที่ ๕ มกราคม ๒๕๔๙
สำนักพิมพ์อรุณ
๕๐๗ หน้า

เรื่องย่อ  วาปีมาจากครอบครัวค่อนข้างยากจน วาปีและพี่สาวต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด จนวาปีได้ทุนมาเรียนต่อที่อเมริกาและมาเจอกับทักษ์ซึ่งมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ทั้งคู่รักกันและเป็นคนรักกันจนวาปีใกล้เรียนจบและกำลังจะกลับเมืองไทยในอีกไม่นาน ในขณะที่ทักษ์เรียนๆ เล่นๆ ไม่ยอมจบเสียที ระหว่างนั้นก็มีนักเรียนไทยคนใหม่เดินทางมาถึงคือเกื้อ เกื้อยากจน เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ปากกัดตีนถีบจนได้มาเรียนต่างประเทศ เกื้อเรียนด้วยทำงานด้วย พอได้รู้จักกับวาปีก็ประทับใจในกันและกัน วาปีชอบเกื้อเพราะมีพื้นฐานมาคล้ายๆ กับตัวเอง วาปีกับทักษ์มีอะไรๆ กันมาก่อนหน้าแล้ว และต่อมาด้วยความอ่อนไหว วาปีกับเกื้อก็มีอะไรๆ กันอีกด้วย

วาปีเรียนจบกลับเมืองไทยไปก่อน จนไปทำงานกับไวกูณฐ์ นักธุรกิจที่เรียกได้ว่าเป็นเสือผู้หญิง ด้วยความเหงาและลำบากกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในกรุงเทพ บวกกับความอ่อนไหวที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว วาปีเริ่มเข้าไปใกล้ชิดกับไวกูณฐ์และลพ และในที่สุดก็ถูกไวกูณฐ์ข่มขืน เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้วาปีรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงกร้านโลก มีผู้ชายหลายคน และไม่คู่ควรกับทักษ์อีก พอทักษ์กลับเมืองไทยและขอแต่งงาน วาปีลังเล แต่ในที่สุดก็แต่งงานกัน

ชีวิตคู่ของวาปีกับทักษ์ไม่ค่อยราบรื่นนัก จนวันหนึ่งเกื้อมาเมืองไทยและพยายามขอพบวาปี เกื้อยังรักวาปีและอยากขอให้ไปอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นเกื้อมีผู้หญิงไทยซึ่งเป็นพยาบาลอยู่ที่ชิคาโกมาติดพันอยู่ด้วย แต่เกื้อต้องการวาปีมากกว่า ระหว่างที่วาปีกำลังคิดไม่ตกว่าควรทำอย่างไร ก็รู้ว่าตัวเองท้อง และรู้ว่าคนที่ตัวเองควรเลือกคือทักษ์ วาปีจึงขอให้ทักษ์ยกโทษให้กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

ความรู้สึกส่วนตัว  อ่านเรื่องนี้เป็นรอบที่ 3 ค่ะคราวนี้ เป็นนิยายไทยเรื่องหนึ่งที่ชอบมาก ครั้งแรกที่อ่านก็เมื่อน้องคนหนึ่งให้ยืมมา ตอนนั้นยังไม่เคยได้ยินชื่อ สิริมา อภิจาริน มาก่อนเลย เปิดอ่านบทแรกๆ ก็ติดใจสำนวนภาษาก่อนเลย แล้วสิ่งที่ดึงดูดต่อมาคือภาพของนักเรียนในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาที่ตัวเองรู้สึกตามได้ ทุกอย่างที่อยู่ในเรื่องเป็นสภาพนักเรียนในอเมริกาที่ตรงตามความจริงไม่มีผิดเพี้ยนเลยค่ อ่านแล้วรู้สึกถึงความรู้สึกเดียวกันที่ตัวเองเคยผ่านมาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างไปกินอาหารที่ตึกยูเนี่ยน วันไหนมีเงินน้อยหน่อยก็เดินเลือกช่องขายอาหารถูกหน่อย เหมือนเกื้อในเรื่องนี้เลยค่ะ เรื่องยืมหนังสือจากห้องสมุดมาทีละเล่มสองเล่ม พอปลายเทอม โอ้โฮ ไม่รู้ตัวเลยว่ายืมมาจนกองพะเนินเทินทึก ขนกลับไปคืนแบบทุลักทุเล หรือเรื่องการทำงานระหว่างเรียน เรื่องการใช้ชีวิตในหอพักนักศึกษา (ใครอยากอ่านสภาพชีวิตนักเรียนต่างชาติในมหาวิทยาลัยในอเมริกาล่ะก็ แนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ ไม่เพียงแต่บรรยาสภาพชีวิตได้ตรงตามความเป็นจริงแล้ว ยังแฝงความรู้สึกเอาไว้ในนั้นด้วย)

หลังจากปลาบปลื้มกับภาพชีวิตนักเรียนมาแล้วก็เริ่มอินกับเนื้อเรื่องค่ะ เห็นว่าสมัยที่เรื่องนี้ลงพิมพ์ในลลนาแล้วผู้คนฮือฮา เพราะนางเอกหลับนอนกับผู้ชาย ๒ คนในระยะเวลาเดียวกันอะไรทำนองนั้น แต่ผู้เขียนสร้างบุคลิกวาปีให้มองเห็นว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนั้น มาเก๊กซิมตอนที่วาปีไปให้ความสนิทสนมกับไวกูณฐ์นี่แหละค่ะ มีความรู้สึกว่าไม่น่าเลย หาเรื่องแท้ๆ แต่ไม่ใช่เห็นว่าไม่สมเหตุสมผลนะคะ มีความรู้สึกว่าวาปีนี่ไม่ไหวเลย เป็นคนที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองและอ่อนไหวอย่างรุนแรง

สรุปว่าชอบมากเลยค่ะเรื่องนี้ และนับแต่ได้รู้จักชื่อ สิริมา อภิจาริน จากเรื่องนี้ ก็กลายเป็นหนึ่งในสี่นักเขียนในดวงใจที่จะติดตามผลงานต่อไปอีกนานเท่านานเลยค่ะ

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


คุณปิยะรักษ์ : ขอบคุณสำหรับรีวิว "เทพรัตน์ทัศนา" นะคะ จดลงลิตส์โดยพลัน ผ่านเพื่อนดีแล้วพลาดเล่มนี้ได้ไงเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ

คุณปลายทางของสายรุ้ง : ว้า...คุณหนิงขาคืนไหนไม่บอก อย่างนี้ขวัญต้องรีบไปหา After the Night มาอ่านโดยเร็ว เพราะความอยากรู้ ^^

คุณพลุ : กรี๊ดดัง ๆ กับ Pai In Love กำลังจะเขียนรีวิวเชียว เปิดมาเห็นน้องพลุรีวิวซะก่อน แอร๊ย :P พี่ก็ชอบเรื่องคิดถึงเธอทุกวินาที เหมือนกันเลย ส่วนอีกเรื่องก็คือ ปาย...ปลายทางของหัวใจ ประมาณว่าฉันเข้าใจความรู้สึกนี้ดี อิอิ

คุณกุลธิดา (kdunagin) : ขวัญยังไม่เคยอ่านผลงานของสิริมาเลยค่ะ สงสัยต้องลองอ่านดูบ้างแล้ว

****************************************************************************

5-10. [ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่มีชื่อเรื่องเป็น 1 คำ 1 พยางค์ (ได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษหรือตัวเลข) เช่น ล่า, ฝน หรือ 7 เป็นต้น

ชื่อเรื่อง : พาย
ผู้แต่ง : เพลิงวารี
สำนักพิมพ์: ZayDaBooks
ราคา: 279 บาท
จำนวน: 373 หน้า

*********************************************************************************

โปรยปกหลัง

"พาย" ตากล้องสาวสวย มาดแมน เธอ...ผู้โบยบินจากบ้านเกิดมาแสนไกล เธอผู้ไม่เคยคิดจะฝากหัวใจให้กับใคร ไม่รู้ว่าอะไรในตัว "เขา" ที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป "กาเบรียล" เทพบุตรหน้าหวาน เขา...ทายาทของตระกูลเก่าแก่แห่งฝรั่งเศส เขานักเล่นฮาร์ฟระดับโลก เขาผู้ถึงพร้อมด้วยทุกสิ่ง ไม่รู้ว่าอะไรในตัว "เธอ" ที่ทำให้เขาหลงใหล โชคชะตาได้นำพาทั้งคู่ไปสู่ห้วงรัก ที่เขตคั่นใดๆ ก็มิอาจขวาง....

*********************************************************************************

ตอนที่เริ่มอ่านเรื่องนี้ไปได้ 2 - 3 บทแรก ก็เกิดอาการประหลาดใจเล็กน้อย คือเรามีความรู้สึกว่า บุคลิกของนางเอกในเรื่อง “พาย” มันแปลกไปหน่อย อ่านแล้วรู้สึกตะขิดตะขวงในใจ ครั้งแรกตั้งใจว่าจะไม่อ่านต่อแล้วด้วยซ้ำ ก็เลยเอามาเปรย ๆ ให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็บอกว่าลองอ่านให้จบเถอะจะได้รู้ว่าตัวละครมันมีที่มาที่ไปยังไง และสุดท้ายเขาลงเอยกันแบบไหน กลับมาถึงบ้านก็เอ้า อ่านให้จบก็ได้ ลองดู

**สปอยล์** ที่เราแอบงงเพราะผู้แต่งอ่ะ บรรยายลักษณะและบุคลิกของนางเอกไว้ตอนแรกเนี่ย เราจินตนาการได้ว่า พาย คือ หญิงชอบหญิง ไม่ใช่ลักษณะของสาวแก่นสาวห้าวด้วยซ้ำ พอเจอกับกาเบรียล เธอก็ยอมรับว่ามีแฟนเป็นผู้ชาย แต่บางครั้งก็ยังเจ้าชู้ใส่ผู้หญิงอีกด้วย จุดนี้ทำให้เกิดคำถามเล็ก ๆ ในใจว่า คนที่รู้สึกว่าตัวเองชอบเพศเดียวกัน ถึงขั้นมีความสัมพันธ์ด้วยกันไปแล้ว มันยังจะสามารถกลับมารักมาชอบเพศตรงข้ามได้อีกเหรอค่ะ คืออ่านแล้วสับสน **หมดเขตสปอยล์**

แต่เรื่องพาย ก็ทำให้เราได้แง่คิดที่ว่า จริง ๆ แล้วความรักมันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกรูปแบบค่ะ มันไม่ได้เลือกสถานะ บุคคล เพียงแค่อยากรัก มีความรู้สึกดี ๆ ให้ ความรักก็สามารถเคาะประตูหัวใจคุณได้เช่นกันโดยไม่สนว่าอีกคนเขาจะเป็นใคร เป็นยังไง...

ส่วนเรื่องความชอบสำหรับขวัญ อ่านครั้งเดียวพอค่ะ จุดดีสำหรับ “พาย” พล็อตเรื่องนี้แปลกค่ะ แหวกแนวมากสำหรับเรา เพราะว่าอ่านไปแล้วถึงกับอึ้งกันเลยทีเดียว ที่นางเอกมีบุคลิกแบบนี้ ผู้แต่งก็เขียนปมในใจเรื่องครอบครัวของนางเอกปูเรื่องมาได้ดี ตอนเฉลยว่าทำไมพายถึงเกลียดพ่อ ก็ทำให้คนอ่านเข้าใจได้ แต่ว่าเรื่องของพระเอกที่ตอนตามล้างตามเช็ดเนี่ยไม่ได้กล่าวถึงเลยว่าศัตรูของกาเบรียลเนี่ยเป็นฝ่ายไหน เป็นใคร ทำไมถึงต้องมาคอยดักฆ่าพระเอก อยู่ดี ๆ คนกลุ่มนี้ก็หายไปเฉย ๆ คิดว่าถ้ามีเรื่องนี้อีกนิด จะโอเคกว่านี้มาก ๆ ค่ะ

จากคุณ : P@ween@


โอ๊ะ!! ขอโทษที่ต้องทำให้เปลืองเนื้อที่บอร์ดนะคะ
ลืมรูปหนังสือ เอ๋อจริง ๆ

ปกเรื่อง "พาย" ค่ะ

จากคุณ : P@ween@


สวัสดีตอนสาย ๆ ค่า
ยังไม่คุยนะคะ
มาอัพเดตคะแนนรอบวันที่ 1-5 ม.ค. 53 กันก่อนค่ะ
(นับถึง รีวิวคอมเมนต์ที่ 58 ของน้องเจ้าชายพลุนะคะ)
*หมายเหตุ เพิ่มโบนัส 10 คะแนนให้คุณยาคูลท์แล้วค่ะ

จากคุณ : แม่ไก่


มาคุยต่อค่ะ

คุณกุลธิดาขา...
แม่ไก่ว่าปลาหนีน้ำกับโจทย์วันพ่อมันดูขัด ๆ กันนะคะ...ของสิริมากับวันพ่อนี่แม่ไก่ว่าน่าจะเป็นกุหลาบสีแดงมากกว่านะคะ

คุณหนิง กลับมารอบนี้รีวิวลินดา โฮเวิร์ดไปสองเล่มแล้วนะคะเนี่ย...ท่าทางจะน่าอ่านแฮะ
คุณหมูฯ ขา...กลัวแต่ว่า คำว่า Book of the Year นี่มันจะคล้าย ๆ กับคำว่า Bestsellerน่ะสิคะ...ที่เอาเข้าจริงอาจจะเป็นเพียงเรื่องของการตลาดไปเสีย ลองเอาเข้าโจทย์อื่นดูนะคะ

ปายอินเลิฟนี่น่าสนใจมาก ๆ ไว้ต้องหมาอ่าน(เก็บ)แน่นอน
ชอบธีมหมากกระดานของคุณไอซ์จริง ๆ โดยเฉพาะเล่มแรก...
มีแปลไหมคะ?

นานมาก ๆ แล้วที่ไม่ได้อ่านบทกวีของฝรั่ง มาเจอรีวิวของน้องส้มเล่มนี้ทำให้หวนนึกถึงความหลังแฮะ เดี๋ยวไปหาโหลดอีบุ้กไว้อ่านมั่งท่าจะดี กล่อมเกลาจิตใจได้ละมุนละไมนักแล

เดี๋ยวบ่าย ๆ คงได้มีรีวิวซักโจทย์สองโจทย์ค่ะ ขอเวลาเรียบเรียงก่อน

ทักทายและเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ smile

จากคุณ : แม่ไก่


^
^
โอ๊ะ โทษทีค่ะคุณกุลธิดา แม่ไก่อ่านโจทย์ผิด (หน้าแตกเพล้งเลยอ่ะ...)

จากคุณ : แม่ไก่


มาดูว่า คห. 59 ถูกลบไปหรือยังเพราะแกเล่นไปโพสต์ขายหนังสือในหลายกระทู้เลยค่ะในห้องสมุดนี่

กำลังจะเพล้งเหมือนกันค่ะคุณแม่ไก่ กำลังคิดว่า เอ๊ะ เราก๋งก๊งหรือเปล่า คุณแม่ไก่มาเพล้งเสียก่อน ตัว ส น่ะค่ะ ชื่อต้นคุณพ่อเริ่มด้วยตัว ส เหมือนกัน

แนะนำทุกเรื่องของ สิริมา อภิจาริน เลยค่ะคุณขวัญ คิดว่าเป็นนักเขียนที่มีเอกลักษณ์ในการใช้ภาษาและเนื้อหาของเรื่องที่เขียนชนิดไม่ซ้ำแบบใครเลยค่ะ

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


แง๊ แผนอ้อนไม่สำเร็จ คือหมูอ่านเรื่องผจญภัยในสุสานตั้งแต่เดือนที่แล้วค่ะ กำลังหาหนังสือที่ได้รางวัลอีกเล่มมาเข้าคู่กัน แต่ไม่ได้ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวลองไปด้อมๆมองๆที่ร้านหนังสือดู

จากคุณ : หมูย้อมสี


มาให้กิฟค่ะ ให้ย้อนขึ้นไปจนจะถึงคห.ที่ 49 ปรากฏเจอพร็อกซี่เอ๋อเหรอง่ะ

เดี๋ยวรอหายจะมากดให้อีกทีีนะคะ

เมื่อเช้ามืดตอนเกือบๆ ตีสาม ฝนตกหนัก เสียงดังมาก

เราสะดุ้งตื่น แล้วนอนไม่หลับ

ไปๆ มาๆ เลยอ่านจบอีกเล่ม (เดี๋ยวจะรีวิวต่อค่ะ) แล้วก็อ่านของคุณสิริมาต่อได้ครึ่งเล่ม วะฮ่าฮ่า

แต่อ่านไปน้ำตาคลอไปสุดฤทธิ์เลย ขี้แง




มารีวิวเล่มที่อ่านจบก่อนแล้วกันค่ะ

15-6.[ปีศาจ ความฝัน + อั๊งอังอา] 4 ธันวาคม วันสิ่งแวดล้อมไทย อ่านหนังสือเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
หรือเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับช่วยลดภาวะโลกร้อน หรือตัวละครในเรื่องทำงานเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม


เด็กหนวดหมึก แมวหางปลา และหมาหลังเ่ต่า
ผู้เขียน ศักดา สาแก้ว
สำนักพิมพ์ ตุ๊กตาไล่ฝน
จำนวนหน้า 250 หน้า
ราคา 200 บาท

เป็นเรื่องราวกึ่งๆ แฟนตาซีค่ะ คือเด็กชายที่ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับการพบว่า
ตัวเองมีครึ่งบนเป็นมนุษย์และครึ่งล่างเป็นปลาหมึกยักษ์
จากนั้นก็ได้พบกับ "มัคคุเทศก์" แห่งท้องทะเลสองตัว
ได้แก่ ครึ่งบนแมวครึ่งล่างปลา นาม เงือกงาม
กับครึ่งหมาครึ่งเต่า นาม หลังตุง

พร้อมกับความทรงจำที่สูญหาย แต่ค่อยๆ คืนมาเป็นชิ้นๆ ในนามของจิ๊กซอว์
ซึ่ง "ท่านมหาสมุทร" เป็นคนมอบให้

การใช้ชีวิตท่องเที่ยว พร้อมๆ กับการรอคอยให้จิ๊กซอว์ความทรงจำเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ
กลับทำให้เด็กชายครึ่งหมึกในนามหมึกน้อย ได้รู้ ได้เห็นและเจ็บปวด กับการกระทำของสิ่งที่เรียกว่า "มนุษย์"



ความรู้สึกที่ได้อ่าน

เป็นเรื่องราวๆ สนุกๆ ที่สอดแทรกแนวคิดเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ค่ะ
แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่นัก เช่น การจับสัตว์ในฤดูวางไข่ การล่าวาฬ การจับสัตว์ทะเลไปเลี้ยงที่บ้าน ฯลฯ
แต่ก็ร้อยเรียงเรื่องราวได้น่าสนใจ

รวมทั้งสำนวนที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ น่าสนใจใช้ได้ค่ะ

ส่วนที่เราออกจะขัดใจเล็กน้อยก็คือ การหักมุมในตอนท้ายของเล่ม

ไม่ว่าจะเป็น (สปอยล์นะคะ) พี่ชายที่แท้จริงของเด็กหญิงทะเล
(แล้วจะปูพื้นตั้งแต่เสียงที่แหบเพราะเล่นเยอะ กับการไม่ได้จับหน้าของหมึกน้อยเพื่อ?)
หรือการฝันซ้อนฝัน ที่มากลายเป็นเรื่องจริงอีกอย่างที่..มันอ่านแล้วไม่กลมกลืนน่ะค่ะ
คือ...เหมือนพยายามหักมุมให้คนอ่านคาดไม่ถึง แต่อ่านแล้วมัน..ไม่กลมกล่อมง่ะ


แต่ก็ถือได้ว่า ถ้าเป็นหนังสือให้เด็กอ่าน ก็น่าจะปลูกฝังนิสัยหลายๆ อย่างให้ทำลายโลกนี้ได้น้อยลงค่ะ



แต่..

สิ่งที่หงุดหงิดมากๆ ตลอดการอ่านหนังสือเล่มนี้คือ
คำผิด พิมพ์ผิด ตกหล่น ฯลฯ มหาศาล บานตะไท - -"

เรียกได้ว่ามีแทบทุกหน้า ตอนแรกว่าจะจดมาให้ครบ ตามประสาการรีวิวของเรา
(เผื่อพิมพ์ใหม่จะได้แก้ไข - ทำตัวยังกะเป็นพนง.พิสูจน์อักษร หยอกเย้า)
แต่พอจดถึงหน้า 74 ก็รู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว มันเยอะมากกกกกกกก
เลยให้ดูแค่ที่จดมาแล้วกันนะคะ (ดูจากเลขหน้าแล้วจะรู้ว่ามัน "ถี่" แค่ไหนค่ะ)


หน้า 24 ย่อหน้าทั้งที่จริงต้องชิดซ้าย
และมีสะกดว่า บิดเกรียวสามรอบครึ่ง - ต้องเกลียวค่ะ ไม่ใช่เกรียว

หน้า 25 ในระดับน้ำที่ลึกว่า - ลึกกว่า ตกกอไก่ไปหนึ่งตัว

หน้า 30
"ถ้าเป็นการเล่นตลก เธอก็ต้องหัวเราะถึงจะถูก" ใช่ไหมเงือกงาม หันหน้าเออออห่อหมกกันแล้วก็หัวเราะ
- จะเห็นว่าเครื่องหมายคำพูดปิด ใส่ผิดที่ ต้องมาอยู่หลังคำว่าเงือกงามค่ะ

หน้า 32 ร้องตามถ้าทาย - ท้าทาย

หน้า 33 เหมือนการบิดเกรียวของพายุ - บิดเกลียว

หน้า 39 ริมฝีปากเฉิ่มยิ้ม - น่าจะฉ่ำยิ้มมากกว่า

หน้า 41 เครื่องหมาย " (คำพูดปิด) หาย

หน้า 42 รุกรี้รุกรน - ลุกลี้ลุกลน

หน้า 46 แพลงก์ตอนน - นอหนูเกินมา

หน้า 48 บัลเล่ห์ - บัลเลต์

หน้า 50 พยาม - พยายาม

หน้า 51 เครื่องหมาย " (คำพูดปิด) เกินมา

หน้า 52 หัวเราะท้องคดท้องแข็ง - ท้องคัดท้องแข็ง (ตกไม้หันอากาศ)

หน้า 56 เขาเห็นรำไรว่าคู่ต่อดิ่งพุ่งมาหา - คู่ต่อสู้
"นายต่างห่างเป็นฝ่ายที่ต้องแพ้" - ต่างหาก

หน้า 57 วัฎจักร - วัฏจักร (คำนี้ในเล่มนี้ใช้ ฏ ชฎาทั้งเล่มเลยค่ะ มันต้อง ฏ ปฏักอ้ะ)

หน้า 58 "จะตามมาเยอะเย้ย" - เยาะเย้ย
ศักดิ์สิทธ์ - ตกสระอิ ต้อง ศักดิ์สิทธิ์
แทงหิน - แท่งหิน ตกไม้เอก

หน้า 59 ทำให้โลมาหนีมากทางนี้ - หนีมาทางนี้
ฝามือ - ฝ่ามือ ตกไม้เอก

หน้า 62 เครื่องหมาย " (คำพูดปิด) หาย

หน้า 63 บิดเกรียว - บิดเกลียว

หน้า 69 เครื่องหมายคำพูดผิดตำแหน่ง

หน้า 70 ทำจมูกฟุตฟิต - ฟุดฟิด (ทำจมูกเป็นไม้วัดหรือไงน่ะ หยอกเย้า)

หน้า 72 ตามเรือรำใหญ่ไป - เรือลำใหญ่ค่ะ (นึกภาพเรือรำสอดสร้อยมาลาไปสิคะ หยอกเย้า)

หน้า 74 มึกน้อยคิด - ตกหอหีบ หมึกน้อยค่ะ

ฯลฯ


แต่ถ้าก้าวข้ามผ่านความหงุดหงิดของความผิดพลาดเหล่านี้ไปได้
(เนื่องจากเป็นสนพ.ใหม่มากๆ น่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเกิดจากคนพิสูจน์อักษรพิสูจน์ไม่ดี (ได้ถึงขนาดนี้?)
หรือเป็นเพราะอาจจะส่งเวอร์ชั่นผิดที่ยังไม่ได้ทำการแก้ไขไปตีพิมพ์หรือเปล่า
(คิดเข้าข้างสุดฤทธิ์ เพราะไม่คิดว่าถ้ามีการพิสูจน์อักษรจริงๆ จะ "พลาด" อะไรได้มากมายขนาดนี้น่ะค่ะ))

ก็ถือว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจ น่าหามาอ่านให้เด็กฟัง
(แต่ไม่ควรให้เด็กอ่านเอง เพราะอาจจะจำการสะกดคำผิดๆ ไปได้นะคะ)

เพราะจะปลูกฝังความคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ดี เพราะเนื้อหาก็สนุกใช้ได้ค่ะ


ป.ล. เล่มนี้ได้มาฟรี เนื่องจากการร่วมสนุกกับคนเขียน
รีวิวแบบนี้..คนเขียนจะเกลียดข้าพเจ้าหรือเปล่า่ล่ะนี่ ขี้แง

อย่าโกรธหนูเลยน้า (ทำตาปริบๆ เว้าวอน)

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


คุณสาวไกด์ฯ : เห็นด้วยเลยค่ะเวลาอ่านหนังสือแล้วก็เจอคำผิด คำตกหล่น นี่ มันชวนหงุดหงิดจริง ๆ นะคะ แต่แอบสังเกตหละว่าหน้าที่คุณสาวไกด์จดมานั่นมันก็ถี่มากแล้ว ยังมีที่พิมพ์ผิดอีกเยอะเลยเหรอค่ะ --" โอว

*********************************************************************************

15-1. [ทินา] เรื่องของสองนคร: อ่านหนังสือ 2 เล่มที่มีฉากเป็นเมืองหลวงของสองประเทศ โดยต้องเป็นเมืองที่มีอยู่จริงในแผนที่โลก

ตอบโจทย์
1. Hate at first sight ร้ายแรกพบ (ปุยฝ้าย) ฉากเป็นกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย
2. กลรัก ลวงใจ (ณารา) ฉากเป็นกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา

*********************************************************************************

ชื่อหนังสือ : Hate at First Sight ร้ายแรกพบ
ผู้แต่ง : ปุยฝ้าย
สำนักพิมพ์: แจ่มใส พับบลิชชิ่ง
ราคา: 249 บาท
จำนวนหน้า: 416 หน้า

*********************************************************************************

โปรยปกหลัง

มวยคู่เอกลั่นระฆัง มุมแดงคือนางเอกสาวแสนดีแค่ในจอ แต่ตัวจริงขาวีนตัวแม่ มุมน้ำเงินคือผู้กองหนุ่มสุดเคร่งจอมบ้างาน เมื่อคู่มวยที่สูสีกันสุดๆ ได้โคจรมาปะทะกัน สังเวียนที่ชื่อว่า ‘การแต่งงาน’ จะพังยับสักแค่ไหน!!!

หน็อย… อีตาตำรวจบ้า ทำมาเป็นผู้เคร่งกฎหมายไม่รู้จักเวล่ำเวลา ถือว่ามีอำนาจอยู่ในมือก็เลยเอามาใช้รังแกประชาชนงั้นเหรอ ดี ฉันจะตามจองล้างจองผลาญนายจนถึงที่สุด ชาตินี้อย่าได้คิดจะมีความสุขกับผู้หญิงคนไหนเลย คอยดูฤทธิ์นางร้ายในคราบนางเอกของฉันบ้างแล้วกัน!

ผู้หญิงอะไรทั้งเอะอะ โวยวาย เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง ผิดกับหน้าตาสวยๆ นั่นจริงๆ แล้วเรื่องอะไรผมต้องมาตกกระไดพลอยโจนแต่งงานกับยัยนี่ด้วยนะ สวยแต่รูป แถมจูบก็ไม่หอม อยากรู้นักว่าจะร้ายสักแค่ไหน โจรผู้ร้ายก็ปราบมาได้ตั้งเยอะแยะ กับอีแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวฤทธิ์เดชจะสักเท่าไหร่กัน เชิญสำแดงออกมาเลย!

*********************************************************************************

Hate at First Sight ร้ายแรกพบ เรื่องราวความรักวุ่น ๆ ของ “รสริน” นางเอกอันดับหนึ่งขวัญใจประชาชน ลูกสาวคนเดียวของอดีต ผบ.ตร. กับ “ผู้กองภานุรุจ” รองสารวัตรหนุ่มอนาคตไกลแห่งกองปราบปราม ซึ่งเจอกันครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตากันซะแล้ว เพราะเหตุที่คุณนางเอกรสรินดันไปจอดรถผิดที่ผิดทางจนโดนล็อกล้อ แถมคุณพ่อผู้ซึ่งตรงเป็นไม้บรรทัดก็ไม่ยอมช่วยเหลือ ความซวยเลยมาเยือนผู้กองภานุรุจที่ (หนีสาว) ออกตรวจพื้นที่ขับรถผ่านมาพอดี เมื่อตกลงกันไม่ได้ (ซักที) ผู้กองเลยต้องหอบหิ้วคุณนายรสริน มาจ่ายค่าปรับถึงโรงพักด้วยตัวเอง...

เรื่องไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อรสรินสบโอกาสเอาคืนผู้กองหนุ่มเล็ก ๆ น้อย ๆ หวังให้ผิดใจกับแฟนสาว (ที่เจ้าตัวคิดไปเอง) งานนี้กรรมเลยตามสนอง เมื่อนักข่าวแห่มาออรอทำข่าว (คาว) ที่รั่วผิด ๆ ถูก ๆ ของนางเอกสาวถึงหน้าคอนโด ผู้กองเลยติดร่างแหตกเป็นข่าว (คาว) กับนางเอกสาวไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ ร้อนถึง อดีตผบ.ตร. ต้องออกโรงเคลียร์ให้ลูกสาวด้วยตัวเอง ซึ่งผู้กองภานุรุจแสดงความรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน แล้วชีวิตครอบครัวเล็ก ๆ ก็บังเกิดขึ้น

แถมยิ่งวุ่นไปกันใหญ่เมื่อรสรินต้องเข้ามาพัวพันกับคดีของสามีโดยไม่ได้ตั้งใจ ผู้กองหนุ่มที่เพิ่งรู้ตัวว่า (หลง) รักเมียตัวเองก็ต้องหาทางปกป้องรสรินสุดชีวิต เหตุการณ์ร้าย ๆ ดูเหมือนจะคลี่คลาย ความในใจเหมือนจะเปิดเผย ก็มาเจอปัญหาคาใจเรื่องภรรยาของคุณสามีขี้งอนเข้าให้อีก งานนี้กว่าจะลงตัวได้คนรอบข้างของทั้งสองคนก็ลุ้นกันตัวโก่ง...

เรื่องนี้เป็นรักกุ๊กกิ๊ก โรแมนติกคอมเมดี้ ตามสไตล์แจ่มใส อ่านได้เรื่อย ๆ ยิ้มง่าย ๆ หัวเราะดัง ๆ ไม่มีผิดภัย แต่ขอหมั่นไส้กับความแถและจอมมารยาของรสรินนิดนึงได้มั้ยค่ะ แบบว่าพฤติกรรมจอมวีน จอมเหวี่ยง จอมแถ เหลือรับจริง ๆ แล้วก็บุคลิกของผู้กองภานุรุจที่ผู้แต่งวางคาแรคเตอร์ได้เข้ากั๊น เข้ากัน กับนางเอก ปราบรสรินซะอยู่หมัด อ่านแล้วรู้สึกเป็นคู่พระ-นาง ที่เคมีเข้ากันดีมาก ๆ ตัวละครรอบข้างของทั้งพระเอกและนางเอก็มีความน่ารัก น่าหยิกกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหมวดเต็มใจ จ่าเคร่ง หรือผู้จัดการส่วนตัวของนางเอก

เริ่มแรก ๆ พระ - นาง ก็งัดข้อกันกระจาย ไม่มีใครยอมใคร ยิ่งตอนแต่งงานกันด้วยแล้ว ความสัมพันธ์เข้าขั้นวิกฤต อ่านแล้วนึกถึงคำว่าทะเลาะกันบ้านแทบแตกออกเลยค่ะว่ามันเป็นยังไง พอเข้าใจกันเท่านั้นหละ โอ้โห ทีนี้หวานกันซะ จนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแจ่มใสจะมีฉากแบบนี้ด้วย 5555 ถ้าเป็นแนวของแจ่มใสหละก็ ถือว่าเยอะอยู่น้าสำหรับฉากเรียกน้ำตาลเนี่ย ประมาณว่าพูด ๆ กันอยู่ เสียงนางเอกก็หายไป แอร๊ย นอกเรื่อง!!

คงจะได้มีโอกาสหยิบออกมาอ่านอีกครั้งค่ะถ้าเป็นช่วงน้ำตาลตก แนะนำนะคะสำหรับอ่านเพลิน ๆ ไม่เครียด เก็บไว้เติมน้ำตาลให้ตัวเองได้เลย อ้อ แต่แอบมีจุดติงนิดหน่อย คือการบุกจับคนร้ายของพระเอก เข้าใจว่ามีการส่งกองสอดแนมเข้าไปแล้ว วางแผนกันมานาน แต่ว่าตอนไปล้อมจับเนี่ย มันก็ยังดูแบบง๊าย ง่าย ห้วน ๆ อ่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ อภัยเพราะว่ามีหวาน ๆ เยอะให้ลืม ๆ จุดอื่นได้นี่แหละ สรุปแล้วก็สนุก น่าติดตามในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เป็นอีกเรื่องที่ชอบค่ะ

จากคุณ : P@ween@


ชื่อหนังสือ : กลรักลวงใจ
ผู้แต่ง : ณารา
สำนักพิมพ์: พิมพ์คำ สำนักพิมพ์
ราคา: 250 บาท
จำนวนหน้า: 496 หน้า

*********************************************************************************

โปรยปกหลัง

นักการทูตหนุ่มจำต้องอิมพอร์ตสาวไทยมาเป็นคู่รักกำมะลอเพื่อหนีการคลุมถุงชนของมารดา หากสาวมั่นผู้แอบหลงรักนักการทูตหนุ่มมาตั้งแต่เด็ก ล่วงรู้แผนการเสียก่อน เธอจึงสวมรอยเป็นสาวไซด์ไลน์ บากบั่นไปเป็นคู่รักกำมะลอของชายหนุ่มถึงอเมริกา

เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อคู่หมายของนักการทูตหนุ่มบุกมาถึงถิ่น ติดตามมาด้วยน้องสาวและมารดาสุดแสบ แถมนักการทูตหนุ่มดันเผลอใจไปรักผู้หญิงที่เขาเข้าใจว่าเป็นสาวไซด์ไลน์ ในขณะที่หญิงสาวต้องเอาตัว เอาหัวใจให้รอด...เมื่อต้องอยู่ร่วมห้องกับเขาตลอดเวลาอย่างนั้น

*********************************************************************************

กลรักลวงใจ เป็นนิยายโรมานซ์ เรื่องของเลขานุการเอกหนุ่มของสถานฑูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา กับ สาวมั่น ที่มีศักดิ์เป็นน้องของเพื่อนที่แอบรักชายหนุ่มมาตั้งแต่เริ่มเป็นสาว เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นผลงานตีพิมพ์เล่มแรก ๆ ของคุณณารา ภาษา สำนวนต่าง ๆ มันเลยยังดูแปลก ๆ และแปร่ง ๆ ไปบ้าง ไม่เป็นไรไม่ว่ากันค่ะ

ช่วงเริ่มต้นแรก ๆ เนี่ยเราว่าผู้แต่งปูเรื่องของนางเอกมากไปซักนิด แต่มันมาชวนตื่นเต้นเอาตอนนางเอกและญาติสาวต้องปลอมตัวเป็นสาวไซด์ไลน์บุกถึงรังของเจ๊ เพื่อขอสมัครเป็นเด็กในสังกัดนี่แหละ อันนี้กล้ามากนับถือค่ะ

ตอนนางเอกปลอมตัวมาอยู่อเมริกา ก็ลุ้น ๆ อยู่เหมือนกันนะคะว่าพระเอกของเราจะจับได้มั้ยหว่า บุคลิกนางเอกในเรื่องนี้จะออกแนวเก่งสารพัดงานบ้าน งานเรือน งานครัวไม่มีขาดตกบกพร่องเลยค่ะเรียกว่าแม่ศรีเรือนจริง ๆ ความคิดความอ่านก็ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่บางครั้งเรามันก็ดูขัด ๆ กันบ้างในบางตอนบางทีจะเป็นสาวมั่น แต่บางทีก็ดูอ่อนไหว ไม่มั่นใจในตัวเองเอาซะเลย สับสนค่ะ

สารภาพว่าแอบหมั่นไส้พระเอกหละ ท่ามาก ปากหนัก แต่สุดท้ายต้องเสียน้ำตาให้เฮียแกจนได้ค่ะ ช่วงท้าย ๆ ของเรื่องทำตัวน่าสงสารมาก มาเรียกคะแนนคืนเอาอีตอนจะจบนี่แหละ อ่านไปก็เอาใจช่วยให้ง้อนางเอกได้สำเร็จทีเถอะ

สำหรับบทโรมานซ์ของเรื่อง บางทีมันก็ชวนกำเดาทะลักไปนิดนึงอ่ะค่ะ บรรยายได้แบบว่า... เราคิดว่าเป็นสไตล์ของณารานะคะ ยิ่งถ้าคนที่หัวโบราณหน่อย ๆ มาอ่านนี่ อาจจะดูขัดหูขัดตาไปเลยอ่ะค่ะ แถมพระเอกก็โง่ได้อีก มันจะไม่รู้เลยเหรอว่านางเอกอ่ะจิ้น (ขัดใจชะมัด) แต่ก็เข้าใจนะในบริบทขณะนั้นนางเอกอยู่ในสถานะสาวไซด์ไลน์นี่นา ใคร ๆ ก็เข้าใจผิดได้ทั้งนั้น

สรุปว่าเรื่อง กลรักลวงใจ ของณารา เล่มนี้ ขวัญชอบนะคะ นอกจากบันเทิงแล้วก็ยังได้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ ความรับผิดชอบของเลขานุการเอกประจำสถานฑูตไปด้วย เรียกว่ามีทั้งสาระ และโรมานซ์หวิว ๆ ก็คุ้มอ่ะนะกับเงินที่เสียไป ^^

จากคุณ : P@ween@


มาส่งการบ้านตอนค่ำ ๆ ค่ะ(ฝนตกนิด ๆ ตอนบ่าย เน็ตอืดเชียว)

5-2.[แก้วกังไส + หมูย้อมสี] อ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตหรือสัตว์ในตำนาน เช่น พญานาค ยักษ์ นางเงือก ฯลฯ
Teenage Mermaid
ผู้แต่ง : Ellen Schreiber
ผู้พิมพ์ : Scholastic, Inc.(2004)
150 หน้า


เรื่องย่อ สเปนเซอร์จวนเจียนจะจมน้ำตายเมื่อเขาพลัดตกจากกระดานโต้คลื่น...
แต่แล้วเขาก็ได้พบลิลลี่ เงือกสาววัยรุ่นผู้มาช่วยชีวิตเขาไว้
แถมด้วยจุมพิตแสนหวานและสร้อยคอที่มีล็อกเก็ตเงินรูปหัวใจ...ที่เขาคว้าติดมือมาจากคอของเธอ...
เขาพยายามตามหานางฟ้าของเขาในโรงเรียนและตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ก็คว้าน้ำเหลว...
ถ้าไม่มีสร้อยคอเส้นนั้น เขาคงคิดว่ามันเป็นเพียงความฝันแน่ ๆ

ลิลลี่ใจหายเมื่อพบว่าสร้อยคอประจำตระกูลของเธอหายไปหลังจากช่วยชีวิตมนุษย์หนุ่มน้อย...
แม่จะต้องเอาเธอตายแน่ ๆ ถ้ารู้เข้า
มีทางเดียวที่เธอจะได้สร้อยนั้นคืน... เธอจะต้องขึ้นไปบนแผ่นดินเพื่อติดตามหาเขาผู้นั้นและขอคืน...
ที่สำคัญ เธอเองก็อยากจะพบหน้าเขาอีกสักครั้ง...เพราะเธอตกหลุมรักเขาเข้าแล้วน่ะสิ...

*********

เป็นโรแมนติคแฟนตาซีแนววัยรุ่นที่น่ารัก ๆ อ่านสบาย
ดำเนินเรื่องตามบันทึกของลิลลี่กับสเปนเซอร์โดยสลับกันเล่าบทเว้นบท
มีฉากเป็นเมืองใต้น้ำที่ลิลลี่อาศัยอยู่ ที่มีโรงเรียน มีสำนักงาน มีครอบครัว...
มีอะร ๆ เหมือนกับชีวิตวัยรุ่นบนโลกมนุษย์แทบทุกอย่าง...
และมีมาดามเพิร์ล...เจ้าของมนต์วิเศษที่จะช่วยให้ลิลลี่ได้ขึ้นมาเป็นมนุษย์สาวน้อยชั่วคราวได้อีกด้วยแน่ะ...
แต่เรื่องรักระหว่างมนุษย์หนุ่มน้อยกับเงือกสาววัยรุ่นจะลงเอยยังไง...
จบได้เซอร์ไพรซ์แต่ก็น่ารัก สมเหตุสมผลค่ะ ขอบอก

**********

เล่มนี้มีอีบุ้กค่ะ แต่ตอนนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา เลยบ่นแกมปรารภกับเพื่อนว่าอยากอ่านเรื่องนี้ เลยได้หนังสือเล่มมาค่ะ อิอิ (ใครสนอีบุ้กเชิญหลังไมค์ได้ค่ะ)

จากคุณ : แม่ไก่


5-4.[แก้วกังไส] อ่านหนังสือเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวในประเทศไทย เช่น ขึ้นภูดูทะเลหมอก ฯลฯ

"สัญจรสู่สาละวิน-ถนนธงชัย
: วิถีแห่งต้นธาร ตำนานแห่งขุนเขา
ผู้เขียน 'คืน ญางเดิม'
ผู้พิมพ์ สนพ.ปัจจุบัน (ครั้งที่ ๒ ก.พ. ๒๕๓๙)
๑๙๒ หน้า


โปรยปกหลัง :
"ผมเป็นนักเดินทางมาเกือบยี่สิบปีแล้ว
ทุกครั้งที่ตอบคำถามตัวเองว่าใฝ่ฝันถึงสิ่งใด
ผมจะรู้สึกเสมอว่า แม่น้ำไม่อาจแบ่งออกเป็นสองฝั่ง
เหมือนแผ่นดินที่ไม่อาจแยกออกจากกัน
ผมกำลังเดินทางไปสู่ความฝันเหล่านั้น
ผมไม่พบเขตแดนที่แม่น้ำเมยหรือแม่น้ำสาละวิน
ผมเห็นแผ่นดินที่แม่ฮ่องสอนเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นดินรัฐฉาน
ผู้คนล้วนรู้จักกัน เป็นญาติพี่น้องกัน
ต้นไม้ต้นหญ้าและสัตว์ต่าง ๆ เคลื่อนย้ายแพร่พันธุ์โดยไม่มีรอยต่อ
ผืนหมอกและสายฝนห่มคลุมท้องฟ้า เป็นแผ่นเดียวกัน"

*************

เป็นบทบันทึกการเดินทางที่ไม่ธรรมดาเลย สำหรับหนังสือเล่มนี้...
(เดิมทีที่หยิบมาอ่าน ตั้งใจจะใช้ตอบโจทย์ว่าด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งค่อนข้างตรงตามเนื้อหา )
ด้วยในบทบันทึกนี้ได้บอกเล่าวิถีชีวิตและความเป็นมาของผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในดินแดนอันถือเป็นโลกดั้งเดิมของพวกเขา
ตามเทือกเขาและลุ่มน้ำในถิ่นเหนือ...นับตั้งแต่เทือกเขาถนนธงชัย - -รอยต่อระหว่างเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน
จากลุ่มน้ำสาละวิน ล่องลงมาถึงลุ่มน้ำเงาแห่งจังหวัดตาก...
ผู้เขียนได้ถ่ายทอดความรู้สึกของเขาที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เขาพานพบ...
อย่างเข้าอกเข้าใจในธรรมชาติและสัจธรรมว่าด้วยความเปลี่ยนแปลง...
แต่ก็แฝงไว้ด้วยความคาดหวัง...

"คำแห่งความรู้สึกซึ่งข้าพเจ้าบันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้
เป็นเพียงประกายความคิดเล็ก ๆ ที่จะจุดระเบิดพลังของตัวมันเอง
แรงขับจากภายในหัวใจของข้าพเจ้าคือแรงขับแห่งคำสารภาพการสำนึกผิดซึ่งเราได้ล่วงละเมิดต่อโลก
ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน คารวะต่อผืนดิน แม่น้ำ ใบไม้ มด แมลง ฯลฯ
โดยจิตใจเช่นนี้เท่านั้นที่จะช่วยให้เราอยู่รอดต่อไป..."

จากคุณ : แม่ไก่


5-7.[อมราวตี] อ่านจินตนิยาย (นิยายเกี่ยวกับโลกสมมุติ) เช่น นิยายวิทยาศาสตร์ แฟนตาซี

"แม่ศรีบางกอก"
สุวรรณี สุคนธา
สนพ.ดอกหญ้า (เม.ย. ๒๕๔๐)
๒๓๒ หน้า


เรื่องย่อ

สาวศรี เป็นนางแบบสาวสวยแห่งยุค
เธอมีเพื่อนชายคนสนิทที่มีดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์หนุ่มถึงสองคน - -แสงแดด และ ทองทิว
แต่วันหนึ่ง...ก็มีชายหนุ่มคนที่สามเข้ามาพัวพันในชีวิตของเธอ นั่นคือทวิชาติ - -มนุษย์จากต่างดาว
เขาได้พาเธอเดินทางไปยังดาวดวงใหม่ และขอเธอแต่งงาน
เธอคิดว่านั่นคือความฝัน จึงได้ยอมรับการแต่งงานครั้งนั้น...
เมื่อเธอหวนกลับคืนสู่โลกเดิมของเธออีกครั้ง...
เธอก็พบว่า...เวลาในต่างดาวของเธอนั้นได้เลื่อนผ่านไปถึงห้าสิบปี
ผู้คนที่เธอรู้จักในโลกได้ล้มหายตายจากไปหลายคน
ที่สำคัญ...สิ่งที่สร้างความหวาดหวั่นยิ่งให้แก่เธอก็คือ...
เธอมีชีวิตอมตะ...เธอไม่แก่ และไม่ตาย...

**************

เป็นไซไฟคอมเมดี้ที่เขียนโดยนักเขียนใหญ่ ที่มีความคิดล้ำยุคล้ำสมัยอย่างคุณสุวรรณี สุคนธา
โดยฉากของเรื่องจะเป็นเมืองบางกอกในยุคพ.ศ. ๒๕๖๓...นั่นคือประมาณห้าสิบปีล่วงหน้านับจากปีที่เธอเขียนนิยายเรื่องนี้
โดยยึดแกนหลักของเรื่องคือ...กาลเวลาเปลี่ยน สรรพสิ่งเปลี่ยน หากมนุษย์ปุถุชนยังคง รัก โลภ โกรธ หลง
.............
ภาพชีวิตจิตใจสมัยใหม่แห่งเมืองวิไล
ที่ความจน-รวย ยังคงเหลื่อมล้ำ

สำนวนภาษาแทบไม่ต้องพูดถึงค่ะ...
นิยายออกแนวเสียดสีแต่เสียดสีได้ไม่เจ็บไม่ปวดแต่โดนใจจริง ๆ
การเลือกอ่านหนังสือของนักเขียนรุ่นเก่า ๆ มีข้อดี(ที่รับประกันการอ่าน)คือ
ไม่ต้องเสี่ยงกับการเสียอารมณ์หากต้องเจอกับสำนวนภาษาสมัยใหม่ที่อาจจะชวนให้ขัดอกขัดใจ...
จนอาจจะต้องวางหนังสือกลางคันได้ (อย่างที่วางไปแล้วหลายเล่มนั่นแล)

จากคุณ : แม่ไก่


10-6.[อมราวตี] อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหญิง เจ้าชาย หรือเชื้อพระวงศ์ จะเป็นเรื่องจริงหรือ
เรื่องแต่งก็ได้

มงกุฏหัวใจ / ฬีฬา / ยาหยี – ยาใจ / 320 หน้า

คำโปรยปกหลัง : "ไลล่าส์" เป็นครูเล็กๆ ในโรงเรียนเล็กๆ กลางหุบเขาสุดชายแดนเลนีเธีย เธอปรารถนา
เพียงได้เห็นเด็กๆ เติบโตมีอนาคตที่ดี แต่ความฝันนั้นใกล้สลาย เมื่อโรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้กำลังจะ
หายไป ส่วน "เจ้าฟ้าชายเซเนเธีย" รัชทายาทอันดับสองแห่งราชบัลลังก์เซเนเธีย ปรารถนาเพียงครอบครัว
อบอุ่นเล็กๆ ทั้งสองรู้จักกัน ณ หุบเขาแห่งนี้ หญิงสาวทุกคนล้วนใฝ่ฝันอยากครอบครองมงกุฎราชินี แต่สำหรับ
เธอแล้ว คงต้องใช้มากกว่าเวทมนตร์ของนางฟ้า จึงจะได้พบเจ้าชายในฝัน และต้องใช้มากกว่ากลิ่นหอม
หวานของทุ่งกุหลาบ จึงจะหล่อหลอมสองดวงใจให้เป็นหนึ่ง

ความรู้สึกคนอ่าน : ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ให้ความรู้สึกสบายๆ เวลาอ่าน ไม่มีตัวอิจฉามากรี๊ดกร๊าดวี๊ว๊าย แต่
ช่วงนี้บริโภคโรแมงซัสเพนซ์มากเกินไปเลย ความรู้สึกต่อหนังสือเลยออกแนวเรื่อยๆ เปื่อยๆ พระเอก
อุตส่าเป็นเจ้าชายที่ 2 + เป็นเจ้าชายนายทหารอีกก็น่าจะมีบู้สักกะเล็กน้อยนะ แต่ก็ไม่มี เซ็งเป็ด ไก่
ห่าน...

เรื่องนี้เป็นเรื่องของครูผู้สอนในรร.ห่างไกลความเจริญ ก็นึกถึงรร.บ้านเราไปด้วย ยิ่งตอนที่บอกว่า ถึง
จะเป็นรร.ใกล้ตัวเมืองแต่ไม่ได้ดีไปกว่ารร.ในชนบทเท่าไร นี่นึกถึงรร.แถวบ้านเลย ถ้าไม่ได้งบมาสร้าง
ตึกใหม่ 1 หลังนี่ ป่านนี้ก้อยังมีแต่อาคารเรียนแก่ๆ อายุมากกว่า 40 ปีทั้งนั้นเลย

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


10-9.[ทินา] สี่สุดสนุก อ่านหนังสือที่ชื่อหรือนามปากกานักเขียนมีสี่พยางค์

"สวรรค์แสนกล"
ผู้เขียน : "จินตกัญญา" (จิน-ตะ-กัน-ยา)
สำนักพิมพ์: เพื่อนดี (ครั้งที่ ๑ ก.ย. ๒๕๔๓)
๔๕๗ หน้า



จากคำนำ :
มีคนจำนวนไม่น้อยที่มักโทษชะตาชีวิตของตนเองว่ามาจากเทวดาบันดาล หรือสวรรค์กำหนด
ในขณะที่คนอีกจำนวนหนึ่งมีความเชื่อในบาปบุญคุณโทษ กฏแห่งกรรม การทำดีได้ดี การทำชั่วได้ชั่ว
เป็นไปได้หรือไม่ ที่สวรรค์ได้บัญชาขึ้นตามกรรมของแต่ละคน
เสกบุรุษ และ ปรีมาหนุ่มตัวใหญ่กับสาวใจดี ...
ผู้มีความรัก และมิตรภาพอันแปลกประหลาด ซึ่งถูกกำกับโดย กรรม และมีสวรรค์เป็นผู้กำหนด ...
สวรรค์อันทันสมัย ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง...
สวรรค์เบื้องบนในยุคมิลเลนเนียมที่สนุกสนานและน่าติดตาม

**************

เรื่องย่อ : (ย่อจริง ๆ) เสกบุรุษและเพื่อน ๆ เดินทางไปเที่ยว และประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ทั้งหมดบาดเจ็บสาหัส สลบไสลไม่ได้สติ
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เสกบุรุษก็พบว่าเขาฟื้นขึ้นมาในบ้านเช่าที่เป็นตึกแถวของแม่เขาเอง แต่ที่นั่นได้ถูกปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นเหมือนสำนักงานทึบ ๆ เล็ก ๆ มีเครื่องคอมพิวเตอร์เก่า ๆ ตั้งอยู่เรียงราย
เขาถูกสั่งจากผู้มีอำนาจในที่นั้นให้รับบัญชาจากสวรรค์ให้ไปสืบเสาะ ควบคุมความประพฤติของใครก็ตามสุดแท้แต่สวรรค์จะกำหนด โดยรับคำสั่งจากคอมพิวเตอร์...
ในคอมพิวเตอร์นั้น เขาสามารถตรวจสอบปูมชีวิตของคนที่เขารู้จักหลายคน...
รวมทั้งมารดาสุดที่รักของเขา...ที่ภายนอกเป็นคนงกและเค็ม แต่จริง ๆ แล้วนางเป็นคนใจเมตตามาก
พร้อมกันนั้น เพื่อนรักของเขาสองคนที่ประสบอุบัติเหตุด้วยกันก็ถูกนำตัวมาทำงานในหน่วยงานนั้นด้วยเช่นกัน...
แล้วเขาก้ได้พบปรีมา - หญิงสาวลูกนักการเมืองซึ่งมีบ้านอยู่ติดกันกับสำนักงานนั้น...

ในขณะที่ปรีมาเข้าใจว่าเขาเป็นสาวกลัทธิลึกลับอะไรสักอย่าง...และต้องการตีสนิทเพื่อสืบรู้ความจริง...
เสกบุรุษก็เข้าใจว่าเธอคือคนที่ถูกส่งให้มาทำงานร่วมกับเขา
ทั้งสองจึงกลายเป็นเสมือน "คู่หู" ในเวลาไม่นาน...

**************

และแล้วก็มีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายให้เสกบุรุษได้เรียนรู้จากการทำงานให้กับ "สวรรค์ดอทคอม"
เป็นคอมเมดี้ที่อ่านสนุกในระดับหนึ่ง...ผู้เขียนเข้าใจสรรค์สร้างจินตนาการ...
ทั้งสอดแทรกข้อคิด ธรรมะไว้ในเรื่องอย่างเนียน ๆ ...
เจือสำเนียงเสียดสี จิกกัดเล็ก ๆ
แถมมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นตัวดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจทีเดียว

อ่านได้เพลิน ๆ ค่ะ ไม่ถึงกับติดหนึบหนับวางไม่ลง แต่เรื่องราวก็สนุกสนานดี

จากคุณ : แม่ไก่


10-11.[ส้มแช่อิ่ม] อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่ซื้อมาถูกที่สุด แต่คุ้ม เช่น ลดราคามาเหลือ 50 บาท สนุกมาก ได้ความรู้ ฯลฯ ให้บอกราคาจริง ราคาซื้อ และสถานที่ซื้อมาด้วย


วิธีพูดกับลูกวัยรุ่นโดยไม่ทำร้ายตัวตนและจิตใจของเขา
เขียนโดย ด.ร. เฮม จีนอตต์
แปลโดย ศรีสุชา พิศาลบุตร แมคเคบบ์
สำนักพิมพ์ BeeMedia
ราคา 160 บาท (ได้มาฟรีค่ะ)
205 หน้า

เล่มนี้น้องผู้แปลส่งมาให้เป็นของขวัญวันปีใหม่ค่ะ เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่นอย่างที่ตัวเองมีนะคะ

หนังสือเล็กๆ เล่มนี้แบ่งเป็น 12 บทคือ

1. ความแตกต่างระหว่างพวอเขากับพวกเรา - อธิบายความแตกต่างทางความคิดระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กวัยรุ่น และวิธีที่จะอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ

2. วิธีแก้ปัญหาเมื่อลูกวัยรุ่นต่อต้านคุณ - เป็นเรื่องของการช่วยให้วัยรุ่นเป็นสุขอย่างที่ตัวเองเป็น

3. อย่าซ้ำเติมลูกวัยรุ่นโดยไม่รู้ตัว จนทำให้เรื่องแย่ลงไปอีก - คือรับฟังความคิดเห็นของลูก

4. วิธีพูดที่ช่วยให้ลูกวัยรุ่นรู้สึกดีขึ้น - เน้นที่การพูดซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้ทะเลาะกันเสียเปล่าๆ

5. วิธืวิจารณ์หรือตำหนิลูกวัยรุ่นอย่างสร้างสรรค์ - (ยากค่ะเรื่องนี้) แสดงถึงการวิจารณ์ไม่สร้างสรรค์ที่อาจกลายเป็นโทษ และเสนอการวิจารณ์แบบสร้างสรรค์

6. วิธีแสดงความโกรธโดยไม่ทำร้ายจิตใจลูกวัยรุ่น

7. วิธีที่ดีในการชมลูกวัยรุ่นเพื่อช่วยให้เขานับถือตัวเอง - พูดถึงผลเสียและผลดีในการชมลูก คำชมที่ทำร้ายจิตใจลูก และคำชมที่ช่วยให้ลูกเห็นตัวตนของตัวเองจริงๆ

8. ทัศนคติและมุมมองของลูกวัยรุ่นที่มีต่อพ่อแม่

9. วิธีแก้ปัญหา การให้อิสระและการกำหนดขอบเขตการเข้าสังคมและการสังสรรค์ของลูกวัยรุ่น

10. วิธืแก้ปัญหาวัยรุ่นในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

11. วิธีแก้ปัญหาในเรื่องของการขับรถ การดื่มเหล้า การใช้ยาเสพติด - เป็นขอเสนอสำหรับผู้ขับขี่วัยรุ่น การแก้ปัญหาการดื่มเหล้าของลูก และสัญญาณว่าลูกติดยาเสพติด

12. เรื่องเล่าดีๆ ที่ช่วยให้พ่อแม่และวัยรุ่นเรียนรู้ เติบโต และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีด้วยกัน

เป็นหนังสือที่มีประโยชน์มากค่ะสำหรับแม่อย่างตัวเองที่มีลูกกำลังอยู่ในวัยรุ่น (14 ขวบค่ะปีนี้) จำได้ว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อนนี้เองนั่งคุยกับเพื่อนร่วมงานที่สนิทกัน แกเป็นอาจารย์สอนวรรณคดีอเมริกัน ที่ได้คุยกับเพื่อนคนนี้ก็เพราะอย่างแรก ห้องทำงานอยู่ติดกัน คุยกันทุกวัน (ไม่เกี่ยวกับหนังสือเลยนิ) อย่างที่สอง แกเป็นอาจารย์สอนภาษา และวันก่อนนั้นลูกสาวแก้ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้พูดกับแก คือลูกเขาเรียนมาอีกอย่าง พอแม่พูดไปอีกแบบ แกก็มองว่าใช้คำนั้นผิดที่ทาง ทั้งที่จริงคำนั้นใช้ได้หลายความหมาย จำไม่ได้แล้วค่ะว่าคำว่าอะไร แต่ตอนนั้นรู้สึกเลยว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วัยรุ่นของลูก คือเมื่อเริ่มชี้ให้พ่อแม่เห็นในสิ่งที่แกเรียนรู้มาว่าต่างออกไปยังไง จากที่เคยตามพ่อแม่ทุกอย่าง เพื่อนอาจารย์คนนั้นบอกว่าอย่างห่วงเลย อีกหน่อยจะหนักกว่านี้ แกเจอมาหมดแล้วกับลูกสาวของแก (แกมีลูกสาว 3 คน) แกบอกว่าวันหนึ่งลูกจะบอกว่า "You don't dress right." "Your shoes look weird." จำได้ขึ้นใจเลยค่ะ 2 ประโยคนั้นที่เพื่อนบอกเพราะตอนนี้กำลังเจอกับตัวเองแบบนั้นเลย

แนะนำค่ะเล่มนี้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมีลูกอยู่ในวัยรุ่น แต่ละบทไม่ยาว อ่านสนุก ไม่วิชาการเยอะจนน่าเบื่อ เป็นแบบคุยกันมากกว่า ส่วนไหนสำคัญก็เน้นตัวหนักเอาไว้ คิดว่าเวลาเจอเหตุการณ์จริงคงตามกลับไปทบทวนได้ง่าย สำนวนแปลดีมากค่ะ อ่านลื่น ไม่ติดขัดเลย

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


มาปักหมุดค่ะ

คุณหนิงปลายทางฯ เทกระจาดรีวิวแน่เลยเดือนนี้ รอดูด้วยใจระทึก
เราชอบงานของชลนิลเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะงานช่วงแรกๆ  
พล็อตเขาน่าสนดี

น้องพลุ น้องไอซ์  โจทย์ใหม่ของพี่ไม่ยากนะ ไม่เชื่อถามคุณแม่ไก่ได้
ส่งไปสองโจทย์ อีกโจทย์โหดกว่านะ เพราะต้องไปคุ้ยหาปีพิมพ์แล้วก็เปรียบเทียบด้วย
โจทย์นี้แค่อ่านแนวเดียวไปเรื่อยๆ จนครบเงื่อนไขจำนวนหน้า+เล่มเอง
(คนตั้งโจทย์เตรียมอ่านแนวรักบั่นทอนปัญญาเต็มที่ 555)

เคยเจอ "เมื่อวานนี้" ในร้านมือสอง แต่ไม่ซื้อเพราะขี้เกียจอ่านแนวสาระ
มาวันนี้แสนเสียดาย  ถ้าซื้อมาดองไว้ก็ใช้ตอบโจทย์ได้แล้ว  T_T

อ๊ะ คุณP@ween@  เราเกือบจะอ่าน "พาย" ตอบโจทย์ข้อนั้นเหมือนกันค่ะ
มีคนเสนอให้ยืมช่วงสองเดือนก่อน  เสียดายไม่ว่าง เลยเซย์โนไป
พอมาอ่านรีวิวแล้วก็..อือม์ รสนิยมนางเอกแปลกดีนะ
ส่วน "ร้ายแรกพบ" นี่สนอยู่เหมือนกัน เคยอ่านแต่แนว JLS ของคนแต่ง

คุณหมูย้อมสี
ข้อ 30-5 อ่านโรแม้งได้ตามสบายเลยค่ะ 555  
ข้อหนังสือรางวัล ลองดูมุมวรรณกรรมเยาวชนสิคะ  น่าจะมีเยอะ  
(จริงๆ นึกถึง The Boy in Stripped Pyjamas  แต่ไม่แน่ใจว่าได้รางวัลรึเปล่า)

เรื่อง Eight ของไอซ์น่าสนจริงๆ  ว่าแต่มันต้องอ่านคู่กับ Fire หรือเปล่าน่ะ?
พี่ชอบรูปเล่มของ Fire นะ หนาแต่เปิดอ่านง๊ายง่าย ..แบบว่าเตรียมซื้อเต็มที่เลยตอนแรก แต่เล่ม Eight ดันสันฝืด-เปิดยาก เลยไม่ได้ซื้อทั้งสองเล่ม  (ซึ่งนับว่าโชคดี เพราะที่ซื้อๆ มาอ่านไม่ทันแล้ว)

คุณกุลธิดา
ตอนเราอ่าน "ปลาหนีน้ำ" ครั้งแรกก็ชอบสำนวนเหมือนกันค่ะ ชอบขนาดที่อ่านพล็อตหญิงหลายใจได้จนจบโดยไม่เกลียดนางเอกละกัน  สมัยก่อนจะรับไม่ได้เลยกับนางเอกที่ไม่ดีงาม แสดงว่าพลังการบรรยายของคนแต่งสุดยอดจริงๆ

อ่าน Beautiful Creatures หนา 560 กว่าหน้าจบไปด้วยอารมณ์เฉยชา
ประมาณว่าสนุกจริงๆ ช่วง 50-100 หน้าหลัง 100-200 หน้าแรกอืดมาก
มีใครอ่านฉบับแปลไทยแล้วหรือเปล่าคะ?  มันดีกว่าตอนอ่านต้นฉบับไหมเนี่ย
...ขอบ่นหน่อยเหอะค่ะ ถ้าเราอ่านอะไรหนาขนาดนี้ มันควรจะสนุกลุ้นค่อดๆ นะ  เสียเวลาชะมัดเลย  อ่านเพอร์ซี่หนา 200 กว่าหน้ายังมันส์กว่ากันเยอะ
(แต่ถ้าออกภาคต่อ ก็คงซื้อมาอ่านอยู่ดี เผื่อจะหนุกกว่านี้)

ไปนอนก่อนค่ะ  ช่วงนี้เวลานอนรวนอีกแล้ว
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ^^

จากคุณ : ยาคูลท์


10-12.[แม่ไก่] อ่านหนังสือรวมเรื่องสั้นที่มีเรื่องสั้นอยู่ในเล่มไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง

ชื่อเรื่อง : นิทานอ่านอร่อย
ผู้แต่ง : กรรณิการ์ พรมเสาร์
ภาพประกอบ : ดอกรัก
สำนักพิมพ์ : บ้านและครอบครัว

นิทานอ่านอร่อยเป็นหนังสือนิทานภาพจำนวน 5 เรื่อง เป็นนิทานเล่มเล็กที่ชวนเด็กๆ มาอร่อยกับเรื่องราวหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสลัดนางฟ้า ที่เป็นเรื่องราวของนางฟ้าเด็กๆ 5 องค์ ซึ่งชอบทะเลาะกันเป็นประจำจนโดนสาปให้มาเป็นผักผลไม้ที่ใช้ทำสลัด

สายสืบไข่พะโล้ ที่เป็นเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่อยากรู้ว่าในแกงพะโล้มีส่วนผสมอะไรบ้าง ที่สามารถย้อนกลับไปถึงกรรมวิธีการผลิตวัตถุดิบที่ผสมในเครื่องแกงพะโล้ทั้งหมด

หม้อวิเศษ เป็นเรื่องของเด็กหญิงยากจน ที่ช่วยพ่อแม่หาหม้อวิเศษมาทำอาหารขาย จนขายดิบขายดีต่อไป

กัปตันจังค์เสื่อมสภาพ เป็นเรื่องของฮีโร่ในใจเด็กๆ ที่ไปหลงกับอาหารจังค์ฟูด จนอ้วนฉุ และไม่สามารถดำรงชีวิตเป็นฮีโร่ได้ วาระสุดท้ายได้ออกมาเรียกร้องให้เด็กๆ และร้านอาหารจังค์ฟูดทั้งหลายคิดถึงผลร้ายของอาหารที่ไม่มีคุณภาพ

ท้ายเรื่องของทุกเรื่องจะมีขั้นตอนและวิธีทำอาหารแบบง่ายๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไปทำให้ลูกๆ รับประทานได้ หรือสามารถทำร่วมกันได้เป็นการส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีของครอบครัว

แม่เรไรซื้อหนังสือเล่มนี้มาจากงานสัปดาห์หนังสือ และอ่านให้ลูกฟังหลายรอบ จนปัจจุบันลูกสาวคนโตอายุ 5 ขวบ สามารถอ่านให้น้องฟังเองได้แล้ว โดยมีแม่คอยฟังอยู่ด้วยเพื่อดูว่าลูกสะกดคำถูกหรือไม่ ลูกสาว 2 คนของแม่เรไรจะชอบเรื่องเจ้าชายลูกอมกับเจ้าหญิงขนมหวานเป็นพิเศษค่ะ

จากคุณ : แม่เรไร


5-9.[PTNCenter]หนังสือที่มีเนื้อหาสื่อถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน (จะเป็นคนกับคน สัตว์กับสัตว์ หรือคนกับสัตว์ก็ได้)

ชื่อเรื่อง เจ้าแสดแปดขา
ผู้แต่ง : คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์
ภาพประกอบโดย : ลักษณ์ ใหม่สาลี
แพรวสำนักพิมพ์

เจ้าแสดแปดขา เป็นเรื่องราวของชีวิตแมงมุมที่มีความผูกพันธ์กับที่อยู่อาศัย โดยชีวิตแมงมุงทั่วไปที่มีวัฎจักรของชีวิตในการชักใยดักแมลงเพื่อเป็นอาหารและอาหารกินเพื่อให้อ้วน แต่กลับมีแมงมุมตัวหนึ่งที่มีวิถีชีวิตแตกต่างไปจากแมงมุมตัวอื่นด้วยตัวก็มีสีแสดและพฤติกรรมที่ชอบชักใยถักทอเป็นรูปลวดลายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปสัตว์ สิ่งของ หรือทำเป็นเปลไกว

เจ้าแสดแมงมุมนิสัยประหลาดไม่มีเพื่อนที่เป็นสัญชาติเดียวกัน แต่กลับสนิทสนมกับสายลม ซึ่งเป็นเพื่อนรู้ใจเมื่อเจ้าแสดชักใยถักทอก็จะมาเป็นกำลังใจให้ และหยอกล้อเล่นกันตลอดจนเมื่อเจ้าของบ้านที่เจ้าแสดอยู่อาศัย ได้ตัดสินประกาศขายบ้านเพราะเก่าและทรุดโทรม ทำให้เหล่าแมงมุมทั้งหลายที่อาศัยอยู่ต่างเดือดร้อน โดยเฉพาะเจ้าแสด ถึงกับหาวิธีการรักษาบ้านหลังนี้ไว้ โดยยอมสละกับชีวิตของตัวเอง

เจ้าแสดแปดขา เป็นนิทานที่อ่านสนุก และเศร้า ด้วยความสงสารเจ้าแสด

จากคุณ : แม่เรไร


15-3.[นัทธ์ + อมราวตี] อ่านหนังสือที่พูดถึงวันลอยกระทงหรือตำนาน เรื่องเล่า ความเชื่อเกี่ยวกับดวงจันทร์ เช่น เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ หรือ หนังสือที่มีคำว่า "จันทร์" อยู่ในชื่อเรื่อง

ชื่อเรื่อง : พระจันทร์อยากมีเพื่อน
เรื่องและภาพโดย : ปรีดา ปัญญาจันทร์
แพรวสำนักพิมพ์
เป็นนิทานภาพเรื่องราวของพระจันทร์ที่อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนท้องฟ้า และอยากมีเพื่อนมากเหมือนพระอาทิตย์ จึงพยายามออกเดินทางเพื่อตามหาเพื่อน แต่เนื่องจากการเดินทางของพระจันทร์เป็นการเดินทางในช่วงกลางคืน จึงไม่สามารถเชื่อมสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ได้ แต่สุดท้ายพระจันทร์ก็สามารถหาเพื่อนได้ โดยไปพบกับปลาดาวในท้องทะเล พระจันทร์จึงชวนปลาดาวไปอาศัยอยู่บนท้องฟ้า ทำให้พระจันทร์มีเพื่อนมากมาย

เป็นหนังสือที่มีชื่อ “จันทร์” อยู่ในชื่อเรื่อง เล่นง่ายๆ อย่างนี้หล่ะ แม่เรไร 5555

จากคุณ : แม่เรไร


10-10.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือ 2 เล่ม 2 ประเภท จาก 2 สำนักพิมพ์ เช่น เล่มแรกเป็นนิยายของอมรินทร์ เล่มสองเป็นเรื่องสั้นของ a book เป็นต้น

1. วาดสีน้ำง่ายๆ สไตล์ครูอุ๋ย : ดอกไม้
ผู้แต่ง : อนันต์ ประภาโส (ครูอุ๋ย)
สำนักพิมพ์ : ช่างคิด

เป็นหนังสือสอนวาดสีน้ำแบบง่ายๆ แต่สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงแนะนำการใช้สี เทคนิคการเลือกสี เทคนิคการลงเส้นและลงสีต่างๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบวาดสีน้ำ แต่ไม่อยากเข้าห้องเรียน หรือไม่มีเวลาเรียน ในเล่มมีแบบภาพเพื่อให้ลองฝึกระบายสีได้ และซีรี่ย์ดอกไม้

แม่เรไรได้หนังสือเล่มนี้มาก่อนปีใหม่นี่เอง รับจากมือครูอุ๋ยโดยตรง เนื่องจากลูกสาว 2 คน เป็นลูกศิษย์ครูอุ๋ยอยู่ค่ะ ได้แล้วกลับมาก็ลองอ่าน และลองร่างภาพเอง ทั้งๆ ที่แม่เรไรไม่มีพื้นฐานทางด้านการวาดสีภาพสีน้ำ แต่ก็พอจะทำได้จริงๆ
2. หนังสือนิทานภาพ ชุดคุณฟอง มีสองเล่ม ประกอบด้วย คุณฟองนักแปรงฟัน และคุณฟองฟันหลอ
เรื่องและภาพโดย : ชีวัน วิสาสะ (ครูชีวัน)
แพรว สำนักพิมพ์

เป็นนิทานภาพสำหรับเด็ก ที่สอนให้รู้จักการแปรงฟัน มีเพลงประกอบเพื่อให้เด็กๆ เกิดความสนุกสนานในการแปรงฟัน และการชวนเพื่อนๆ แปรงฟัน ส่วนอีกเล่มเป็นเรื่องราวของตัวละครชุดเดิมแต่มีปัญหาที่ตัวเอกซึ่งเคยชวนเพื่อนๆ แปรงฟันทุกวัน กลับไม่ไปหาเพื่อนๆ ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนๆ จึงรวมตัวกันมาเยี่ยม และพบว่าฟันซี่ข้างหน้าหายไป

เป็นการอ่าน 2 เรื่อง 2 สไตล์ และคนละสำนักพิมพ์ตามโจทย์ค่ะ ง่ายมากๆ 555555

จากคุณ : แม่เรไร


คุณแม่เรไร

เจ้าแสดแปดขากับพระจันทร์อยากมีเพื่อน ความหนาเกิน 100 หน้าหรือเปล่าคะ?

กติกามีว่า..ต้องเกินร้อยหน้านะคะ


สาวน้อยปะแป้ง

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


แม่เรไรย้อนกลับไปอ่านโจทย์และกติกาอีกครั้ง ตอนแรกไม่เห็นในโจทย์เรื่องจำนวนหน้า แต่กลับไปอ่านอีก 2 รอบ และไล่มาจนเจอกติกาที่ คห. 1 แล้วค่ะ

ตัดคะแนนได้นะคะ ไม่ซีเรียสค่ะ แม่เรไรเพิ่งเข้ามาใหม่ ยังไม่คุ้นกับกติกา ขอน้อมรับค่ะ

จากคุณ : แม่เรไร


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คุณกุลธิดา
10-11.[ส้มแช่อิ่ม] อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่ซื้อมาถูกที่สุด -> ต้องเป็นหนังสือที่ซื้อมาด้วยค่ะ ไม่นับ หนังสือแจก, แถม และ ฟรี ค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คุณแม่เรไรคะ
หนังสือที่ใช้ตอบต้องมีจำนวนหน้า 100++ ค่ะ
เรื่อง เจ้าแสดแปดขา (46 หน้า)
พระจันทร์อยากมีเพื่อน (24 หน้า)
ไม่ผ่านค่ะ
ส่วน หนังสือนิทานภาพ คุณฟองนักแปรงฟัน(24 หน้า) +  และคุณฟองฟันหลอ (23 หน้า) ถ้ามีอีกหลายชุด ให้หามาอ่านเพิ่ม จนเกิน 100 หน้า ค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาเม้าท์ต่อ
คุณกุลธิดา
พูดเรื่องวัยรุ่น จริง ๆ แล้วเห็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับ พ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกวัยรุ่น มาเยอะนะคะ แต่แปลกใจว่า ทำไมถึงไม่เห็นหนังสือที่เขียนให้วัยรุ่นอ่าน เพื่อให้พวกเค้าเข้าใจตัวเองบ้าง จริงๆ แล้วอยากให้มีหนังสือที่ทำให้พวกเค้าเข้าใจตัวเองมากขึ้นบ้าง ว่าบางครั้งมันจะไม่ใช่เพราะ คนอื่นทำผิด หรือไม่เข้าใจเค้าเลย มันเป็นเพราะฮอร์โมน หรือ วัยของเค้านั่นเอง (ไม่ได้มีลูกวัยรุ่นค่ะ แต่มีน้อง หลาน และ อื่น ๆ ที่อยุ่ในวัยนี้พอดี เหนื่อยมากค่ะ เห็นใจคนมีลูกวัยนี้มาก ๆ)

พี่แม่ไก่
หนังสือลินดา อ่านดองไว้ตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้วค่ะ มันยังไม่ครบโจทย์ แต่ก็แนะนำให้อ่านนะคะ ไม่รู้พี่แม่ไก่จะชอบรึเปล่า แต่หนิงชอบอ่ะ ..แฮ่~~
หนังสือพี่แม่ไก่นี่ วัยรุ่นทั้งนั้นเลยค่ะ (ถ้านับอายุหนังสือน่ะค่ะ :D)

คุณยาคูลท์
ไม่ได้เทกระจาดค่ะ แต่เล่นเทหมดหน้าตัดเลย (เผอิญมันครบโจทย์แล้วเท่านั้นเอง.. )

คุณP@ween@
เรื่อง กลรักลวงใจนี่ พระเอกบื้อจนน่าแปลกใจ เพราะ ทุกเรื่องของคุณณารานี่ พระเอกมักรู้ ว่านางเอก จิ้น อ่ะ ยกเว้นเรื่อง ตอนอ่านก็แปลกใจอยู่ว่าทำไม แต่ก็ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน


คุณไอ้มู๋ไร้อมฯ
เรื่องมงกุฏหัวใจ หนิงว่าไม่เกี่ยวกะเสพโรแม้นซ์ เยอะหรอก เพราะตอนหนิงอ่านเดี่ยว ๆ ก็คิดว่ามันเอื่อย ๆ เหมือนกัน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
แล้วก็ส่งการบ้าน ความเห็นเดียวคุ้มจริง ๆ

20-5.[piccy] อ่านหนังสือรวม 3 เล่ม จากคนละประเทศ นับจากสัญชาติคนแต่ง จะเป็นฉบับแปลหรือไม่แปลก็ได้

ตอบโจทย์
กลาย : ออสเตรีย
Long Vacation .. หอบรักมาพักร้อน : ญี่ปุ่น
สัมผัสรักจากหัวใจ : เกาหลี


*** กลาย ***
The Metamorphosis
Franz Kafka เขียน / มนตรี ภู่มี แปล
117 หน้า ราคา 110 บาท

ปกหลัง : เกรเกอร์ แซมซา ตัวเอกของเรื่อง "กลาย" นี้คื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างในห้องก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นเมื่อคืนไม่ผิดเพี้ยน ทว่าที่ผิดแผกไปอย่างเดียวก็คือ คัวเขาได้กลายเป็นแมลงยักษ์ไปเสียแล้ว

ฟรานซ์ คาฟคา ได้เล่าเรื่องแปลกประหลาดของความโดดเดี่ยว และการต้องติดอยู่ในสภาพที่หาทางออกไม่ได้ คล้ายตกอยู่ในความฝัน.. ความทรงพลังของเรื่องที่เล่าทำให้นักวิจารณ์ทั่วโลกต้องพากันตีความนวนิยาย น่าสยดสยองเรื่องนี้ไปต่าง ๆ นานา ..

นวนิยายเรื่องนี้เป็นตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะจิตใจของคนที่ต้องตื่นขึ้นมาพบกับความเปลี่ยนแปลง "อย่างกะทันหัน" ตัองสูญเสียความสามารถหรือทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ไปภายในเวลาชั่วข้ามคืน..

ที่สำคัญอีกอย่างหนื่งก็คือ นวนิยายเรื่อง "กลาย" หรือ The Metamorphosis ของ คาฟคาเรื่องนี้  ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในหนังสือดีแห่งศตวรรณในทัศนะของคณะบรรณาธิการของห้องสมุดประชาชนนิวยอร์ก ...ยางตอนจากหมายเหตุสำนักพิมพ์

ความรู้สึกหนังอ่าน
เป็นหนังสือเล่ม เล็ก ๆ แต่ใช้เวลาในการอ่านนานมาก (เพราะอ่าน 3 รอบ) เป็นหนังสือที่ออกแนว แปลก ๆ (ในความรู้สึกของคนอ่าน)
ในรอบแรกที่อ่าน ความรู้สึกคือ งง ยังจับทางไม่ถูก  มาเจอเรื่องนี้ รอบแรกยังปรับตัวไม่ได้

เนื่องจากอ่านคำนำ และหลังปก ก่อนอ่านหนังสือ จึงได้คาดเดาหนังสือไปว่า น่าจะออกแนว แฟนตาซี รึน่าจะเป็นอะไรที่ใกล้เคียง (ไม่เคยรู้จัก Franz Kafka มาก่อน)
แต่.. มันไม่ใช่เลย .. พออ่านรอบที่สอง - สาม ถึงเพิ่งได้ใช้รอยหยักบ้าง (บ้างเท่านั้นนะ ยังไม่ลึกซึ้ง)
เช่น บทแรกของหนังสือ ก็สามารถเรียกความสะเทือนใจ (ปัญญา) ของคนอ่านได้ ...เมื่อ เกรเกอร์ ตื่นมาพบว่าตัวเองกลายเป็นแมลงยักษ์ .. คุณอาจจะวาดภาพไปว่า เกรเกอร์ต้องกรีดร้อง โวยวาย กับภาพลักษณ์ของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไป คิดไปว่าเค้ากลายไปเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร แล้วทำอย่างไรจะหาย ... แต่เปล่าเลย เค้าเพียงแต่พยายามหาวิธี บังคับขาที่ย้วยเยี้ยของเขา หาวิธีที่จะลงจากเตียงให้ได้  หาวิธีแต่งตัว ขึ้นรถไฟ ไปทำงาน !!!...

หรือความห่วงใยของครอบครัว ที่มีต่อเกรเกอร์ ก่อนที่จะเห็นสภาพ (เนื่องจากห้องถูกล็อค) และหลังจากเห็นสถาพ ... ทำให้ชวนคิดไปได้ต่าง ๆ นานา ว่าจริงๆ แล้ว ครอบครัวเค้าห่วงใย เกรเกอร์ จริง ๆ หรือ ว่าห่วงใยในฐานะที่ ทำรายได้ให้ครอบครัวเท่านั้นเอง

เป็นเล่มแรก ละมั้ง ที่ชอบว่ามันบาง เพราะนั่น จะทำให้สามารถทำใจให้เปิดอ่านอีกเป็นครั้ง ที่ 4-5-6 ได้ไม่ยากจนเกินไปนัก


*** Long Vacation .. หอบรักมาพักร้อน ***
Long Vacation
Eriko Kitagawa เขียน / มัชชาร์ แปล
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
350 หน้า  / ราคา 239 บาท

ปกหลัง : มินามิ นางแบบสาวที่ใกล้จะตกกระป๋อง ได้พบความโชคร้ายไม่หยุดหย่อน เมื่อคนรักของเธอหายตัวไปอย่างกะทันหัน ในเช้าวันแต่งงาน และพอตามล่าตัวเขาไปถึงห้องพัก ชายหนุ่มที่มาเปิดประตูรับ กลับกลายเป็นหนุ่มแปลกหน้าซึ่งเธอไม่รู้จักไปซะได้!

เซนะ นักเปียโนหนุ่มผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศ แต่เจ้าตัวกลับขาดความมั่นใจทั้งในเรื่องฝีมือและความรัก ชีวิตอันแสนเรียบง่ายของเขา กำลังจะเข้าสู่ความยุ่งเหยิงวุ่นวายราวกับมีพายุบุแคม เมื่อคนที่มากดออดหน้าห้องในเช้าวันหนึ่ง คือเจ้าสาวซึ่งมาจากที่ไหนไม่รู้

ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ ที่ต้องมาอาศัยอยู่ด้วยกันเพราะความจำเป็น(?) จะงอกเงยหรือหดหาย มิตรภาพจะถักทอแปรเปลี่ยนเป็นด้ายแดงเชื่อมใจคนทั้งคู่ได้หรือไม่ คำตอบ.. อยู่ที่หัวใจของพวกเขาเท่านั้น

ความรู้สึกหลังอ่าน
เรื่องราวของสาวใหญ่ และ หนุ่มน้อยนักเปียโน ที่มีเหตุบังเอิญต้องมาอาศัยใต้หลังคาเดียวกัน โดยที่ พระเอกก็ไปหลงรัก หญิงอื่นอยู่ ส่วนนางเอก ก็ต้องคอยหักห้ามใจไม่ให้หลงรักพระเอก เพราะอายุน้อยกว่าถึง 6 ปี .. แถมนางเอก ยังต้องคอยช่วยเอาใจลุ้น รวมถึงวางแผนให้พระเอก จีบผู้หญิงอื่นอีกด้วย .. นอกจากตัวเอกแล้วก็ยังมีคู่รอง ๆ และ คนอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องวุ่นวายกับพระเอก - นางเอก ไม่หยุดหย่อน

ซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะ ซี่รียส์ (อีกแล้ว) ชอบซี่รี่ยส์เรื่องนี้ค่ะ สนุก ขบขัน พระเอกหล่อ แต่พอมาอ่านหนังสือแล้วผิดคาด ความขำ ตลก มันก็มีแต่ไม่มากเท่าไหร่ คำพูดหรือการบรรยายความรู้สึก มันห้วน ๆ ไปหน่อย (ไม่รู้ว่าเพราะการแปล รึว่าต้นฉบับเป็นแบบนี้) ทำให้อ่านแแล้วค่อนไปทางเฉย ๆ อย่างมากค่ะ


*** สัมผัสรักจากหัวใจ ***
Ji, Woo-Ran เขียน / AIK-Q แปล
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
249 หน้า  ราคา 179 บาท

ปกหลัง : "เซนา" เด็กสาวซึ่งถูกแม่เลี้ยงขับไล่ออกจากบ้าน ได้พบกับ "ฮวันอู" หนุ่มรูปหล่อ ทายาทมหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมที่เธอทำงานอยู่ เรื่องราวความรักแสนโรแมนติกบทใหม่ ระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ต่างกันในทุกด้านจึงก่อเกิดขึ้น เซนาจะทำเช่นไร เมื่อหญิงใบ้ที่แสนต้อยต่ำอย่างเธอไม่สามารถ ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดออกมาเป็นคำพูดได้ โดยเฉพาะความรู้สึกที่มีต่อเขา.. หนำซ้ำความทรงจำและบาดแผลของความเจ็บปวดในอดีต ยังกลายมาเป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ของความรักครั้งนี้ หนทางเดียวที่จะนำทั้งคู่สู่จุดหมายรักคงมีเพียง.. การสัมผัสถึงหัวใจกันและกันผ่านทางความรู้สึกให้ได้เท่านั้น

ความรู้สึกหลังอ่าน
น้ำเน่าสุด ๆ ค่ะ เป็นนิยายที่ออกโทน เศร้า ๆ เคล้าน้ำตา บีบรัดหัวใจ มากทีเดียวค่ะ นางเอกเกิดมาชีวิตรันทดมาก เนื่องจากแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก พ่อก็ไปแต่งงานใหม่ แถมแม่เลี้ยง และน้องสาว ก็ยังใจร้ายมากอีกด้วย จนกระทั่งนางเอกโต ก็เลยตัดสินใจออกไปอยู่ ตัวคนเดียวข้างนอก ซึ่งแม่เลี้ยงใจร้ายก็ยังกำชับมาอีกว่า ไม่จำเป็นไม่ต้องกลับมา และ จะให้ดีอย่าบอกใครว่าเป็นลูกสาวบ้านนี้ (เพราะมี คนรวยคนนึง มาขอหมั้นลูกสาวบ้านนี้ และแน่นอนว่า ต้องเป็นนางเอก แต่ยัยแม่เลี้ยง จะส่งลูกตัวเองไปแทนโดยไม่บอกใคร)

เมื่อนางเอกได้ออกมาอยู่ข้างนอก ก็ต้องหางานทำ โดยมีหัวหน้างานใจร้าย และดูถูกนางเอก (เพราะนางเอกเป็นใบ้ แต่หูไม่หนวก) ก็คอยว่านางเอกเรื่อย จนมาเจอพระเอกซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมที่นางเอกทำงาน ก็ยอมคบ ยอมมีอะไรด้วย แต่บอกใครก็ไม่ได้ เพราะอยากทำงาน ไม่อยากเป็นอีหนูให้พระเอกเลี้ยง

พระเอกก็ขี้หึง โหด เอาแต่ใจ แต่รักนางเอกมาก แต่ก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่ไม่เคยบอกนางเอก จนเมื่อนางเอกมารู้เข้าก็ ช็อค ถึงกับพูดได้ .. (จริง ๆ แล้วนางเอกไม่ได้เป็นใบ้ แต่เคยช็อค ตอนแม่ตาย เลยพูดไม่ได้)

จากนั้นนางเอก ก็โกรธพระเอก พระเอก ก็พยายามง้อ ๆ งอน ๆ กันไป บีบคั้นหัวใจดีเหลือเกิน
นอกจากเรื่องรักแล้ว ก็ยังคงมีทรอดแทรกเรื่องฆาตกรรม ของแม่นางเอก เข้ามาอีกด้วย ก็ซ่อนเงื่อนงำใช้ได้ แต่ก็รู้ ๆ อยู่แหล่ะ ว่าใคร (ใช่มั้ย)

สรุปว่าชอบค่ะ อ่านเพลินมาก ไม่ต้องคิดอะไร สำนวนแปลดีลื่นไหลค่ะ

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ

วันนี้ถือว่าไม่ผ่าน 3 รายการ ไว้ต่อพรุ่งนี้อีกค่ะ

จากคุณ : แม่เรไร


ขอแปะรีวิวก่อน เดี๋ยวค่อยคุยค่า ^ ^
ประเดิมโจทย์ใหม่ล่าสุดซะเลยก็แล้วกัน



30-5. [ยาคูลท์] โอตาคุ: อ่านหนังสือแนวเดียวกันอย่างต่ำ 5 เล่ม
(แนวรัก, ลึกลับสืบสวน, แฟนตาซี, วิชาการ ฯลฯ) รวมกัน 1000+ หน้า
ถ้าอ่านเกิน 2000 หน้าได้โบนัส 10 คะแนน (โจทย์ข้อนี้ห้ามอ่านการ์ตูนหรือนิยายภาพค่ะ แอบโหดนิดนึง)


ALL ABOUT SHERLOCK HOLMES!!!

เพื่อให้สมศักดิ์ศรีความเป็นโอตาคุ เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่แนวเดียวกันอย่างเดียว
แต่เป็น Theme เดียวกัน และตัวละครเดียวกันด้วย
เพราะรีวิวชุดนี้เป็นหนังสือแนวสืบสวนที่มี "เชอร์ล็อก โฮล์มส์" เป็นตัวเอกทั้งหมดค่ะ





snowman เล่มที่หนึ่ง

เชอร์ล็อก โฮลมส์ ตอน แรงพยาบาท (The Study in Scarlet)

ผู้เขียน : เซอร์อาร์เทอร์ โคนัน ดอยล์ (Sir Arthur Conan Doyle)
ผู้แปล : อ. สายสุวรรณ
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า (พ.ศ. 2535)
จำนวนหน้า : 175 หน้า  

จากปกหลัง
‘RACHE’ ... อักษรเลือดบนผนัง คำประกาศแก้แค้นของลัทธิการเมือง
หลักฐานนี้ทำให้ผู้คนคิดว่า มันคือฆาตกรรมทางการเมือง
แต่... เชอร์ล็อก โฮลมส์รู้ว่ามันไม่ใช่!

รอยเท้าฆาตกรที่ย่ำไว้ทั่วห้องและแหวนแต่งงานของผู้หญิงที่พบในที่เกิดเหตุ
ยิ่งทำให้เชอร์ล็อก โฮลมส์แน่ใจมากขึ้น

แต่อะไรล่ะ... คือสาเหตุแท้จริงของการฆาตกรรมครั้งนี้
ทำไมผู้ตายจึงมีสีหน้าตระหนกหวาดกลัวขนาดนั้นทั้งที่ร่างกายไม่มีบาดแผลอะไรเลย

นี่คือเงื่อนงำ... ปริศนาที่ท้าทายสำหรับเชอร์ล็อก โฮลมส์


สำหรับนักอ่านนิยายสืบสวนแล้วละก็... เชอร์ล็อก โฮลมส์ ตอน แรงพยาบาท หรือ The Study in Scarlet
เป็นตอนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ค่ะ เพราะเป็นคดีแรกที่ทำให้โลกและเราได้รู้จักกับเชอร์ล็อก โฮล์มส์
และหมอวัตสัน... และแน่นอนที่สุด ที่พักหมายเลข 221 บี บนถนนเบเคอร์ในกลางกรุงลอนดอน

หนังสือเล่มนี้ เริ่มต้นด้วย ดร. วัตสัน นายแพทย์และทหารผ่านศึกจากสงครามในแอฟริกา
ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ มร. เชอร์ล็อก โฮล์มส์ที่เพื่อนบอกกับเขาว่า
“เขาน่าจะเรียนคุณได้มากกว่าที่คุณเรียนจากเขาซะอีก” และเมื่อย้ายมายังห้องแบ่งเช่า
หมอวัตสันก็พบว่า เพื่อนร่วมห้องเช่าของตัวเองไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ แถมยังถูกดึงเข้าไป
ยุ่งกับคดีปริศนาที่ตำรวจมาขอให้โฮล์มส์ช่วยด้วยเสียอีก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้หมอวัตสันเสนอตัว
เป็นผู้บันทึกพฤติการณ์ต่าง ๆ ของโฮล์มส์เป็นครั้งแรก และในตอนต่อ ๆ มา...

สำหรับ แรงพยาบาท จะมีวิธีการเล่าเรื่องที่แปลกไปจากโฮล์มส์ในเล่มหลัง ๆ อยู่นิดหนึ่งค่ะ
คือแบ่งออกเป็นสองภาค โดยภาคแรกเป็นบันทึกของหมอวัตสัน และภาคสองเป็นการเล่าเรื่อง
โดยผู้เขียน โดยเล่ามถึงความเป็นมาของลัทธิแปลกประหลาดที่เอ่ยถึงในเรื่อง และต่อด้วย
บทสรุปจากบันทึกของหมอวัตสันถึงการเฉลยคดีของโฮล์มส์ว่าใครเป็นคนทำ ทำด้วยเหตุผลใด
ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่สนุกและทำให้เรารู้จักโฮล์มส์ และต้องเสียทรัพย์เพราะโฮล์มส์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา (ฮา)

--------------------------------------------------------------------

snowman เล่มที่สอง

เชอร์ล็อก โฮลมส์ ตอน หมาผลาญตระกูล (The Hound of Baskerville)

ผู้เขียน : เซอร์อาร์เทอร์ โคนัน ดอยล์ (Sir Arthur Conan Doyle)
ผู้แปล : อ. สายสุวรรณ
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า (พ.ศ. 2535)
จำนวนหน้า : 224 หน้า  

จากปกหลัง

การปรากฏตัวในแต่ละครั้งของหมาล่าเนื้อตัวมหึมา
คือ ที่มาของความตายของหลายคนในตระกูลบาสเกอร์วิลล์
หลายคนเชื่อว่า นี่คือคำสาปอาถรรพ์... หมาผลาญตระกูล

คำเตือนถึงอันตรายจากทุ่งร้าง
ข้อความปริศนาที่ส่งถึงเซอร์เฮนรี่ทายาทคนสุดท้าย...
เศษจดหมายจากการเผา และอักษรย่อ ล.ล. ของผู้ส่ง..
คือหลักฐานที่ทำให้เชอร์ล็อค โฮล์มส์เชื่อว่า... นี่คือการฆาตกรรม

แต่เชอร์ล็อค โฮล์มส์และหมอวัตสันจะสามารถฉีกหน้ากากเจ้าตัวฆาตกรได้ทันเวลาหรือไม่?
เพราะทุกนาทีที่ผ่านไป นั่นหมายถึง ความเป็นความตายของเซอร์เฮนรี่ ทายาทคนสุดท้าย



เป็นนิยายเชอร์ล็อก โฮล์มส์เรื่องยาวที่ชอบที่สุดในชุดนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ
เพราะเป็นเรื่องที่วางพล็อตแล้วก็บรรยายเหตุการณ์ได้สนุกมาก มีทั้งเรื่องลึกลับและการสืบสวน
และยังมีบางช่วงที่โฮล์มส์ปล่อยให้หมอวัตสันค้างอยู่ที่บ้านตระกูลบาสเกอร์วิลล์เพื่อเก็บข้อมูลด้วย

ด้วยลักษณะความเป็นตำนานผสานเรื่องเล่าเกี่ยวกับคำสาปทำให้เรื่องหมายักษ์เรืองแสงที่ดุร้าย
ซึ่งฆ่าคนในตระกูลบาสเกอร์วิลล์ไปคนแล้วคนเล่าดูเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ
แต่การรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อสังเกตต่าง ๆ ของโฮล์มส์ทำให้รู้ว่านี่คือฝีมือของมนุษย์
แล้วอะไรทำให้เป็นอย่างนั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่ และหมายักษ์ที่ว่ามีจริงหรือไม่หรือเป็นตัวอะไร
จุดนี้นี่ละค่ะ ที่ทำให้อยากตามต่อว่า สุดท้ายแล้วจะมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์หรือเหตุผลใดรองรับ

ในบรรดาเรื่องกลุ่มที่เรียกว่า ‘บุพคัมภีร์’ หรือ Canon คือ เรื่องดั้งเดิมของโฮล์มส์จากฝีมือของดอยล์
ส่วนตัวแล้วคิดว่า เล่มนี้น่าจะเป็นเล่มแรกที่อยากแนะนำให้คนเริ่มอ่านเรื่องเชอร์ล็อก โฮล์มส์ได้อ่านเลยละค่ะ


-----------------------------------------------------------------

snowman เล่มที่สาม
เรื่องสั้นเชอร์ล็อก โฮลมส์ ชุดพิเศษ (The Exploits of Sherlock Holmes)

ผู้เขียน : อาเดรียน โคนัน ดอยล์ และ จอห์น ดิกสัน คาร์
ผู้แปล : อ. สายสุวรรณ
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า (พ.ศ. 2535)
จำนวนหน้า : 335 หน้า  


รวมสิบสองเรื่องสั้นที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างทายาทของผู้สร้างสรรค์เชอร์ล็อค โฮลมส์
และนักเขียนนิยายแนวรหัสคดีชื่อดังคนหนึ่งในแวดวงวรรณกรรม

เรื่องสั้นใน The Exploits of Sherlock Holmes ตีพิมพ์ครั้งแรกใน The Saturday Evening Post
โดยอาศัยคดีที่เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์เขียนไว้ในเชอร์ล็อค โฮล์มส์ต้นฉบับว่าเป็นคดีที่ไม่เปิดเผย
มาเขียนต่อยอดเป็นเรื่องสั้นอีก 12 คดี โดยใช้แบบแผนการเล่าเรื่องแบบเดียวกับในต้นฉบับทุกประการ
ซึ่งสิบสองเรื่องในเชอร์ล็อก โฮล์มส์ชุดพิเศษนี้ ได้แก่

นาฬิกาเจ็ดเรือน (The Seven Clocks) เขียนโดย ดอยล์และคาร์
นาฬิกาพกเรือนทอง (The Gold Hunter) เขียนโดย ดอยล์และคาร์
หุ่นขี้ผึ้งนักเลงไพ่ (The Wax Gambler) เขียนโดย คาร์
มนุษย์ปาฏิหาริย์ (The Highgate Miracle) เขียนโดย คาร์
ถ้วยมฤตยู (The Black Baronet) เขียนโดย ดอยล์และคาร์
ห้องผนึก (The Sealed Room) เขียนโดย ดอยล์และคาร์
ขวานเพชฌฆาต (Faulkes Rath) เขียนโดย ดอยล์
ทับทิมแอบบาส (The Abbas Ruby) เขียนโดย ดอยล์
สองหญิง (The Two Woman) เขียนโดย ดอยล์
เทวทูตมรณะ (The Dark Angels) เขียนโดย ดอยล์
แมลงอุบาทว์ (The Deptford Horror) เขียนโดย ดอยล์
แม่หม้ายแดง (The Red Widow) เขียนโดย ดอยล์


เป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์ที่ให้อารมณ์แบบอเมริกันนิด ๆ ค่ะ แม้ว่าจะมีลูกชายคนเล็กของเซอร์อาเธอร์เขียนด้วย
ตอนแรกไม่ได้อ่านคำนำละเอียดขนาดว่าใครเขียน แต่แอบเดาได้ว่าเรื่องไหนน่าจะเป็นของคาร์
เพราะแนวทางการใช้ทริคโดยเฉพาะปริศนาคำใบ้ (puzzle) ที่คาร์ถนัดเป็นสิ่งชี้ตัวคนเขียนได้ดีค่ะ


เป็นโฮล์มส์ที่สนุกไปอีกแบบ ได้คนละอารมณ์กับโฮล์มส์ต้นฉบับพอสมควรแม้จะใช้วิธีเล่าเหมือนกันก็ตาม
แต่อีกสิ่งที่ช่วยให้อารมณ์หนังสือเล่มนี้ไม่หลุดไปจากนิยายเชอร์ล็อค โฮล์มส์เล่มอื่น ๆ คือ
สำนวนแปลของ อ. สายสุวรรณ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสำนวนแปลที่คลาสสิกที่สุดสำหรับเรื่องชุดนี้แล้ว


มีจุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งที่อยากเอามาฝาก คือ อ. สายสุวรรณแปลกลอน Auld Lang Syne ของโรเบิร์ต เบิร์นส์
ในเรื่องสั้นสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นตอนที่วัตสันเอ่ยถึงโฮล์มส์ที่วางมือจากงานนักสืบไปเลี้ยงผึ้ง
เอาไว้ซึ้งมาก เล่นเอาคนอ่านคนนี้ตายไปเลย และเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นความใส่ใจของคนแปลด้วย

ทิ้งท้ายรีวิวหนังสือเล่มนี้ไว้ด้วยกลอนนี้ก็แล้วกันค่ะ

Should auld acquaintance be forgot
And never brought to min’?
Should auld acquaintance be forgot
And days o’ auld lang syne.

ควรฤาความคุ้นเคยเก่า จักถูกเราลืมลงสิ้น
ไม่ยอมให้ใจจงจินต์ ผันผินรำลึกฤาไร?
ควรฤาความคุ้นเคยเก่า จักถูกเราลืมลงได้
ตามกาลที่ผ่านพ้นไป (ควรฤาที่ใครจักลืม)



ป.ล. ทั้งสามเล่มที่ตัวเองมีเป็นฉบับของดอกหญ้า ปัจจุบันนี้ สนพ. อัมรินทร์ได้นำโฮล์มส์ที่เป็น
สำนวนแปลของ อ. สายสุวรรณมาพิมพ์ใหม่ทั้งชุด และมีการแปลส่วนที่ขาดหายไปจากต้นฉบับเพิ่มด้วยค่ะ

จากคุณ : ปิยะรักษ์


วันนี้คงได้เวลาเก็บกระทู้แล้ว ปล่อยไว้เยอะๆเดี๋ยวตาลาย
แต่ขอส่งการบ้านก่อนแล้วกันนะครับ

5-8.[หมูย้อมสี] อ่านหนังสือที่ตัวเอกเป็นนักกีฬาหรือมีอาชีพเกี่ยวข้องกับ
กีฬา เช่น ชุด ไมรอน โบลิทาร์


โซเล สาวน้อยหมากรุก
รัคเฮดูล์ เกสด็อททิส : เขียน
อัญชลี ธนะสมานโชค : แปล
สำนักพิมพ์อิมเมจ
พิมพ์ครั้งที่ 1 มีนาคม 2546
115 หน้า 85 บาท

โซเล สาวน้อยวัยสิบสองผู้น่าสงสาร
พ่อแม่ของเธอแยกทางกัน ถึงแม้จะติดต่อกันบ้างเพราะเรื่องของเธอ
แต่พ่อก็จำเป็นต้องแต่งงานใหม่กับหญิงเสน่ห์แรงคนหนึ่งซึ่งโซเลไม่ชอบใจเอาซะเลย

ส่วนที่โรงเรียนโซเลก็เข้ากับใครไม่ได้ เป็นเป้าหมายให้เพื่อนๆรังแกอยู่ร่ำไป
จนกระทั่งลินดา เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่เข้ามา ชีวิตของโซเลจึงค่อยๆเปลี่ยนไป

แรกๆที่พบหน้าโซเลไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าหรือพูดคุยกับลินดาเลยซักครั้ง
จนวันหนึ่งในชั่วโมงพละ เธอและลินดาได้อยู่ร่วมทีมแชร์บอลเดียวกัน
และเล่นชนะอีกทีม ระหว่างที่เข้าไปอาบน้ำล้างตัวเธอก็ถูกตัวป่วนกลั่นแกล้งอีกเหมือนเดิม
ลินดาก็เข้ามาช่วยให้เธอรอดพ้นมาได้ และทั้งคู่ก็เริ่มสานสัมพันธ์กันต่อมา

จนทำให้ลินดาและโซเลเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด
แต่ก็ยังมีเหตุการณ์ร้ายแรงหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อลินดาถูกเพื่อนๆกลั่นแกล้งลงไม้ลงมืออย่างรุนแรง
เธอกลัวและหนีกลับบ้านพร้อมบาดแผล ลินดาไปหาเธอที่บ้านและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ให้แม่ของเธอฟัง หลังจากวันนั้นเมื่อเธอไปโรงเรียนอีกครั้งก็พบว่าทุกคนทำตัวแปลกออกไปจากเดิมและก็เป็น
จุดเริ่มต้นเมื่อครูใหญ่เข้ามาบอกเรื่องราวของชมรมหมากรุกที่จะทำการจัดตั้งขั้นใหม่
ลินดาเสนอชื่อโซเล เพราะได้ฟังโซเลเล่าว่าเธอมักดวลหมากรุกกับคุณตาบ่อยๆ
จนกระทั่งเธอได้รับเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันหมากรุก
เธอเป็นนักเรียนหญิงคนเดียว และเป็นเด็กเกรด 7 ที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทน
เพื่อนๆที่เคยตั้งหน้าตั้งตารังแกเธอกลับมองว่าเธอเป็นบุคคลที่น่ายกย่องไปโดยปริยาย

วรรณกรรมเยาวชนในดวงใจของประเทศไอซ์แลนด์ ที่มีรางวัล
Islensku barnabokaverdlaunin 2000 การันตี
เป็นวรรณกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กๆของแท้ เนื้อเรื่องพูดถึงเรื่องราวของมิตรภาพเป็นส่วนใหญ่
อ่านเล่นคลายเครียดได้ระดับหนึ่งครับ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


(ยังคงอยู่ที่โจทย์ 30-5 กันเหมือนเดิม)


snowman เล่มที่สี่

สืบซ้อนย้อนสืบ  (A Double-barreled  Detective Story)

ผู้เขียน : ม้าร์ค ทเวน (Mark Twain)
ผู้แปล : ร. จันเสน  
บรรณาธิการ : เรืองเดช จันทรคีรี
สำนักพิมพ์ : รหัสคดี (พ.ศ. 2545)
จำนวนหน้า : 176 หน้า  


เป็นรหัสคดียั่วล้อ (Parody) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ของมาร์ค ทเวนค่ะ
มีคนเดากันว่าทเวนน่าจะเขียนแก้แค้นหรืออำเซอร์อาเทอร์ โคนัน ดอยล์ในฐานที่เขียนให้
อเมริกาและคนอเมริกันดูไม่ดีเอาซะเลยในเรื่อง Study in Scarlet  

ในเล่มนี้ประกอบด้วย 3 เรื่องด้วยกัน คือ

สืบซ้อนย้อนสืบ (A Double-barreled  Detective Story)
เรื่องนี้เชอร์ล็อค โฮล์มส์ถูกลูบคมด้วยฝีมือเด็กหนุ่มชาวอเมริกัน ในคดีฆาตกรรมด้วยดินระเบิด
วิธีการเล่าเรื่องของเรื่องนี้ เป็นการบรรยายผสมจดหมาย โดยมีตัวมาร์ค ทเวนเข้าไปมีเอี่ยวในเรื่องด้วย

ผู้สั่นคลอนศีลธรรมแฮ้ดลี่ย์เบิร์ก (The Man That Corrupted Hadleyberg)
แฮ้ดลี่ย์เบิร์กเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดในเรื่องความซื่อสัตย์และถือศีลธรรมอย่างเคร่งชัด
แต่วันดีคืนดีก็มีชายคนหนึ่งเกิดอาการหมั่นไว้ วางแผนส่งบททดสอบครั้งใหญ่มาเล่นตลกกับชาวเมือง
แล้วชาวแฮ้ดลี่ย์เบิร์กทั้งหลายจะทำอย่างไร และจะผ่านบททดสอบท้าทายความซื่อสัตย์ไปได้หรือไม่

ช้างเผือกที่ถูกขโมย (The Stolen White Elephant)
พระเจ้าแผ่นดินสยามมอบช้างเผือกเป็นบรรณาการแก่พระราชินีอังกฤษ
แต่ช้างเผือกเชือกเบ้อเริ่มก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อมาถึงท่าเรือนิวยอร์ก
เล่นเอาตำรวจทั้งกรมปวดหัวกันยกใหญ่กับปฏิบัติการตามหาช้างหาย



เรียกว่าเรื่องในหนังสือเล่มนี้ มาร์ค ทเวนเขียนแบบกะเอาฮาอย่างเดียวเลยละค่ะ
เรื่องแรกอำเชอร์ล็อค โฮล์มส์และอำตัวเองได้ชนิดหน้าตาเฉยเอามาก ๆ
เรื่องที่สองเป็นตลกสถานการณ์แต่ก็เป็นตลกร้ายอยู่พอสมควร
ส่วนเรื่องสุดท้ายก็กัดพวกตำรวจนักสืบทั้งหลายซะอย่างงั้นเลย
แถมชื่อช้างเผือกในเรื่องแทนที่จะเป็นชื่อภาษาไทยก็กลายเป็นชื่อเปอร์เซียชัด ๆ


สำหรับเรื่องนี้ ส่วนตัวเฉย ๆ ค่ะ ไม่ได้ชอบมาก อ่านได้เรื่อย ๆ ซื้อมาเป็นของสะสมมากกว่า


------------------------------------------------------------------------------


snowman เล่มที่ห้า

เหตุเกิดที่ถนนเบเคอร์ (Murder in Baker Street)

ผู้เขียน : รวมนักเขียน
ผู้แปล : สรศักดิ์ สุบงกช
สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (พ.ศ. 2548)
จำนวนหน้า : 447 หน้า  


เป็นหนังสือที่ต้องโยนหัวโยนก้อยก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ
เพราะต้องตัดสินใจระหว่างชื่อเสียงของนักเขียนเรื่องสั้นทั้ง 11 คนที่หยิบเอาโฮล์มส์มาเขียนใหม่
โดยเฉพาะเอ็ดเวิร์ด ดี. โฮ้ค ซึ่งเป็นนักเขียนที่ตัวเองชอบมากจากเรื่องชุด ดร. แซม ฮอว์ธอร์น
กับ ชื่อเสีย(ง) ของสำนักพิมพ์นี้ในด้านคุณภาพการแปลและการพิสูจน์อักษร แต่ในที่สุดก็ซื้อมา
แล้วก็เป็นอีกครั้งที่คงต้องรีวิวแยกระหว่างเนื้อหากับคุณภาพการแปลหนังสือ ^ ^”


หนังสือรวมเรื่องสั้นเชอร์ล็อค โฮล์มส์ฉบับเขียนขึ้นใหม่ หรือศัพท์บัญญัติของสำนักพิมพ์รหัสคดี คือ จำลักษณ์
ในเล่มนี้เรียบเรียงขึ้นโดยเดวิด สตาชาวเออร์ โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
ส่วนของเรื่องสั้น 11 เรื่อง บทความเกี่ยวกับเชอร์ล็อค โฮล์มส์ และประวัติโดยสังเขปของนักเขียนแต่ละคน  



เรื่องสั้นแต่ละเรื่องที่ผู้เรียบเรียงคัดมาลงใน Murder in Baker Street อยู่ในขั้นดีเลยค่ะ
ถึงบางคดีจะแอบ ‘เวอร์’ ไปนิด ๆ เหมือนกัน โดยภาพรวมแล้วเป็นเรื่องสั้นแนวสืบสวนที่สนุกทีเดียว  
มีหลายเรื่องที่อ่านแล้วชอบ เช่น แดนดีเลียนชายแดน การผจญภัยของนักเขียนนิรนาม เป็นต้น
หลาย ๆ คดีลองอ่านไปแล้วลองเดาดู และเดาถูกด้วย บางคดีก็มีบุคคลจริงมามีบทบาทในเรื่องด้วย
เช่น เรื่องรอยเขี้ยวผีดูดเลือด ของ บิล ไครเดอร์ คดีนี้ลูกความของโฮล์มส์ คือ อับราฮัม สโตเกอร์
ซึ่งเรารู้จักกันดีในชื่อ บราม สโตเกอร์ ผู้เขียนเรื่องแดรกคูลา เป็นต้น
โดยกลวิธีในการเล่าเรื่องของเรื่องสั้นทั้ง 11 เรื่องเดินตามรอยเดิมของดอยล์ทุกอย่าง คือ ให้ ดร. วัตสันเล่า


อีกส่วนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นเหตุผลหลักที่ตัวเองเสี่ยงดวงซื้อหนังสือเล่มนี้มา
คือส่วนของบทความที่เกี่ยวข้องกับนิยายชุดเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ส่วนนี้มีด้วยกัน 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ที่ผมรู้จัก โดย เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์
เป็นบทความที่ดอยล์เขียนคุยกับนักอ่านในเรื่องเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเชอร์ล็อค โฮล์มส์
อย่างเรื่องงูที่นำมาเข้าฉากละครเวทีเชอร์ล็อค โฮล์มส์ตอน The Speckle Band (ห่วงแต้ม)
เรื่องที่ เจ. เอ็ม. แบรี่ ผู้เขียนปีเตอร์แพน ซึ่งเป็นเพื่อนกับดอยล์ส่งเรื่องที่เขียนอำโฮล์มส์มาให้
เรื่องเขียนอำเชอร์ล็อค โฮล์มส์แบบฮา ๆ ที่ดอยล์ไปอ่านเจอแล้วเก็บมาเล่าต่อให้คนอ่านฟัง
รวมไปถึงเรื่องที่คนอ่านอินจัดจนกระทั่งส่งปริศนาต่าง ๆ มาให้ดอยล์แก้ปัญหาให้ด้วย
เป็นบทความเบื้องหน้าเบื้องหลังเกี่ยวกับนิยายชุดเชอร์ล็อค โฮล์มส์จากปากคำของนักเขียนที่สนุกดีค่ะ

100 ปี เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ของ ลอยด์ โรส
เป็นบทความที่เขียนขึ้นในโอกาสครบร้อยปีเชอร์ล็อค โฮล์มส์ โดยวิเคราะห์กลวิธีการเขียน
ตัวละครเอกต่าง ๆ รวมไปถึงแนวทางในการดำเนินเรื่องที่ทำให้เชอร์ล็อค โฮล์มส์ครองใจคนอ่านได้ทั่วโลก

ถ้อยคำใหม่ ๆ จากอาเธอร์ โคนัน ดอยล์ โดย จอห์น แอล. เลลเลนเบิร์ก
บทความนี้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะทำให้รู้ว่า Oxford English Dictionary (OED)
ได้บรรจุคำศัพท์ที่เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์สร้างไว้ในเรื่องเชอร์ล็อค โฮล์มส์ลงในพจนานุกรมถึง 74 คำ
บางคำก็เป็นคำที่ดอยล์บัญญัติขึ้นใหม่เลย เช่น Bullet-pock (ตุ่มหนอง) หรือ snackle (จับให้แน่น)
ส่วนคำว่า Sherlock Holmes เองก็ได้กลายเป็นคำศัพท์ที่ใช้กันในหลายรูปแบบ รวมถึงกริยาด้วย
เช่น To Sherlock หมายความว่า สืบสวน หรือทำกริยาสืบสวนแบบเดียวกับเชอร์ล็อค โฮล์มส์ หรือ
Sherlockismus หมายความว่า การพูดแบบเชอร์ล็อค โฮล์มส์
นอกจากนี้ ชื่อสถานที่ในเรื่องเชอร์ล็อค โฮล์มส์ยังถูกบัญญัติให้กลายเป็นศัพท์ที่มีความหมายใหม่ด้วย
เช่น Grimpen แปลว่า กว้างขวางเหมือนหนองน้ำ หรือ น้ำท่วมทุ่ง เป็นต้น เป็นเรื่องที่อ่านไปทึ่งไปเลยละค่ะ



คราวนี้ ถึงเวลาทำแกงจืดหมูบะช่อเกี่ยวกับการแปลของเล่มนี้กันบ้าง...


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แฟนพันธุ์แท้เครื่องบินเอฟ-16 ไปด้วยกันกับการแปลไม่ได้ - -'


คุณสุรศักดิ์ สุบงกชแปลรู้เรื่องค่ะ แต่ที่สำนักพิมพ์เขียนไว้ในคำนำว่าแปลอย่างได้อรรถรส
คนอ่านคนนี้ให้เวลาสำนักพิมพ์อีก 48 ชั่วโมงในการถอนคำพูดคืนได้มั้ยคะ... แบบว่า มันไม่ใช่อะ T T


ตัวเองอาจจะเป็นคนอ่านที่มีความคาดหวังกับคนแปลค่อนข้างสูงนะคะว่า น่าจะทำการบ้านให้ดีหน่อย
เพราะอ่านแล้วเหมือนผู้แปลแค่แปลให้จบเรื่องโดยไม่ค้นข้อมูลเกี่ยวกับคำอ่านชื่อ สถานที่ และความหมาย
ของคำศัพท์บางคำให้เหมาะสมเลย และการเรียบเรียงประโยคนี่ เรียกว่ามองเห็นต้นฉบับภาษาอังกฤษกันเลย
คำบางคำที่ควรขยายความก็ไม่ได้ขยายความทำให้นึกภาพไม่ออกจริง ๆ ว่าความหมายนั้นคืออะไร

ตัวอย่างเช่น

เอ็ดเวอร์ด ดี. ฮ๊อช (ปก) – เป็นชื่อนักเขียนสะกดว่า Edward D. Hoch แต่นามสกุลนี้ ‘ต้อง’ อ่านว่า โฮ้ค ค่ะ

อืดอาดพอ ๆ กับแมวบอมเบย์ (หน้า 20) – อ่านแล้วแอบสงสัย แมวบอมเบย์มันหน้าตาเป็นไงหว่า

อาชญากรรมวิทยา (หน้า 20) – ไม่มีคำนี้ในสารบบทางสังคมศาสตร์ค่ะ มีแต่คำว่า อาชญาวิทยา

คดีต้นแดนดีเลียนชายแดน (หน้า 55) – คำว่า ‘border’ ในที่นี้ไม่ใช่ ‘ชายแดน’ ค่ะ โดยบริบท คือ ขอบสนามหญ้า

เป็นต้น


นอกจากนี้ ก็จะมีวิธีการสะกดชื่อคนแบบแปลก ๆ โดยเฉพาะชื่อ ที่ออกเสียงสระเออ เช่น Robert, Edward
แทนที่ผู้แปลจะแปลง อ เป็นสระอิ เป็น โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด ก็จะสะกดเป็น โรเบอร์ต เอ็ดเวอร์ด แทน
และอีกคำที่ขัดตาเอามา ๆ คือ คำอุทาน “Ah” ในภาษาอังกฤษ ที่จะต้องเขียนเป็น “อาฮ์” ทุกครั้งไป



โดยสรุป คือ เนื้อเรื่องของเรื่องสั้นที่อยู่ในเล่มนี้สนุกทุกเรื่องค่ะ แต่กับสำนวนการแปลก็... เฮ้อออ...

จากคุณ : ปิยะรักษ์


10-6.[อมราวตี] อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหญิง เจ้าชาย หรือเชื้อพระวงศ์ จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้


หนังสือแห่งชีวิต (เรื่องของเจ้าชายปิโป)
ปิแยร์ กริปารี : เรื่อง
นงนภัส ตาปสนันทน์ : แปล
สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน
พิมพ์ครั้งที่ 2 กันยายน 2545
188 หน้า 125 บาท

" สิ่งที่เป็นอยู่ก็เป็นไป สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ไม่กลับมาอีก
และสิ่งที่จะเป็นก็ยังไม่เป็น เจ้าชายอาจทรงรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่อง
แต่ก็นั่นแหล่ะคือปัญญา หนังสือทุกเล่มในโลกไม่ได้สอนอะไรพระองค์ไปมากกว่านี้หรอก"


เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งพระราชาทรงเลือกมาจากแหล่งรวมเด็ก
โดยให้สัญญาว่าจะทรงให้ม้าสีแดงเมื่อเด็กน้อยโตขึ้น

ในวัย 15 ปีอยู่ดีดี เด็กน้อยคนนั้นหรือเจ้าชายปิโปในเวลาต่อมา
ก็เกิดไม่สบายหนักจนแทบสิ้นชีพิตักษัยโดยไม่รู้สาเหตุ

จนกระทั่งพระราชาจำได้ว่าได้ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าชาย ณ แหล่งรวมเด็กเมื่อ 15 ปีก่อน
เพราะชาวนาคนหนึ่งเข้ามาทูลว่าแม่ม้าสีขาวตกลูกม้าสีแดงออกมาอย่างประหลาด
พระราชาจึงถวายลูกม้าแดงตัวนี้ให้เจ้าชายปิโปเป็นของขวัญแล้วเจ้าชายก็หายจากอาการประชวร

เมื่อทรงหายดีแล้วพระองค์ทรงคลุกคลีอยู่กับเจ้าม้าน้อยสีแดงคู่ใจ
ทั้งเจ้าชายและม้าต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด

วันหนึ่งขณะที่เจ้าชายปิโปขี่เจ้าม้าปิโปออกไปเที่ยวเล่นนอกวัง
เจ้าม้าก็วิ่งมุ่งตรงไปยังปากปล่องภูเขาไฟและกระโจนลงไป
ปรากฏว่าเจ้าชายและเจ้าม้ามาอยู่ในที่ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวังของเจ้าชาย
แต่ทุกคนเปลี่ยนไป จากคนที่ใจดียิ้มแย้มแจ่มกลับกลายเป็นตรงข้าม
เสด็จพ่อและเสด็จแม่หายไป เหลือแต่คนแคระร่างเตี้ยกับแม่มดใจร้ายที่อ้างตัวเป็นพ่อแม่ของเจ้าชาย
เจ้าชายถูกขังเอาไว้แต่ก็ไม่วายหนีออกมาได้ และเริ่มเดินทางฟันฝ่าอันตราย
ผจญภัยไปกับม้าคู่ใจต่อไป เจ้าชายได้เติบโตและพบเจอกับสิ่งต่างๆมากมาย
เพื่อดั้นด้นหาทางไปห้องสมุดแห่งชีวิตตามหาหนังสือแห่งชีวิตของพระองค์เอง
ตามที่หญิงสาวแห่งโรงเลี้ยงเด็กหลงทางได้เคยบอกเอาไว้

ระหว่างการเดินทางที่แสนจะทรหดเจ้าชายได้พบกับสัจธรรมในการใช้ชีวิต
และได้พบกับคู่หมั้นของตนเองแม้จะเป็นในฝันเพียงเท่านั้นแต่เขาก็มั่นใจว่านางคือเนื้อคู่

วรรณกรรมเยาวชนจากนักเขียนชาวฝรั่งเศส เหมือนที่ผู้แปลได้ว่าเอาไว้
เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี อ่านกี่ทีก็มีมุมมองที่แปลกออกไป
สำหรับเด็กอาจจะเป็นนิทานผจญภัยที่โลดโผนโจนทะยาน สนุกได้อรรถรส
แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่เข้าใจการใช้ชีวิตคงจะมองว่านั่นแหล่ะคือพัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทีเดียว
ภาษาอ่านง่าย ไม่น่าเบื่อ ทำให้อ่านได้รวดเดียวจบไม่มีเบรกโฆษณา

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


ชนกับน้องพลุโครมเบ้อเร่อเลย ฮ่าฮ่าฮ่า

ลืมรูปค่า


สืบซ้อนย้อนสืบ  (A Double-barreled  Detective Story) กับ เหตุเกิดที่ถนนเบเคอร์ (Murder in Baker Street)

จากคุณ : ปิยะรักษ์


(ชุดนี้เป็นชุดสุดท้ายของโจทย์ 30-5 แล้ว)


snowman เล่มที่หก

สืบคดีเขย่าขวัญ : เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เผชิญ แจ๊ค เดอะ ริปเป้อร์ (Study in Terror)

ผู้เขียน : เอลเลอรี่ ควีน (Ellery Queen)
ผู้แปล : ดำเกิงเดช
สำนักพิมพ์ : เชอร์ล็อค โฮล์มส์ (พ.ศ. 2550)
จำนวนหน้า : 198 หน้า  

จากปกหลัง
ฆาตกรโหดตระเวนหาเหยื่อไปตามถนนและตรอกซอกซอยมืด ๆ ในมหานครลอนดอน
ไม่มีผู้หญิงคนไหนปลอดภัยจากการซุ่มทำร้ายอย่างรวดเร็วและสยดสยอง
การฆาตกรรมนองเลือดเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่ามันผู้ใด
คือ อมนุษย์เจ้าของสมญานาม... แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

ไม่มีใคร... ยกเว้นเชอร์ล็อค โฮล์มส์

บัดนี้คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญและลึกลับดำมืดที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
ถูกไขคดีคลี่คลายแล้ว! ... ในนวนิยายรหัสคดีตื่นเต้นระทึกใจเรื่องนี้

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ออกตามล่าตัวแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ในปี 1888 และในปี 1966 ภายใต้ชะตากรรม
ที่ยอกย้อนอันเป็นปริศนาอยู่ในตัวของมันเอง เอลเลอรี่ ควีนก็ได้ก้าวซ้ำรอยเชอร์ล็อค โฮล์มส์

นักสืบผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลทั้งสองคนได้ประสานเชาวน์ไวไหวพริบเข้าด้วยกัน...
จนบรรลุถึงคำเฉลยที่จะทำให้คุณต้องตะลึงงัน



เห็นเล่มนี้แล้วแทบกรี๊ดอยู่กลางร้านหนังสือเลยละค่ะ เพราะถูกใจมากมาย
เนื่องจากเป็นงานของเอลเลอรี่ ควีน นักเขียนอเมริกันที่ตัวเองปลื้มเป็นพิเศษ ประการหนึ่ง
เป็นนิยายที่รวมเอานักสืบที่มีชื่อเสียงฝั่งอเมริกันและนักสืบคลาสสิกฝั่งอังกฤษไว้ด้วยกัน อีกประการหนึ่ง
และที่ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ยังมีผู้ร้ายเป็นฆาตกรลึกลับอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลอย่างแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ด้วย
ฉะนั้น ต้องออกตัวไว้นิดหนึ่งว่า ตัวเองรีวิวหนังสือเล่มนี้อย่างมีอคติ คือ ฉันทาคติ หรือ ลำเอียงเพราะรัก (ฮา)

เรื่องเริ่มขึ้นในวันที่เอลเลอรี่ ควีนกำลังอารมณ์บูดเพราะคิดพล็อตนิยายไม่ออก
ส่งพ่อไปเบอร์มิวดาก็แล้ว ก็ยังคิดไม่ออก แถมยังมีเหตุให้ต้องอารมณ์เสียเมื่อมีเพื่อนเก่าชื่อ กร๊านท์
เอาต้นฉบับปริศนาที่อ้างว่าเป็นต้นฉบับเชอร์ล็อค โฮล์มส์แท้ ๆ ฝีมือ ดร. วัตสัน
และเป็นต้นฉบับที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนมากให้อ่าน ทีแรกเอลเลอรี่นั้นก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แต่ในที่สุดก็นั่งอ่านต้นฉบับนั้นจนได้ และพบกับคำตอบของปริศนาเกี่ยวกับตัวจริงของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์
ที่แม้แต่ผู้บันทึกเหตุการณ์อย่าง ดร. วัตสันยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงในคำพูดของโฮล์มส์
ทว่าเอลเลอรี่สามารถเข้าใจความนัยนั้นและรู้ถึงฆาตกรตัวจริงในความหมายของโฮล์มส์อีกด้วย

กลวิธการเล่าเรื่องของเรื่องนี้น่าสนใจดีค่ะ เพราะเป็นการเล่าสลับระหว่างเหตุการณ์ขณะเอลเลอรี่อ่านต้นฉบับ
กับเนื้อความในต้นฉบับของหมอวัตสัน และจบด้วยการเฉลยความจริงเกี่ยวกับแจ็ค เดอะ ริปเปอร์โดยเอลเลอรี่
เข้าทำนองว่า นักสืบย่อมเข้าใจนักสืบด้วยกันดีก็ว่าได้ ส่วนสำนวนเขียนของเอลเลอรี่ ควีนก็กินขาดอยู่แล้ว  

แต่บนปกหลังก็ยังมีจุดที่ผิดจัง ๆ อยู่นิดหน่อย คือ พิมพ์คำว่า “สยดสยอง” เป็น “สยอดสยอง”
และคำโปรยบนปกหลังว่า “ไม่มีผู้หญิงคนไหนปลอดภัยจากการซุ่มทำร้าย” มันผิดแผนประทุษกรรมไปเยอะ
เพราะแจ็ค เดอะ ริปเปอร์เป็นฆาตกรที่เลือกเฉพาะเหยื่อซึ่งเป็นหญิงบริการในย่านไวท์ชาเปลเท่านั้น

อย่างที่บอกตอนแรก คือ รีวิวด้วยความลำเอียงอย่างยิ่ง ก็ต้องบอกว่า ชอบมากและสนุกค่ะ   ^ ^


-----------------------------------------------------------


snowman เล่มที่เจ็ด

มหาสุญกาล : ประพฤติการณ์ในต่างแดนของเชอร์ล็อค โฮล์มส์
 
ผู้เขียน : รวมนักเขียน
บรรณาธิการ : รัตนชัย เหลืองวงศ์งาม
สำนักพิมพ์ : เชอร์ล็อค โฮล์มส์ (พ.ศ. 2551)
จำนวนหน้า : 304 หน้า  

จากปกหลัง
ในปี 1891 เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ได้แสดงความหาญกล้า ประมือกับเจ้าแห่งอาชญากรรม
นามว่าศาสตราจารย์มอริอาร์ตี้ที่ผาน้ำตกไรเช่นบัค และท้ายที่สุด เขาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
จนทุกคนแม้แต่หมอวัตสันเพื่อนคู่หูเชื่อว่านักสืบเอกชนแห่งถนนเบเก้อร์ได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว
กระทั่งต่อมาโฮล์มส์ได้ปรากฏตัวอีกครั้งในปี 1894 เวลาล่วงเลยมากว่าศตวรรษ
สาธารณชนต่างอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเชอร์ล็อค โฮล์มส์
ในช่วง “มหาสุญกาล” ช่องว่างแห่งห้วงเวลานานสามปีที่ยอดนักสืบไม่เคยแพร่งพรายในบันทึกครั้งใด

บัดนี้ความจริงได้เปิดเผยออกมาแล้วในรวมเรื่องสั้นจำลักษณ์เชอร์ล็อค โฮล์มส์ชุดใหม่รวม 7 เรื่อง
ที่จะพาผู้อ่านร่วมเป็นพยานต่อเบื้องหลังแห่งการสาบสูญอันสำคัญครั้งนี้
จะเป็นอย่างไรหากเชอร์ล็อค โฮล์มส์พบว่าเขาต้องสะสางปัญหาอาชญากรรมที่แปลกประหลาด
ยิ่งกว่าที่เคยเจอในอังกฤษระหว่างการเดินทางพิสูจน์ความจริงตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
ทั้งยอดเขากวงหมิงในแคว้นทิเบต, วิหารพระนารายณ์ในประเทศเนปาล,
ทะเลทรายทุรกันดารในคาบสมุทรอาระเบีย หรือแม้กระทั่งเมืองเชียงใหม่โบราณในประเทศไทย


คำว่า ‘มหาสุญกาล’ ที่ใช้เป็นชื่อหนังสือเล่มนี้ แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า ‘the Great Hiatus’
ช่วงเว้นว่างหรือเว้นวรรคของเหตุการณ์ ซึ่งบรรดาแฟนพันธุ์แท้โฮล์ลมส์สงสัยกันนักหนาว่าเกิดอะไรขึ้น
และมีนักเขียนหลายคนได้เขียนเรื่องแนวจำลักษณ์ (pastiche) คือ นำตัวละครเอกในเรื่องหนึ่งมาใช้ต่อ
และเขียนด้วยกลวิธีเดียวกันหรือแตกต่างออกไปมาเติมช่องว่างเหตุการณ์สามปีที่หายไปนั้น


ในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ เริ่มต้นด้วยสิ่งที่ Sherlockians หรือ Holmesians ทั้งหลายเรียกว่า ‘บุพคัมภีร์’ (canon)
คือ เนื้อเรื่องดั้งเดิมของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ในฉบับของเซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ ในตอน The Last Problem
ซึ่งเป็นโฮล์มส์ตอนสุดท้ายที่ดอยล์เขียนลงในนิตยสารสแตรนด์ เพราะเบื่อที่จะเขียนเรื่องของโฮล์มส์เต็มแก่
จึงตัดจบด้วยการให้โฮล์มส์ต่อสู้กับคู่ปรับอย่างศาสตราจารย์มอริอาร์ตี้จนตกน้ำตกไรเช่นบุค ในออสเตรียไป
จากนั้นก็เป็นเรื่องสั้นอีก 7 เรื่องที่เขียนถึงเหตุการณ์ในช่วงที่โฮล์มส์หายตัวไปก่อนปรากฏตัวอีกครั้ง ได้แก่

คดีคนรับใช้อมทุกข์ ของ รี้ส โบวิน (คนรับใช้ความจำเสื่อม กับ จิตแพทย์ชื่อดัง)
สัตว์ร้ายแห่งยอดเขากวงหมิง ของ ไมเคิล แมลลอรี่ (เมื่อมนุษย์หิมะอย่างเยติถูกสงสัยว่าเป็นฆาตกร)
คดีปราชญ์ฝรั่งเศส ของ เท็ด ริคาร์ดี้ (เมื่อเชอร์ล็อค โฮล์มส์พบซิลแวง เลวีในประเทศเนปาล)
นกบนปลายไม้ ของ แคโรลีน รี้ด (เมื่อจ่าตำรวจชาวสยามได้สืบคดีร่วมกับโฮล์มส์ในเชียงใหม่)
เชอร์ล็อคโฮล์มส์ลอบวิวาห์ ของ ชาริแอนน์ ลิวอิทท์ (โฮล์มส์แต่งกับใคร เพราะอะไร ต้องอ่านเองค่ะ)
ประพฤติการณ์ตอนห้องกระจก ของ ฟิลิป เจ. คาราเฮอร์ (โฮล์มส์กับสมาคมชาวไอริชในนิวยอร์ก) และ
มร. ซิเกอร์สัน ของ ปีเตอร์ บีเกิ้ล (เมื่อโฮล์มส์ไปเป็นนักไวโอลินในประเทศเซลมิร่า)


ส่วนตัวชอบเรื่องในนี้นะคะ เพราะผู้เขียนใช้จินตนาการกันเต็มที่มาก ๆ แถมยังจับโฮล์มส์ไปเจอกับ
บุคคลที่มีตัวจริงในประวัติศาสตร์ เช่น ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาชาวออสเตรีย
ซิลแวง เลวี นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส หรือหลุยส์ เลียวโนเวนส์ ลูกชายของแหม่มแอนนา จาก The King & I

นอกจากนี้วิธีการเล่าเรื่องก็มีหลากหลาย คือ ผู้เขียนเรื่องเป็นผู้บรรยายเอง โฮล์มส์เป็นคนเล่า
หรือมีตัวละครตัวอื่นเป็นผู้เล่าทำนองเดียวกับหมอวัตสัน แต่เล่าด้วยอารมณ์ไม่ชอบหน้าโฮล์มส์เอาเสียเลย

บรรณธิการหาข้อมูลกับทำการบ้านมาดีมาก ๆ โดยสังเกตได้จากคำตามท้ายเรื่อง
ซึ่งอธิบายความเป็นมาเป็นไป และจุดที่ผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่องสั้นบางเรื่อง
และเชิงอรรถที่อธิบายจุดที่ผู้เขียนเรื่องสั้นในตอนนั้น ๆ ยืมมาจากโฮล์มส์ต้นฉบับ ว่ามาจากตอนไหน

มหาสุญกาลถือเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น (Anthology) ที่เรียบเรียงได้ดีมากเล่มหนึ่งเลยละค่ะ ^ ^


--------------------------------------------------------------------------

สุดท้ายแล้ว....


snowman เล่มที่แปด

ใต้เงาเชอร์ล็อก โฮล์มส์

ผู้เขียน : รวมนักเขียน
บรรณาธิการ : เรืองเดช จันทรคีรี
สำนักพิมพ์ : เชอร์ล็อค โฮล์มส์ (พ.ศ. 2551)
จำนวนหน้า : 231 หน้า  


บางส่วนจากปกหลัง
นักเขียนรุ่นหลังมีภารกิจที่จะต้องเขียนจำลักษณ์เชอร์ช็อค โฮล์มส์ขึ้นมาให้มีคุณภาพ
ในระดับเดียวกับอาเธ่อร์ โคนัน ดอยล์ โดยปกติแล้วต้องให้วัตสันเป็นผู้เล่าเรื่อง
เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างปลายศตวรรษที่ 19 ถึงช่วงเริ่มต้นศตวรรษที่ 20
และโฮล์มส์ คือ นักสืบที่ใช้หลักการนิรนัยและการสังเกตทำงานอุทิศตัวเพื่อพิทักษ์ความถูกต้องชอบธรรม




เล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นแนวจำลักษณ์อีกตามเคย โดยในเล่มนี้ประกอบด้วย
เรื่องสั้นเชอร์ล็อค โฮล์มส์จากปลายปากกานักเขียนดัง ๆ หลายคนรวม 7 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

เชอร์ล็อค โฮล์มส์กับมัฟฟิน ของ โดโรธี บี. ฮิวจ์
ห่วงแต้มคืนชีพ ของ เอ็ดเวิร์ด ดี. โฮ้ค
เครื่องกลอเวจี ของ จอห์น ลู้ตซ์
ประพฤติการณ์ตอนประมุขผู้ป่วยไข้ ของ เอ๊ช. อาร์. เอ๊ฟ. คีตติ้ง
คดีของหมอ ของ สตีเฟ่น คิง
คดีทนายฆ่าตัวตาย ของ มาร์ติน เอ๊ดเวิร์ดส์ และ
เมื่อฤาษีถูกรังควานในยามเกษียณ ของ จูเลียน ซิมมอนส์


เรื่องสั้นในเล่มนี้ มีทั้งเรื่องน่ารัก ๆ ของโฮล์มส์กับสาวน้อยแสนฉลาดที่ชื่อน่ากินอย่างมัฟฟิน
และเรื่องที่ย้อนรอยเดิมของต้นฉบับได้สนุกมากอย่างห่วงแต้มคืนชีพของโฮ้ค
แถมยังมีคดีที่หมอวัตสันได้ออกโรงเป็นนักสืบเองด้วย (เพิ่งรู้จากเรื่องนี้เองว่าโฮล์มส์แพ้ขนแมว ฮา)

เรื่องสั้นส่วนใหญ่ในชุดนี้จะเป็นการจำลักษณ์โดยการเล่มแบบดั้งเดิมตามแนวของดอยล์ คือ
ให้หมอวัตสันเป็นผู้เล่าเรื่องของโฮล์มส์ในฐานะผู้บันทึกเหตุการณ์ มีแค่คดีสุดท้ายที่ผู้เขียนเล่าเอง
เรื่องสั้นที่ตัวเองชอบที่สุดในนี้ คือ คดีของหมอ ของ สตีเฟน คิง กับ ห่วงแต้มคืนชีพ ของ โฮ้ค

เป็นเรื่องที่มีคุณภาพตามมาตรฐานหนังสือในเครือสำนักพิมพ์รหัสคดีค่ะ ^ ^




สำหรับคนชอบนิยายสืบสวนเป็นชีวิตจิตใจแล้ว นิยายชุดเชอร์ล็อก โฮล์มส์
ไม่ว่าเป็นฉบับดั้งเดิมของเซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ หรือของนักเขียนในรุ่นหลัง
เป็นนิยายสืบสวนที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ต้องยกความดีความชอบให้เซอร์อาเธอร์ ผู้สร้างสรรค์เชอร์ล็อก โฮล์มส์ขึ้น


ถ้าจะพูดถึงเรื่องชุดเชอร์ล็อค โฮล์มส์อย่างหมอวัตสันพูดว่า "Excellent!"
เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ก็อาจจะบอกอย่างโฮล์มส์ว่า "Elementary,"* ก็เป็นได้... ใครจะไปรู้เนอะ  ^ ^


ป.ล. รีวิวโจทย์โอตาคุข้อนี้ รีวิวหนังสือเป็นจำนวน 8 เล่ม รวม 2090 หน้าค่า

--------------------------------------------------------------------

* บทสนทนานี้มาจากเรื่อง The Memoirs of Sherlock Holmes (1893) ตอน "The Crooked Man" ว่า
"Excellent!" I cried. "Elementary," said he.
ซึ่งตอนหลังเพี้ยนไปเป็น “It’s elementary, my dear Watson.” ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ค่ะ

จากคุณ : ปิยะรักษ์


งือ ขอโทษค่า ทำให้เปลืองกระทู้อีกรอบ ลืมรูปอีกแล้ว


สืบคดีเขย่าขวัญ - มหาสุญกาล - ใต้เงาเชอร์ล็อก โฮล์มส์

จากคุณ : ปิยะรักษ์


ขอบคุณค่ะคุณหนิงที่บอก จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยมีคนถามว่าหนังสือได้มาฟรีใช้ได้หรือเปล่า จำไม่ได้แล้วว่าคำตอบว่ายังไงเพราะตอนนั้นอ่านข้ามๆ ไป งั้นเล่มนั้นไม่นับนะคะ

คุณยาคูลท์ เรื่อง Fire ของ Catherine Neville นี่มีด้วยล่ะค่ะ ได้มาจากสำนักพิมพ์นั้นก่อนจะพิมพ์ขายเมื่อนานมาแล้ว เป็น advanced reader's copy เอาเล่มนั้นมาตอบโจทย์ของชื่อเรื่องพยางค์เดียวดีกว่า ตอนแรกจะใช้เรื่อง Cell ของ Stephen King ค่ะ เพราะเรื่องนั้นซื้อมาดองไว้นานแล้ว

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


ขอโทษพี่ปิยะรักษ์ด้วย ชนกันโครมเบ้อเริ่มเลย อิอิ
เดือนสุดท้ายแล้วเร่งทำคะแนนกันดีจัง
เพื่อของรางวัลสุดพิเศษอ๊ะป่าวคร๊าฟ อิอิ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


น้องส้ม (ปิยะรักษ์)
ส่งมาเป็นมหากาพย์เชียว ... สุดยอดมาก
กิ๊ฟ ก็ให้แล้ว อยากให้ใจด้วยอ่ะ
love  love  love  love


+++++++++++++++++++++++++++

15-9.[นัทธ์] วันพ่อแห่งชาติ คราวนี้เอาหนังสือที่คนเขียน คนแปล ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเดียวกับชื่อจริง หรือชื่อเล่นของ "พ่อ" กันบ้าง  

ตอบโจทย์ : ม. ม้า หรือ M เหมือนทั้งคนเขียน ตั้งคนแปลค่ะ

*** สายลับจับไมค์สืบ คดีที่ 3 กระสุนปริศนา ***
เม็ก คาบอท เขียน / มณฑารัตน์ ทรงเผ่า แปล
แพรวสำนักพิมพ์
247 หน้า ราคา 165 บาท

ปกหลัง : เฮเธอร์ เวลส์ ได้พบรักครั้งใหม่ กับอาจารย์สอนคณิตศาสตร์สุดหล่อและเธอยังเริ่มปฏิบัติการกระชับหุ่นอีกด้วย!
ชีวิตดูท่าจะไปได้สวยทีเดียว .. ถ้าเจ้านายใหม่ของเธอไม่บังเอิญเสียชีวิตอย่างปริศนาใน "หอพักมรณะ" ที่เธอทำงานอยู่ ซึ่งนั้นก็เป็นที่มาของเรื่องวุ่น ลุ้น พิลึก มากมาย เธอให้สัญญากับคูเปอร์ คาร์ทไรท์ (นักสืบหนุ่มหล่อที่เธอแอบปิ๊งมานาน) ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการไขปมฆาตกรรมครั้งนี้ แต่สาวที่มีวิญญาณนักสืบอยู่ในตัวอย่างเฮเธอร์น่ะหรือ จะทนอยู่เฉยได้!
ขณะที่การไขปมปริษนาหาตัวฆาตกรกำลังเข้มข้นสุดชีวิต ปัญหาหัวใจระหว่างหวานใจคนใหม่กับรักฝังใจที่เธอมีต่อคูเปอร์ก็รอให้เธอสะสางเช่นกัน ไม่รู้นะว่าระหว่างการค้นหาตัวฆาตกรกับการค้นหาใจตัวเอง เรื่องไหนจะยากกว่ากัน สำหรับ นักสืบร้างไมค์หัวใจร้างรัก คนนี้
"ตัวละครเอกที่ห้าวหาญ บทสนทนาที่ขบขัน และตัวประกอบที่ลืมไม่ลง ทำให้เรื่องชุดแนวสืบสวนเรื่องใหม่ของคาบอท โดนใจแฟนนักอ่านตัวจริงที่เฝ้ารอนิยายอ่านสนุกสไตล์เจเน็ท อีวาโนวิช" Library Journal

ความรู้สึกหลังอ่าน
เล่มนี้เป็นเล่มที่ 3 ของชุด แต่ยังไม่ได้อ่าน 2 เล่มแรก มาอ่านเล่มที่ 3 เลย .. เหมือนจะสนุก แต่ไม่ค่อยประทับใจซักเท่าไหร่นัก ไม่รู้ว่าเพราะไม่ได้อ่าน 2 เล่ม มาก่อนรึเปล่า .. พระเอกออกน้อยมาก ตัวประกอบเยอะมาก นางเอกพล่ามนอกเรื่องเยอะเกินไปหน่อย และก็ไม่เห็นสืบอะไรเลย เม้าท์ ๆ ๆ แล้วก็นึกขึ้นได้... คิดว่ามันง่ายเกินไป ไม่รู้ว่า 2 เล่มก่อนหน้านี้ สนุกกว่านี้รึเปล่า ถ้ามีโอกาส ก็อาจอ่าน .. แต่คงไม่ขวนขวายมาอ่านแน่ ๆ ค่ะ

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


ดูจากคนแรกที่ตอบ รู้สึกโจทย์ 30-5 จะง่ายไป
เพิ่มเป็นขั้นต่ำ 1500+ หน้าดีกว่า เอิ๊กๆๆ  .. ล้อเล่นน่า ฮ่าฮ่าฮ่า
ซื้อชุดแปลปรับปรุงใหม่ของอมรินทร์มาบางเล่ม ยังไม่เริ่มอ่านเลย
ส่วนเล่ม Baker Street นี่ฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้างแล้วก็..ดองโลด

คุณกุลธิดา
อ่าน Fire แล้วมารีวิวประกบกับ Eight เลยค่ะ  (ยุเต็มที่)
ว่าแต่อยู่ๆ ไปเริ่มเล่มนั้นแล้วจะงงหรือเปล่าเนี่ย?

งานของเม็ก คาบอทที่เป็นแนวชิกลิทปนสืบสวน จะไม่ค่อยสนุกค่ะ
ตอนอ่านเล่มสองก็รำคาญนางเอกพล่ามเหมือนกัน  ถ้าไม่เพราะมีศพโผล่มาคงวางแล้วแหละ
ตอนนี้กำลังลุ้นชุด Airhead ว่าจะสนุกไหม  ยังไม่ได้อ่านเล่มสองเลย
(มีความรู้สึกว่างานช่วงปีสองปีหลังดร็อปลง ไม่รู้เพราะคนแต่งมัวแต่ออนทัวร์หรือเปล่า)

ยังไม่มีรีวิวเช่นเคย  คงไม่ว่างอ่านไปอีกหลายวันด้วย มีงานอะ
เชียร์คุณแม่ไก่ คุณหนิงปลายทางฯ ให้รีบไล่ตามน้องพลุนะคะ
ครึ่งเดือนหลัง คะแนนต้องสูสีกันมากแน่เลย  รอลุ้น อิอิ

จากคุณ : ยาคูลท์


มารายงานตัวหลังหายไปนานค่ะ
ติดภาระกิจรับปริญญาแถมยังต้องอพยพย้ายถิ่นเลยหายไปนานนน
ตอนนี้กลับมาถึงกรุงเทพฯแล้วนะคะ ร้อนได้ใจทีเดียว

โจทย์ใหม่พี่ติ่มสะใจมากก เด๋วจะเอาแฟนตาซีที่อ่านมาใส่ให้หมดเลย 555

จากคุณ : ทินา


กรี๊ดดดด....
มากรี๊ดกับรีวิวโจทย์ 30-5 ของน้องส้มค่ะ
เอาใจไปสามดวงเลยแล้วกัน love love love

น้องพลุก็ถีบตัวเองหนีพวกพี่ ๆ สุดฤทธิ์...
สงสัยจะตามไม่ทันแล้วอ่าคุณยาคูลท์...แผนโค่นน้องพลุท่าจะล้มเหลว 55

วันนี้ขอส่งการบ้านอีกซัก สองสามโจทย์นะคะ

10-12.[แม่ไก่] อ่านหนังสือรวมเรื่องสั้นที่มีเรื่องสั้นอยู่ในเล่มไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง
"เรื่องสั้นอันเป็นที่รัก"
:  เรื่องสั้นแสนรักจาก ๕ นักเขียนซีไรต์
สนพ.มติชน (ครั้งที่ ๔ ส.ค.๒๕๔๒)
๒๖๐ หน้า


"หนังสือเล่มนี้ คือ สุดยอดเรื่องสั้นที่ตราตรึงอยู่ในใจของเขาและเธอมิรู้ลืม"
เป็นคำกล่าวอ้างของสำนักพิมพ์ที่เอ่ยถึงวรรณกรรมดีดีเล่มนี้

เรื่องสั้นดีดี ที่รวมเล่มอยู่ใน "เรื่องสั้นอันเป็นที่รัก" นี้ คือ

๑.  อัศศิริ ธรรมโชติ : บนท้องน้ำเมื่อยามค่ำ - ทะเลร่ำ ลมโศก
๒.  วาณิช จรุงกิจอนันต์ : เพลงใบไม้ - บ้านหมี
๓.  ไพฑูรย์ ธัญญา : ความตกต่ำ - ความตายในเดือนตุลาคม
๔.  อัญชัน : นักสะกดรอย - สิ่งมีชีวิต
๕.  ศิลา โคมฉาย : ดอกเลือด - บทเพลงที่ไร้เสียง


***

ชอบมาก ๆ แทบทุกเรื่อง จึงยากที่จะเลือกเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาบอกเล่าในพื้นที่อันจำกัดนี้...
ขอสรุปแต่ละเรื่องเพียงย่นย่อก็แล้วกันค่ะ
- บนท้องน้ำเมื่อยามค่ำ - - ความรู้สึกขัดแย้งภายในจิตใจของพ่อค้าแตงโม ระหว่างความอยากได้กับความรู้สึกสลดใจต่อโชคชะตาของเพื่อนมนุษย์...
- ทะเลร่ำ ลมโศก  - -เรื่องราวของชายชาวประมงผู้ถูกความเปลี่ยนแปลงทางสังคมพัดพาเอาหายนะเข้าสู่ชีวิตจนสูญสลาย - -เศร้าอ่ะเรื่องนี้ น้ำตาซึมเมื่ออ่านจบ
- เพลงใบไม้ - - เรื่องราวของแม่เพลงพื้นบ้าน ผู้ยืนหยัดในการทำหน้าที่ของตนจนวาระสุดท้ายของชีวิต - - ตอนท้าย ๆ ออกแนวหลอน
-บ้านหมี - - เป็นเรื่องของคนในสังคมเมืองที่ฝากเด็ก ๆ ไว้กับจอสี่เหลี่ยม อิทธิพลของมันอาจจะส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรมที่เราอาจนึกไม่ถึง - - ขอบคุณผู้เขียนที่ไม่จบแบบโหดร้ายมากนัก
- ความตกต่ำ - - เรื่องราวของผู้นำหมู่บ้านกับการพัฒนา - -สิ่งไหนกันแน่คือความตกต่ำ ? (อ่านเรื่องนี้แอบคิดถึงพ่อตัวเอง "โต๊ซีดิง"ในเรื่องนี้มีวิถีชีวิต ความคิดและการกระทำที่ใกล้เคียงกับพ่อคนอ่านอ่านมาก ๆ )
- ความตายเดือนตุลา - - เรื่องสั้นอิงการเมืองที่เล่าผ่านความอึดอัดคับข้องใจของผู้เล่า - - เรื่องของการฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ที่ความตายของเขาเป็นประหนึ่งเมฆฝนแห่งเดือนตุลาที่ค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด
- นักสะกดรอย + สิ่งมีชีวิต - - เรื่องสั้นของ "อัญชัน" ที่เมื่อก่อนอ่านแล้วไม่เก็ทเลย มาอ่านซ้ำอีกครั้งค่อยเรียนรู้(ถ้าเข้าใจไม่ผิด)ว่าผู้เขียนเขาต้องการสื่ออะไร...นักสะกดรอยกับสิ่งมีชีวิตนั้นหาใช่สิ่งอื่นใดเลย ที่แท้ก็คือกิเลสและจิตใต้สำนึกของคนเรานี่เอง...
- ดอกเลือด - -เรื่องสั้นแนวเสียดสี - -คนบางคนต้องการจะสั่งสอนและให้สิ่งดี ๆ กับลูกของตนเอง ...แต่ตัวเองกลับมีพฤติกรรมที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตัวเองสอน...
- บทเพลงที่ไร้เสียง - -เรื่องนี้เศร้า อ่านแล้วสะเทือนใจ แนวเรื่องคล้าย ๆ กับ "ทะเลร่ำลมโศก"ของคุณอัศศิริ... แต่ไม่ถึงกับน้ำตาไหลแฮะ

สรุปแล้ว...เห็นด้วยกับสำนักพิมพ์ที่ว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งของวงวรรณกรรมไทยเลยทีเดียว!

จากคุณ : แม่ไก่


^
^
ปกได้จากเว็บหนังสือมือสอง ออกจะเบลอ ๆ ค่ะ
ต่อด้วยโจทย์นี้

15-7.[ปีศาจความฝัน + ปลายทางของสายรุ้ง] อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือหนังสือเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

"พระราชอารมณ์ขันจากพระโอษฐ์"
โดย วิลาศ มณีวัต
สนพ.ปิ่นอักษร จัดพิมพ์ (ครั้งแรก ๒๕๔๔)
๑๙๒ หน้า


บางส่วนจากคำนำสำนักพิมพ์ :
"พระราชอารมณ์ขันจากพระโอษฐ์" เป็นหนังสือที่เป็นเล่มต่อจาก พระราชอารมณ์ขัน ที่เขียนโดย วิลาศ มณีวัต
ผู้เขียนได้บรรจงเก็บเล็มพระราชดำรัสและพระบรมโชวาท ตลอดจนถึงข้อซักถามจากมวลพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากพระราชดำรัสในงานพิธีหรือรัฐพิธีต่างๆ
หรือพระบรมราโชวาทที่ทรงพระราชทานแก่นิสิตนักศึกษาหรือพสกนิกรผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
หรือที่พระองค์ท่านเสด็จฯไปทรง เยี่ยมในสถานที่ต่างๆตลอดถึงแดนทุรกันดาร
พระองค์ท่านได้ทรงสอดแทรกพระราชอารมณ์ขันไว้อย่างน่าทึ่งและควรแก่การเทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ ..."

***

ขออนุญาตยกตัวอย่างตอนที่ชอบมาก ๆ มาสั้น ๆ ซักตอนหนึ่งแล้วกัน
ในตอนท้าย ๆ เล่มจะมีบทสนทนาระหว่างสมเด็จพระเทพรัตน์ฯกับเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ ซึ่งหลังจบบทสนทนานี้ก็มีบทพระราชทานพรต่อ...
พระองค์ท่านทรงเริ่มต้นด้วยพระดำรัส"แซว"พระธิดาทั้งสองพระองค์...

"สงสารไมโครโฟน...เดียวดาย(เสียงฮา) เขาลาไปหมดแล้ว เมื่อกี้นึกว่าจะมานั่งแล้วก็คอยจนถึงพรุ่งนี้เช้า ...มะรืนนี้เช้า เพราะว่าตามธรรมดาสองพี่น้องนี้เวลาเขาพูดคุยกัน จะอยู่ด้วยกันสองคนหรือมีใครต่อใคร เขาก็คุยจุ๋งจิ๋ง ๆ ไปตลอดเวลา
เขาชำนาญมากในการคุย(เสียงฮา...) เลยนึกว่าจะไม่จบเสียทีนะ แต่แท้จริงเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว แต่ตามธรรมดาเวลาเขาไม่รู้จะพูดอะไรต่างคนเขาก็ต่างพูดเรื่องของตัว แล้วอีกคนก็ฟัง ...หูก็ฟังเรื่องของอีกคน...แล้วปากก็พูดอีกเรื่อง แต่เข้าใจกัน(เสียงฮา...)คือว่าเครื่องของเขาก็ประหลาด หูฟังได้เรื่องหนึ่ง ปากพูดได้อีกเรื่องหนึ่ง (เสียงฮา...) ก็จริง ๆ นี่ไม่ใช่พูดเล่น นี่เป็นวิชาการซึ่งอาจจะใหม่ก็ได้..."

อ่านแล้วบอกได้สั้น ๆ ว่า...มีความสุข

จากคุณ : แม่ไก่


ปิดท้ายวันนี้ด้วยโจทย์คะแนนสูงซักข้อ

30-2.[สาวไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือ 3 เล่ม โดยให้คนอ่านผูกธีมเอาเอง เช่น สามเล่มที่เป็นเรื่องของอาหารเหมือนกัน สามเรื่องที่มีเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเหมือนกัน ฯลฯ

ธีม "เรื่องเล่าจากทุ่งกว้างแอฟริกัน" ค่ะ

เล่มที่ 1."ตำนานกาฬทวีป : รวมเรื่องสั้นชุดเพชรอาฟริกัน
ภัควดี วีระภาสพงษ์/แปล
สนพ.เรไร/จัดพิมพ์(ก.ค. ๒๕๓๗)
๑๒๖ หน้า


โปรยปก
บนผืนแผ่นดินที่กว้างใหญ่
หาก...จิตใจของผู้คน ยิ่งใหญ่กว่า

9 นักเขียนแถวหน้าจากอาฟริกา
ร่วมขับขานตำนานจากกาฬทวีป
เพื่อเป็นประจักษ์พยานต่อการสิ้นสุดลงของ "ลัทธิเหยียดผิว"
แฝงน้ำเสียงหวั่นวิตกต่อการแผ่แสนยานุภาพของ "โลกานุวัตร"
ที่ร้ายแรงลึกซึ้งยิ่งกว่า!

**********

ในเล่มประกอบด้วยเรื่องสั้นทั้งหมด 9 เรื่อง จาก 9 นักเขียนชาวอาฟริกัน

เรื่องที่ 1. "สุภาพบุรุษแห่งพงไพร" เขียนโดย โจโม เคนแยตต้า - - เป็นเรื่องเล่าเชิงนิทานที่บรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างชนเผ่าคิคูยูกับชาวยุโรป ออกแนวประชดประเทียดเสียดสี
เรื่องที่ 2. "โปรติสต้า" เขียนโดย ดัมบุดโส มาเรเซรา - -เป็นเรื่องสั้นแนวที่อาจเรียกว่า เซอร์เรียลลิสต์ ดำเนินเรื่องผ่าน "ผม" นักโทษหนุ่มผู้ถูกเนรเทศไปยังดินแดนแห้งแล้ง ดิบเถื่อน สภาพชีวิตที่โหยกระหายทำให้เขาเกิดจินตนาการที่หลอนกระทั่งตัวเอง - -เรื่องนี้อ่านผ่าน ๆ ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็อ่าน
เรื่องที่ 3. "เหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในครอบครัวโกมาซี" โดย อะลิฟา ไรฟาท - - เมื่อลูกสาววัยรุ่นเกิดตั้งท้องขึ้นมาในขณะที่ผู้เป็นพ่อกำลังเดินทางไกล ทางออกของคนเป็นแม่มีเพียงอย่างเดียวคือ...ส่งลูกสาวไปอยู่กับญาติต่างเมือง แล้วตัวเองก็แต่งตัวเหมือนหญิงตั้งครรภ์
"...แม่จะไปตลาดให้คนเขาเห็นแม่อย่างนี้ ไม่ดีกว่าดอกหรือ พอพ่อกลับมา พ่อแกจะได้พบว่า ตัวเองมีลูกที่ถูกทำนองคลองธรรม แทนที่จะเป็นหลานที่เกิดมาอย่างผิดธรรมเนียม" - - อือม์...เรื่องนี้อ่านแล้วเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ ที่ไหน ๆ ก็เหมือนกันทั่วโลก
เรื่องที่ 4. "สันติภาพกลางเมือง" โดย ชินัว อะเชเบ - - เป็นเรื่องเล่าแนวเสียดสีสังคมของคนจนที่ถูกโจรปล้นเงินยี่สิบปอนด์ที่เขาเพิ่งได้รับมาจากสวัสดิการของรัฐ - -
เรื่องที่ 5. "เจ้าบ่าว" โดย นาดีน กอรดิเมอร์ นักเขียนรางวัลบุ้กเกอร์ไพรซ์ของอังกฤษ กับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี 2536 - - เรื่องเล่าของคนขาวผู้โดดเดี่ยวท่ามกลางคนผิวสีที่แวดล้อม - -ความคาดหวังและความใฝ่ฝัน
เรื่องที่ 6 " ใยแมงมุม" โดย เลียวนาร์ด คิเบรา - -เรื่องราวความเหลื่อมล้ำที่มีแม้ในหมู่คนดำด้วยกัน...
เรื่องที่ 7."นาทีแห่งชัยชนะ" โดยงูกี วา เธียงโอ - - ในทุก ๆ สังคม ผู้หญิงมักต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่เสมอ อาจจะมีสักช่วงเวลาหนึ่งที่ผู้หญิงอยากเป็นผู้ชนะเหนือคนอื่น...แม้เพียงเสี้ยวนาทีหนึ่งก็ยังดี
เรื่องที่ 8."ลมกรรโชกจากทิศใต้" โดยอะมา อะตา ไอดู
เรื่องที่ 9. "ภาพนิ่งของงานวิวาห์" โดยเบสสี เฮด

ขอสารภาพว่าอ่านแล้วค่อนข้างน่าเบื่อและออกแนวเครียดแฮะ...แต่ก็อ่านจนจบ
หนังสือดองไว้เป็นชาติจนจำไม่ได้แล้วว่าได้มายังไง แต่ที่แน่ ๆ คือ ที่หยิบมาเป็นเพราะชื่อผู้แปลเป็นการันตี
แต่ที่บอกว่าเบื่อเพราะโทนเรื่องสั้นหลายเรื่องในเล่มมันออกแนว ๆ เดียวกันทั้งหมด
มีการใช้สำนวนกระทบกระเทียบเปรียบเปรยความเหลื่อมล้ำระหว่างคนผิวขาวกับคนผิวดำอย่างแสบ ๆ คัน ๆ ...แต่ในบางเรื่องก็เสียดสีคนผิวดำด้วยกันเอง...
แสดงให้เห็นว่าในหมู่คนผิวดำเองก็ยังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่

**************

เล่มที่ 2 "รูปเงาบนพรมหญ้า"(Shadow on the Grass)
ไอแซค ไดนีเสน - เขียน
สุริยฉัตร ชัยมงคล -แปล
สนพ.ทานตะวัน (ครั้งแรก ก.พ. 2532)
134 หน้า


โปรยปกหลัง :  
"...หญ้าบนลาดเนินที่ฉันนั่งอยู่นั้น สั้นเหมือนในสนามหญ้า
พวกมาไซเผาไว้เป็นหย่อม ๆ เพื่อให้ใบระบัดงอกขึ้นมาเป็นอาหารแก่ฝูงสัตว์ของตน
อากาศบนที่สูงปลอดโปร่ง, เหมืองเหล้าองุ่น
เงาของนกแร้ง เวียนว่อนทายทาอยู่แทบเท้าของฉัน
จากตรงที่นั่งอยู่ทอดตาไปไกล ข้างแนวต้นอะคาเซียสูงลิ่ว ต่ำลงไปข้างล่าง
ยีราฟสามตัวปรากฏแก่สายตา ยืนนิ่งอยู่สองสามนาที แล้วเดินจากไป...
ลีลาราวสตรีสูงศักดิ์ จนทำให้ผู้มองเห็นมิได้คิดถึงขาอันยาวของเธอ
เพียงจำได้ว่าเธอลอยล่องไปเหนือที่ราบในพัสตราภรณ์ริ้วระบายแห่งหมอกยามอรุณ
หรือมิเช่นนั้นก็ภาพลวงตา..."

*****

"รูปเงาบนพรมหญ้า" เป็นภาคต่อของ "พรากจากแสงตะวัน" หรือ Out of Africa อันโด่งดังนั่นเอง
เป็นสรรพบทตอนของช่วงชีวิตของผู้เขียนที่จดจารจารึกไว้อย่างงดงาม
บอกเล่าถึงสิ่งต่าง ๆ ทั้งผู้คนและสิ่งแวดล้อมที่เธอเคยผูกพัน สนิทแนบแน่น...
ด้วยความระลึกถึง และปรารถนาจะย้อนกลับไปสู่วันชื่นคืนสุข และความเจ็บปวด
ในแผ่นดินสูง แสงตะวันเจิดจ้า...และสายลมที่มีมนต์ขลัง...อีกครั้งหนึ่ง
เล่มนี้อ่านเพลินด้วยสำนวนภาษาอันประณีตบรรจงของผู้แปล ที่อ่านแล้วเหมือนกับกำลังอ่านบทกวี

**************

เล่มที่ 3 "นิทานจากทุ่งกว้างแอฟริกา - Tales From the African Plains"
เล่าโดย แอนน แก็ตตี้
แปลโดย วัชรินทร์ อำพัน
สนพ.ดอกหญ้า (ครั้งที่ 2 พ.ค. 2541)
144 หน้า


โปรยปกหลัง
แอฟริกา...ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าเขียว
ฝูงสัตว์หลากสี ชาวป่าผิวคล้ำ
ท่ามกลางความมืดสีดำ รอบกองไฟสีส้มอุ่น
พวกเขาจะมารวมกัน ดื่มกิน ร้องเพลง เต้นระบำ
และผลัดกันเล่านิทานแสนสนุก
เรื่องของ จรเข้เจ้าเล่ห์ สิงโตผู้ปราดเปรื่อง ตัวไฮยีน่า หรือว่าลูกสาวหัวหน้าเผ่า

ซึ่งไม่มีและไม่เหมือนกับนิทานใด ๆ
คือจินตนาการอันแปลกใหม่
ที่จะพาเราโบกบินไปสู่ทุ่งกว้างแอฟริกา

*****

อ่านรวมนิทานอีกแล้ว...(ชอบอ่านนิทานมาก แหะ ๆ )
ในเล่มนี้ประกอบด้วยนิทานถึง 12 เรื่อง
ซึ่งล้วนแต่คัดสรรมาจากเรื่องราวอันชวนหลงใหล
เล่าขานสืบต่อกันมาตามจารีตประเพณี โดยมีการต่อเติมเสริมแต่งจากวิถีชีวิตประจำวัน
อ่านเพลินมาก คิดว่าจะขออนุญาตคัดบางเรื่องที่ชอบไปอัพบล็อกด้วยค่ะ

จากคุณ : แม่ไก่


ขอส่งการบ้านที่ห่างหายไปนานค่ะ

10-13.[แม่ไก่] เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราเป็นวันเด็กแห่งชาติ มารับฟังเสียงของเด็ก ๆ บ้างดีไหม อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เขียนโดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 (อายุขณะที่เขียน)หรือให้เด็กเป็นตัวละครเอกที่ถ่ายทอดเรื่องราวในหนังสือ เล่มนั้น ๆ (ในกรณีหลังนี้ขอให้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ค่ะ)

เพื่อนรักริมโขง
เขมชาติ/เขียน
พิมพ์ครั้งที่  2  พ.ศ. 2552 โดย สำนักพิมพ์เคล็ดไทย
จำนวน 194 หน้า
ราคา 150  บาท
ISBN 978-974-315-726-4

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เพื่อนรักริมโขง เป็นความผูกพันวัยเด็กของเด็กชาย ปุ้มและเพื่อนในระแวกบ้าน ทั้งบรรยากาศในโรงเรียนประถมประจำหมู่บ้าน
และในโรงเรียนประจำอำเภอ ในอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย รวมทั้งวิถีชีวิตครอบครัวของเพื่อนปุ้มแต่ละคน ทั้ง ล้วน เตียน คำหล้า
การดำรงชีวิตแบบพื้นบ้าน ขั้นตอนการรับจ้างเผาข้าวหลาม ของครอบครัวเตียนซึ่งเป็นชาวเวียดนามอพยพ การปลูกยาสูบขายเป็นยาเส้นของครอบครัวปุ้ม
การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของ เด็กชายเตียนที่ต้องขายถั่วต้มในงานตัดลูกนิมิตวัดใต้...... เช่น
"ถั่วต้มถูกหยิบใส่กรวยกระดาษหนังสือพิมพ์สนนราคากรวยละหนึ่งบาท  เจ้าหนูทั้งสามขายกันมือเป็นระวิง"

หมวกยามเช้าปกแผ่กระจายเรี่ยผิวน้ำโขง สายน้ำไหลจากทิศตะวันตกลงไปทางทิศตะวันออกอย่างแช่มช้า แต่มั่นคง
แม้ว่าระดับน้ำยามนี้จะลดลงไปมากแล้ว คงต้องรอเวลาอีกหลายหัปดาห์หายทรายจึงจะโผล่ขึ้นมาให้
ลมอ่อนหนาวเหน็บเนื้อคนตื่นเช้า แสงแดดทำตามหน้าที่ของมัน แต่ดูเหมือนว่าหมอกหนายังไม่ยอมให้มันทะลุผ่านลงมาง่ายๆ
กระนั้นความสว่างยังมากพอที่จะมองเห็นท้องทุ่งสวยยาสูบเขียวขจีอันกว้างใหญ่เบื้องหน้า
วิถีชีวิตของชาวสวนยาสูบริมแม่น้ำโขงยังคงดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่าย เต็มด้วยพลังแห่งชีวิต


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความรู้หลังจากอ่าน เนื่องจากเป็นวรรณกรรมเยาวชนแนวที่ชอบอยู่แล้ว เมื่อเป็นวิถีชีวิตคนอิสาน ยิ่งประทับใจกว่าหนังสือเล่มอื่นๆ
แต่ที่อยากติงคือ .... พิมพ์ผิดพลาดค่อนข้างเยอะ เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ

จากคุณ : โมกสีเงิน (โมกสีเงิน)


คุณกุลธิดา : เรื่องปลาหนีน้ำนี่ จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าคุณวาณิช จรุงกิจอนันต์เคยเขียนวิจารณ์ไว้ด้วย
แต่จำไม่ได้จริง ๆ ว่าไปอ่านมากจากไหน ที่จำได้อย่างเดียว คือ คุณจันทร์จิรา จูแจ้งเล่นเป็นวาปีตอนเป็นละคร

คุณ @Paweena@ : เคยอ่านเรื่องพายมาตั้งแต่สมัยผู้เขียนเอามาลงในถนนนักเขียนแล้วละค่ะ
ตอนอ่านก็ตั้งคำถามแบบนี้แหละว่า คนแบบพายนี่จะกลับใจไปรักผู้ชายได้ด้วยเหรอ
ก็เลยเอาไปถามเพื่อน เอากระทู้ให้เพื่อนที่เขาเป็นหญิงรักหญิงอ่าน เจ้าตัวอ่านแล้วก็หัวเราะอย่างเดียว
และให้คำตอบอย่างสั้นง่ายได้ใจความว่า "ไม่มีทาง" ค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปมฝังใจกับพ่อ ยิ่งยากใหญ่

คุณสาวไกด์ใจซื่อ : ปกเรื่องเด็กหนวดหมึกฯ น่ารักมาก ๆ ปกติตัวเองจะเป็นคนใจอ่อนกับเรื่องที่มีแมว
แต่เจอสะกดผิด พิมพ์ผิดเยอะมากแบบนี้เริ่มจะคิดหนักแล้วละค่ะ ^ ^"

น้องพลุ (เจ้าชายในสายหมอก) : ฮ่า ๆ ชนกันนิดหน่อยไม่เป็นไรค่า

พี่หนิง ปลายทางของสายรุ้ง : อ๊าย รีวิวเรื่องเมตามอฟอซิสด้วย เป็นเรื่องชวนให้คิดมาก ที่ชอบมาก ๆ ค่ะ

พี่แม่ไก่ : พล็อตเรื่อง Teenage Mermaid น่ารักดีค่ะ

พี่ติ่ม ยาคูลท์ : โจทย์ 30-5ไม่ง่ายหรอกนะคะ  แค่คนรีวิวได้โอกาสปล่อยของที่อ่านสะสมเท่านั้นเอ๊ง (ฮา)



คุยแล้วรีวิวต่อเลยดีกว่า

---------------------------------------------------------------------


20-4.[สาว ไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือ 2 เล่มของนักเขียนต่างเพศกัน (ยึดเพศสภาพเป็นหลัก)
โดยชื่อ (หรือนามปากกา) ของนักเขียนต่างเพศนั้น ต้องขึ้นด้วยพยัญชนะเดียวกัน  


เป็นนิยายสืบสวนทั้งสองเรื่อง จากนักเขียนชายหญิงที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย “พ” ทั้งคู่
และตัวเอกของแต่ละเรื่องก็เป็นตำรวจยศพันตำรวจโท ตำแหน่งสารวัตรทั้งคู่ด้วยค่ะ

snowman เล่มที่หนึ่ง - นักเขียนหญิง

ส้นสูงสีขาว

ผู้เขียน : พลอยไพลิน
สำนักพิมพ์ : ประพันธ์สาส์น (พ.ศ. 2543)
จำนวนหน้า : 280 หน้า  

จากปกหลัง
นายตำรวจสาวแสนสวยต้องเข้ามาพัวพันคดีลึกลับโดยไม่ได้ตั้งใจ
เธอต้องคลี่คลายปมคดีนี้ให้ได้
ส้นสูงสีขาว... หลักฐานเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะสืบหาฆาตกร
มันคือสื่อมรณะที่ซ่อนความลับบางอย่างไว้
และทำให้หลายชีวิตต้องจบลงอย่างอเนจอนาถ
ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป ?




เรื่องเริ่มต้นที่แทนธีรา หลานชายหนุ่มหล่อ ซึ่งทำงานเป็นช่างภาพจับพลัดจับผลู
ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมนางแบบที่ตัวเองจ้างมาถ่ายภาพแฟชั่น
ทำให้คุณย่ายังสาวอย่าง พ.ต.ท. เดือนกันยา รุ่งรวี ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
แต่กลับพบเงื่อนงำบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการตายครั้งนั้น
เงื่อนงำที่ว่าคือรองเท้าส้นสูงสีขาว ซึ่งมีที่มาจากร้านขายรองเท้าแห่งหนึ่งในย่านสยามสแควร์

น่าแปลกที่ว่า ใครต่อใครต่างถามหารองเท้าส้นสูงสีขาวคู่นั้นราวกับมันมีค่าอย่างยิ่งยวด
และในขณะเดียวกันรองเท้าคู่นั้นก็ดูเหมือนจะชักนำความตายมาสู่ใครอีกหลายคน
เป็นหน้าที่ของสารวัตรเดือนกันยา ในฐานะย่าที่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของหลานชาย
และในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังรองเท้ามรณะ
รวมถึงสืบหาฆาตกรตัวจริงในคดีนี้ให้ได้


เรื่องนี้เห็นว่าเป็นนิยายสืบสวนสอบสวนที่เขียนโดยนักเขียนไทยและเป็นผู้หญิงด้วยเลยซื้อมา
อ่านเรื่องย่อจากปกหลังคร่าว ๆ แล้วคิดว่าน่าจะโอเคในระดับหนึ่ง และสนใจที่ตัวเอกเป็นผู้หญิง
แต่พออ่านไปได้สักพักแล้ว กลับรู้สึกตงิด ๆ ยังไงชอบกล แต่ก็อ่านจนจบจนได้
ไม่ได้ติดใจกับพล็อตหลักในการตามหาฆาตกรตัวจริงกับที่มาของรองเท้าเท่าไหร่
แต่ไปติดใจกับองค์ประกอบที่รวมขึ้นมาเป็นเรื่องนี้ และการดำเนินเรื่องมากกว่าค่ะ

คือว่า... มันเป็นนิยายสืบสวนที่มีผู้หญิงเป็นตัวเอก เขียนโดยนักเขียนหญิงก็จริงนะคะ
แต่ทว่ามันเพียบแปล้ไปด้วยฉากเซอร์วิสประดามี เพราะนางเอกและผู้หญิงในเรื่องสวย เอ็กซ์ เซ็กซี่
รวมถึงนุ่งน้อยห่มน้อยอยู่ตลอดเรื่อง และมีตัวละครชายหื่น ๆ อีกบานตะไท (แต่ยังดีที่ไม่ใช่พระเอก)
ทำให้เกิดอาการงงกับชีวิตอยู่พอสมควรว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย... - -'


เดือนกันยาเก่งและมั่นก็จริง แต่ก็ยังอยู่ในฐานะ Sex Object อยู่ดี
และหลายอย่างที่เธอทำลงไป ตัวเองก็อ่านไปขมวดคิ้วไป... โห เจ๊ คิดก่อนทำบ้างหรือเปล่าเนี่ย
เอาตัวเองไปเสี่ยงชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าตำรวจระดับสารวัตรจะกล้าทำ ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาเสียหายมาก
มาลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าคนเขียนไม่ได้เขียนให้รอดเพราะโชคช่วยหลายครั้งหลายหน
ในชีวิตจริง ขืนทำแบบนี้ลงไปละก็... มีหวัง ไม่เหลือแน่ ๆ


อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ค่อยถูก แต่สรุปว่าอ่านแล้วไม่ชอบด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่างก็แล้วกันค่ะ


**************************************

snowman เล่มที่สอง - นักเขียนชาย

ฆาตกรในเสื้อกาวน์

ผู้เขียน : พนมเทียน
สำนักพิมพ์ : ณ บ้านวรรณกรรม (พ.ศ. 2546)
จำนวนหน้า : 240 หน้า


จากปกหลัง
ภายใต้สิ่งแวดล้อมของกลุ่มคนในเสื้อกาวน์ การฆาตกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร
‘ใคร’ คือ ผู้ลงมือสังหาร ‘ใคร’ คือผู้ปฏิบัติการอันอุกอาจ หลักฐานต่าง ๆ ล้วนเลือนลาง ลึกลับ
สร้างความสับสนให้สืบสวนมือหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ... รุทร์ ระงับพาล
เขาจะคลี่คลายฆาตกรรมรายนี้ได้เช่นไร เขาจะจับผิดตัวหรือไม่... ชัวร์หรือมั่วนิ่ม
ฆาตกรตัวจริงคือใคร ? และจะใช่บุคคลที่อยู่ในเสื้อกาวน์คนใดคนหนึ่งเช่นนั้นหรือ
ในเมื่อบุคคลเหล่านั้นคือผู้ให้ชีวิต หาใช่ผู้พร่าผลาญไม่



อ่านเรื่องนี้แล้ว มีความรู้สึกเหมือนซื้อหนังสือซ้ำสอง และขาดทุนอยู่เล็กน้อยค่ะ
จริง ๆ เคยอ่านเล่มนี้มาเมื่อหลายปีแล้วละ อ่านแล้วถึงกับต้องไปตั้งกระทู้ในคลับนักสืบว่า
มีใครเคยอ่านเรื่อง The Dutch Shoes Mystery ของ Ellery Queen บ้าง
เพราะเรื่องย่อ The Dutch Shoes Mystery ที่เคยเห็นใน Fan Site ของ Ellery Queen
กับเรื่อง The Dutch Shoes Mystery ที่ปรับแปลงเนื้อเรื่องมาทำเกมปริศนาให้ทายฆาตกรเหมือนกันมาก
ไม่ว่าจะเป็นลำดับเรื่อง พล็อต ทริก สถานที่เกิดเหตุ และแม้กระทั่งตัวฆาตกร
ตัวเองไม่มีต้นฉบับภาษาอังกฤษอยู่ในมือ แถมยังไม่มีใครเคยอ่านอีก ก็เลยเป็นปัญหาคาใจอยู่ทุกวันนี้

ว่าจะเอามาอ่านซ้ำตั้งแต่ซีซันที่แล้ว แต่ในที่สุดก็ลืมสนิท แต่เอามาอ่านซีซันนี้ ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่า
ถ้ารีวิวไป จะเป็นรีวิวเรื่องของคุณพนมเทียนหรือเอลเลอรี่ ควีนกันแน่ ^ ^”
เอาเป็นว่า รีวิวเรื่อง “ฆาตกรในเสื้อกาวน์” ก็แล้วกันค่ะ

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เกิดขึ้นเมื่อ พ.ต.ท. รุตม์ ระงับพาล (สะกดชื่อตามในเนื้อเรื่อง) สารวัตรงานสืบสวน
ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ต. เจิดศักดิ์ว่า เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นที่โรงพยาบาลบุณยนิตย์อุทิศ
และผู้ตายก็คือ คุณนายสุนีรัตน์ บุณยนิตย์ เจ้าของโรงพยาบาลซึ่งได้รับอุบัติเหตุตกบันได
ต้องได้รับการผ่าตัดช่วยชีวิต แต่คุณนายกลับถูกฆาตกรรมโดยการรัดคอจนเสียชีวิตระหว่างรอการผ่าตัด

ในช่วงเวลาก่อนที่การฆาตกรรมจะถูกค้นพบ ทั้งแพทย์ประจำบ้าน พยาบาล นพ. ประเสริฐ อายุรแพทย์
ประภา บุตรสาวของหมอประเสิรฐ, วินัย ทนายความประจำครอบครัว, ผู้อำนวยการโรงพยาบาล
และพ.ต.ต. เจิดศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนของ ผอ. ต่างอยู่รอดูการผ่าตัด ซึ่งจะกระทำโดย นพ. วิม ศัลแพทย์มือหนึ่ง
อยู่ที่อัฒจันทร์ด้านบน ส่วน เอกวัตร น้องชายผู้ตาย, ละม่อม แม่บ้าน และยุวดี บุตรสาวผู้ตายรอในห้องรับแขก

จากการสอบปากคำและการสืบสวนเบื้องต้น นพ. วิม ซึ่งได้รับอุปการะจากผู้ตายให้เรียนจนจบแพทย์
ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่ง แต่วัตถุพยานที่ถูกค้นพบในเวลาต่อมากลับเข้ากันไม่ได้กับเขาเลย
โดยเฉพาะรองเท้าพื้นยางส้นเตี้ยของฆาตกรที่พบในห้องผ่าตัดซึ่งเล็กเกินกว่าที่ นพ. วิมจะใส่ได้
ยิ่งกว่านั้น เขายังกลายเป็นเหยื่อฆาตกรรมรูปแบบเดียวกันกับเจ้าของโรงพยาบาลในเวลาต่อมาอีกด้วย
แล้วใครกันแน่ที่เป็นฆาตกร และทำไปเพื่ออะไรกันแน่...

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วไม่ค่อยเชื่อว่าจะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้จริงเท่าไหร่ แต่ก็สนุกดีค่ะ
เพราะความน่าสงสัยถูกกระจายไปยังคนนั้นที คนนี้ที มีการเอาตัวละครบุคลิกแปลก ๆ มาทำให้เขวด้วย
บรรยากาศในเรื่องมีทั้งบีบ ทั้งผ่อนทำให้เรื่องน่าติดตามตามสไตล์ของนักเขียนมือดีอย่างคุณพนมเทียน
นอกจากนี้ บุคลิกของสารวัตรรุตม์เองก็น่าเชื่อถือว่า คนนี้เป็นตำรวจสืบสวนที่เก่งจริง ๆ
(สมมติว่า ถ้าฆาตกรฯ มีเค้ามาจาก Dutch Shoes จริง บุคลิกของพระเอกก็ฉีกไปคนละทางเลยค่ะ
และผู้เขียนทำให้เรื่องนี้กลายเป็นนิยายสืบสวนแนวตำรวจ หรือ Police Procedural ได้สมบูรณ์แบบมาก)

มีที่งง ๆ นิดหน่อยเกี่ยวกับการสะกดชื่อของตัวเอกค่ะ คือ ในคำนำกับปกหน้าและหลังของหนังสือ
สะกดว่า “รุทร์” แต่ในเนื้อเรื่องตั้งแต่บทแรกยันบทสุดท้ายกลับสะกดชื่อว่า “รุตม์” แทน
เลยไม่แน่ใจว่า นักเขียน บรรณาธิการกับคนทำปก ตกลงกันไม่ได้หรือเปล่าเนี่ยว่าจะให้สารวัตรชื่ออะไร ^ ^"


* หมายเหตุ
เรื่องฆาตกรในเสื้อกาวน์อยู่ในชุด ‘พรานทรชน’ ซึ่งชื่อชุดดูบู๊ดุเดือดมาก แต่เรื่องกลับเป็นรหัสคดีบุ๋น (Cozy)
ส่วนเรื่องส้นสูงสีขาวที่ดูเหมือนจะเป็นรหัสคดีบุ๋นกลับกลายเป็นรหัสคดีบู๊ (Hard-boiled) ไปซะอย่างงั้นเลย ^ ^"

จากคุณ : ปิยะรักษ์


20-1.[อั๊งอังอา] ฮัจญี : ช่วงปลายปี 2552 ถึงเดือนมกราคม 2553 เป็นช่วงที่พี่น้องชาวมุสลิมเดินทางไปร่วมพิธีฮัจย์ ซึ่งช่วงนี้มีวันสำคัญสองวัน คือ วันสิ้นสุดพิธีฮัจย์ และ วันอีดุลอัฎฮา (วันออกฮัจญี หรือ อีดใหญ่ ซึ่งเป็นวันฮารีรายอ ครั้งที่ 2) อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม หรือมีตัวละครหลักเป็นมุสลิม หรือเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีอิสลาม

ตอบโจทย์
ชื่อหนังสือ : ถนนหนังสือสายคาบูล
ผู้แต่ง : Asne Seierstad
ผู้แปล : จิระนันท์ พิตรปรีชา

จากสงครามเผ่าพันธุ์ ความแตกต่างทางความคิดและความเชื่อเป็นเพียงความขัดแย้งของคนบางกลุ่มและผลประโยชน์มหาศาลของทรัพยากรธรรมชาติที่ทำให้เกิดสงครามระหว่างมหาอำนาจอเมริกาและพันธมิตรกับกลุ่มตาลีบัน ทำให้ครอบครัวของสุลต่าน คาน ชายชาวมุสลิมเจ้าของร้านขายหนังสือในเมืองคาบูล ที่ต้องเผชิญชีวิตแตกสลายของครอบครัว ผลของสงครามที่ทำลายล้างความฝันของผู้คน ชีวติของคนนับล้านต้องแปรเปลี่ยน ทุกข์ยาก

หนังสือเล่มนี้เป็นนิยายจากชีวิตจริงที่นักข่าวสาวชาวนอเวร์ไปใช้ชีวิตเพื่อสังเกตและบันทึกความเป็นอยู่ของชาวมุสลิมในอัฟกานิสสถาน ในช่วงสงครามตาลีบัน ผ่านทางครอบครัวของสุลต่าน คาน

ความรู้สึกที่ได้อ่าน
รู้สึกถึงเข้าใจถึงความทุกข์ยากของผู้คน เห็นใจความอดทนของผู้หญิงชาวอัฟกัน สุดท้ายต้องหดหู่เมื่อครอบครัวต้องแยกย้ายไปคนละทิศละทาง

จากคุณ : แม่เรไร


30-1.[นัท ธ์+แม่ไก่] อ่านหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรท์ 3 เล่ม 3 ประเภท (เรื่องสั้น นิยาย และกวีนิพนธ์) จะได้รับรางวัลปีเดียวกันหรือต่างปีกันก็ได้ หรือ อ่านหนังสือที่ได้รับรางวัลของต่างประเทศ 2 เล่มจาก 2 รางวัลไม่ซ้ำเรื่อง ไม่ซ้ำรางวัลกัน เช่น นิวเบอร์รี่กับโนเบิลไพรส์ เอ็ดการ์กับบุ๊คเกอร์ไพรส์ โดยบอกรายละเอียดของรางวัลมาพอสังเขป

ตอบโจทย์
1. ชื่อเรื่อง : ในเวลา
ผู้แต่ง : แรคำ ประโดยคำ
สำนักพิมพ์ : รูปจันทร์
กวีนิพนธ์รางวัลซีไรต์ประจำปี 2541

ประกอบด้วยกวีนิพนธ์ 28 บท ซึ่งบ่งบอกด้านอารมณ์และความรู้สึกที่ละเมียดละไม ถ้อยคำอ่านง่ายและเป็นสุข

ความรู้สึก
ปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าถึงกวีนิพนธ์ แค่อ่านบทกลอนธรรมดาก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่ "ในเวลา" เป็นกวีที่อ่านง่าย ประทับใจ

"ในเวลา" เป็นกวีนิพนธ์ที่แสดงความคิดแหลมคมด้วยเนื้อหาหลากหลาย โดยกวีสามารถจับจังหวะของโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย มาเรียงร้อยเป็นอัจฉริยลักษณ์ของกวีนิพนธ์ไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการมองโลก มองชีวิต ด้วยกาลเวลา



2. ชื่อเรื่อง : แผ่นดินอื่น
ผู้แต่ง : กนกพงศ์ สงสมพันธ์
สำนักพิมพ์ : นาคร
รวมเรื่องสั้นวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนปี 2539

รวมเรื่องสั้นทั้งหมด 8 เรื่องประกอบด้วย
- ถนนโคลีเซียม : เป็นเรื่องของชุมชนแออัดในมุมมองของนักเขียนที่จินตนาการถึงความลี้ลับจากแปลกแยกในสังคมของคนด้อยโอกาส
- บ้านเกิด : เป็นเรื่องเล่าของตัวเอง แต่เล่าในมุมมองของคนอื่นๆ คล้ายๆ เรื่องหักมุมตอนท้าย
- แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอ : เป็นเรื่องตำนานความเชื่อเก่าแก่ของชาวมุสลิมเกี่ยวกับแมวและหลุมฝังศพ
- บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น : เป็นราวของหญิงสาวที่ต้องเกี่ยวพันกับเรื่องราวการตายของคนอื่นหลายๆ คน จนสุดท้ายตัวเองต้องกายเป็นฆาตกร
- ผีอยู่ในบ้าน : เป็นเรื่องปัญหาชีวิตครอบครัวที่วุ่นวายจนถึงขั้นทะเลาะตบตีและสุดท้ายชายหนุ่มต้องฆ่าเมียของตัวเอง
- แม่มดแห่งหุบเขา : เป็นเรื่องของความเชื่อ และความงมงายของผู้คนที่ห่างไกลความเจริญในท้องถิ่น
- แพะในกุโบร์ : เป็นเรื่องราวทางวัฒนธรรมการจัดการกับศพของชาวมุสลิมในภาคใต้ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับศพที่เกิดขึ้น
- น้ำตก : เป็นเรื่องราวระหว่างความผูกพันของชายหนุ่มและหญิงสาว โดยอาศัยน้ำตกที่เกี่ยวข้องของความผูกพัน

รวมเรื่องสั้น "แผ่นดินอื่น" เป็นเรื่องสั้นสะท้อนปัญหาสังคมปัญหาชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นทั้งในระดับบุคคลและครอบครัว ผู้เขียนสามารถดำเนินเรื่องด้วยกลวิธีการเขียนที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านให้ใคร่รู้ ใคร่ติดตาม และนำไปสู่จุดหมายโดยไม่ละเลยที่จะสอดแทรกปัญหาและแง่มุมของชีวิต ทำให้สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน




จากคุณ : แม่เรไร


สวัสดีรอบดึกครับวันนี้เอาการบ้านมาส่ง 1 ข้อแต่ไม่แน่ใจว่าจะได้หรือเปล่า
ถ้าไม่ได้ค่อยโยกไปตอบโจทย์อื่น แต่ตอบโจทย์นี้ก่อนแล้วกัน

20-1.[อั๊งอังอา] ฮัจญี : ช่วงปลายปี 2552 ถึงเดือนมกราคม 2553 เป็นช่วงที่พี่น้องชาวมุสลิม
เดินทางไปร่วมพิธีฮัจย์ ซึ่งช่วงนี้มีวันสำคัญสองวัน คือ วันสิ้นสุดพิธีฮัจย์ และ วันอีดุลอัฎฮา
(วันออกฮัจญี หรือ อีดใหญ่ ซึ่งเป็นวันฮารีรายอ ครั้งที่ 2) อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม
หรือมีตัวละครหลักเป็นมุสลิม หรือเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีอิสลาม


MY PRINCE : ฟ้าจรดทราย เจ้าชายปิศาจ
สายรุ้งสีขาว : เขียน
สำนักพิมพ์บลูบัตเตอร์ฟลาย
พิมพ์ครั้งแรก 2552
175 หน้า 145 บาท

ซาลารอส เขาคือเจ้าชายปิศาจรูปงามแห่งท้องทะเลทรายบาเอลโด
ที่ใครต่อใครต่างรู้จักเป็นอย่างดีถึงความเย็นชา เหี้ยมโหด
แต่เขากำลังจะถูกเปลี่ยนไปด้วยความอ่อนโยนของเธอ ธาเดเนีย
ว่าที่เจ้าสาวแสนสวยของ ชีคการ์ลีน เจ้าผู้ครองแคว้นบาเอลโด  ศัตรูคู่อาฆาตของเขา

เรื่องราวของเจ้าชายปิศาจแห่งห้องทะเลทราย ลูกชายของโจรปล้นสะดมผู้เลื่องชื่อ
แต่ถูกผู้ครองแคว้นตามล่าและได้ลงมือฆ่าตายทั้งกองโจร เหลือเพียงเด็กชายวัย 12 ปี
ที่หนีรอดมาได้ ระหว่างการหลบลี้หนีภัยได้ไปพบกับเด็กหญิงผู้แสนน่ารัก
ได้ช่วยทำแผลและมอบอาหารให้เขา เกิดเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นพร้อมคำสัญญา
"สักวันที่ข้าเติบโตขึ้น ข้าสัญญาว่าจะกลับมาพบเจ้า...ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร
และอยู่ไกลแค่ไหน ข้าจะตามหาเจ้าจนพบและทำตามคำสาบานของข้า นั่นก็คือ
ข้าจะคอยปกป้อง ดูแลเจ้าด้วยชีวิตของข้าเอง"


หลังจากนั้นทั้งสองได้เติบโตขึ้นโดยที่ไม่ได้พบเจอกันอีกเลยจนกระทั่ง
ธาเดเนียต้องเดินทางมาเข้าพิธีแต่งงานกับชีคการ์ลีน ตามความประสงค์ของพ่อ
ระหว่างทางเธอได้ถูกซาลารอสดักปล้นและลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่จากชีคการ์ลีน
หลังจากได้ค่าไถ่แล้วเขาจะลงมือปลิดชีวิตของเธอด้วยมือของเขาเพื่อแก้แค้นแก่ชีคการ์ลีน

ระหว่างที่ถูกคุมตัวอยู่ในกองคาราวานของซาลารอส
เขาและเธอได้สานต่อความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อนโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัว
แต่ด้วยความดีและความน่ารักของธาเดเนีย จึงให้ทั้งกองคาราวานชอบและรักใคร่ในตัวเธอ
มากกว่ามาร์ตาหญิงสาวของซาลารอสที่อ้างตัวว่าเป็นเด็กหญิงคนที่เขาเคยพบและช่วยชีวิตเอาไว้
ซาลารอสหลงรักมาร์ตาแบบหัวปลักหัวปลำเนื่องด้วยแหวนวงนั้นที่เขาเคยมอบเอาไว้ให้เด็กหญิง
แต่เขาก็ต้องหวั่นไหวทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้กับธาเดเนีย เป็นความรู้สึกสับสนแต่ก็อุ่นใจ
นานวันเข้าธาเดเนียได้ค้นพบว่าจริงๆแล้วซาลารอสนั้นก็คือเด็กชายที่เธอเฝ้าคอย
เธอพยายามบอกเขาและทำให้เขาจำเธอได้แต่ก็ไม่เป็นผล
เพราะทั้งใจของเขามีเพียงมาร์ตาเท่านั้นที่เป็นที่หนึ่งในดวงใจ

แต่ก็เพราะมาร์ตานั่นเองที่ทำให้วันหนึ่ง กองคาราวานของซาลารอสถูกพวกของชีคการ์ลีนเข้าโจมตี
แต่เขาก็คิดว่าเป็นเพราะความร่วมมือของธาเดเนียกับว่าที่เจ้าบ่าว
ลูกพี่ลูกน้องทั้งหมดที่เหลือถูกจับ มีเพียงซาลารอสและวิลเตอร์ลูกน้องคนสนิทเท่านั้นที่หนีไปได้
ธาเดเนียต้องเข้าไปอยู่ในวังของชีคการ์ลีนเพื่อรอเข้าพิธีแต่งงาน
แต่เธอก็ยังคงเฝ้าฝันถึงแต่เจ้าชายปิศาจของเธอเท่านั้น
จนกระทั่งวันหนึ่งมาร์ตาได้วางแผนและบอกให้เธอออกไปพบและนัดแนะกับซาลารอส
ถึงการช่วยพรรคพวกที่ถูกขังให้หลบหนีออกมา แต่นั่นคือกับดักร้ายที่ทำให้ซาลารอส
เข้าใจผิดธาเดเนียเข้าไปใหญ่  เรื่องราววุ่นวายของหัวใจเขาและเธอจะจบอย่างไร
เจ้าหญิงผู้แสนดีจะลงเอยกับปิศาจอย่างเขาได้หรือไม่ หาคำตอบได้ใน MY PRINCE

ปกติไม่เคยอ่านแนวนี้เลย โรแมนซ์ช่ายป่ะ ( แม้จะเป็นของไทยก็สนุกดีนะ )
ผูกเรื่องได้ดี ทำให้อ่านสนุกรวดเดียววางไม่ค่อยลง
อ่านไปก็เป็นกำลังใจให้พระนางเหลือเกินว่าเมื่อไหร่จะได้ลงเอยกันสักที
สำหรับคอโรแมนซ์พลุว่าน่าจะชอบนะครับ ลองหามาอ่านดูแล้วกัน จากคอโรแมนซ์มือใหม่ อิอิ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


แม่เรไร เพิ่มเติมจาก คห. 105

เนื่องจากคอมที่บ้านมีปัญหาช้าอืดอาด

ขอเปลี่ยนจากเจ้าหงิญเป็น เรื่องนี้แทน เพราะเจ้าหงิญเป็นเรื่องสั้นเช่นเดียวกับแผ่นดินอื่น

3. ชื่อเรื่อง : ความสุขของกะทิ
ผู้แต่ง : งามพรรณ เวชชาชีวะ
แพรว : สำนักพิมพ์
วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี 2549 ประเภทนวนิยาย

เรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อย ที่ความตายมาพรากแม่ไปจากชีวิตของเธอ ในวัยเด็กที่เธอไม่ได้เห็นหน้าแม่ ไม่ได้อยู่กับแม่ อาศัยเพียงจดหมายจากแม่ทำให้เธอค้นหาความเป็นไปของแม่ และได้เรียนรู้ความเป็นมาของเธอ และชิวิตของแม่

ความรู้สึก อ่านเรื่องนี้ได้ทั้งความสุขและความเศร้า และรู้สึกว่าเราต้องทำดีต่อกันไว้เพราะไม่รู้ว่าคนเราจะตายเมื่อไหร่

คณะกรรมการฯ ได้ตัดสินให้ "ความสุขของกะทิ" เป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน เนื่องจากเป็นเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ต้องผ่านประสบการณ์การสูญเสียครั้งสำคัญในชีวิตเมื่อแม่ต้องตายจากไปก่อนวัยอันสมควร ซึ่งหนังสือเรื่องนี้แฝงด้วยภาษาที่รื่นรมย์ มีอารมณ์ขัน สอดแทรกความเข้าใจชีวิตผ่านทางมุมมองของตัวละคร

จากคุณ : แม่เรไร


ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันเด็ก ขอนำเสนอการตอบโจทย์อีกข้อที่เกี่ยวข้องกับเด็กค่ะ

10-13.[แม่ไก่] เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราเป็นวันเด็กแห่งชาติ มารับฟังเสียงของเด็ก ๆ บ้างดีไหม อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เขียนโดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 (อายุขณะที่เขียน)หรือให้เด็กเป็นตัวละครเอกที่ถ่ายทอดเรื่องราวในหนังสือ เล่มนั้น ๆ (ในกรณีหลังนี้ขอให้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ค่ะ)

และไหนๆ ก็นำเสนอเรื่อง "ความสุขของกะทิ" ภาคแรกไปแล้ว ก็ขอนำเสนออีกแล้วกันค่ะ

ชื่อเรื่อง : ความสุขของกะทิ ตอน ตามหาพระจันทร์
ผู้แต่ง : งามพรรณ เวชชาชีวะ
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์

ยังเป็นเรื่องราวของเด็กน้อยนามว่า "กะทิ" ที่หลังจากได้ทราบเรื่องราวของแม่แล้วยังติดตามเรื่องของแม่จนได้ทราบความเป็นมาของพ่อของตัวเอง ทราบต้นกำเนิดของตัวเองที่เกิดจากความรักของแม่และพ่อ และผู้หญิงอีกคนของพ่อ ทำให้แม่ต้องแยกตัวเองออกมา และยังเป็นเรื่องราวความสดใสน่ารักของเด็กๆ ทั้งกะทิและเพื่อนๆ ความสนุกสนานตามประสาเด็ก และยังสอดแทรกข้อคิดในเรื่องของสังคมปัจจุบันที่ผู้หญิงและผู้ชายมีความสัมพันธ์จนต้องมีลูกทั้งที่ยังไม่พร้อม

กะทิ ตัวละครเอกของเรื่องเป็นเด็กน้อยที่มีโอกาสได้อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น ในสังคมที่ดีงาม แม้ว่าชีวิตของเด็กน้อยจะขาดผู้เป็นแม่ และไม่เคยเห็นหน้าพ่อตัวเอง

ปล.จากความเดิมในเล่มที่ 1 ความสุขของกะทิ ระบุว่า "กะทิ" เป็นเด็กน้อยวัย 9 ขวบ เพราะฉะนั้นในภาค ตอนตามหาพระจันทร์ อายุของกะทิคงไม่เกิน 15 ปี แน่นอน เพราะเรื่องราวยังต่อเนื่องกันอยู่ จึงคิดว่าสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ในกรณีหลังที่ตัวละครเอกเป็นเรื่องราวของเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี คะ ฮิ ฮิ ฮิ


..........................
ขอให้เด็กๆ ในโลกใบนี้จงมีแต่ความสุข และเติบโตเป็นผูใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปค่ะ

จากคุณ : แม่เรไร


เข้ามาปักหมุดอ่านรีวิว ..ไม่มีการบ้านมาส่งค่ะ ^^

จากคุณ : นัทธ์


ปักหมุดตามคุณนัทธ์ค่ะ ยังไม่มีรีวิวเช่นกัน เหอะๆ

แวะมาบอกคุณยาคูลท์ว่าเริ่มอ่าน Fire แล้วค่ะ Dan Brown ลอยมาแต่ไกล

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


คุณแม่เรไร
ข้อต่อรบกวนช่วยใส่จำนวนหน้าให้ด้วยนะคะ :D

++++++++++++++++++++++++++++++++

10-13. [แม่ไก่] เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราเป็นวันเด็กแห่งชาติ มารับฟังเสียงของเด็ก ๆ บ้างดีไหม อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เขียนโดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 (อายุขณะที่เขียน)หรือให้เด็กเป็นตัวละครเอกที่ถ่ายทอดเรื่องราวในหนังสือ เล่มนั้น ๆ (ในกรณีหลังนี้ขอให้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ค่ะ)

ตอบโจทย์ : ตัวละครที่เล่าเรื่องคือเด็กชายนักรบ เล่าตั้งแต่ยังเป็นลูกอ๊อด - 150 ปี โดยเนื้อเรื่องเน้นที่ช่วงอายุ 2-15 ปีส่วนที่อายุเกิน 15 เป็นส่วนน้อยของเล่ม

*** เด็กชายตลอดกาล ***
วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์ แต่ง
สำนักพิมพ์ ต้นอ้อ
224 หน้า ราคา 175 บาท
ปกหลัง : นาน ๆ บ้านเราจะมีนักเขียนแนววิทยาศาสตร์เกิดขึ้นมาประดับวงการสักคน หนึ่งในบรรดานักเขียนแนววิทยาศาสตร์ของไทย ก็มี วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์ นี่แหละ ที่มีผลงานแนววิทยาศาสตร์ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ ข้อสำคัญ เป็นการเขียนเรื่องแนววิทยาศาสตร์ที่มีความตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน และให้สาระแก่ผู้อาน ในสัดส่วนที่พอเหมาะเสียอย่างเหลือเกิน เป็นการนำเอาวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และ วรรณศิลป์ศาสตร์ มาปรุงรสได้อย่างน่าอ่าน น่าติดตามยิ่งนัก พลิกอ่านดูเถิด แล้วจะพบความบันเทิงที่ให้อรรถรสยิ่ง

ความรู้สึกหลังอ่าน
หนังสือเรื่อง เด็กชายตลอดกาล เป็นหนังสือ นิยายเชิงวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวกับ พ่อ-แม่คู่หนึ่ง ที่มีดีกรีจบปริญญาเอกทั้งคู่ เมื่อมีลูก คุณพ่อก็พยายามค้นคว้าหาวิธีที่จะทำให้ลูกตนเองเป็นอัจฉริยะให้ได้ โดยการกระตุ้นด้วยเสียงเพลง หนังสือ รวมทั้งสารบำรุงครรถ์ (ที่พ่อไม่ยอมเฉลยว่ามันคืออะไร) เมื่อนักรบ ได้ออกมาดูโลก เค้าก็กลายเป็นเด็กอัจฉริยะ สมใจพ่อ แต่ทั้งหมดหารู้ไม่ว่า ลูกเค้าจะต้องกลายเป็นเด็กชายตลอดกาลนั่นคือ รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ จะไม่มีวันโต เค้าจะกลายเป็นเด็กอายุ 12 ปี ไปตลอดกาล (ไม่มีวันตาย)

เป็นหนังสือแนววิทยาศาสตร์ที่ ออกจะงงงันระหว่างอ่านเล็กน้อย เพราะเนื้อเรื่องเหมือนกับเป็นเรื่องอยู่บนโลกความจริง จนบางครั้งหลงลืมไปว่ากำลังอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์อยู่ และ ด้วยความที่ว่ามันเป็นหนังสือ จินตนิยาย แนววิทยาศาสตร์ จึงมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้น แต่บางครั้งก็แปลกเกินไป เช่น การให้ลูกฟังเพลงเพื่อให้เป็นอัจฉริยะ นอกจากจะฟังเพลงบรรเลง โมสาร์ท บีโธเฟ่น แล้ว ยังรวมถึง มาดอนน่า เอลวิส เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเบริด์ ธงไชย และ ติ๊นา เข้าไป ตอนอ่านก็ขำดี แต่มันก็ทะ:-) ๆ อยู่นา ...
ู่
เนื้อเรื่องขาดเหตุผลค่อนข้างมาก เนื้อหาบางตอน ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเท่าไหร่ แต่ก็ทรอดแทรกเข้ามาเพื่อให้ขำ.. แต่สิ่งที่ประทับใจในนิยายเล่มนี้ ก็คือความสัมพันธ์ ระหว่างพ่อ-ลูก แม้ตอนแรก เพราะความต้องการของพ่อ ที่อยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะ โดยการฉีดสารบำรุงแปลกปลอมเข้าไปในท้อง ก็เถอะ แต่พอ ลูกเกิดปัญหาด้านร่างกาย พ่อ ก็รับผิดชอบเต็มที่ และคอยหาวิธีรักษา จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต โดยไม่มีการถอดใจไปซะก่อน และตัวนักรบเอง ก็ไม่เคยกล่าวโทษใคร ในสิ่งที่เค้าต้องเป็นเช่นกัน

แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจเลยก็คงเป็นตอนจบ ที่นักรบ ค้นพบวิธีที่จะทำให้เค้า ไม่เป็นอมตะอีกต่อไป แต่นั่นหมายถึงต้องแลกกับการที่โลกต้องมาถึงกาลอวสาน ... ด้วยความที่นักรบ มีไอคิวถึง 200 และมีอายุ ถึง 150 ปี เข้าไปแล้ว ไม่น่าจะเข้าใจยากเย็น หรือ ต้องเลือกอะไรมากมายขนาดนั้น เพราะ ผู้แต่งก็ไม่ได้ปูเรื่องให้ นักรบเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่อย่างใด แต่ นักรบก็เกือบทำให้โลกแตก .. จนกระทั่งต้องตะโกนด่า เรียกสติออกไป ..

แต่อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ก็อ่านได้เพลิน ๆ ระดับนึง สำนวนการเขียนก็ดีมาก ลื่นไหน ความคิดสร้างสรรค์ก็ดี .. ปิดท้ายด้วยประโยคเกือบสุดท้ายของเล่ม (คิดว่าเป็นประเด็นของหนังสือเล่มนี้ล่ะ)

"จะมีชีวิตสั้นหรือยาว นั่นหาใช่สิ่งสำคัญ มันสำคัญที่ว่า เจ้าใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดคุณค่าต่อตนเอง และผู้อื่นมากเท่าใดต่างหากล่ะ..จำไว้"

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


20-2.[ปีศาจความฝัน]
อ่านหนังสือที่ชื่อเรื่องตรงกับชื่อเพลง
ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น
คือรัก ผู้เขียน อีแร้ง จากเพลงคือรัก นักร้อง
ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว หรือ เวลาในขวดแก้ว
ของประภัสสร เสวิกุลกับเพลง Time in a Bottle ของ Jim Croce


เพลง"แม่น้ำนิรันดร์" ...แมคอินทอช
" แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์ เป็นที่ซึ่งเรานัดพบกัน
จูบครั้งแรกใต้เงาพระจันทร์ เสียงเธอพร่าสั่นฉันเห็นน้ำตา"


หนังสือแม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์..ร่มแก้ว

ปกหลัง.. เรื่องย่อ‘ปาฏิหาริย์’ ให้โอกาสนัทชา
ย้อนเวลากลับไปเจอชายหนุ่มผู้เป็นรักแรกก่อนที่เขาจะแต่งงาน
แต่กลับต้องพบว่า ‘กนธี’ ในอดีตช่างไม่มีอะไรเหมือนที่คิดไว้สักอย่าง
‘เปรมชล’ น้องชายของเขาต่างหากที่สามารถทำให้หัวใจหวั่นไหว
ที่ร้ายก็คือ ชายหนุ่มทั้งคู่กำลังจะถูกจับ ‘คลุมถุงชน’ กับคนอื่น
จะทำอย่างไร เมื่อรักนี้เธอต้อง ‘เลือก’ เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น


อ่านโปรยปกแล้ว เราว่าทุกคนก็คงพอจะทราบแล้วว่า เนื้อเรื่องจะเป็นเช่นไร
ใครเป็นพระเอกตัวจริง ใครเป็นพระเอกตัวปลอม และเรื่องราวในนั้นจะดำเนินไปอย่างไร

ความเห็นส่วนตัว..ออกตัวก่อน ว่าซื้อเล่มนี้มา เพราะว่าชื่อหวานมาก
และหน้าปกก็ชวนให้หยิบจับเหลือเกิน ชื่อ"ร่มแก้ว"ไม่ต้องพูดถึง เราชอบเป็นการส่วนตัว

อ่านจบแล้ว รู้สึกแบบนี้ค่ะ..ถามว่า"ชอบไหม"..ชอบค่ะ ชอบมาก ซึ้งดีด้วย
ถ้าถามว่า"ถูกใจไหม" ถูกใจค่ะ อ่านไปยิ้มไป เศร้าไป เสียใจไป แล้วสุดท้ายก็มีความสุข
ใครไปอ่านรีวิวเรื่องนี้ของหลายคน..ได้ความว่าชอบมาก สนุกมาก "ไม่มีที่ติ"
อันนี้เราไม่เห็นด้วยนะ..(ไม่รู้สิ อาจจะเป็นที่ตัวเองคนเดียวก็ได้) เรารู้สึกว่าเรื่องนี้มีหลายจุด
ที่ยังไม่เนียน และขัดแย้งกัน อย่างเช่นเรื่องเวลา เรื่องความทรงจำต่างๆ ที่มาที่ไปของตัวละคร
คือมีจุดที่เราสะดุดใจ และหาคำตอบไม่ได้หลายจุด..แต่ยอมรับค่ะ ว่าสำนวนภาษา
และฝีมือการเขียนของ"ร่มแก้ว"ถูกจริตเรามาก ดังนั้น ถ้าอ่านเอาเพลิน เอารสอย่างเดียว เรื่องนี้ผ่านฉลุย
แต่ถ้าจะอ่านเอาเรื่องแล้วละก็..เรื่องแรกๆของเธอยังเนียนมากกว่านี้ค่ะ เรื่องนี้สะดุดใจหลายจุด

แต่ถ้าถามว่าจะเก็บขึ้นชั้นไหม..เก็บค่ะ ถูกจริต"ร่มแก้ว"อย่างอธิบายไม่ถูก..สงสัยจะโดนคุณไสย..อิอิ


ปล.จุดต่างๆ ที่สะดุดใจ จะกล่าวอย่างละเอียด เมื่อตอนรีวิวขึ้นบล็อกค่ะ




เข้ามาเพิ่มเติมนิดหน่อย..พอดีไปค้นเจอ
เม้นท์ที่เราเคยเม้นท์ไว้ที่เพื่อนบล็อกค่ะ แอบสปอลย์น้า

"..เราตกหลุมรัก"ร่มแก้ว"อย่างแรง
เนื้อเรื่อง ภาษาเรียบง่าย แต่อ่านแล้วอิน

เล่มนี้เพิ่งอ่านจบเลยค่ะ..ชอบมากนะ
มันได้อารมณ์ซึ้งดี บางบทบางตอนกระตุกหัวใจดี

ถึงจะชอบร่มแก้วมาก..แต่(แอบ)ยอมรับค่ะ
ว่าอ่านเรื่องนี้..มีจุดสะดุดในใจหลายจุด..ที่ออกจะไม่เข้าใจ

เช่น..ตกลงความจริง พระเอกเชื่อว่านางเอกมาจากอนาคตแปดปีไหม
ถ้าเชื่อ..ทำไมนางเอกตกน้ำหายไป ทำไมพระเอกต้องเศร้ามากมาย
ทำไมพระเอกต้องเปลี่ยนจากคนเดิมกลายเป็นอีกคนมากขนาดนั้น
ทั้งที่รู้ว่า..สักวันต้องได้เจอนางเอกแน่ๆๆ..และคงได้กลับมารักกัน..

แต่ตอนเจอนางเอกครั้งแรก..พระเอกกลับจำไม่ได้และแปลกใจว่านางเอกทำไมเหมือนลูกน้ำจัง
มันเหมือนกับว่า..พระเอกไม่รู้มาก่อนว่าลูกน้ำเคยบอกว่าเธอมาจากเวลาแปดปีข้างหน้า

และก็มีแต่การแสดงความคิดความรู้สึกของนางเอกที่รู้เรื่องราวทั้งหมด
อยู่ๆๆ ตอนจบ พระเอกก็มารู้และสวมสร้อยให้นางเอกซะงั้น..จบสั้นมากๆๆๆ
ทุกอย่างมันรวบรัดไปหมด..ความรู้สึกของกนธี ความสัมพันธ์ของโป้งกับกนธี(ลงตัวแต่รวบรัด)

แฟนคลับ"ร่มแก้ว"อย่าว่าเราเลยนะ แต่อ่านแล้วคิดอย่างนี้จริงๆ" จบสปอยล์ที่ไม่เหมือนสปอยล์ อุอุ


ปปล.สรุปว่าอ่านรอบแรกไม่เข้าใจ อ่ารอบสองก็ยังหาคำตอบไม่ได้..สงสัยต้องอ่านอีกรอบแล้วมั๊ง

จากคุณ : nikanda


วันนี้ขอรีวิวเบาๆ แค่เล่มเดียวค่ะ
มีกองที่อ่านแล้ว หลายเล่มเลยแหล่ะ
แต่เดี๋ยวขอจัดให้ลงโจทย์ก่อนนะคะ

แอบอ่านรีวิวเพื่อนๆหน่อยค่ะ
ไม่ได้เข้ามาหลายวัน..ยาวม๊าก..ก


++คุณหนิง.."ผู้เสกทราย" คนรีวิวหลายคนมาก
จนเราจำชื่อหนังสือขึ้นใจแล้ว..มีโอกาสจะลองอ่านค่ะ

"แรกรัตติกาล Twilight" เล่มนี้ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ
หนังภาคแรกได้ดูแล้วเฉยๆนะ  ภาคสองเห็นผ่านๆๆๆๆๆๆ
ที่เราไม่เข้าใจคือผู้ชายในเรื่อง ที่สาวๆคลั่งไคล้ทั้งบ้านทั้งเมือง
นี่หล่อจริงๆหรือคะ..หรือว่าบทบาทและบทที่เขาได้รับทำให้เขาดูหล่อ
คือเรางงๆๆน่ะค่ะ เห็นผู้ชายในเรื่องไม่หล่อซักคนเลย..แต่เราตาไม่ถึงเอง
แต่ก็นะ ไม่ได้จะว่าอะไรหรอกค่ะ บางทีรสนิยมคนหล่อคนเราไม่เหมือนกัน
..แต่แค่สงสัยจริงๆน่ะค่ะ..แล้วหนังกับหนังสือ อันไหนดีกว่ากัน สนุกกว่ากันคะ?


++ไอ้มู๋ไร้อมฯ .."รินรัก รสไวน์ "
ถ้าอ่านแต่พล็อต เราตกหลุมรักแน่เลย
แบบว่าชอบๆแนวนี้ แต่พออ่านรีวิว..ชักลังเลค่ะ


++หมูย้อมสิ...ต้นรักริมรั้ว..อิอิ
เราทอดกายถวายหัวเป็นสาวก"ร่มแก้ว"แล้ว
ขออ่านรีวิวไว้เป็นแนวทางค่ะ..ส่วนตัวเรา
เป้นคนชอบอ่านนิยายรักเป็นแกนหลัก..ก


++คนชอบเขียน ..."หนุ่มตัวร้าย ผู้ชายกรุ๊ปบี"
เรื่องนี้พล็อตคุ้นจังเลยค่ะ เหมือนเคยดูที่เป็นหนังเลย
ใช่เคยเป็นหนังเกาหลี ที่แสดงโดยฮันจีเฮ,ลีดองกันไหมคะ



++P@ween@..."ปราการรักแห่งผืนทราย"
พิณณ์อวี...เป้นนักเขียนอีกคน ที่เราเคยอ่านนิยายของเค้า
อ่านไปเรื่องเดียว แต่ค่อนข้างชอบ และโดนใจนะคะ..แต่ว่า
เรื่องนี้ดูเหมือนว่า จะได้รับติมากกว่าเสียงชม..ดังนั้นขอผ่านค่ะ

ส่วน"ปรายรักรินใจ” ชอบพล็อตนะคะ แต่อาจต้องขอผ่าน
กลัวปวดหัวชื่อตัวละคร แบบว่าช่วงนี้ ความแก่มาเยือนหรือไงก็ไม่รู้
อ่านนิยายที่ชื่อตัวละครยากๆทีไร อยากวาง ไม่มีเรี่ยงแรงจะอ่านต่อเลย


++ปลายทางของสายรุ้ง ...กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ
เราชอบหนุ่ม "ม.ปลายกับสาววัยทำงาน.."
และก็"ไร่รักเรือนตะวัน"มากเลย..โดดนใจสุดๆค่ะ

ส่วน"เพรงภพ"...เรื่องนี้ อ่านแล้ว ยกให้เพื่อนไปแล้วค่ะ
ไม่รู้สิ ไม่โดนใจ ไม่ชอบนิยายแนวนี้ แทบจำเนื้อเรื่องไม่ได้เลย
ถ้าไม่อ่านเจอคำว่า"บ้านโบราณกับซุ้มกุหลาบ"  และการฆ่ากรรม

กรี๊ด..ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใหตายเถอะ..
"หัวใจที่ใฝ่รัก After the Night" เรื่องนี้โปรดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



++น้องไอซ์..""สรรพนามแทนบุคคล"..เก๋มากเลย
ดูท่าแล้ว ไอซ์นี่ถ้าจะเป็นสาวกตัวจริงของจิมมี่ เหลียว
อ่านงานของเขาเยอะจังเลย..แต่พี่ยังไม่เคยอ่านซักเล่มเลย
"ดอกไม้บานในใจฉัน" ชื่อเรื่อง ฟังดูเบาๆ อบอุ่น ชวนฝันจัง
"รักเขาเท่าเพลงไหน good songs good feeling" ว้าว..ว..
แต่ละประโยคที่ยกมา สบายๆ แต่โดนใจทั้งนั้นเลย..ขอจดรายชื่อจ้า



++ปักหมุดค่ะ พอแปค่นี้ก่อน..ไม่ไหวแล้ว หน้ามืดมั๊กกกกกกกกกกกกกกกกก

จากคุณ : nikanda


อืม รีวิวกันกระหน่ำมั่ก

เราอ่านเปะปะมาก จบไปหลายเล่มแต่เอามาตอบโจทย์ยังได้ไม่ครบซักข้อเลยค่ะ อิอิ

อยากจะถามความเห็นผู้ดูแลหน่อยอ่ะค่ะ
คือข้อ ธีมเดียวกันเนี่ย เรามักง่ายเอาธีมที่สำนักพิมพ์ กำหนดมาเลยได้ป่าวคะ
คือตอนนี้อ่าน บันทึกราชนารีจบไปสี่เล่มแล้ว กะว่าถ้าผู้ดูแลให้ ก็จะเอามาลงข้อธีม 3 เล่ม อีกเล่มก็ข้อเจ้าหญิง

แต่ถ้าไม่ให้ เน้นให้ผูกธีมเอาเอง ก็จะย้ายไปลงข้อเมืองหลวงอ่ะค่ะ
ตอบด้วยนะคะ :)

เพิ่ม ข้อโอตาคุ น่าเล่นมากกกกก ชอบเลย

จากคุณ : smooth night


30-5 [ยาคูลท์] โอตาคุ: อ่านหนังสือแนวเดียวกันอย่างต่ำ 5 เล่ม (แนวรัก, ลึกลับสืบสวน, แฟนตาซี, วิชาการ ฯลฯ) รวมกัน 1000+ หน้า ถ้าอ่านเกิน 2000 หน้าได้โบนัส 10 คะแนน (โจทย์ข้อนี้ห้ามอ่านการ์ตูนหรือนิยายภาพค่ะ แอบโหดนิดนึง)

1.ชื่อเรื่อง : หลังตู้เย็น
ผู้แต่ง : ประภาส ชลศรานนท์
สำนักพิมพ์ : เวิร์คพ้อย
จำนวนหน้า : 238 หน้า
2 ชื่อเรื่อง : ตัวหนังสือคุยกัน
ผู้แต่ง : ประภาส ชลศรานนท์
สำนักพิมพ์ : แม่ขมองอิ่ม
จำนวนหน้า : 270 หน้า
3 ชื่อเรื่อง : มะเฟืองรอฝาน
ผู้แต่ง : ประภาส ชลศรานนท์
สำนักพิมพ์ : มติชน
จำนวนหน้า : 344 หน้า
4. ชื่อเรื่อง : เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย
ผู้แต่ง : ประภาส ชลศรานนท์
สำนักพิมพ์ : มติชน
จำนวนหน้า : 247 หน้า
5. ชื่อเรื่อง : เท่าดวงอาทิตย์
ผู้แต่ง : ประภาส ชลศรานนท์
สำนักพิมพ์ : เวิร์คพ้อย
จำนวนหน้า : 241 หน้า
6. ชื่อเรื่อง : ยอดมนุษย์ลำลอง
ผู้แต่ง : ประภาส ชลศรานนท์
สำนักพิมพ์ : เวิร์คพ้อย
จำนวนหน้า : 255 หน้า

รวมจำนวนหน้า : 1595 หน้า

หนังสือทั้ง 6 เล่ม เป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ ประภาส ชลศรานนท์ หรือพี่จิก เป็นนักเขียนนักเขียนที่มีผลงานออกมาให้ชื่นชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานเพลง งานเขียน และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จรายการโทรทัศน์และละครเวทีมากมาย จากจุดเริ่มต้นการเป็นนิสิตสถาปัตยกรรมฯ จุฬาฯ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักร้องชื่อดังหลายๆ คน เช่น ศุ บุญเลี้ยง เฉลียง ทีโบน และอีกหลายๆ คน ช่วงหนึ่งเคยเขียนคอลัมภ์ “คุยกับประภาส” ในมติชน วันอาทิตย์ จนเป็นที่ติดอกติดใจและมีแฟนประจำมากมาย จนกระทั่งเปิดเวบอร์ดชื่อ “ตัวหนังสือคุยกัน” เรื่อยมาจนกลายเป็นลานไทยมุง (www.thaimung.net) จนถึงปัจจุบันนี้

เล่มที่ 1 หลังตู้เย็น : เป็นการรวมบทสัมภาษณ์ของประภาส ชลศรานนท์ ตั้งแต่ปี 2526 ซึ่งตอนนั้นพี่จิกยังเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตฯ จุฬาฯ จนถึงปี 2547 ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลงานที่มีชื่อเสียงหลายรายการเช่น

เล่มที่ 2 ตัวหนังสือคุยกัน : เป็นหนังสือรวบรวมบทความคุยกับประภาส ซึ่งเป็นการตอบจดหมายที่แฟนมติชนได้เขียนไปถามพี่จิก ซี่งคำตอบของพี่จิกส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคำตอบแบบฮาร์วทู ตามหนังสือหรือหลักวิชาการทั่วไป แต่เป็นคำตอบที่ให้แง่คิด หรือการยกตัวอย่างที่ทำให้ไม่น่าเบื่อ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงๆ ได้ หรือบางครั้งยกตัวอย่างที่สมมติตัวเองเป็น “แม่เภา”  เพื่อสื่อให้คนที่ตั้งคำถามรู้สึกดีกับคำตอบ แม้บางครั้งคำตอบอาจจะไม่ตรงใจคนหลายๆ คน แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป จริงๆ เล่มนี้เป็นลำดับที่ 2 เล่มแรกนั้นแม่เรไรยังหาซื้อไม่ได้

เล่มที่ 3 มะเฟืองรอฝาน : เป็นหนังสือลำดับที่ 4 ของรวมบทความ “คุยกับประภาส” ในหนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งมีเนื้อหาแนวเดียวกัน แต่เชื่อเหอะว่าคำตอบที่พิ่จิกตอบให้ใครๆ ไม่ซ้ำกัน ถึงแม้จะเป็นคำถามเดียวกัน

เล่มที่ 4 เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย : เป็นหนังสือลำดับที่ 5 ของรวมบทความ “คุยกับประภาส” ซึ่งก็เช่นเดิม เสน่ห์ของการตอบคำถามของพี่จิกอยู่ที่ความคิดของเขา ที่มักจะให้แง่มุม และมุมมองและแตกต่างจากผู้อื่นเสมอ

เล่มที่ 5 ยอดมนุษย์ลำลอง : เป็นหนังสือลำดับที่ 6 ของรวมบทความ “คุยกับประภาส”

เล่มที่ 6 เท่าดวงอาทิตย์ : เป็นหนังสือลำดับที่ 7 ของรวมบทความ “คุยกับประภาส”

ทั้งหมดเป็นหนังสือของประภาส ชลศรานนท์ ที่แม้เป็นแค่บทสัมภาษณ์ หรือการตอบจดหมาย แต่ทุกตัวอักษร ทุกคำพูดที่ออกมาจากพี่จิก เป็นตัวอักษรที่มีความหมาย ชวนให้คิดตามและค้นหาตำตอบทั้งหมด

จากคุณ : แม่เรไร


คุณsmooth night
ธีมใครตั้งก็ได้ค่ะ
ตั้งเองก็ได้
สำนักพิมพ์ตั้งให้ก็ได้ค่ะ

คุณแม่เรไร
ปกโอตาคุ เรียบ ๆ แต่ชอบค่ะ งานประภาศเคยอ่านแต่ ผลงานเก่า ๆ ค่ะ (เน้น..ต้องเก่ามากด้วย) หลัง ๆ ไม่ค่อยได้อ่านแล้วค่ะ

คุณแจง
แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์ - ได้ยินชื่อหนังสือมานานล่ะ ยังไม่ได้อ่าน อ่านแต่รีวิว .. แต่ส่วนมาก ก็จะได้ยินมาประมาณนี้นะ คือ จะงง ๆ ในหลายจุด แต่ สนุก 55 เดี๋ยวคงได้อ่านบ้าง

++++++++++++++++++++++++++++++


20-2.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่ชื่อเรื่องตรงกับชื่อเพลง ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น คือรัก ผู้เขียน อีแร้ง จากเพลงคือรัก นักร้อง ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว หรือ เวลาในขวดแก้ว ของประภัสสร เสวิกุลกับเพลง Time in a Bottle ของ Jim Croce

ตอบโจทย์ รักล้นใจ วงมายด์ + ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว

*** รักล้นใจ ***
SAIGO NO KOI
คิตากาวะ เอริโกะ แต่ง / ฐิติพงศ์ ศิริรัตน์อัสดร แปล
สำนักพิมพ์ JBOOK
302 หน้า ราคา 195 บาท

ปกหลัง : เขียนขึ้นจากบทละครของผู้เขียนบทเรื่อง Long Vacation และ เรื่อง Beautiful Life (รักออกแบบไม่ได้) ซึ่งได้รับรางวัลบทละครโทรทัศน์ดีเด่นนะซึเมะ เป็นว่าที่หมอหนุ่มอนาคตไกล เข้าได้พบกับอากิ หญิงสาวผู้เติบโตจากบ้านเด็กกำพร้า ความแตกต่างทำให้ทั้งสองไม่กินเส้นกัน แต่ก็พ่ายแพ้หัวใจตัวเองในที่สุด จนวันหนึ่งอดีตอันดำมืดของอากิ กลับถูกเปิดเผย คนรอบข้างต่างพากันกีดขวาง ทั้งสองจึงต้องจับมือกันฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อพิสูจน์ว่าความรักของทั้งสองนั้นมั่นคง

ความรู้สึกหลังอ่าน
อากิ(นางเอก) เป็นเด็กกำพร้าทั้งพ่อและแม่ มีน้องชายเพียงแค่คนเดียว แต่น้องชายก็ยังเป็นโรคหัวใจ ซึ่งต้องใช้เงินในการผ่าตัดอีกด้วย เธอจึงต้องตัดสินใจทำงานบริการ เพื่อนำเงินที่ได้ มารักษาน้องชาย

นะซึเมะ(พระเอก) เป็นนายแพทย์ฝึกหัด ที่เข้ามาดูแลน้องชายของนางเอกจึงทำให้รู้จักกัน แล้วบังเอิญพระเอกไปรู้เรื่องที่นางเอกไปทำงานพิเศษ เลยพยายามหาทางช่วยเหลือ และบอกให้นางเอกเลิกทำงานแบบนั้นซะ

จากนั้นทั้ง 2 คน ก็เริ่มใกล้ชิดจนกลายเป็นความรักในที่สุด แต่แล้ว ความลับที่คิดว่าจะรู้กันเพียง 2 คน ก็กลับแพร่กระจาย กดดันให้คนทั้ง 2 ต้อง ไตร่ตรองให้ดีถึงอนาคตของทั้งคู่ ระหว่าง ว่าที่คุณหมอ และ พนักงานปาจิงโกะ และแน่นอนว่า ต้องคิดถึงอนาคตของอีกคนเป็นหลัก เพื่อให้อีกฝ่ายมีอนาคตที่ดีกว่า จึงต้องคอยผลักไสกันและกัน ..

เป็นนิยายรัก รันทด ซาบซึ้ง.. คนแต่ง แต่งได้ดีมาก ..สำนวนแปลก็ดีลื่นไหลมาก ๆ .. นาน ๆ จะสามารถหลั่งน้ำตาให้กับหนังสือแปลได้ หนังสือได้เล่าถึงความรู้สึกของตัวละครผ่านทั้งคำพูด และการกระทำได้อย่างดี การดำเนินค่อนข้างอืดเล็กน้อย แต่ก็ไม่น่าเบื่อมากนัก อ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ

ได้โปรดอย่าร้องไห้เลยนะ
เข้มแข็งไว้
ถ้าพี่ร้องไห้.. ผมคงร้องไห้ตามอยู่บนสวรรค์
เวลาพี่ร้องไห้แล้วมีฝนตกจากฟ้า มันคือหยดน้ำตาของผม

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


^
^
ไหงชื่อเรื่อง,พล็อตเรื่อง,หน้าปก มันไปกันคนละทางเลย
ชื่อเรื่องดูโรแมนติก,พล็อตเรื่องออกแนวเศร้า รันทด,แต่ปกกุ๊กกิ๊ก ใสมาก

จากคุณ : nikanda


15-12.[แม่ไก่] วันสิ้นปี มาเจริญมรณสติกันหน่อย อ่านหนังสือ 1 เล่มที่ได้รับแจกจากงานศพ หรือหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


ดูจิตปีแรก
สันตินันท์ (หลวงพ่อปราโมทย์  ปาโมชโช)
สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
พิมพ์ครั้งที่ ๒ /๒๕๕๒
สำนักพิมพ์ฮาวฟาร์
ISBN ๙๗๘-๙o๑๘๖-o-o

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากสารบัญของหนังสือเล่มนี้มี ทั้งหมด  ๑๙ บท ซึ่งได้รับแจกมาจากงานประราชทานเพลิงศพของบิดาข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาท่านหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี
หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างละเอียดสำหรับพุทธศาสนิกชน ในเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนา หรือแนวปฏิบัติเบื้องต้น ปกติแล้วอ่านหนังสือแนวนี้แล้วไม่เข้าใจ
ถึงเล่มนี้ก็ยังไม่เข้าใจ แต่ที่ภูมิใจเสียนักหนา คือ อย่างน้อยเราก็เริ่มต้นอ่านบ้างล่ะไม่ใช่เก็บบนหิ้งหนังสือว่างั้นเถอะ..
หนังสือเล่มนี้รูปเล่ม และสีสรร สวยงานน่าจับต้อง และน่าอ่านปกเป็นสีที่ชอบดู สบายตาค่ะ
ขออนุญาตคุณแม่ไก่ รีวิวแบบสั้นๆ นะคะ แนวนี้ต้องอ่านเองปฏิบัติเองใช่ปะคะคุณแม่ไก่ หุ หุ หุ


หนังสือเล่มนี้ เหมือนเป็นคำถาม- คำตอบ

๑.การปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องง่ายหรือยาก
- การให้อภัยทาน ง่ายกว่าการจองล้างจองผลาญใคร
-การถือศีลก็เป็นเรื่องง่ายกว่าการทำผิดศีล เช่น การฆ่าสัตว์ การฆ่า จะตีคนอื่น ก็ต้องวางแผนลำบาก
- การไม่ลักทรัพย์ ก็ง่ายกว่าการไม่ลักทรัพย์
๒.แนวทางปฏิบัติธรรมโดยสังเขป
- เครื่องมือสำหรับการปฏิบัติธรรมได้แก่  สติ และ สัมปชัญญะ
๓.การดูจิตคืออะไร ปฏิบัติอย่างไร ปฏิบัติแล้วมีผลอย่างไร
- หมายถึง การดเจริญ เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จิตตานุปัสสนาสติฏฐาน รวมถึง ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
กล่าวอย่างย่อ  ก็คือ การเจิรญวิปัสสนาสติด้วยอารมณ์ฝ่ายนามธรรมได้แก่การรู้จิตและเจตสิกนั่นเอง
๔.ปัญหาของผู้ปฏิบัติส่วนมากคืออะไร
-แบ่งเป็น ปัญหา ชวนฟุ้งซ่าน เช่น นิพพาน สวรรค์ นรก ชาติก่อน ชาติหน้า กรรมเก่า กรรมใหม่ฯ
-กลุ่มปัญหาที่เกี่ยวกับเงื่อนไขของการปฏิบัติ เช่น ก่อนปฏิบัติควรเตรียมตัวอย่างไร นุ่งขาวห่มขาวหรือไม่
- กลุ่มปัญหาเกี่ยวกับอาการของจิตในขั้นการทำสมถะ และหรืออีกหลายปัญหา
๕.ทำไมคนส่วนใหญ่จึงไม่สนใจการปฏิบัติธรรม
- ในหนังสือเล่มนี้กล่าวไว้ว่า  "เพราะส่วนมากไม่รู้ว่าตนกำลังถูกจองจำอยู่ ไม่รู้ว่าตนกำลังเป็นทาสอยู่ หรือคนส่วนมากมีมานะอัตตารุนแรง"
๖.การเดินจงกลมและเจริญสติตอนนั่งและนอน
- การเดินจงกรมเหมือนกับนั่งสมาธิ เพียงแต่ตอนเดิน จะรู้การเคลื่อนไหวของกายกับจิต
๗. ดูจิตอย่างไรเป็นสมถะ อย่างไรเป็นวิปัสสนา
-การดูจิตที่แนะนำในหนังสือคือ "จะทำให้เป็นสมถะก็ได้ เป็นวิปัสสนาก็ได้ คือ ถ้าเพ่งอยู่ในอารมณ์เดียวก็เป็นสมถะ
ถ้าสามารถจำแนกรูปนามออกได้ก็เป็นวิปัสสนา"
๘.จิตตั้งมั่นเป็นกลางเป็นอย่างไร
- คือการไม่หลงตามรูป เช่นอิริยาบถของกาย รู้นามคือ เจตสิก ไม่หลงตามเจตสิก ไม่ยินดียินร้าย และตั้งมั่น เป็นกลาง
๙.ขอเทคนิคดีๆ ในการทำจิตให้เป็นกลาง
- ต้องรู้ทันทั้งความยินดี และยินร้าย จิตจะกลับมาเป็นกลางเอง
๑o.วิธีการเจริญสติที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้มรรคผล
-ถ้าเจริญสติถูกต้อง ก็จัดว่าเดินอยู่ในทาง(มรรค) ที่จะก้าวไปสู่ผล
๑๑.เวลาพูดคุยกับคนอื่น มักแบ่งสติมาดูตัวเองไม่ทัน
 ค่อนข้างงง กับคนที่ถาม เพราะคำตอบคือ ไม่ให้แบ่งสติมาดูตัวเองขณะพูดคุยกับผู้อื่น
๑๒.เราควรเรียนธรรมเรื่องใดเป็นหลัก
-ธรรมะ  มี ถึง 84,000  พระธรรมขันธ์   ไม่สามารถเรียนได้ทั้งหมด แต่เราสามารถเข้าใจถึงหลักธรรมได้ด้วยการเข้าใจ
อริยสัจจ์
๑๓.ทำไมแค่รู้ กิเลสก็สิ้นได้
๑๔.จิตไม่ใช่ของเรา เราไม่ใช่จิต แล้วเราอยู่ไหน
๑๕.พบคนหลายคนในตัวเรา
๑๖.ทางสายกลาง ทำอย่างไรถึงจะเป็นกลาง
๑๗.กุศลจิตเกิดยาก
๑๘.ตามดูจิตแล้วพากย์ไปด้วย
๑๙.ธรรมะทิ้งท้ายเพื่อเตือนสติ

จากคุณ : โมกสีเงิน


ตลุยส่งการบ้านค่ะ ท่านผู้ดูแล

5-2.[แก้วกังไส + หมูย้อมสี] อ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตหรือสัตว์ในตำนาน เช่น พญานาค ยักษ์ นางเงือก ฯลฯ -

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เกาะป้า
อีวา  อิบบ๊อตสัน เขียน/ วิลาวัณย์  ฤดีศานต์ แปล
สำนักพิมพ์ มติชน
จำนวน 284  หน้า
ราคา  195  บาท

เรื่องย่อ เมื่อป้าเอ็ตตา ป้าโครอล และ ป้าเมอร์เทิลต้องการคนมาช่วยดูแล นางเงือ เซลกี และสัตว์ต่างๆ ที่มารักษาตัวที่เกาะ
พวกเธอรู้ว่าคนที่มาช่วยต้องไม่ใช่ผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่ไว้ใจไม่ได้ คุณป้าที่เริ่มจะแก่แล้วต้องการเด็ก 2-3 คน ที่ฉลาด เเข็งแรง
และสามารถเก็บความลับที่ยิ่งใหญ่ของเกาะแสนวิเศษแห่งนี้ได้ .....
มิเน็ตต์ กับ ฟาบิโอ เป็นเด็กที่ถูกเลือกมาช่วยที่เกาะ และเป็นที่มาของชื่อหนังสือเล่มนี้ "เกาะป้า"
เด็กที่ถูกลักพาตัวมาที่เกาะแห่งความลับนี้ ยังมีแลมเบิร์ตอีกคน...เป็นเด็กที่สร้างปัญหาอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยมีความรู้สึกดีๆต่อ เกาะแห่งนี้
มิเน็ตต์ กับ ฟาบิโอ มีหน้าที่ประจำวันในแต่ละวัน โดยเฉพาะ พวกเธอต้องดูแล เงือกทั้ง 4 คน อยู่ในกระท่อม
เออร์ซูล่า เป็นเงือกชรา และมีเงือก ฝาแฝด คือ ควีนี่ และอูน่า และเงือกที่เป็นแม่ของ เงือกสาวฝาแฝด ชื่อ ลอรีน
และยังมีทารกเงือก ซึ่งเป็นผู้ชาย คือ วอเตอร์..
ที่เกาะแห่งนี้ยังมีสัตว์ในตำนานแห่งการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ นั่น คือ "คราเคน" ซึ่งจะปรากฏตัวให้เห็นได้ยาก
แต่ก็ปรากฏตัวที่เกาะป้าให้ทุกคนได้เห็น

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หลังอ่านจบแล้ว สนุกสนานผจญภัยในเกาะที่มีสัตว์หลากหลาย หลังจากได้รับความเอื้อเฟื้อให้ยืมหนังสือเล่มนี้จากคุณแม่ไก่

จากคุณ : โมกสีเงิน


ขอส่งการบ้านก่อนค้า...

10-13.[แม่ไก่] เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราเป็นวันเด็กแห่งชาติ มารับฟังเสียงของเด็ก ๆ บ้างดีไหม อ่านหนังสือ
1 เล่มที่เขียนโดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 (อายุขณะที่เขียน)หรือให้เด็กเป็นตัวละครเอกที่ถ่ายทอดเรื่องราวใน
หนังสือ เล่มนั้น ๆ (ในกรณีหลังนี้ขอให้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ค่ะ)

ไม่รู้ว่าเล่มนี้จะใช้ได้ไหมนะคะ

คู่หูซ่าท้าเต้น / Aoi Michiru / บงกช คอมมิค

คำโปรยปกหลัง : มิคารุ เด็กสาวที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม ตั้งตัวแข่งขันกับอิสุมิ จนวันหนึ่งได้ไปเห็นริสุมิ
ที่โรงเรียนสอนเต้นเข้า และหัวใจที่เกลียดการพ่ายแพ้นั่นเอง จึงทำให้มิคารุเข้ามาเรียนเต้นด้วยเหมือนกัน!?

ความรู้สึกคนอ่าน : ก็เป็นรวมการ์ตูนสั้นแนวน่ารักๆ ใสๆ บ้าพลังตามประสาเด็กๆน่ะค่ะ ตัวละครอยู่ในช่วง
ประถม แต่ไม่ชอบอยู่อย่างนึง เรื่องแบบนี้(ครืออ่านมากี่เล่มก้อมักเป็นแบบนี้น่ะ)มักชอบเขียนโดยให้เด็กหญิง
กะเด็กชายมีความรักน่ะค่ะ เลยรู้สึกว่าไม่ใช่ และไม่เหมาะ

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

อ่า... ช่วงนี้มี 2 เล่มที่อ่านจบแล้ว แต่ไม่รู้จะเอาไปเข้ากะข้อไหนดี
มุกเลือมลาย / เอลิซาเบธ โลเวลล์ / แพรวสำนักพิมพ์ / 450 หน้า กะ...
กรุ่นไอรักกลิ่นกาแฟ / วาเลอรี แฟรงเคิล / บริส / 229 หน้า
จะเอาไปแหมะไว้กะข้อบุพเพ่คะแนนเยอะก็รู้สึกว่าโหดได้ใจไปนิส..

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


15-11.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 2 เล่มที่คำสุดท้ายเล่มหนึ่งคล้องจองกับคำแรกของอีกเล่ม เช่น ฤดูกาลของหัวใจกับไฟพิศวาส

1.เรื่องรักเฉพาะ [Straight Talking]
ผู้แต่ง Jane Green
ผู้แปล ดวงจิต ศิริมังคโลดม
สนพ.วงกลม
จำนวนหน้า 278 หน้า ราคา 190 บาท

โปรยปกหลัง :

เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องจริงของเพื่อนสนิทคุณหรือแฟนคุณ หรือไม่ก็เป็นเรื่องของตัวคุณเอง คุณเหมือน ทาช่า หรือเปล่า โสด และยังซิ่งหารักอยู่ หรือว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของเธอ
แอนดี้ ผู้หญิงบ้ารัก
เมล ทนอยู่กับแฟนห่วยแตกมานานจนไปไหนไม่รอด
เอ็มม่า รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอให้แฟนขอแต่งงาน
คุณรู้จักผู้ชายอย่าง แอนดรูว์ ไหม มาดดี รูปหล่อ และตกหลุมรักหัวปักหัวปำ...กับตัวเอง
หรือ ไซมอน แพ้การลงหลักปักฐานและช่างทรยศอย่างร้ายกาจ
หรือ อดัม หน้าตาดี จิตใจดี ตลก แต่เป็นคนดีเกินไปที่จะเซ็กซี่
ตามเรื่องราวการผจญชีวิตของพวกเขาเพื่อหาความสมหวังและความรักแบบที่ ใช่! ในหนังสือเล่มนี้ ที่ทั้งตลก ทั้งตรงจนเจ็บ บางทีก็เศร้าเล็ก แต่จี้ใจดำตลอด

ความรู้สึกหลังอ่าน : ตรงตามโปรยปกบรรทัดสุดท้ายเลยค่ะ สนุกมาก เป็นนิยายที่แต่งได้เหมือนเอาชีวิตจริงมาเขียน เพราะตัวเอกไม่ได้เฟอร์เฟ็ค ยังมีความโลภ ความหลง และใช้ภาษาได้เหมือนเรากำลังฟังเพื่อนเล่าเรื่องของตัวเองเลย

ในเรื่องนางเอกจะวนเวียนหาความรัก แล้วก็ถูกทิ้ง โดยไม่รู้เลยว่ามีชายหนุ่มแสนดีอยู่ใกล้ๆแอบรักมานานแล้ว เหมือนนางเอกจะยังไม่เข้าใจว่าความรักคืออะไร ก็จนเกือบจะสายเกินไป แล้วก็มีเรื่องชีวิตรักของเพื่อนๆนางเอกอีก ได้แง่คิดดีๆเยอะเลยค่ะ (ถึงแม้จะคิดว่าเราไม่ได้อาการหนักขนาดนางเอกก็ตาม ชีแรงเกินไป!!)

แนะนำให้อ่านค่ะ โดยเฉพาะถ้าใครเคยอ่านเรื่อง เจไมมา รักของฉันพร่องมันเนย แล้วชอบล่ะก็ ไม่ควรพลาดเล่มนี้ค่ะ

" ความรักคืออะไร เท่าที่ผมบอกได้ มันคือ
ความปรารถนา ความชื่นชม และความเคารพนับถือ
ถ้าคุณมีสองในสาม ก็เท่ากับว่าคุณมีพอแล้ว
แต่ถ้าคุณมีครบทั้งสามอย่าง ก็ขึ้นสวรรค์ได้ทั้งเป็น "

วิลเลียม วาร์ตัน

************************************************************************

2.เกาะกามเทพ
ผู้แต่ง ชมนาด ชวัลนุช
สนพ.หรรษา
จำนวนหน้า 318 หน้า ราคา 70 บาท

เรื่องย่อ :

นีล แคสซิดี้ เจ้าของบริษัทกฎหมาย รับเป็นทนายความที่ปรึกษาประจำบริษัท วันหนึ่งเขาจับได้ว่าประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เขาดูแลอยู่ทุจริต จึงได้เสนอเรื่องในที่ประชุม แต่กลับกลายเป็นว่าคณะกรรมการทุกคนรู้เห็นเป็นใจ (โกงยกชุด) เขาจึงต้องโดนให้ออกพร้อมกับถูกโยนความผิดมาให้ ลูกค้ารายอื่นที่รู้เรื่องก็พากันยกเลิกสัญญา ระหว่างที่เขายังคิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไรต่อไป จึงคิดจะไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศที่เกาะส่วนตัวของเพื่อน "วิคตอเรีย"

อมันดา เจสัน ครูสอนเต้นแอโรบิคส์ แต่กลับลื่นล้มตกบันไดขาหักจนต้องเข้าเฝือก กำลังถูกครอบครัวกดดันให้กลับไปช่วยงานบริษัทที่เป็นกิจการของครอบครัว ซึ่งเธอรู้ตัวว่าเธอทำไม่ได้ ระหว่างที่ขาเจ็บอยู่ กลับไปทำงานเดิมไม่ได้ เธอจึงต้องการหนีไปพักผ่อนที่ไกลๆที่แม่จะหาเธอไม่เจอ นั่นก็คือ เกาะส่วนตัวของเพื่อนแม่ "ป้าวิคตอเรีย"

วิคตอเรียเป็นหญิงม่าย น่ารัก นิสัยดี และ "เป็นจอมวางแผน"  ทั้งสองคนถูกหลอกมาปล่อยเกาะ จากที่ต้องการอยู่เงียบๆคนเดียว กลับต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ไม่รู้จักที่มีนิสัยดื้อรั้น(ไม่มีใครยอมเสียสละกลับ) แถมแค่เจอหน้ากันวันแรกก็คอยแต่จะทะเลาะกันตลอดเวลา แล้วจะอยู่กันยังไงอีกตั้ง 2 อาทิตย์!!

ความรู้สึกหลังอ่าน : ไม่ค่อยสนุกเลย ทะเลาะกันเกือบทั้งเรื่อง นิสัยงี่เง่าพอๆกัน โดยเฉพาะนางเอก เถียงกันไร้สาระมาก จริงๆถ้าเป็นแนวนี้คนอ่านจะสนุกกันตอนเถียงนี่แหละ เพราะจะได้ดูการชิงไหวพริบ แต่เรื่องนี้ไม่ไหว อ่านแล้วรู้สึกว่าเห็นแก่ตัวเกินไป สรุปว่าก็พออ่านฆ่าเวลาได้ (ถูกดี แค่ 70 บาท) แต่เราว่าผลงานสมัยก่อนๆในนามปากกา วลัย หรือ จามรี ยังอ่านสนุกกว่านี้นะ

จากคุณ : หมูย้อมสี


>>พี่ยาคูลท์<<
เรื่องปริศนา นักล่าผีนี่ เข้าสู่โหมดออกปีละเล่มมาได้สักกะ 2-3 ปีแล้วนะ สนพ.ก็ปล่อยให้คนอ่านนั่งรอ
นอนรอ กลิ้งรอต่อปายย นี่ก็คาดว่าใกล้จะจบแล้วค่ะ (ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ญี่ปุ่นออกมากี่เล่ม)

>>คุณหมูย้อมสี<<
เรื่อง ยอดรักนักสืบ อ่านตั้งกะคำโปรย ถึง เรื่องย่อแล้วรู้สึกว่าน่าอ่านแฮะ แต่พออ่านมาถึงความรู้สึก
แล้ว... ลองไปทดลองเกาะชั้นหนังสือที่ร้านอ่านก่อนดีกว่าแฮะ อิอิ

>>พี่ส้ม ปิยะรักษ์<<
โหววว ช่างสามารถจริงๆ อ่านตั้ง 8 เล่มด้วยเวลาไม่นาน (เดาเอา) แอบอิจฉาาาา

>>คุณทินา<<
อ๊ะ... เด๋วเอาแฟนตาซีมาอ่านให้กระจายมั่งดีกว่า ฮี่ๆๆๆ

>>พี่แม่ไก่<<
ดีนะที่บอกว่า "น้องพลุก็ถีบตัวเองหนีพวกพี่ ๆ สุดฤทธิ์..." อ่ะค่ะ กลัวมีเหตการณ์ทำร้ายร่างกาย
ในกระทู้ อุๆๆ

>>คุณ nikanda<<
อ๊ะ... แบบนี้ต้องไปแอบเกาะอ่านกะชั้นหนังสืออ่านพิสูจความชอบก่อนค่ะ รสนิยมคนเราไม่เหมือน
กัน เรื่องที่ไอ้มู๋ว่าไม่ได้เรื่อง แต่อาจจะสนุกสำหรับคุณก็ได้ อย่าให้ไอ้มู๋มีอิทธิ พลางกูร เอ๊ย
อิทธิพลขนาดน้านน

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

ว่าแล้วก้อนอนรอใครจะมารีวิลเรื่อง Beautiful Creature ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเรื่องราว ฮี่ๆๆ

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


สวัสดีวันอาทิตย์ยามค่ำค่ะพี่น้อง...
ยังไม่ได้อ่านรีวิวของใครนะคะ ขอเก็บคะแนนก่อนปิดรอบนี้ก่อน

10-13.[แม่ไก่] เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราเป็นวันเด็กแห่งชาติ มารับฟังเสียงของเด็ก ๆ บ้างดีไหม อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เขียนโดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 (อายุขณะที่เขียน)หรือให้เด็กเป็นตัวละครเอกที่ถ่ายทอดเรื่องราวในหนังสือเล่มนั้น ๆ (ในกรณีหลังนี้ขอให้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ค่ะ)

"ก็ราโมนาซะอย่าง ตอน ปฏิบัติการช่วยพ่อ"
Ramona and Her Father
ผู้เขียน บีเวอร์ลี่ เคลียร์รี่ - Beverly Cleary
ผู้แปล "หนินอู"
สนพ.สายไหม(พ.ค. 2530)
111 หน้า

โปรยปกหลัง


ราโมนาอายุ 7 ขวบ
ยังคงวุ่นวายยุ่งเหยิง
แต่ก็ไม่ใช่จะไร้ความคิด
ผู้ใหญ่ไม่รู้หรอกว่า
เด็ก ๆ ก็เป็นห่วงบ่วงใยผู้ใหญ่เหมือนกัน

****

เรื่องราวของสาวน้อยราโมนาในเล่มนี้.... (เป็นเล่มที่สี่ของทั้งชุดซึ่งมีอยู่ประมาณ 9 เล่ม ...ไม่แน่ใจนัก)
เป็นตอนที่เธอเพิ่งเรียนหนังสืออยู่แค่ชั้นประถมสองเอง
แต่เธอก็มีปัญหาหนักอกที่ต้องแก้ไขเสียแล้ว
เริ่มตั้งแต่พ่อของเธอต้องตกงาน ทำให้บรรยากาศวันรับเงินเดือนของพ่อที่เคยมีความสุขต้องเซ็งไปถนัด...
ราโมนาอยากช่วยพ่อกับแม่หาเงิน...เธอมีโครงการมากมายอยู่ในหัว อย่างงานถ่ายโฆษณาก็น่าจะมีรายได้ดี...
เธอต้องฝึกฝนอย่างหนักและต้องทำตัวให้เป็นจุดเด่นเผื่อจะมีแมวมองมาสะดุดตามั่ง....

แถมเมื่อพ่อเครียดพ่อก็สูบบุหรี่จัดมากจนเธอกับบีซัส พี่สาวคนเดียวของเธอต้องช่วยกันรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ในบ้าน
เป็นเหตุให้พ่อเคือง...หาว่าเธอทำตัวจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง
มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย...ก็เธอไม่อยากให้ปอดของพ่อดำ และไม่สบายไปนี่นา...
แล้วไหนจะงานวันคริสต์มาสที่โรงเรียนที่บีซัสจะได้เล่นละครเป็นมารี...
แต่เธอไม่ได้รับบทบาทอะไรเลย...
ได้ไงล่ะ.........

*****

เรื่องราวน่ารัก ๆ ของราโมนา ควิมบี้ตอนนี้เป็นตอนที่เพิ่งได้อ่านค่ะ
หลังจากคุ้ยหาหนังสือมานาน เพิ่งไปเจอซุกอยู่ในกล่องหนังสือเก่าเก็บ
ในตอนนี้ดูเหมือนราโมนาจะโตขึ้นมาก
แต่ยังคงช่างคิดช่างฝันช่างจินตนาการเหมือนเดิม...
อ่านแล้วสบายใจ
(ตอนแรกจะมารีวิวให้ทันในวันเด็ก แต่เมื่อวานอยู่นอกบ้านทั้งวันเลยค่ะ)

จากคุณ : แม่ไก่


อีกโจทย์ค่ะ

20-5.[piccy] อ่านหนังสือรวม 3 เล่ม จากคนละประเทศ นับจากสัญชาติคนแต่ง จะเป็นฉบับแปลหรือไม่แปลก็ได้

เล่มที่ 1. "ซองดรีน"
อูแกตต์ การีแยร์ (ฝรั่งเศส)
วรรณประไพ /แปล
สนพ.เรจีนา (มี.ค. 2531)
101 หน้า


เรื่องเล่าของเด็กหญิงตัวน้อย ที่แสนบริสุทธิ์และสดใส...
การแสดงออกของเด็ก ๆ นั้นเป็นไปด้วยความจริงใจ ไม่เสแสร้ง
ซองดรีนเป็นเด็กช่างคิดช่างฝัน ช่างเปรียบเทียบ...
ดูแต่เวลาที่เธอพูดถึงพ่อของเธอสิ...

"บางวันพ่อเป็นสีฟ้า ฟ้าครามเหมือนทะเลในฤดูร้อน หากแต่สงบเงียบ พ่อจะอุ้มซองดรีนให้นั่งอยู่บนตัก

วันที่คุณพ่อเป็นสีดำล้วน เราจะเดาได้ทุกอย่างเมื่อได้ยินเสียงพ่อมาถึง "โครม" เสียงกระแทกของประตูรถ...

หลังจากนั้นเกือบทุกวันพ่อจะเป็นสีชมพู พ่อจะกอดทุก ๆ คน พ่อเล่าเรื่องตลกมากมาย...

ยิ่งกว่านี้พ่อยังมีสีอื่นอีกมาก...
สีเขียวเมื่ออากาศแจ่มใสพ่อจะสมัครใจวุ่นอยู่กับงานตกแต่งสวน...

เมื่อพ่อเป็นสีส้ม พ่อจะหัวเราะเสียงดังมาก ๆ พ่อทำทุกอย่างเสียงดัง...

เมื่อพ่อกลายเป็นสีขาว เป็นสีที่น่ารังเกียจที่สุด
พ่อจะเดินผ่านผู้คนเหมือนมองไม่เห็นใครเลย

บางครั้งพ่อก็กลายเป็นสีม่วงเมื่อพ่อรู้สึกโศกเศร้านิดหน่อย..."

ซองดรีนน่ารักไหมล่ะ

*************

เล่มที่ 2. "ส้มสีม่วง"
ผู้แต่ง : ดาวกระจาย (อีกนามปากกาหนึ่งของ"ดวงตะวัน" - ไทย)
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ฯ
จำนวนหน้า : 191 หน้า
(รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทวรรณกรรมเยาวชน ประจำปี 2544)

จากสำนักพิมพ์ :
   

"ส้มสีม่วง" เป็นวรรณกรรมที่ทำให้ผู้อ่านตระหนักในคุณค่าของจินตนาการความฝันว่าหากปราศจากความฝันแล้วไซร้
ชีวิตมนุษย์จะแห้งแล้วหยาบกระด้าง ไร้สีสัน ไร้จุดหมาย ไร้อารมณ์ และไร้สุขเพียงใด
ลุงเทิด จ้อย และแก้ม จึงผนึกกำลังร่วมกันต่อสู้กับ "กองทัพปราบฝัน" จนเอาชนะได้ในที่สุด
แม้ไม่ใช่ชัยชนะเบ็ดเสร็จ เพราะภารกิจของนักเขียนในการสร้างฝันเพื่อสู้กับ "กองทัพปราบฝัน" ยังคงต้องดำเนินต่อไปอีกตราบนานเท่านาน

การใช้ลีลาการเขียนแบบแฟนตาซีทำให้วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้มีตัวละครและเหตุการณ์มหัศจรรย์ไกลเกินจริงอย่างสนุกสนาน
ผู้เขียนพาผู้อ่านทะลุขอบโลกแห่งความจริงออกไปสู่อาณาจักรความฝันที่เวิ้งว้างไร้ขอบเขต
แต่กลับเป็นการผจญภัยที่กระตุ้นประสบการณ์ทางอารมณ์ของผู้อ่านได้ไม่สิ้นสุด แม้จะปิดหน้าสุดท้ายของหนังสือลงไปแล้ว

*****

ชอบค่ะ...
ผู้เขียนเข้าใจสร้างสรรค์ตัวละครที่ทำให้คนอ่านคล้อยตาม อย่างบรรดากองทัพปราบฝันทั้งหลายนั่น...
ส่วนตัวเจอมาเพียบ และสู้มันไม่ได้เอาเสียเลย
อย่าง... นายพลขี้เกียจ ตัวเป็นขน...ท่านผู้เฒ่า อย่าเสี่ยง ไม่เปลี่ยนแปลง ...นายช่าง ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไร...เหล่านักรบ ผัดวัน ประกันพรุ่ง, หงุดหงิด งุ่นง่าน...ฯลฯ
ก็ได้แต่ภาวนาให้เด็ก ๆ (รุ่นหลัง) ทั้งในเรื่องและนอกเรื่องปราบบรรดากองทัพปราบฝันข้างบนนั้นให้สำเร็จด้วยเถิ้ด...

*****************

เล่มที่ 3 "เรื่องเล่าจากดาวพิลึก"
ผู้เขียน : แอนดรี สไน แมกนาซัน (ไอซ์แลนด์)
ผู้แปล เจนจิรา เสรีโยธิน
มูลนิธิดำรงชัยธรรม(มี.ค. 2546)
141 หน้า

โปรยปกหลัง: (เรื่องย่อ)

บนอวกาศอันไกลโพ้น...มีดาวพิลึกดวงหนึ่งซึ่งมีแต่ประชากรเด็ก ๆ
เป็นโลกที่ไม่มีกฏเกณฑ์ใด ๆ
เด็กทุกคนอยากเล่นเวลาไหนก็เล่น อยากนอนเวลาไหนก็นอน
.
แต่แล้ววันหนึ่ง กู้ดเดย์ - ผู้ใหญ่เจ้าเล่ห์ปรากฏตัวขึ้น
เขาสอนให้เด็ก ๆ บินไปในป่าลึกและท้องฟ้ากว้างใหญ่
เป็นการผจญภัยที่สนุกสนาน และอันตรายเกินกว่าที่เด็กคนใดจะคาดถึง
ซึ่งทุกอย่างที่ว่ามานั้น...
ต้องแลกด้วยวัยเยาว์ของเด็ก ๆ

********

เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่สอดแทรกแนวคิดเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ในเรื่องอย่างกลมกลืน
ผ่านจินตนาการที่สร้างสรรค์ในเชิงเทพนิยาย...
ให้แง่คิดในเรื่องของความแตกต่างระหว่างเด็ก -ผู้ใหญ่
ความดี - ความชั่ว
ความจริงใจและความหลอกลวง
ความสว่งสดใสและความมืดมน
..
ซึ่งในที่สุด...เรื่องราวก็จบลงด้วยความสุขอย่างที่เทพนิยายทั้งหลายควรจะเป็น
อ่านเพลิน ๆ ตามประสาคนรักหนังสือเด็กค่ะ

จากคุณ : แม่ไก่


10-15.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือในดวงใจที่อยากแนะนำให้คนอื่นอ่าน

เฒ่าผจญทะเล
เอร์เนสต์  เฮมิงเวย์ เขียน / วิทย์ ศิวะศริยานนท์ แปล
พิมพ์ครั้งที่ 7  สิงหาคม 2545/ บริษัทสร้างสรรค์บุ๊คส์ จำกัด
จำนวน 101 หน้า
ราคา 35  บาท
ISBN974-341-167-4

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ความเป็นมาที่ชอบมาก และยกให้เป็นหนังสือในดวงใจ ไม่ใช่เพราะว่าเป็นหนังสือที่มีรางวัลการันตี อย่าง โนเบล หรือพิวลิตเซอร์ แต่อย่างใด
แต่ด้วยความที่เคยอ่านในสมัยเด็ก  เด็กบ้านนอกต่างจังหวัด ไกลปืนเที่ยง และยากจน ขาดแคลนปัจจัยอีกร้อยแปด.............
หนังสือเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ขาดแคลน จำได้ว่าทั้งบ้านที่นอกเหนือจาก มานี มานะ ที่เป็นหนังสือเรียนแล้ว
จะมีหนังสือสำหรับเด็กอยู่ สองเล่ม คือ หนังสือการ์ตูน คือนินจาฮาโตริ ซึ่งก็ปราศจากปก บางหน้าหายไป จะให้อ่านต่อเนื่องแล้วก็ไม่ต้องพูดถึง
ไม่ว่าจะขาดหายอย่างไรจำได้ว่ายังอ่านด้วยความสนุกสนาน อ่านแล้วอ่านอีก ส่วนอีกเล่มก็ คือ  "เฒ่าทะเล" ของนักเขียนที่  จำได้ว่าอ่านว่า ( เออ-เนส)
เพิ่งมาสังเกต จากเล่มนี้ที่แปลโดย คุณวิทย์ ว่าชื่อ "เฒ่าทะเล" นั้นแปล โดย "สายธาร"รูปเล่มไม่ได้สะสวยอย่างนี้ ในตอนนั้น ปกสีขาวดำ
ในเวลานั้นจำได้ว่าตัวเองน่าจะได้หนังสือมาจากพี่สาวซึ่งเรียนมัธยมปลาย ขณะที่ตัวเองอายุซัก 10-11 ขวบ
อ่านแบบเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ยังอ่านอีกหลายครั้ง จนจำได้ขึ้นใจว่า.... สุดท้ายปลามาร์ลินตัวนั้นกลับเหลือแต่กระดูก เมื่อวันที่ชายชรากลับเข้าฝั่งได้......
ในวัยเด็กสะเทือนใจจนร้องไห้เมื่อถึงตอนจบของหนังสือ........

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องราวตอนแรกเริ่มจาก
แกเป็นชายชราที่ใช้เรือเล็กจับปลาอยู่ตามลำพังในบริเวณกัลฟ์สตรีมและในขณะนั้นแกตกปลาไม่ไดสักตัวเดียวเป็นเวลาแปดสิบสี่วันแล้ว
ในระยะสี่สิบวันแรกเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้มาช่วยแก แต่หลังจากที่มาช่วยอยู่ถึงสี่สิบวันโดยไม่ได้ปลาสักตัวเดียว  
พ่อแม่ของเด็กก็บอกกับเด็กว่า ตาแก่  "ซาเลา" คือเป็นคนที่ต้องอาถรรพณ์เสียแน่แล้ว...
และสั่งให้ลูกชายไปช่วยเรือลำปลาอีกลำหนึ่งซึ่งได้ปลาตัวงามๆ  ถึงสามตัวภายในสัปดาห์แรก....
เด็กหนุ่มรู้สึกสงสารชายแก่เต็มทีที่พาเรืออันว่างเปล่ากลับเข้าฝั่งวันแล้ววันเล่า
จึงเข้าไปกุลีกุจอช่วยแบกม้วนสายเบ็ด ตะขอ ฉมวกและใบเรือที่ม้วนเข้ากับเสาใบ
ใบเรือนั้นเก่าคร่ำคร่า มีรอยปะด้วยเศษผ้าถุงแป้ง และเมื่อม้วนเข้าจึงมีลักษณะเหมือนธงแห่งความปราชัยตลอดกาล...
ชายชราผู้นี้รูปร่างผอมกงโก้ เนื้อต้นคอย่นเป็นรอยลึก แก้มทั้งสองข้างเป็นจุดๆ สีน้ำตาลไหม้
เกิดจากโรคผิวหนังชนิดหนึ่งซึ่งมีสมุฏฐานมาจากแสงแดดอันร้อนแรงในทะเลแถบอากาศร้อน
มือก็มีแต่แผลเป็น เป็นรอยลึกยู่ยี่ เกิดจากรอยเชือกเบ็ดเมื่อลากปลาตัวหนักๆ
แต่เเผลเป็นเหล่านี้เป็นแผลเก่าๆ ทั้งนั้น เปรียบได้กับรอยกร่อนในทะเลทรายที่ปราศจากปลา.....
อวัยวะทุกส่วนในกายของแกล้วนแต่ส่อความชรา เว้นแต่ดวงตาเท่านั้นที่มีสีเดียวกับทะเล
และเป็นดวงตาที่แจ่มใสร่าเริงและเต็มไปด้วยประกายแห่งความไม่ย่นย่อ
"ลุงซันติอาโก" เด็กหนุ่มเอ่ยขณะที่ทั้งสองคนเดินขึ้นมาจากชายหาดที่ลากเรือขึ้นมาไว้
"ทีนี้ฉันมาช่วยลุงได้อีกล่ะ ไปช่วยเขาได้สตางค์มาบ้างแล้ว"
เนื่องจากชายชราเป็นครูสอนวิธีจับปลาให้ เด็กหนุ่มจึงรักใคร่และติดแกมาก
"ไม่ดีหรอก เจ้าไปช่วยเรือที่เขามีโชคมีลาภน่ะดีแล้ว อยู่กับเขาต่อไปเถอะ"
จากนั้นชายชราก็ออกเรือเพียงลำพัง อยู่กลางทะเลเว้งฟ้ากว้างใหญ่เพียงอุปกรณ์ไม่กี่อย่าง
เช้ามืดยันค่ำก็ยังว่างเปล่าปราศจากปลา
แต่ในที่สุด โชคก็เข้าข้างเมื่อชายชราได้ปลามาร์ลินตัวโต ยาวถึง 18 ฟุต
ด้วยขนาดลำเรือและอุปกรณ์ในการจับปลาที่จำกัด ด้วยพละกำลังของปลาตัวยักษ์
ลากลำเรือของชายแก่ออกไปห่างจากชายฝั่งไปทุกที
รวมทั้งต้องผจญกับฝุงฉลามที่เข้ามาแย่งเนื้อปลาจนหมด
ชายชรากลับเข้าฝั่งด้วยสภาพที่ย่ำแย่.....
ต้องอ่านกันเองค่ะ แนะนำค่ะ

จากคุณ : โมกสีเงิน


อ๊ะ...พันทิปเดี้ยงค่ะ หลอกให้แม่ไก่คุยตั้งยาว พอกดส่งปรากฏว่าพร็อกซี่เอ๋อเหรอซะงั้น

ถามคุณโมกฯนิดนึงค่ะ ดูจิตปีแรก จำนวนหน้าถึงร้อยไหมคะ คุ้น ๆ ว่าเล่มค่อนข้างบาง ถ้าไม่ถึง 100 หน้ากรรมการอาจจะไม่ให้ผ่านนะเออ...

งือ...เมื่อกี้ทักทายใครต่อใครจนทั่วแล้วนะคะ แต่หายไปหมดแล้ว
หนนี้ขอทักทายรวม ๆ และเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
ผีเสื้อ

จากคุณ : แม่ไก่


10-14. [ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่ผู้ดำเนินเรื่องหรือตัวเอกเป็นผู้ร้าย เช่น หรือว่าผมฆ่า? (Darkly Dreaming Dexter) หรือ เหี้ยมไม่เงียบ (The Silence of the Lambs) เป็นต้น

*** หรือว่าผมฆ่า? ***
Darkly Dreaming Dexter
เจฟฟ์ ลินด์เซย์ เขียน / เอกชัย วังประภา แปล
สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์
224 หน้า ราคา 175 บาท

ปกหลัง : พบกับ เด็กซ์เตอร์ หมาป่าแสนสุภาพผู้มาในคราบลูกแกะ.. ปีศาจร้ายที่เบ้หน้าเมื่อเห็นเลือด.. ฆาตกรต่อเนื่องผู้มีกฏหลักที่ทำให้เขาเป็นที่นิยมชมชื่นไม่เบา เขา ฆ่า เฉพาะคนเลว
เด็กซ์เตอร์ มอร์แกน ไม่ใช่ผู้ชายที่สาวๆ อยากพกกลับบ้านไปพบพ่อแม่ ถึงแว่าเขาจะเป็นคนขี้เล่นและมีอารมณ์ขันแบบตลกร้าย ข้อเสียเดียวของเด็กซ์เตอร์ (ที่ว่าเขามีแนวโน้ม จะเป็นฆาตกร) อาจทำให้ใครๆ หมดอารมณ์ แต่ดูที่หัวใจแล้ว เขาเป็นสุภาพบุรษสมบูรณ์แบบคอยช่วยเหลือสนับสนุน เดบ น้องสาวบุญธรรมของเขา ผู้เป็นตำรวจสาวแห่งไมอามี่ ในทุกทางและสนใจแต่จะกำจัดคนที่สมควรจะโดนกำจัดทิ้ง เด็กซ์ออกจะเป็นคนหน้าตาดี แต่ไม่ใส่ใจ (และยังจะแปลกใจ) เมื่อมีสาว ๆ มาให้ความสนใจมากมาย

การดำเนินชีวิตอันแสนจะเรียบง่ายเป็นระเบียบของเด็กซ์เตอร์ต้องมาสะดุดกึกเมื่อฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งโผล่ขึ้นมาในไมอามี่ เด็กซ์ออกจะทึ่ง ๆ และแอบดีใจที่ฆาตกรผู้นี้มีวีธีการทำงานคล้ายคลึงกับตัวเขา ถึงอย่างนั้นเขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าผู้มาใหม่รายนี้ไม่เพียงเข้ามารูกล้ำถิ่นของเขาเท่านั้น แต่ยังจะเข้ามารุกล้ำชีวตของเขาด้วย เข้าฆาตกรไม่เพียงแค่เลียนแบบเด็กซ์เตอร์แต่ดูเหมือนมันจะบอกว่า "ออกมาเล่นด้วยกันสิ"

"มีการหักมุมสนุก ๆ มากมาย แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของหนังสือเล่มนี้คือการเล่าเรื่องเชิงเสียดสีประชดประชันของเด็กซ์เตอร์ ทั้งไวและเดินไปด้วยไหวพริบ แต่ก็แฝงไปด้วยความเกลียดชังตัวเองจนเราก็เสียใจที่อดขำไม่ได้ สุดที่รักคนใหม่ในวงการปีศาจร้าย" The New York Times

"วิธีการเล่าเรื่องของเด็กซ์เตอร์และปฏิกริยาที่เขามีต่อตัวละครอื่นคือสิ่งที่ทำให้คนอื่นวางหนังสือเล่มนี้ไม่ลง และทำให้มันเป็นหนังสือที่เหมือนใครที่สุด และขอแนะนำว่าผู้ที่ชอบหนังสือเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง" Amazon.com

ความรู้สึกหลังอ่าน
เด็กซ์เตอร์ เป็นฆาตกร ต่อเนื่องที่ก่อเหตุ ฆาตกรรม เฉพาะพวกคนเลว ๆ ที่เป็นนักฆ่าต่อเนื่องเหมือนกัน(ไม่แน่ใจว่ารวมถึงฆาตกรอื่น ๆ ด้วยหรือไม่) จนกระทั่งวันหนึ่ง เค้าได้พบกับคดีที่แปลกประหลาด เพราะนักฆ่าปริศนานั้น ใช้วิธีฆ่าเหมือนกับที่เค้าใช้ .. เค้าจึงพยายามค้นหานักฆ่าปริศนาคนนั้น จนกระทั่งเขาเริ่มเกิดความสงสัย?... รึจะเป็นตัวเขาเอง... ที่เป็นคนทำ

เป็นพลอตแหวกแนวดีค่ะ ที่ให้พระเอกเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ที่โหดใช้ได้เลย .. (ซึ่งคิดว่า พลอตอาจจะตรงใจใครหลายคน.. เมื่อได้อ่านข่าว แล้วคิดว่า น่าจะมีใครซักคนไปทำแบบนั้นกะพวกฆาตกรบ้าง ..) เนื้อหาประกอบไปด้วย ก้อนเนื้อ, เลือด  และ เชิงอรรถ!!.. การดำเนินเรื่องค่อนข้างอืด ละ เด็กซ์เตอร์ ก็คิดนอกเรื่องเยอะไปหน่อย.. อ่านข้ามไปหน้านึง พระเอกยังคิดไปไม่ถึงไหนเลย .. ความตื่นเต้น และ การกระตุ้น ต่อมอยากรู้ ทำได้ไม่ค่อยดีนัก .. เป็นการอ่านไปเรื่อย ๆ มากกว่า ที่จะร่วมค้นหา หรือ สงสัยค่ะ..

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


รีวิวปิดรอบก่อนนะครับเดี๋ยวไม่ทัน ( ทันม่ะเนี่ย T_T )

20-2.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่ชื่อเรื่องตรงกับชื่อเพลง ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
เช่น คือรัก ผู้เขียน อีแร้ง จากเพลงคือรัก นักร้อง ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว
หรือ เวลาในขวดแก้ว ของประภัสสร เสวิกุลกับเพลง Time in a Bottle ของ Jim Croce

ตอบโจทย์ ชื่อหนังสือ ความน่าจะเป็นของปราบดาหยุ่น กับ เพลงความน่าจะเป็นของขนมจีน

ความน่าจะเป็น
ปราบดา หยุ่น : เขียน
สำนักพิมพ์สุดสัปดาห์
พิมพ์ครั้งที่ 10 สิงหาคม 2545
201 หน้า 125 บาท

ความน่าจะเป็น รวมเรื่องสั้น 13 เรื่องจากปลายปากกานักเขียนหนุ่ม
เป็นเรื่องสั้นที่แปลก แหวก และแฝงไปด้วยความซับซ้อนซ่อนบางอย่างให้คิด

ความน่าจะเป็น
เรื่องราวของครีเอทีฟหนุ่มนักโฆษณาที่ย้อนเวลา สัมผัสกับภาพความทรงจำในอดีต
จากหนังเรื่องโปรดที่คุณตาชอบฉายให้ชม จากเพลงบรรเลงสุดคลาสสิคที่คุณยายชอบฟัง
กลายเป็นหนังโฆษณาชิ้นโบว์แดงของเขาที่ใครๆต่างก็ยอมรับ

ด้วยตาเปล่า
ความดี ความเลวในคน วัดได้จากมุมมองและตาเปล่าจริงหรือ
เหมือนที่คุณปลง เพื่อนร่วมสวนที่ผมได้เจอบนเก้าอี้แห่งหนึ่งซึ่งลงความเห็นว่าผมคือคนดีคนหนึ่ง
วันหนึ่งคุณปลงมาพร้อมกระดาษใบหนึ่งซึ่งมีข้อความว่าให้ผมเติมคำว่าไอ้นำหน้าชื่อของเขาได้
เขามีวิธีการมองคนอย่างไร และสามารถจำแนกคนได้อย่างไรว่าใครดีหรือใครเลว

ตามตาต้องใจ
เด็กหญิงต้องใจ สมาชิกห้อง ป 4/3 อายุ 9 ขวบ
มีปัญหาที่ค้างคาใจและกลายเป็นความแปลกในสายตาคนอื่นทั้งเพื่อนร่วมชั้นแม้กระทั่งคุณครู
ปัญหาของต้องใจคือ หนึ่งบวกหนึ่ง ทำไมถึงเป็น สอง
ซึ่งในมุมมองของต้องใจเองไม่ว่าหนึ่งบวกหนึ่งในลักษณะไหนมักจะเป็น หนึ่งหรือไม่ก็สาม..สี่..ห้า เสมอ
แล้วคำตอบที่ว่าหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสองมาจากไหนกันแน่

อะไรในอากาศ
เรื่องราวของอุบัติเหตุว่าด้วยเรื่องของตัวอักษรของป้ายโฆษณาหล่นลงมาบนดาดฟ้า
ซึ่งหนุ่มสาวคู่หนึ่งได้ขึ้นไปดู จนพบว่ามีตัวอักษรตัวใหญ่จากป้ายโฆษณากล้องยี่ห้อหนึ่งหล่นลงมา
ตัวเอ็นทับอยู่บนตัวโอท่ามกลางสายฝนเย็นฉ่ำ ซ้ำฟ้ายังแล่บร้องแปลบปลาบ
ทั้งอารมณ์ของพวกเขาที่สร้างค้างไว้ก็ได้โหมกระหน่ำขึ้นอีกครั้ง
เขาและเธอจึงบรรเลงเพลงรักกัน ท่ามกลางพยานความใคร่อย่างสายฝน
ฟ้าร้องและตัวอักษรจากป้ายโฆษณา จนกระทั่งเสร็จกิจจึงสังเกตุเห็นว่านอกจากฝนฟ้าและอักษรสองตัวนั้น
ยังมีบางอย่างเป็นสักขีพยานบทเพลงที่เขาและเธอเพิ่งร่วมบรรเลงก่อนหน้านี้

นักเว้นวรรค
หนุ่มคนหนึ่ง ได้พบกับสาวคนหนึ่งบนรถเมล์
เขาสนใจวิธีการเขียนบันทึกของเธอ ออกจะเรียกได้ว่าหลงใหลใคร่รู้เลยทีเดียว
เธอเว้นวรรคช่องไฟได้น่าหลงใหล และน่าค้นหาอย่างมากสำหรับเขา
นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เขาเข้าไปทำความรู้จัก ครั้งแรกก็แล้ว...ครั้งสองก็แล้ว..ครั้งต่อๆไปก็แล้ว
แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่รู้ถึงเหตุผลที่หญิงสาวเว้นวรรค ช่องคอยเหล่านั้นสักที

เหตุการณ์กรรมซ้ำเล่า
เรื่องราวของคนเริ่มจากนายคนหนึ่งซึ่งนั่งมองจราจรอยู่บนกระถางต้นไม้หน้าตึกสูง
ซึ่งจราจรคนนั้นก็คือพี่ชายของเขา ระหว่างที่จราจรโบกรถให้สัญญาณไฟ
สายตาก็เหลือบไปเห็นแฟนเก่านั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของลูกน้องหนุ่ม
ลูกน้องหนุ่มมองเข้าไปในรถเห็นเจ้านายเก่าซึ่งเขาเคยทำหน้าที่เป็นพลขับ
หลังจากรับสายจากลูกน้องและลูกสาวเจ้านายผู้สูงวัยคนนั้นก็โทรหากิ๊กนักศีกษาสาว
ที่อยู่ในร้านหนังสือ หลังจากวางสายถัดกันไปเธอก็พบกับเด็กหนุ่มที่เคยหลงใหลในตัวเธอ....

กรรมอุตุนิยมวิทยา
ระหว่างการเดินทางหญิงสาวเจ้าของรถยนต์สีกรมท่า ได้ขับรถทักทายเสาไฟฟ้า
ระหว่างที่นั่งมึนเสียงรายการวิทยุยามเข้าได้ส่งเสียงเจื้อยแจ้วแว่วมา
เป็นการทักทายกับผู้ฟังรวมทั้งรับฟังปัญหาหนักอกหนักใจที่คนฟังเหล่านั้นต่างโทรเข้ามาเล่า
ทั้งแฟนหักหลังไปคบกับเพื่อนสนิทหรือยามที่ละทิ้งหน้าที่จนตกงาน
แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับกรมอุตุนิยมวิทยาตรงไหนล่ะเนี่ย

บรรยากาศเป็นกันเอง
เรื่องความอึดอัดใจของตะกอนที่ถูกพันธนาการ กับบุรุษลึกลับผู้ติดอ่างในมุมมืด
จากบรรยากาศที่แสนอึดอัด สถานที่แปลกตา คนแปลกหน้ากลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่น่าสัมผัส

อุปกรณ์ประกอบฉาก
กองถ่ายริมสระน้ำ ฉากที่พระ-นาง สนทนาถึงปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
ท่ามกลางอุปกรณ์ประกอบฉากที่มีชีวิต....

ตื้น-ลึก หนา-บาง
ว่าด้วยเรื่องราวของชายผู้แสนธรรมดาที่ไปพบกับความลับในอุทยานแห่งหนึ่ง
ผู้คนต่างสงสัยใคร่รู้ว่ามันคืออะไร จากคนธรรมดากลายเป็นคนดังที่ใครต่อใครต่างให้ความสนใจ
จากความสบายกลายเป็นความอึดอัด

คนนอนคม
หนุ่มคนหนึ่งตื่นมาพร้อมกับกระดุมชุดนอนหายไปถึง 3 ชุด
เขางงว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรจึงตั้งสมมติฐานไว้ 3 ประการ
1 นอนดิ้นไม่รู้ตัว
2 มีมือลึกลับหรือบุคคลที่สอง...สาม...สี่ เป็นผู้ลงมือ
3 ด้วยความเปื่อยยุ่ยของด้ายธรรมชาติ

มารุตมองทะเล
เรื่องราวของหนุ่มที่ชื่อมารุตซึ่งผู้เขียนเล่นอารมณ์โดยการให้ตัวละครตัวนี้
ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวและเล่นกับความรู้สีกนึกคิดว่า
จะสร้างสรรค์เรื่องราวให้ตัวเขา(มารุต) จ้องมองทะเลอย่างไร

เจอ
ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คู่หนุ่มสาววางแผนกันได้ดิบดีว่าจะออกไปนับดาวกลางทะเล
รับวินาทีแรกของปี แต่พอถึงเวลา ลุงชราชาวประมงที่ว่าจ้างมาหายตัวไป
หญิงสาวออกไปตามหา ส่วนชายหนุ่มอยู่บนหาดสนทนากับเด็กหนุ่มที่พบเจอ

ไม่เคยอ่านงานของปราบดา หยุ่นอีกเหมือนกัน เพราะปกติอ่านแต่แนวที่ชอบ
ไม่ค่อยฉีกแนวสักเท่าไหร่ ถือว่า WWR ทำให้อ่านหนังสือได้หลากแนวมากขึ้น
สารภาพตามตรงว่าอ่านรู้เรื่องบ้าง  ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่คิดว่าตัวหนังสือของปราบดาเองมีเสน่ห์
เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกได้ดี ในเล่มนี้ชอบ ความน่าจะเป็น  ตามตาต้องใจ และ อะไรในอากาศ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


25-3.[แก้วกังไส+ยาคูลท์] เกาะติดข่าวเด่นประเด็นดัง เลือกอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประเด็นร้อนต่อไปนี้
คือ ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาพระวิหาร แพนด้า ช้างไทย
โดยเลือกมา 2 เล่ม 2 ประเด็นไม่ซ้ำกัน

ตอบโจทย์ ดุซงญอ 2491 ถึงตากใบวิปโยค : ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
กับ ล่องไพร ตอน ป่าช้าช้างและเจ้าแผ่นดิน : ช้างไทย

ดุซงญอ 2491 ถึงตากใบวิปโยค
ภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ : เขียน
พิมพ์ครั้งที่ 3 มีนาคม 2548
สำนักพิมพ์ร่วมด้วยช่วยกัน
191 หน้า 140 บาท

ดุซงญอเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อิงแอบอยู่ใกล้เทือกเขาสันกาลาคีรี
ในอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เกือบทั้งหมดของคนที่นั่นนับถือศาสนาอิสลาม
บุคคลภายนอกจะรู้จักแผ่นดินตรงนั้นก็จากโศกนาฏกรรมในอดีต
ท่ามกลางความแคลงใจว่านอกเหนือจากพลังเร้นลับของพิธีกรรมแล้ว
ยังมีสิ่งใดอีกที่ทำให้ชาวบ้านลุกขึ้นทำสงครามพลีชีพกับอำนาจแห่งรัฐของไทยในวันนั้น

วรมัย กบิลสิงห์ เป็นครูใหญ่โรงเรียนอิสลามวิทยาลัย เป็นนักหนังสือพิมพ์
แต่เสี่ยงเข้าไปเอาความจริงในฐานะภรรยาผู้แทนราษฏรภาคใต้
บันทึกแต่ละบรรทัดที่แลกมาด้วยความยากลำเค็ญยิ่งสำหรับคนรุ่นหลังที่จะเรียนรู้ไว้เพื่ออาทรกัน

บันทึกนี้เรียบง่ายด้วยสำนวนสุภาพ ทั้งขณะเดินทางเข้าไป...ทุกชั่วโมงในพืนที่
และขณะล่องเรือกลับออกมา เป็นอรรถรสอันงดงามที่มิได้กระจ่างเพียงปมปริศนาของ ดุซงญอ
หากแต่ก็ยังแจ่มชัดไปถึงวิธีหายใจเพื่อให้ชีวิตรอดของจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

นี่คือมรดกสำคัญที่ครูวรมัยหรือท่านภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ในกาลต่อมาได้จดจารไว้ให้แผ่นดิน


เล่มนี้เป็นเหมือนบันทึกการเดินทางของครูวรมัยที่ดั้นด้นไปค้นหาความจริง
จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จุดหมายปลายทางอยู่ที่
หมู่บ้านดุซงญอ เพราะมีเหตุปะทะกันระหว่างชาวมุสลิมในพื้นที่และกลุ่มทหารและตำรวจของรัฐบาลไทย

สิ่งที่ครูวรมัยต้องการคือข้อเท็จจริงในการก่อเหตุจราจลและมูลเหตุในการปะทะกัน
การเดินทางในครั้งนี้กินเวลาทั้งสิ้น 12 วันนับจากวันที่ 10 มิถุนายน 2491
12 วันแห่งความทรหด อดทนเดินทางทั้งรถยนต์ รถไฟ เรือพายและเดินเท้า
แต่ก็คุ้มสำหรับข้อมูลเบื้องลึกที่ครูได้กลับมา ข้อเท็จจริงที่ไม่ใช่ข้อกล่าวหาและหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเกิดเหตุจราจล ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะความเข้าใจผิดส่วนหนึ่งก็คงไม่ผิด
นอกจากนั้นอาจจะมีเหตุผลบางประการที่ก่อให้เกิดการปะทะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมีประเด็นใหญ่ใจความสำคัญอยู่ที่ 2 ประการคือ คอรัปชั่นและการเผด็จการของผู้นำ

เหตุการณ์การปะทะแม้ว่าพี่น้องมุสลิมจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแต่ก็เป็นเพราะความคับแค้นใจ
ที่ถูกหยามเกียรติส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่องการเมืองก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
ซึ่งรัฐบาลไทยก็คงจะกลัวสูญเสียอำนาจทางการปกครอง
ทั้งหมดทั้งมวลจึงก่อให้เกิดปัญหา เกิดการจราจล และความไม่มั่นคงในพื้นที่แห่งนี้

บันทึกเล่มนี้ระบุไว้ว่าบันทึกในปี 2491 นับจากนั้น 56 ปีให้หลังก็เกิดเหตุการณ์วิปโยค
เหมือนครั้งที่เกิดขึ้นมาแล้ว ในวันที่ 28 เมษายน 2547 ได้เกิดเหตุการณ์ที่คนทั้งประเทศลืมไม่ลง
เหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ เหมือนย้อนรอยกบฏดุซงญอในครั้งอดีตจีงทำให้ได้มีการหยิบยก
เอาบันทึกเล่มนี้ขึ้นมาพิมพ์อีกครั้ง

แรกเริ่มเดิมทีที่เห็นหน้าปกคิดไว้ก่อนเลยว่าต้องอ่านยากและเครียดแน่นอน
แต่ในส่วนของบันทึกของครูวรมัย อ่านง่ายใช้ภาษาสวยจึงทำให้อ่านไว
อ่านไปอ่านมาเหมือนเราไปนั่งอยู่ในวงสนทนาด้วยเลยทีเดียว
หลังจากส่วนที่เป็นบันทึกใน 12 วันแห่งความกล้าหาญ
เป็นบทสรุปรวมทั้งข้อแก้ไขที่ครูวรมัยได้ให้ความเห็นเอาไว้
และมีภาคผนวกที่เพิ่มในส่วนของเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะเข้าไป
พร้อมความเห็นของศ.นพ.ประเวศ วะสี สรุปโดยรวมแล้วอ่านแล้วทำให้เห็นใจและเข้าใจ
คนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เข้าในปัญหาที่มองยังไงก็แก้ไม่ตกอยู่ดี
ถ้าหากทุกฝ่ายไม่หันหน้าเข้ามาเจรจาหาข้อยุติหรือข้อสรุปที่ต่างเอื้อประโยชน์ให้แก่กัน

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


ล่องไพร ตอน ป่าช้าช้างและเจ้าแผ่นดิน
น้อย อินทนนท์ : เขียน
พิมพ์ครั้งที่ 7 พฤศจิกายน 2538
187 หน้า 120 บาท

ป่าช้าช้าง ที่ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังต่อๆกันมา ทุกคนที่เคยเห็นมากับตาไม่เคยมีใครมีชีวิตอยู่
ไม่ตายด้วยเหตุหนึ่งก็เหตุใดในกาลต่อมา เขาเชื่อกันว่าป่าช้าช้างนั้นเป็นที่ถูกสาปแช่ งจากจ้าวป่า
ทุกตาที่เห็น ทุกมือที่จับและทุกเท้าที่เหยียบป่าช้าช้างและงาช้างเหล่านั้น จะต้องพิการหรือมีอันเป็นไป
ด้วยพิษของสัตว์เขี้ยวเล็บงา ไม่ก็ธรรมชาติลงโทษ

เรื่องราวของการตามล่าค้นหาป่าช้าช้าง สถานที่ซึ่งเป็นเหมือนกับสุสานช้างนับหมื่นนับพันเชือก
ที่จบชีวิตลงทับถมกันมาชั่วอายุคน เป็นแหล่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูว่าเป็นสถานที่ซึ่งไม่มีวันเป็นจริง
แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการพิสูจน์ว่าสถานที่แห่งนี้มีจริงและเคยไปเยือนมาแล้วด้วยตาตนเอง

ศักดิ์ พรานหนุ่มชาวกรุงจึงถูกเชื้อเชิญเข้าร่วมขบวนการค้นหาครั้งนี้ด้วย
จากการชักชวนของกำจร นายทุนใหญ่
เมื่อศักดิ์ตกปากรับคำที่จะร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย ตาเกิ้น กะเหรี่ยงคู่บุญของเขาก็ถูกดึงเข้ามาร่วมเสริมทัพด้วย
ทั้งหมดได้เดินทางเข้าป่าแถบเมืองกาญจน์ โดยมีดิเรก คนรักของสายสุณีลูกสาวนายกำจรคอยท่าอยู่
ซึ่งดิเรกนี่เองที่เป็นคนเคยเดินทางไปพบป่าช้าช้างมาแล้ว
ในจำนวนคนที่เคยไปเห็นสุสานช้างแห่งนี้มีเพียงดิเรกและส่วยบดีเท่านั้นที่เหลือรอดชีวิตกลับมา
แต่ก่อนออกเดินทางตามหาลูกหาบอาสา ปื่นเกิดลั่นเป็นจุดจบของส่วยบดินทร์
ทำให้ลูกหาบในหมู่บ้านของดิเรกหวั่นเกรงต่ออาถรรพ์ป่าช้าช้างมากขึ้นจนไม่มีใครกล้ายอมไปเป็นลูกหาบ

ดิเรกจึงนำขบวนไปหาจองอู่ขิ่นเพื่อขอแรงอาสาในการเป็นลูกหาบครั้งนี้
พอไปถึงหมู่บ้านของจองอู่ขิ่นก็เกิดเหตุการณ์ฝูงลิงทโมนไพรยักษ์ได้เข้าทำลายยึดครองพื้นที่หมู่บ้าน
จนพวกของศักดิ์ได้ปราบหัวหน้ามันได้แล้วจับขังกรงแต่ด้วยความเมตตาของศักดิ์
ทำให้ต่อมาฝูงลิงเหล่านี้กลับกลายเป็นผู้ช่วยชีวิตทีมล่องไพรทีมนี้นั่นเอง

หลังจากหาลูกหาบได้แล้วก็เริ่มต้นการเดินทางออกตามหาป่าช้าช้าง
ยิ่งเดินไกล ความน่ากลัวและอันตรายก็เพิ่มขึ้น ทั้งหมดได้พบกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
และอันตรายต่างๆนานา หลายชีวิตต้องเซ่นสังเวยระหว่างการเดินทาง
แต่สุดท้ายป่าช้าช้างที่ตามหาจะมีเส้นทางไปจบอยู่ที่แห่งใด แล้วจะมีอาถรรพ์จริงอย่างโบราณว่าไว้หรือไม่
คำตอบเหล่านั้นมีเพียงตาเกิ้น พรานศักดิ์และจองอู่ขิ่นเท่านั้นที่รู้ดี

ส่วนท้ายเล่มปิดท้ายด้วยเรื่องสั้นพิเศษที่นำมารวมเล่มเพื่อคงขนาดความหนาหนังสือให้เหมือนกัน 2 เล่มแรก
เจ้าแผ่นดินเป็นเรื่องราวของตาเกิ้นกับการชิงชัยให้ได้มาซึ่งภรรยาคนที่ 4
สาวกะเหรี่ยงวัย 16 ปีที่ต้องตาจนต้องแย่งชิงนางจากกะเหรี่ยงหนุ่มนามเมาวา

เล่มนี้นับว่าสนุกสำหรับคอแนวนี้ ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านแนวนี้พลุว่าจะรู้สึกเฉยๆนะ
แต่สำหรับตัวเองนับว่าเป็นเล่มที่โอเคเล่มหนึ่งที่เดียว สัมผัสกลิ่นอายของป่า
และบรรยากาศของการล่าได้เป็นอย่างดี แนะนำสำหรับคอหนังสือแนวนี้ครับ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


เอาเพลงความน่าจะเป็น ของ ขนมจีน มาให้ฟังพร้อมประกอบการตอบโจทย์ด้วยครับ

*** เพื่อไม่ให้คอมเมนท์เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ขอให้เนื้อที่ตรงนี้เลยแล้วกันนะครับ

มีหนังสือน่าสนใจหลายเล่มเลย แอบจดไว้หาซื้อแล้วเหมือนเดิมครับ

>> คุณ January Friend

(#11 ) เคยครับ ให้เพื่อนยืมไปแล้วไม่คืน เริ่มจากเจ้าชายน้อย...มาจนถึงกาซิโกกิ
โมโหมากเพราะหาซื้อใหม่ยากมาก สุดท้ายตอนนี้ไม่ให้ใครยืมแล้ว
นอกจากเพื่อนสนิทจริงๆที่ไปทวงแล้วไม่อาย ถึงให้

>> คนชอบเขียน
(#28 ) หนุ่มตัวร้าย ผู้ชายกรุ๊ปบี ได้มาจากร้านมือสองเช่นกันคับ
เนื้อเรื่องก็เกาหลีดี้ด้าทั่วไปแต่ดูหนังแล้วชอบฉากที่พระเอกมาร้องเพลงหน้าบ้านนางเอกอ่ะ
เพลงเพราะดี ชอบ

>> พี่หนิง ปลายทางฯ
(#48 ) เพรงภพ ยังอยู่ในกองดองอยู่เลย
(#49 ) คำมั่นสัญญา จำได้ว่าเคยดูแต่ละครแล้วชอบมากแต่ยังไม่เคยอ่านเลยเหมือนกัน
(#85 ) Long Vacation ยังนอนเอ้งเม้งอยู่ในกองดอง ว่าแต่เคยทำเป็นซีรี่ย์ด้วยเหรอครับ

>> พี่ส้ม ปิยะรักษ์
(#55 ) สำเนียงของพุ่มรักษ์ตอนแรกนึกว่าพิมพ์ผิดเพราะไม่เคยอ่าน
แต่พออ่านๆไปก็เลยรู้ว่ามันเป็นบุคลิกเฉพาะตัวนั่นเอง

>> พี่ขวัญ
(#62 ) ต้องรีบรีวิวเดี๋ยวหมดกระแสตอนแรกตั้งใจจะซื้อแต่ไปดูที่ร้านเช่าเห็นปุ๊บเลยรีบคว้ามาเลย

>> พี่แม่ไก่
(#65 ) พี่แม่ไก่จ๊ะ ปายอินเลิฟน่าเก็บดีนะครับเอาไว้เพิ่มระดับน้ำตาล
แต่ว่าคอมเมนท์พี่อ่ะพิมพ์ผิดนะจ๊ะ จาก หามา ตกสระ อา เลยกลายเป็น หมา ตัวเบ้อเริ่มเลยครับ (แอบแซว)
(#99 ) ไม่รู้จะหนีรอดเงื้อมมือของพี่อ๊ะป่าว เร่งสปีดเต็มสโตกเลยทีเดียว อิอิ

>> พี่ติ๋ม ยาคูลย์
(#78 ) เมื่อวานนี้ พลุก็ได้มาจากร้านมือสองเหมือนกันครับ ไม่รู้จะไรดลใจให้ซื้อมา
ถ้าเป็นปกติคงหยิบมาดูแล้ววางไว้ที่เดิมเหมือนกัน เห็นประโยชน์ก็วันนี้แหล่ะครับ

>> คุณทินา
(#98 ) Congratulation ย้อนหลังนะครับ ยินดีต้อนรับสำหรับการกลับมา
ปล 30-5 โจทย์พี่ติ๋มของพลุก็คงหนีไม่พ้นแฟนตาซีเหมือนกันคร๊าฟ


>> แม่เรไร
(#108 ) ความสุขของกะทิ อ่านแต่เล่มแรกส่วนเล่มที่สองก็ยังนอนอยู่ในกองดองเหมือนเดิม


ตามเก็บรีวิวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง !!!! เอวัง ... ตาลายด้วยประการล่ะฉะนี้

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


โทษทีครับ เปลืองคอมเมนท์นิดหนึ่ง
โพสต์แล้วไม่ขึ้น อ่ะครับ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


คุณโมกสีเงินคะ
ขอค้างคะแนน ข้อ "ดูจิตปีแรก" นะคะ
เพราะ ISBN ที่ให้มา มันขึ้นว่า 97 หน้าน่ะค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

นับคะแนน ถึง คห 130 ค่ะ
ผิดถูกยังไง แจ้งได้ค่ะ

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


ขอมารีวิวก่อนค่ะ มันมีเรื่องให้พูดเยอะ ถ้าทิ้งไว้จะลืม
ถ้าไม่ตอบโจทย์โอตาคุ ก็อาจเป็นโจทย์ผูกธีมค่ะ
(ดูก่อนว่าจะอ่านแนวนี้เพิ่มได้กี่เล่ม)

มนตร์จันทรา
ผู้แต่ง: mirininthemoon
สำนักพิมพ์ ธันวาพริ้นติ้ง ?, พิมพ์ 2552, ราคา 330 บาท, 689 หน้า

พวกเขาคือมนุษย์หมาป่า หรือ ไลแคน เผ่าพันธุ์ที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความว่องไว อาศัยอยู่ในขั้วโลกใต้ห่างไกลจากมนุษย์ธรรมดา

จนกระทั่ง ควิลล์ จ่าฝูงแห่งกลุ่มป่าต้องห้ามไปพบล็อกเก็ตใส่ภาพ และตกหลุมรักหญิงสาวในภาพนั้นตั้งแต่แรกเห็น  เมื่อได้รู้ว่านักวิทยาศาสตร์ที่ช่วยไว้คือพ่อของเธอ ควิลล์จึงใช้สตีฟล่อหลอก ธัญญ่า มาในดินแดนของเขา

ความรักที่เริ่มจากเล่ห์เพทุบายและการใช้กำลังเข้าครอบครองจะลงเอยด้วยดีไหม? โดยเฉพาะเมื่อโลกของพวกไลแคนกำลังจะถูกบุกรุกโดยกลุ่มคนหลายฝ่ายที่หวังจะจับพวกเขาไปทดลองและใช้ประโยชน์


* * * *  ฉากในเรื่อง สปอย์นิดๆ * * * *

หมาป่าในเรื่องจะแยกกันอยู่สองกลุ่ม  กลุ่มหลักอยู่ที่ผาแดง มี เซ็ท พี่ชายฝาแฝดของควิลล์เป็นผู้นำ   เซ็ทเป็นหมาป่าขนทองสง่างามที่มาดดีกว่าน้องชายฝาแฝดหลายขุม จึงได้ครองคู่กับ เมเน็ท ซึ่งเป็นรักแรกของควิลล์  แต่ถึงจะมีทายาทด้วยกัน เซ็ทก็ยังเจ้าชู้ไปเรื่อย

ส่วนป่าต้องห้ามเป็นเขตที่แม้แต่หมาป่าด้วยกันยังขยาด เพราะสมาชิกล้วนแต่เป็นพวกป่าเถื่อนนอกคอกหรือพวกที่ถูกอัปเปหิจากกลุ่มหลัก  เช่น ควิลล์โดนแม่ฆ่าตอนเด็กเพราะคำทำนาย เฟธเป็นลูกหมาป่าตาบอดที่ช่วยควิลล์ไว้และโตมาด้วยกันเหมือนพี่น้อง  แพทริกเป็นทายาทตระกูลผู้พิทักษ์ที่ฉลาดเกินไปจนเป็นภัยแก่ตัวเอง  ฯลฯ    พวกเขาอยู่ด้วยกันในคอมมูนอย่างพี่น้อง ไม่ถือยศศักดิ์อย่างพวกผาแดง

เมื่อถึงหน้าจับคู่ พวกผู้ชายจะต่อสู้กับเพื่อแย่งสิทธิ์ในตัวหญิงสาว 3 เดือน หากคู่ไหนคิดจะผูกพันกันถาวร ก็จะกัดกินเลือดกันและกันเพื่อร่วมใช้จิตวิญญาณเดียวกัน  (ติดต่อทางโทรจิตกันได้ และจะตายตามกัน)

ในด้านความเป็นอยู่ พวกเขาอยู่ตามป่าเขาหรือโพรงใต้ดินที่ภายในมีอุปกรณ์ทันสมัยไม่แพ้ใคร   กลุ่มผาแดงอยู่ได้ด้วยการค้าขาย ส่วนกลุ่มป่าต้องห้ามทำฟาร์มและเหมืองเพชร   กลุ่มหลังอาจดูภายนอกป่าเถื่อนแต่ความจริงกลับรวยเงียบเพราะที่ดินอุดมสมบูรณ์และใต้ดินขั้วโลกเป็นแหล่งเพชร

พวกไลแคนจะมีพลังในการฟื้นตัวสูง บาดแผลหายเองได้  เช่น เฟธที่ตาบอดตอนเด็กกลับมาเห็นได้ภายหลัง  มีเพียงกระสุนพิเศษที่ผสมปรอทเท่านั้นที่ฆ่าพวกเขาได้  และตอนนี้ ตระกูลเดอ โบชอมของแคทลีนเป็นผู้ผลิตอาวุธชนิดนี้

แคทลีน ตามกลุ่มนักวิทยาศาสตร์มาเพื่อค้นหาเผ่าพันธุ์ในตำนาน  พวกเขาเชื่อว่ามีอมนุษย์เผ่าพันธุ์อื่นในโลก รวมทั้งมนุษย์หมาป่า ซึ่งพวกเขาอยากถลกหนังมาใช้และเอาดีเอ็นเอมาสร้างกองทัพพันธุ์ใหม่


* * * * หลังอ่าน * * * *

สำนวนเรื่องนี้อ่านแล้วเหมือนอ่านแฟนตาซี YA ฝรั่งไม่มีผิดเลยค่ะ เพียงแต่เปลี่ยนเรทเป็นโรมานซ์
ไปอ่าน http://www.dek-d.com/content/writer/16154/mirininthemoon.htm  แล้วถึงรู้ว่าหลายคนแต่ง และเป็นคนต่างชาติด้วย  

เล่มนี้เป็นเล่มแรก เน้นคู่ของควิลล์และธัญญ่า พร้อมกับแนะนำตัวละครโดดเด่นมากมายที่เห็นแววเลยว่าแยกไปเป็นตัวเอกในแต่ละตอนได้สบาย  

เนื้อเรื่องบางส่วนลงเอยแล้ว บางส่วนยังค้างคาอยู่ เช่น ความรักของแพทกับแคทลีนลงเอยกันด้วยดี (แม้ว่าจะมีแนวโน้มขยายความต่อได้อีก เพราะสายเลือดของแพทค่อนข้างพิเศษ)  ในขณะที่ชะตากรรมของเซ็ท (ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงสุดๆ ในตอนท้าย) ยังไม่เฉลย

ตัวละครมักใช้คำพูดวัยรุ่น ด่าแบบฝรั่ง เล่นมุกฝรั่ง เช่น นางเอกบอกว่าหิว ขอฮ็อทดอกสักอัน   สมาชิกหมาป่าคนอื่นหัวเราะและบอกว่า "ในฝูงเรา เจ้านาย hot ที่สุดแล้ว"
หรือบางทีเดินเรื่องอยู่ดีๆ ก็แทรกเนื้อเพลงมา... ซึ่งจริงๆ ก็เคยเจอในนิยายหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้บางทีก็ให้ความรู้สึกเด็กแนวพิกล

อ้อ และที่แน่ๆ คือมีบทพูดสองแง่สองง่าม และฉาก...นะคะ (หลากหลายใช้ได้เลยด้วย)  แต่เทียบอัตราส่วนแล้วไม่เยอะจนรู้สึกว่าเน้นขายเรื่องแนวนั้น  

ในส่วนของเนื้อเรื่อง เราคิดว่าพล็อตรักเด่นกว่าพล็อตต่อสู้กับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ค่ะ  ตอนแรกเขียนให้ธัญญาได้มีโอกาสหว่านเสน่ห์ใส่หนุ่มทีเดียว 3 คน อะไรจะเสน่ห์แรงปานน้านนน (แอบแว่บนึกถึง twilight เล็กน้อย หึหึ)  ยิ่งมีหลายคู่  เรื่องรักเลยทิ้งความประทับใจให้มากกว่า  (หรือไม่ก็เพราะตอนอ่าน ถ้าเป็นตอนสู้กันจะข้ามๆ ไปมั้ง ฮา)

โดยรวมแล้ว จัดว่าอ่านเพลินดีค่ะ  นั่งอ่านรวดเดียวจบได้สบาย  ใครที่อ่านทไวไล้ท์ได้ก็คงชอบเรื่องนี้ค่ะ  (เรื่องนี้ยังมีเนื้อหาด้านอื่นมากกว่าด้วยซ้ำ)  เราคิดว่าที่อ่านติดหนึบเพราะมันมีตัวละครเพียบ รวมกันกลายเป็นโลกของพวกไลแคนที่น่าติดตามดีค่ะ  ไม่รู้ว่าอีกหน่อยจะมีใครได้ออกมาอยู่ในโลกธรรมดาไหม  ถ้ามีคงสนุกกว่านี้  ตอนนี้ยังเป็นโลกปิดอยู่

(ภาพปกจากเว็บเด็กดี)

จากคุณ : ยาคูลท์


เวรกรรม ลืมใส่ปก -_-''
ปกนี้จะเป็นปกอ่อน คิดว่าพิมพ์แรกนะ  แต่ช่วงหลังเห็นปกแข็ง
ภาคสองออกมาแล้ว เป็นปกแข็งเช่นกัน กำลังคิดอยู่ว่าอ่านดีไหม

คุณมู๋ไร้อมฯ  
ไว้จะเอา Beautiful Creatures มาตอบค่ะ ไว้ว่างเขียนก่อน
ความจริงอ่านจบก่อนเล่มมนตร์จันทรานะ  แต่พอนานเข้าก็เริ่มลืมแฮะ
จำได้แค่ "มันหนาเกือบ 600 หน้าได้ไงฟะ?" 555

ถามคุณแม่ไก่นิดนึงค่ะ
อ่าน Have a Little Faith ของ Mitch Albom อยู่  เอามาตอบข้อเจริญมรณานุสติได้ไหมคะ?

ตามอ่านรีวิวทุกคนอยู่นะคะ  สู้ๆ

จากคุณ : ยาคูลท์


25-2.[ยาคูลท์] โจทย์บุฟเฟ่ต์: อ่านหนังสือ 4 เล่มในหมวดต่อไปนี้
นิยายไทย, นิยายแปล, นิยายภาษาต้นฉบับ, รวมเรื่องสั้น, รวมบทความ/สัมภาษณ์
นิยายภาพ/การ์ตูน (ใช้คำว่า "นิยาย" เพื่อให้เข้าใจ แต่จะเป็นหนังสือวิชาการก็ได้)



รวมเรื่องสั้น ::  นิทานลีโอนาร์โด ดา วินซี 2
รวมบทความ :: ฉันบ้ากาม (คำ ผกา)
นิยายแปล ::  กุหลาบในมือมาร (ลินดา โฮเวิร์ด)
นิยายไทย :: พระจันทร์เปลือย (ช่อลัดา)




รวมเรื่องสั้น ::  นิทานลีโอนาร์โด ดา วินซี 2

หนังสือเล่มนี้เป็นนิทานของลีโอนาร์โด ดา วินซี ที่อ่านง่ายๆค่ะ
คล้ายๆกับนิทานอิสป มีทั้งหมด 37 เรื่อง แต่ละเรื่องมีขนาดสองมากๆ
บ้างเรื่องหนึ่งหน้า บางเรื่องสองหน้า แต่บางเรื่องแค่สิบกว่าบรรทัด..หรือมากกว่านิดหน่อย
แต่สิ่งที่แตกต่างจากนิทานอิสปก็คือ บางเรื่องเราอ่านแล้ว ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่คนแต่งต้องการนำเสนอ
คือมันลุ่นๆ เหมือนเรื่องเล่าธรรมดา(หรือเราอาจเข้าไม่ถึง) แต่บางเรื่องก็โดนใจค่ะ
อย่างเช่นเรื่อง.."แมงมุมกับผึ้ง" เป็นเรื่องราวของผึ้งที่ออกหาอาหาร จนมาติดกับดัก
ซึ่งก็คือรังหรือใยของแมงมุม ผึ้งจึงต่อว่าแมงมุม ว่าเป็นสัตว์ชั่วร้าย ชักใยเพื่อทำร้ายผู้อื่น
และเกิดการต่อสู้กันขึ้น ผึ้งจึงพยายามต่อสู้ โดยการใช้ก้นต่อย แต่แมงมุมว่องไวกว่า..หลบทัน
มันจึงโต้ตอบกลับว่า "เจ้ามีสิทธิ์อันใดจะมาตัดสินข้า เจ้ากล่าวโทษข้าว่าชั่วร้าย แต่เจ้าเอง
เปรียบเสมือนผู้หลอกลวง เพราะเจ้าเองอมน้ำหวานไว้ในปาก ขณะเดียวกัน ก็ซ่อนพิษไว้ที่ก้น"
ชอบนะคะ..รู้สึกอืม..ม มันโดนใจดี ทั้งแมงมุมและผึ้งก็คงเหมือนกับเราๆๆๆ คนทั่วไปนี่เอง
ต่างก็มีชีวิต แต่ทำสิ่งต่างๆ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง ความร้ายของตนคือเรื่องปกติ ธรรมดา
แต่เมื่อตนถูกทำร้ายจากผู้อื่น กลับดูเหมือนว่าความร้ายกาจของผู้อื่น..ช่างใหญ่โตและเลวทราม

ก็ถือว่าเป็นนิทานที่อ่านได้เพลินๆค่ะ ไม่ต้องคิดมาก..แถมได้รู้จักสัตว?ลี้ลับต่างๆด้วย
เช่น..นกฬีนิกน์,นกลูเมอร์ป่า,อสรพิษบาสิลิสก์,ตัวมาคลี..และอื่นๆ อีกมากมาย ที่แปลกประหลาด



รวมบทความ :: ฉัน-บ้า-กาม (คำ ผกา)

ส่วนหนึ่งของคำนำของผู้เขียน...ฉัน-บ้า-กาม รวมเรื่องราวทั้งหมด
ที่เกิดขึ้น ที่เป็นเรื่องจริงของผู้คนที่ฉันรู้จัก และมันได้ให้คำตอบเกี่ยวกับความรัก
ในฐานะ"เรื่องเล่า" มีอำนาจมหาศาลอันเกิดจากการ"อธิบาย" และเมื่อความรักล่องลอย
เหลวไหลได้ถึงอย่างนี้ ฉันจึงไม่ลังเลที่จะตั้งชื่อหนังสือ  ฉัน-บ้า-กาม แทนที่จะเป็น ฉัน-บ้า-ความรัก

เราได้หนังสือเล่มนี้มา..เพราะความอยากรู้จัก"คำ ผกา" แท้ๆเลย จากที่ได้ยินกิตติศัพท์
ความฉาวโฉ่และความเป็นแฟมินิสน์อย่างสุดโต่ง ความใจกล้าและความมั่นเกินใครเทียบเทียม
ซื้อมาแล้ว ลังเลอยู่พอสมควร เพราะชื่อมันน่าสนใอยู่นะ แม้ชื่อจะชวนคิดไปทางต่ำกว่าสะดือ
แต่เรารู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่แน่ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องใต้สะดือแน่ๆ ก็สนใจ อยากรู้ว่ามันจะมีอะไรในนั้นหล่ะ

หลังอ่าน..เกิดความรู้สึกอย่างนี้ค่ะ มันเป็นหนังสือที่อ่านได้เพลินนะ อ่านเอาสนุกน่ะพอได้
แต่"ไม่ควร"แนะนำให้ลูกหลานอ่าน หรือเอาเยี่ยงอย่าง...(บางที เราเองอาจจะเป็นแฟมินิสน์ไม่พอก็ได้)
เราเลยรู้สึกว่ามันแรงนะ ถ้ามันเป็นแค่เรื่องแต่ง เราก็คงอ่านผ่านๆ ชิวๆ เพลินๆดี ไม่คิดมาก
แต่เมื่อผู้แต่งบอกว่า เอามาจากเรื่องจริงของคนที่รู้จักกัน มุมมองของคนอ่านจึงเปลี่ยนเล็กน้อย
แรงที่หนึ่ง..คือแรงด้วยวิธีการเล่า ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา(และบางคำหยาบคายเล็กๆเช่น "เอา")
แรงที่สอง..คือวิธีการใช้ชีวิตของหนุ่มๆสาวๆสมัยนี้ ที่คงมีจริงๆแหล่ะ แต่เราไม่เจอบ่อยๆ เท่านั้นเอง
เช่น ผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมา20-30คนแค่เรื่องชิวๆ,การเที่ยวผับแล้วหิ้วผู้ชายกลับบ้านด้วย(แก้ขัด)เป็นเรื่องปกติ
มีความสัมพันธ์กับคนที่แต่งงานแล้วเป็นเรื่องธรรมดา ก็แค่การสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์
หรือการนอกใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร , ผัวคุณก็ยังเป็นผัวคุณ ฉันไม่ต้องการ แค่ขอนอนด้วยเฉยๆ

จริงๆ ยังมีอีกมากมายที่ไม่ไหวจะยกมาอ้างอิง..เอาเป็นว่า มันค่อนข้างแรงมากทีเดียว
อ่านแล้วเหมือนโดนถากด้วยจอบอ่ะค่ะ โดนที แผลกว้างเชียว มึนๆๆๆ แต่ไม่ถึงกับเจ็บลึกอะไร
บางประโยคก็ขำๆ ฮาๆ ไปกับมุข อารมณ์ขันของผู้เขียน ที่มองโลกได้ทั้งในแง่ร้ายและในแง่ดี
คืออ่านแล้ว รู้สึกว่าผู้เขียนไม่ค่อยมีตรงกลางอ่ะค่ะ เป็นคนที่ค่อนข้างสุดโต่ง..สุดโต่งเกินไปด้วยซ้ำ

ถ้าบางคนชอบก็คงชื่นชม แต่ถ้าบางคนรับไม่ได้กับเรื่องที่เขียนในหนังสือ ก็คงมองว่าเกินงาม
สำหรับเรา..อ่านได้นะคะ ไม่ถึงกับชอบ แต่ไม่ชื่นชมแน่นอน เอาเป็นว่าเป็นหนังสือที่อ่านได้นะ
อ่านเอาเพลิน อ่านเอาสนุก แต่ถ้าจะอ่านเพื่อเอาข้อคิดหรืออะไรที่สร้างสรรค์..เราว่าเล่มนี้ตอบสนองได้"น้อย"ค่ะ

หนังสือเล่มนี้..เปรียบกับชื่อเรื่องก็ได้นะ เหมือนเซ็กส์ไง อ่านเอาเพลิน อ่านแก้คัน..จบแล้วก็จบไป ไม่อ่านรอบสองค่ะ

จากคุณ : nikanda


ลืมปก..เอาใหม่ๆๆ เล่มนี้ด้วย

จากคุณ : nikanda


ต่อๆๆ..อีกสองเล่ม

นิยายแปล ::  กุหลาบในมือมาร (ลินดา โฮเวิร์ด)

เรื่องย่อ...วิคตอเรีย เวเวอร์ลี่เป็นลูกสาวของผู้ดีตกยากเพราะสงครามชาวใต้
และเป็นภรรยาแต่ในนามของชาวไร่ตะวันตกผู้ไร้หัวใจ แต่ไม่ว่าเกียรติยศ
หรือความภาคภูมิก็ไม่สามารถยับยั้งเธอจากความปรารถนาต้องห้ามที่มีต่อเจค โรเปอร์
มือปืนรับจ้าง สายตาที่หรี่แคบเย็นชาดุจน้ำแข็งคู่นั้นซ่อนเร้นอารมณ์อันอ่อนโยนไว้
และเขาสาปแช่งความปรารถนาเร่าร้อนของตัวเองที่มีต่อสุภาพสตรีผู้สง่างดงาม และบริสุทธิ์ผู้นี้

ดินแดนนิวแม็กซิโกที่เจิดจ้าเรียกร้องเขาให้ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินอันเป็นสิทธิ์โดยกำเนิดของเขา
สำหรับงานที่จะแก้ไขอดีตให้ถูกต้องในดินแดนที่ไร้กฎหมาย โคบาลหนุ่มผู้ทรงพลังและสาวสวยผู้ดี
ต่างถูกผูกพันกันด้วยความพิศวาส - และก้าวเข้ามาใกล้กับเปลวไฟแห่งความพินาศ

เล่มนี้เป็นนิยายของลินดา ซึ่งเป็นเล่มแรกๆ ที่เราได้อ่านผลงานของนักเขียนท่านนี้
และคิดว่าเล่มนี้คงไม่ถึงกับดังมาก เพราะไม่ค่อยเห็นใครพูดถึงเท่าไหร่.. แต่ว่าครั้งแรกที่ได้อ่าน
เราน้ำตาลซึมเลย สงสารนางเอกมากๆ ถึงนางเอกจะไม่ใช่คนอ่อนแอก็เถอะ..นางเอกใจแข็งนะ
เป็นผู้หญิงอ่อนโยน ยอมรับความจริงของชีวิต ยอมแต่งงานเพื่อครอบครัว..แต่งงานกับคนรวยที่เลว
แล้วก็ได้มาเจอพระเอก ที่ปลอมตัวเข้ามาทำงานกับสามีนางเอก เพื่อต้องการแก้แค้น..ยึดทุกอย่างของตนคืน
รวมทั้งยึดเอานางเอกไปเป็นตัวเองด้วย..พระเอกเข้มแข็งแต่ก็ใจร้ายด้วย ทำร้ายจิตใจนางเอกน่าดู
คู่รอง ซึ่งเป็นน้องชายของพระเอกกับฐาติของนางเอกก็น่ารักน่าลุ้น..เป็นอีกคู่ที่ลงตัวมากๆๆๆๆ..ดราม่าพอสมควร




นิยายไทย :: พระจันทร์เปลือย (ช่อลัดา)

รายละเอียด..ยาวนานที่เธอเฝ้ารอให้เขาเปลี่ยนแปลง
ยาวนาน...ที่เธอเฝ้ารอ รอ...จนวันนี้ รอจนประจักษ์ว่าสิ่งที่รอนั้นไม่วันได้รับ
เธอจึงตัดสินใจ “ในสังคมเรา หากผู้ชายนอกใจหญิง สังคมมองว่าผู้ชายคนนั้นมีเสน่ห์
มีความสามารถ แต่หากผู้หญิงที่แต่งงานแล้วไปสนิทสนมกับชายอื่น สังคมจะตราหน้าทันทีว่า
ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงไม่ดี” คำพูดที่พรั่งพรูออกจากปากเมธาวี เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่จริง
แต่เขาแปลกใจผู้หญิงที่อดทนสูงอย่างเมธาวี ทำไมถึงลุกขึ้นมาพูดถึงเรื่องเหล่านี้

“เราหย่ากันนะคะ ต่างคนต่างไป เลิกทำร้ายจิตใจฉันเสียที”

ใช่...เขาทำร้ายจิตใจเธอโดยที่เขาไม่เคยหยุดคิด
ผู้หญิงหลายต่อหลายคนที่เข้ามาในชีวิต เขาคิดเพียงว่าเข้ามาแล้วก็ผ่านไป
หากในความเงียบ เฉยเมยของเมธาวี เขาไม่คิดว่าจะมีวันนี้
วันที่เขาต้องสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจ วันที่เขาต้องทุกข์ตรม เพราะเธอไม่ได้จากไปเพียงลำพัง
ผู้เป็นดั่ง ‘ดวงใจของพ่อ’ ก็ถูกพรากไปด้วย โดยสิทธิ์และหน้าที่ เขาไม่อาจยื้อยุดลูกกลับมาได้
ครั้งแรกที่เธอก้าวออกไปจากชีวิต เขาคิดว่าเขาจะปรับเปลี่ยนชีวิตและทำใจให้ยอมรับได้
แต่เมื่อเวลาเนิ่นนาน ทำไมหัวใจยิ่งปวดร้าว และในห้วงนึกคิดจึงปรารถนาเพียงให้ได้เธอคืนมา

ในวันที่เธอเคียงข้าง พระจันทร์บนท้องฟ้าช่างงดงามสว่างไสว
แต่ในที่นั่งมองพระจันทร์เพียงคนเดียว ทำไมพระจันทร์ดูหม่นหมอง ไร้ซึ่งความงดงามเช่นนี้
จะสายไปมั้ย หากเขาจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อให้ได้เมียและลูกคืนมา และที่สำคัญ เธอ...ยังมีเยื่อใย
หรือสลัดเขาทิ้งจากหัวใจโดยสิ้นเชิงอย่างที่เธอพูด ความรักและหัวใจของผู้หญิง เมื่อทุ่มเทให้ใครไป
นั่นคือ หมดทั้งใจ หากเมื่อใดที่ความรักภักดีนั้นไร้ค่า ผู้หญิงมักจะแข็งแกร่งและเด็ดขาดเสมอ
ทางเลือกของผู้หญิงไม่มีมากนัก บางคนเมื่อสูญเสีย สิ้นหวัง...ยอมปลิดชีวิตตัวเองอย่างง่ายดาย
หากมีไม่น้อย...ที่ยอมรับความเจ็บปวดนั้นอย่างหน้าชื่นตาบาน พร้อมจะรับมือกับมัน

พระจันทร์เปลือย บทประพันธ์รักของ ช่อลัดา ที่ตีแผ่ความคิด
สะท้อนความแตกต่างระหว่างชายหญิง ที่จำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตแบบ ‘ภพและเมธาวี’
ในเส้นทางเดินของชีวิตคู่ มีอุปสรรคและปัญหามากมาย การที่คนสองคนจะเดินร่วนกันในเส้นทางนั้น
สิ่งสำคัญต้องมี ‘ความรัก-ความเข้าใจ’ ซึ่งกันและกัน สิงสิ่งนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตคู่
เมื่อใดที่ขาดสองสิ่งนี้ชีวิตคู่ย่อมยากที่จะ ‘ครองคู่’ อย่างมีความสุข

ความทุกข์ตรมของ ‘ภพและเมธาวี’ เป็นสิ่งที่ก้องอยู่ในความรู้สึกของทุกคนที่รักครอบครัว
การเลิกร้างแตกสลาย เป็นสิ่งสุดท้ายที่คิด แต่มักเกิดขึ้นง่าย ๆ ด้วยเหตุผลโง่ ๆ ... ‘ช่างมัน-ไม่เป็นไร’
ความหวังยังมีอยู่ทุก ๆ ที่ ที่ความตั้งใจดีดำรงอยู่ ความรักกลับคืนมาได้ ถ้าความหวังในหัวใจไม่ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง
...แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ยังเป็นคำกล่าวที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่มิใช่หรือ....


จากเรื่องราวที่ค่อนข้างละเอียดข้างต้น คงบอกไปหมดแล้ว ว่าเรื่องราวของเรื่องนี้เป็นอย่างไร
เวลาที่อ่าน เรารู้สึกว่าเรื่องนี้ อ่านแล้วได้อารมณ์เหมือนกับกำลังดูละครเรื่อง"เมียหลวง"และ"ทะเลแปร"
แกนของเรื่องคือพระเอกที่แสนจะเจ้าชู้ ไม่เคยคิดที่จะหยุดหัวใจ แม้ว่าจะแต่งงานแล้ว แต่ก็ยังนอกใจนางเอกอยู่ร่ำไป
ส่วนนางเอกนั้น..นิสัยเหมือนนางเอกเรื่องทะเลแปรมากกว่าเรื่องเมียหลวง คือเมื่อความอดทนสิ้นสุด
เธอก็เลือกที่จะไป มั่นคง เด็ดเดี่ยว และสุดท้าย พระเอกก็คิดได้ แต่เสียดายของเก่าที่ไม่เคยเหลียวแล

ปกติ เวลาที่เราอ่านนิยายซักเรื่อง เราชอบนิยายที่จบลงอย่างมีความสุข..พระเอกได้สมรักกับนางเอก
แต่เรื่องนี้ เราอ่านแล้วค่อนข้างผิดหวัง..ไม่อยากให้นางเอกทิ้งคนรักคนใหม่กับมาหาพระเอกเลย..เจ็บมาตั้งมากมาย
แต่สุดท้าย นิยายก็คือนิยาย ...ตั้งแต่ได้อ่าน หรือเคยดูละครมา เรื่องที่จบได้โดนใจเราที่สุด ก็คือ"ทะเลแปร" ค่ะ
นางเอกเจ๋งดี ไม่ร้าย ไม่วีน ไม่เหวี่ยง..แม้ตอนจบจะรักพระเอกแค่ไหน แต่เธอก็รู้ดีว่า เธอควรจะได้อะไรที่ดีกว่านี้..เจ๋ง..

สรุปว่า..เล่มนี้สนุกค่ะ ก็สนุกเรื่อยๆ เพลินๆ ตามมาตรฐานของช่อลัดา...คือไม่ถึงกับตราตรึงใจ แต่อ่านเพลิน ไม่เสียดายเงินค่ะ

จากคุณ : nikanda




++ยาคูลท์.."มนตร์จันทรา" เล่มนี้เพื่อนยุยงเหลือเกิน..ว่าสนุก
ส่วนตัว เราไม่เคยอ่าน"twilight " แต่ว่าทนเสียงรบเร้าไม่ไหว..เลยไปดูที่เด็กดี
อ่านไปได้สองบท ได้อารมณ์นิยายแปลโรมานซ์ฝรั่งมากๆ   (ตอนแรกคิดว่าคนไทยแต่ง)
ตอนหลังถึงรู้ว่าเอามาแปลอีกที..ก็สนุกดีนะ แต่เรายังอ่านไม่จบเลย..ไม่รู้เขาลบหรือยัง?

จากคุณ : nikanda


ยาคูลย์ : แม่เรไรมีแนวนี้อยู่ 2-3 เล่มมั้ง ยังอ่านไม่ทันค่ะ ช่วงนี้ลูกเริ่มบ่นแล้วว่าแม่เอาแต่อ่านนิยายไม่ค่อยจะทำขนมให้ลูกกิน

nikanda : สวัสดีค่ะ แม่เรไรไม่เคยอ่านเรื่องแปลแนวนี้เลยค่ะ สงสัยต้องลองดูบ้างซะแล้ว

5-5.[PTNCenter] หนังสือที่มีเรื่องราวของคนไทยในต่างแดนจะเป็นประเภทใดก็ได้ไม่จำกัด

ชื่อหนังสือ : บัวแก้ว
ผู้แต่ง : โสภาค สุวรรณ
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา
จำนวน 2 เล่ม
เล่มที่ 1 จำนวน 416 หน้า
เล่มที่ 2 จำนวน 428 หน้า

ตอบโจทย์
บัวแก้วเป็นนวนิยายขนาดยาว 2 เล่มจบ ของนักเขียนนามโสภาคสุวรรณ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวของนักการฑูตหนุ่มที่เล่าผ่านตัวละครที่เป็นคนใช้ ซึ่งได้รับการเลี้ยงดูมาด้วยกันตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนสนิทสนมกันราวกับเป็นผู้น้องคลานตามกันมา โดยเรื่องราวที่เล่าเริ่มตั้งแต่เจ้า สวิง เด็กหนุ่มผู้ยากจนจากอำเภออำนาจเจริญ ได้เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ แล้วจับผลัดจับผลูได้เป็นคนใช้บ้านอดีตนักการฑูต ซึ่งได้สนับสนุนลูกชายได้ศึกษาด้านการฑูต จนได้จบการศึกษาได้เป็นนักการฑูตตามรอยบิดา และประเทศแรกที่ได้เริ่มงานก็ได้เป็นกงสุลประจำประเทศซาอุดีอาระเบีย และคุณเข็มนัการฑูตหนุ่มก็ได้หอบหิ้วคนใช้ที่สนิทสนมกันราวกับเป็นพี่เป็นน้องพร้อมกับเมียข้ามน้ำข้ามทะเลไปด้วย ก่อนไปนายสวิงได้รับคำสั่งเสียจากมารดาของคุณเข็ม ให้ช่วยดูแลและหาลูกสะใภ้กลับมาด้วย
ณ เมืองแห่งทะเลทราย ทั้งหมดต้องผจญกับปัญหาในสภาพอากาศ ในหลายครั้งๆ จนนักการฑูตหนุ่มมีโอกาสได้พบกับสาวไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน ซึ่งนายสวิงและเมียพยามลุ้นให้เจ้านายได้มีโอกาสเป็นคู่รักกัน แต่กามเทพก็ไม่แผลงศร จนนักการฑูตหนุ่มต้องย้ายจากประเทศซาอุดีไปอยู่ประเทศตุรกี พรหมลิขิตก็ดลให้ได้เจอกับสาวงามนาม "พามดา" คนเดิมอีกครั้ง ซึ่งได้ย้ายไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือในไคโร ที่นี่นายสวิงพยายามทุกวิธีที่จะให้นายได้มีโอกาสได้พิชิตใจสาวงาม แต่กามเทพยังไม่แผลงศร เมื่อสาวงามยังยังพิศมัยชีวิตอิสระ และยังชอบที่จะเดินทางท่องเที่ยวตามใจรัก นักการฑูตหนุ่มจึงเก็บงำความเสียใจไว้ และจนเมื่อมีโอกาสได้ย้ายไปอยู่ประเทศที่เจริญแล้วอย่างประเทศอังกฤษ ณ วันที่ไปเข้าเฝ้าพระราชินีแห่งอังกฤษ ทั้งหมดก็ได้พบกันอีกครั้ง และคราวนี้นักการฑูตหนุ่มได้เผยความในใจ และสาวงามคนเก่งก็ได้ตกลงปลงใจที่จะเลิกผจญชีวิตคนเดียว ทั้งสองจึงแต่งงานกันในลอนดอน และเป็นครอบครัวนักการฑูตต่อไป

โปรยปกใน
"บัวแก้ว" เป็นนวนิยายเบาสมองที่มีเกร็ดมาจากชีวิตความเป็นอยู่จริง ตลอดจนประสบการณ์ของชีวิตนักการฑูตไทย บางแง่ บางมุม สอดแทรกอยู่แทบทุกตัวอักษร เนื่องจากผู้เขียนเป็นบุตรของอดีตนักการฑูตที่ได้เห็นความเป็นอยู่และการทำงานของบิดามาเกือบตลอดชีวิต จึงสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรได้อย่างงดงาม และส่วนใหญ่ของนวนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเบาสมอง สามารถอ่านได้โดยไม่ต้องเครียด

ความรู้สึกหลังอ่าน
นานแล้วที่แม่เรไรไม่อ่านนิยายประโลมโลก ช่วงปีใหม่ขณะที่กำลังเครียดกับการอ่าน "สุริยวรมัน" ก็ได้มีโอกาสคุยกับพี่คนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือเช่นกัน เขาจึงขนเรื่องนี้มาให้ บอกว่าอ่านคลายเครียด ดูภาพปกและชื่อเรื่องไม่น่าสนใจ แต่เปิดอ่านเพราะยังไงก็ควรอ่านในเมื่อเขามีน้ำใจเอามาให้ แต่เมื่อเปิดอ่านไปได้ซักพัก แม่เรไรก็ไม่เสียใจที่เปิดหนังสือเล่มนี้อ่าน เพราะอ่านไปด้วยนั่งยิ้มไปด้วย เพราะความขบขันตัวละครเด่นที่เป็นนายสวิง คนใช้ของนักการฑูต แม้เรื่องราวของนิยายเล่มนี้ไม่มีอะไรเด่นมากนัก แต่อ่านแล้วก็เบาสมองและไม่เครียดค่ะ

จากคุณ : แม่เรไร


ขออีกเล่มหนึ่งนะคะ เนื่องในโอกาสวันเด็ก

10-13.[แม่ไก่] เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราเป็นวันเด็กแห่งชาติ มารับฟังเสียงของเด็ก ๆ บ้างดีไหม อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เขียนโดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 (อายุขณะที่เขียน)หรือให้เด็กเป็นตัวละครเอกที่ถ่ายทอดเรื่องราวในหนังสือ เล่มนั้น ๆ (ในกรณีหลังนี้ขอให้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ค่ะ)

ชื่อหนังสือ : บ้านไร่ บึงใส และคนใจดี
ผู้แต่ง : เบ็ตตี้ ไมล์ส
ผู้แปล : อ้อยควั่น
สำนักพิมพ์ : แพรวเยาวชน
จำนวนหน้า 231 หน้า
ราคาปก 100 บาท ราคาซื้อ 25 บาท ซื้อจากงานมิตรห้องสมุด ณ ห้องสมุดป๋วยฯ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต

ตอบโจทย์
เป็นเรื่องของเด็กชายผิวดำวัย 11 ขวบ ชาวนิวยอร์ก ชื่อ แบกซ์เตอร์ เจเรไมฮ์ หรือ บี.เจ ที่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการอากาศบริสุทธิ์ ที่ชาวชนบทของอเมริกาจากเมืองเซาธ์บริดจ์ตัน นิวแฮมป์เชียร์ ได้แจ้งความจำนงขอรับเด็กจากในเมืองให้ไปพักที่บ้านในเวลาไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ เพื่อเรียนรู้ชีวิต ความเป็นอยู่ และอากาศที่บริสุทธิ์ของชนบท
ที่นั่น บี.เจ ต้องมีพี่น้องในครอบครัวเป็นชาวผิวขาว เป็นสองพี่น้องชื่อจิม และลินดา และการใช้ชีวิตในครอบครัวที่ต้องเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารเช่น เป็ด ไก่ ห่าน ปลูกผักกินเอง ทำอาหารหลายชนิดเองไม่ว่าจะเป็นแยมรสผลไม้ต่างๆ ซึ่ง เมื่อมีงานประจำปีของหมู่บ้านเด็กทั้งสามได้ช่วยกันทำแยมผลไม้ส่งประกวดจนได้รับรางวัลด้วย สองพี่สองช่วยกันสอนบทเรียนหลายๆ อย่างให้กับ บี.เจ ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำในบึงซึ่งเด็กในเมืองอย่าง บี.เจ ไม่มีโอกาสได้สัมผัส เมื่อเขาได้พักผ่อนในวันสุดสัปดาห์ และสองพี่น้องเกือบทำให้ บี.เจ ต้องเสียชีวิตเพราะจมน้ำ เพราะเด็กในชนบททุกคนว่ายน้ำได้ จึงไม่คิดว่าเด็กในเมืองอย่าง บี.เจ จะไม่สามารถว่ายน้ำได้ แต่สุดท้ายสองพี่น้องสอนให้ บี.เจ. ว่ายน้ำเป็นจนได้ สองสัปดาห์ของการใช้ชีวิตในชนบทเป็นเวลาที่มีค่าและทำให้ บี.เจ ได้เรียนรู้ถึงความสุขของชีวิตในชนบทที่ชีวิตในห้องแคบตามในเมืองไม่มีโอกาสได้พบเจอ การปรับตัวเข้ากับคนแปลกหน้า

โปรยปกหลัง
ประสบการณ์ที่สวยงามและน่าประทับใจของ บี.เจ เด็กชายวัย 11 ขวบ จากมหานครนิวยอร์ก ผู้ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการอากาศบริสุทธิ์ เขาจะต้องไปอาศัยอยู่กับครอบครัวในชนบทที่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าต้องพบกับอะไรบ้าง ขณะที่ทุกๆ คนในเมืองเล็กๆ แห่งนั้นก็รอยคอยที่จะได้พบกับ บี.เจ. อยู่เหมือนกัน พวกเขาได้รู้จักนิวยอร์กจากโทรทัศน์ และต่างก็ประหลาดใจว่า บี.เจ.มีชีวิตอยู่ได้อย่างไรในเมืองที่มีแต่โจรผู้ร้ายและข่าวฆาตกรรม สำหรับ บี.เจ.เอง ชนบทก็น่าหวั่นกลัวอยู่ไม่น้อย อย่างตอนที่อยู่ๆ ก็มีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา โดยไม่มีสถานีรถไฟใต้ดินให้วิ่งเข้าไปหลบ หรือการต้องลงไปว่ายน้ำทั้งๆ ที่ว่ายไม่เป็นเลย แต่ชีวิตในชนบทก็ให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจสำหรับเด็กชายผู้ไม่เคยออกนอกเมืองใหญ่ เขาไม่เคยรู้ว่าถ้าอยากกินไข่ ต้องวิ่งไปที่เล้าไก่ ถ้าอยากกินแครอท ต้องขุดขึ้นมาจากพื้นดิน หรือถ้าอยากกินแยมราสป์เบอรี่ ก็ต้องออกไปเก็บและกวนเอง ในเมื่อที่ในเมืองนั้น แค่เปิดตู้เย็นก็หยิบออกมาได้เลย
ช่วงเวลาเพียงสองสัปดาห์ในบ้านไร่ บี.เจ. ได้เรียนรู้อะไรมากมาย การใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม การปรับตัวเข้ากับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเมื่อต้องเป็นเด็กชายเพียงคนเดียวในเมืองที่มีแต่คนผิวขาวล้วนๆ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ในเมื่อผู้คนที่นั่นล้วนแต่เป็นมิตร และมีแต่คนใจดีเต็มไปหมด

ความรู้สึกหลังอ่าน
อ่านแล้วรู้สึกอินกับบรรยากาศชนบท เพราะตัวเองก็ผ่านชีวิตจากเด็กชนบท ที่บังเอิญต้องเข้ามาปักหลักในเมือง ชีวิตชนบทไม่ว่าเมืองไหนๆ ก็คงเหมือนกัน ที่สามารถหาของกินต่างๆ ได้จากรอบๆ บ้าน ของเล่นก็สามารถสร้างสรรค์ได้จากสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว ทำให้เกิดความรู้สึกว่าแต่ไปแม่เรไรจะต้องหาโอกาสพาลูกๆ กลับบ้านต่างจังหวัดให้บ่อยขึ้น หรืออาจจะส่งกลับไปอยู่กับญาติๆ ในช่วงปิดเทอมก็ดี

จากคุณ : แม่เรไร


ลืมภาพปกค่ะ

จากคุณ : แม่เรไร


คุณปิยะรักษ์

ตอบโจทย์ 30 คะแนนคุณยาคูลท์ สุดยอดมาก อยากให้มากกว่า 1 กิฟจังแต่กลัวหมดแล้วจะไม่มีให้คนอื่นง่ะ หยอกเย้า



คุณแม่เรไร

ไม่เป็นไรค่า ไม่รู้ย่อมไม่ผิดค่ะ แหะๆ



ทำไมให้กิฟคุณปลายทางของสายรุ้งในคห.ที่ 111 แล้วมันไม่ขึ้นให้ง่ะ งง ขี้แง



คุณ nikanda

เพลงนี้ชื่อเพลง "แม่น้ำนิรันดร์" หรือเปล่าคะ?

แต่เราว่า..เป็นเราเราให้นะ เพราะคิดว่าคนแต่งหนังสือก็ตั้งใจจะเอาเพลงนี้แหละมาแต่งเป็นชื่อหนังสือ
(แล้วแกจะทักทำไม หยอกเย้า
ครือว่า..กลัวว่าจะจำชื่อเพลงกันผิดอะค่า แหะๆ)



มารีวิว 1 โจทย์ ที่จริงต้องรีวิวตั้งแต่พฤหัสบดีที่แล้วค่ะ (เพราะอ่านจบตั้งแต่คืนวันพุธ)
แต่ว่า..งานยุ่งโคตรๆ ง่ะ เลยไม่ได้มารีวิวเลย งืออออออ





15-8.[แม่ไก่ + PTNCenter] วันพ่อ 5 ธันวา อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เน้นบทบาทของคนเป็นพ่อ
หรือบ่งบอกถึงความรักความผูกพันของคนเขียนที่มีต่อพ่อ



กุหลาบสีแดง
ผู้เขียน สิริมา อภิจาริน
สำนักพิมพ์ อรุณ (ในเครืออมรินทร์)
จำนวนหน้า 310 หน้า
ราคา 215 บาท

เรื่องราวของตอง ลูกสาวคนเดียวของพ่อ
แต่มีพี่ชายและน้องชายอีกอย่างละหนึ่งคน (พี่ชายชื่อต้น ส่วนน้องชายชื่อต่อค่ะ)
ครอบครัวที่แม่แยกจากไปตั้งแต่เด็ก
การเติบโตมาโดยการดูแลของพ่อและอาซึ่งพ่อไปฝากฝังไว้
เพื่อให้ลูกสาวคนเดียวของตนเองได้มีระเบียบวินัยและถูกดูแลโดยผู้หญิงที่พ่อเห็นว่าเหมาะสม
พ่อ ผู้ซึ่งแม้วาระสุดท้าย..แทนที่จะท่องสัมมาอาระหัง
กลับเลือกที่จะผงกศีรษะขึ้นมาดูรูปลูกสาวของตนเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นลม



ความรู้สึกที่ได้อ่าน

อ่านจบด้วยอาการน้ำตาไหลพรากๆ เป็นระยะๆ
(ส่วนแม่เราที่หยิบเล่มนี้ไปอ่านก่อน และผูกพันกับคุณพ่อ (ตาของเรา) นั้น
ร้องไห้ไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน กร๊ากกกกกก)

ทั้งที่เราเองไม่ใช่คนที่มีความรู้สึกผูกพันกับพ่อมาก แต่อ่านแล้วยังร้องไห้ขนาดนี้

เพราะงั้น..ท่านใดที่รักและผูกพันกับพ่อมากๆ ไม่ควรอ่านหนังสือเ่ล่มนี้ในที่สาธารณะค่ะ


คนเขียนเล่าเรื่องของครอบครัว ชีวิตของตอง(ซึ่งคิดว่า..น่าจะเป็นเรื่องของตัวคนเขียนเองอยู่เยอะมากๆ หนะแหละนะ)
และการดำเนินไปของชีวิตด้วยสำนวนอันเป็นเอกลักษณ์
ซึ่งทำให้คนอ่าน (ที่ชอบสำนวนแนวนี้) อินไปด้วยได้มากๆ ค่ะ

ขอบอกว่า..ถ้าอ่านแต่ชื่อเรื่อง คงไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องแนวนี้เลยแหละให้ตาย

แต่พออ่านบทเปิดปุ๊บก็อ๋อ..ทันทีว่าทำไมถึงใช้ชื่อหนังสือว่าเช่นนี้ค่ะ



แต่อย่างไรก็ตาม มีเนื้อเรื่องบางอย่างที่ค่อนข้างขัดแย้งกันอยู่ค่ะ

อย่างตอนที่พ่อไม่ไม่ให้บอกเรื่องเจ็บป่วยกับตอง แต่ให้บอกต้นได้
แต่พอต้นมากลับถามหาตองกับต่อ - เราก็เลยงงเล็กๆ

หรืออย่างในนิยายบอกว่าตองได้เจอกับเมียคนที่สองของพ่อครั้งแรกตอนงานศพย่่า
แล้วรู้เรื่องย่าไม่ชอบเมียใหม่ รู้เรื่องย่าไม่ยอมให้เมียใหม่พ่อมาเผา รู้เรื่องเมียใหม่หวงของจากใคร
(ไม่ใช่จากตัวย่าเอง อย่างที่เล่าให้คนอ่านเข้าใจมาก่อนหน้านั้นหรอกหรือ?)

หรืออย่างเรื่องที่พ่อส่งน้องต่อตามพี่ต้นไปต่างประเทศ และไปส่งที่สนามบิน
(แต่ก่อนหน้านั้นบอกว่า ต่อไปอยู่แบบโรบินฮู้ดง่ะ เราเลยงง)

หรือตอนที่ไปบอกว่าตัวเองได้เกียรติยมกับอา
ครั้งแรกบอกว่า อายิ้มกว้างด้วยความดีใจและชมเชย
แต่ต่อมาตอนที่สองที่พูดเรื่องนี้อีกครั้งกลับบรรยายว่า ไปบอกหลังจากตัวเองออกจากบ้านแล้ว
อากลายเป็นคอแข็งและชมแค่นั้น
(มันคนละอารมณ์ทั้งที่เป็นเหตุการณ์เดียวกันง่ะ)

จะมีเหตุการณ์ประมาณนี้อีกอย่างสองอย่างค่ะ แต่ขอยกมาแค่นี้แล้วกันนะคะ


นอกจากนั้นแล้ว ขอสารภาพว่า อ่านเรื่องนี้แล้วได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

ไม่ว่าจะเป็น มะพร้าวขั้วโลกเหนือที่ส.ท.ร. (ซึ่งว่าจะไปหาข้อมูลเพิ่มว่ามันคืออะไร น่ากินเชียว)

การใช้ก้านมะลิเป็นยารักษาตาได้ (แต่ไม่ได้บรรยายวิธีการใช้ง่ะ อยากรู้ว่าทำไง เพราะมีปัญหาเรื่องตาอยู่)

ลำไยตรอกจันทร์ที่อร่อย (เดี๋ยวนี้จะยังหากินได้หรือเปล่าก็ไม่รู้)

ภาพชีวิตสมัยก่อนแถบๆ สีลม สาทร ตรอกจันทร์ รื่นรมย์จนน่าโหยหา
(ทำให้ได้คิดว่า..เอ..ท่าทางนักเขียนคนนี้จะมีอายุมากกว่าที่เราคิดแฮะ)

ทอดกล้วยแขกที่ใช้น้ำมันมะพร้าวทอด แต่ก่อนทอดต้องเอาใบพลูทอดก่อน 1 ใบ เพื่อดับกลิ่น

นักเรียนทุนของไทย ซึ่งก่อนไปเรียนที่ต่างประเทศ
จะได้ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติโดยผู้อำนวยการนำชมเอง - สุดยอด น่าอิจฉาอย่างแรง
หรือตอนพาไปชมวังหลวง ก็พาไปโดยคณบดีคณะโบราณคดีม.ศิลปากรด้วบ
- โอ้โฮเฮะ โคตะระน่าอิจฉาอ้ะ แบบว่า..เฮ้ย..เดี๋ยวนี้ยังทำกันอยู่ปะเนี่ย


ส่วนเรื่องของคำผิดในเล่มนี้จะมีอยู่ แค่สามจุดนะคะ
คือ หน้า 185 ประโยชน์โพดผล - เราจำได้เป็นประโยชน์โภชน์ผลง่ะ
หน้า 207 ..ก็บินไปวอชิงตันดี.ซี.เมืองหลงอันเคร่งขรึม... - เมืองหลวงฮ่ะ
หน้า 279 ญาติคนที่ชื่อชัชรำรำจะพิมพ์บัตรเชิญต่างหากอีก
- ไม่แน่ใจว่ามันใช้ได้ หรือจริงๆ ต้อง ร่ำร่ำกันแน่อะค่ะ




สรุปแล้วสำหรับเล่มนี้ ถ้าใครรักคุณพ่อ ผูกพันกันมากๆ อ่านแล้วคิดว่าน่าจะเสียน้ำตากันค่ะ แหะๆ

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


เรื่องสุดท้ายของวันนี้ค่ะ

10-11.[ส้มแช่อิ่ม] อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่ซื้อมาถูกที่สุด แต่คุ้ม เช่น ลดราคามาเหลือ 50 บาท สนุกมาก ได้ความรู้ ฯลฯ ให้บอกราคาจริง ราคาซื้อ และสถานที่ซื้อมาด้วย

ชื่อเรื่อง : ไฟแค้น
ผู้แปล : กิตติมา อมรทัต
สำนักพิมพ์ : การเวก
จำนวน : 515 หน้า
ราคาปก 28 บาท ราคาซื้อ 10 บาท
ซื้อจากร้านหนังสือตลาดนัดจตุจักร

ตอบโจทย์
"ไฟแค้น" เป็นเรื่องสั้นที่รวมวรรณกรรมของจีนในยุคสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากจักรพรรดิเป็นใหญ่ มาเป็นทหารเป็นใหญ่ในสังคมและการปกครอง มีผู้คนและชาวบ้านตาดำๆ มากมายที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับกระทำของทหาร และทุกข์ทรมานกับภัยธรรมชาติ ทุกข์ทรมานจากภัยสังคม จนกลายเป็นแรงแค้นในตัวเอง แค้นที่จะเอาชนะ และแค้นผู้กระทำ จากหลายเรื่องหลายตอนตัวละครในแต่ละเรื่องมีการกระทำที่แสดงออกถึงการแก้แค้นไม่ว่าจะเป็นแก้แค้นผู้กระทำ แก้แค้นโชคชะตา แม้ไม่ได้คำตอบว่าสิ่งที่กระทำไปสามารถแก้แค้นได้หรือไม่ สุดท้ายอาจจะพบจุดจบ ที่อนาถ แต่ก็ตอบสนองทางด้านอารมณ์ได้พอสมควร

ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นหนังสือที่หนักสมองพอสมควร ถ้าใครไม่ชอบเรื่องเครียดไม่แนะนำให้อ่าน

จากคุณ : แม่เรไร


แหะๆ งานยังท่วมหัว อ่านกระทู้ไม่ละเอียดเลย

ตอบคำถามก่อนนะคะว่า

The Eight ... เท่าที่ทราบ ยังไม่มีแปลไทยค่ะ อยากให้มีคนเอามาแปลจัง สนุกมากค่ะ ((แต่คงแปลยากเหมือนกัน footnote คงตรึม เอิ๊ก))

สำหรับเล่มนี้ ส่วนตัวไอซ์ว่ามันจบในเล่มอยู่แล้วนะคะ ไม่จำเป็นต้องอ่านกับ The Fire ซึ่งเป็นภาคต่อ ใช้ตัวละครเอกตัวเดียวกัน
อ่านจากรีวิวแล้ว The Fire ได้รับฟีดแบ็คไม่ค่อยดีอะค่ะ ^^"

...

ขอถามนิดนะคะ ไม่รู้ว่ามีคนถามไปหรือยัง

30-3.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่มีเค้าโครงเรื่องหรือแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยให้เล่าถึงเหตุการณ์นั้นๆโดยสังเขป และเปรียบเทียบว่าเหมือนในหนังสืออย่างไร อาทิ เหตุการณ์สึนามิ 9/11 กบฎโรมานอฟ หรือคดีฆาตกรรมต่างๆ

อันนี้อ่านเป็น non-fiction ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเลยได้ไหมคะ

สวัสดีทุกคนด้วยนะคะ แว่บก่อนค่า ^^"

จากคุณ : Clear Ice


สวัสดีทุกคนค่ะ
อ่านรีวิวมึนเลย...เยอะมาก ๆ
กุหลาบสีแดงเป็นอีกหนึ่ง"เล่มโปรด"ของแม่ไก่เลยค่ะคุณสาวไกด์ฯ
และด้วยอคติบังตา เลยข้าม ๆ จุดขัดแย้งบางจุดที่คุณสาวไกด์ฯชี้มานั่นไปเสีย แหะ ๆ
แม่ไก่มีครอบครองอยู่สองปก คือของสนพ.ดวงตา (40 บาท) กับของสนพ.ดอกหญ้า(คลับคล้ายคลับคลาว่าซื้อมาราคาร้อยต้น ๆ -หนังสือไม่อยู่กับตัวค่ะตอนนี้) อ่านหลายรอบ ไม่ค่อยเห็นพิมพ์ผิดเท่าไหร่

คุณยาคูลท์คะ หนังสือของมิทช์เล่มนี้ยังไม่เคยอ่านค่ะ แต่นักเขียนคนนี้เขาถนัดเรื่องแนว ๆ ปรัชญาว่าด้วยชีวิตและความตายอยู่แล้วนี่ คาดว่าน่าจะใช้ได้ค่ะ

โห...ไฟแค้น ของคุณแม่เรไรนี่คุ้มสุด ๆ ไปเลยนะคะ 10 บาทกับงานแปลคลาสสิคขนาดนี้

วันนี้ยังไม่มีรีวิวค่ะ กำลังอ่านโจทย์โอตาคุเล่มที่ห้าอยู่ คาดว่าพรุ่งนี้คงมารีวิวได้

ทักทาย & เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะsmile

จากคุณ : แม่ไก่


คุณยาคูลท์
มนตร์จันทรา ตอบโจทย์ข้ออะไรคะ?

คุณสาวไกด์ & คุณnikanda
เพลงนี้ชื่อเพลง "แม่น้ำนิรันดร์" หรือเปล่าคะ?
แห่ะ ๆ ด้วยตัวเราเข้าใจผิด นึกว่าเพลงมันชื่อ แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์ น่ะค่ะ
เลยให้คะแนนไปแล้ว
และตามกฏของ WWR
* เมื่อตอบแล้ว ไม่มีผู้ทักท้วงอะไร จนกระทั่งมีการสรุปคะแนนแล้ว ถือว่าได้ตามนั้น ไม่มีการกลับไปแก้
(คอตก..พลาดไปแล้ว...)

ผลงานของ คุณสิริมา เนี่ย สนใจตั้งแต่ RRR แล้ว แต่ยังกลัวหนังสือจะเครียดมากเกิน แต่มา WWR เนี่ย สนใจอย่างมากเลยค่ะ งานหนังสือคราวนี้ ต้องไปสอดส่องบ้างซะแล้ว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

15-10.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือเกี่ยวกับวันคริสต์มาส หรือมีบรรยากาศวันคริสต์มาสเป็นบรรยากาศหลัก

ตอบโจทย์ ตัวละครดำเนินเรื่องในช่วง คริสต์มาส - ปีใหม่

*** แสงดาวฝั่งทะเล ***
กิ่งฉัตร แต่ง
สำนักพิมพ์อรุณ
483 หน้า ราคา 235 บาท

ปกหลัง : แสงดาวฝั่งทะเล การเดินทางที่แสนจะมหัศจรรย์ในชีวิต ความแค้น ความชิงชัง ความเจ็บปวด และความไม่เข้าใจกัน ที่ถูกเก็บกักมานานปีจากอดีต เปิดฉากเริ่มต้นบนรถไฟสายนี้.. หากเวลากว่าครึ่งเดือนที่ต้องอยู่ด้วยกัน ทำให้ความเกลียดชังคลี่คลาย ความเจ็บช้ำตื้นเขิน และความไม่เข้าใจกันแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าน่าเสียดาย.. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปในทางตรงข้าม จะต้องปิดฉากลงที่ .. แสงดาวฝั่งทะเล .. เช่นกัน

ความรู้สึกหลังอ่าน
ครั้งนี้อ่านเป็นรอบที่เท่าไหร่ ก็จำไม่ได้แล้วค่ะ อ่านค่อยข้างบ่อย (แต่อ่านเล่มอื่น ๆ ของกิ่งฉัตร บ่อยกว่าเล่มนี้ค่ะ) เล่มนี้ไม่ใช่เล่มโปรด แต่ว่าอ่านเมื่อไหร่ก็วางไม่ลง และยังรู้สึกสนุกได้ทุกครั้ง เป็นหนังสือที่พาผู้อ่านท่องเที่ยวเมืองต่างในประเทศอเมริกา รวมถึง แคนนาดา ทำให้เวลาอ่านค่อนข้างเพลิดเพลิน ไปสถานที่ท่องเที่ยวค่ะ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ อิชยา เพื่อนสาวเชิญชวนให้นางเอก มาหาเพื่อที่จะท่องเที่ยวด้วยกันในช่วงคริสต์มาต โดยที่ วนัท สามีของอิชยา ก็ได้ชักชวนเพื่อน ภวัต ให้ขึ้นไปเที่ยวด้วยเหมือนกัน โดยที่ อิชยา-วนัท ก็ไม่ได้รู้มาก่อนว่า ทั้ง วริษา (นางเอก) และ ภวัต (พระเอก) เคยรู้จัก และ มีเรื่องราวโกรธแค้นกันมาก่อน

พระเอก - นางเอก ก็ปะ ฉะ ดะ กันตั้งแต่บนรถไฟ (ที่มีชื่อเรียกว่า แสงดาวฝั่งทะเล) และ ต้องแอบทะเลาะกันเพราะเกรงใจเพื่อน แต่เมื่อภวัต ได้มาใช้ชีวิต เดินทางร่วมกับ วริษา ทำให้เขาสงสัย ถึงเรื่องราวใจอดีต ว่า ผู้หญิงที่เค้าได้ร่วมเดินทางด้วยนั้น ไม่น่าจะทำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตได้ รวมทั้ง เขาก็เริ่มห้ามใจตัวเองไม่ให้หลงรักเธอไม่ได้เช่นกัน เขาจึงต้องเริ่มสืบหาความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต

นางเอกในเรื่องนี้ เป็นคนยอมคนมาก ๆ จนน่าหงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโดนคนอื่นเอาเปรียบอยู่ ก็ยังยอม แต่บทจะสู้คนขึ้นมาก็ ร้ายไม่หยอก ซึ่งยิ่งทำให้หงุดหงิด เพราะแสดงว่าสู้คนได้ แต่ชอบให้คนอื่นเอาเปรียบ
พระเอก ของเราก็ปากจัดมาก ขี้โมโห แถมยัง ขี้หึงสุดฤิทธิ์ อีกด้วย หาเรื่องด่านางเอกได้ตลอด (ก็เหมาะสมกันดีนะ พระ-นาง)
คู่ผู้ช่วย พระ-นาง นี่ออกแนวขำขัน มีความสุขไปวัน ๆ มาก ค่ะ ทำให้เรื่องนี้ มีสีสรร ขึ้นมากทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีตัวประกอบที่คอยมาเอารัดเอาเปรียบนางเอก ก็เขียนได้เห็นแก่ตัวมาก ๆ ค่ะ เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างแดน มักจะต้องมีตัวละครประเภทนี้เสมอ คือเอาแต่ตัวเองโดยไม่สนใจว่า ผู้อื่นจะเป็นเช่นไร (แล้วถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำไมใคร ๆ ถึงอยากไปอยู่เมืองนอกกันนักน้า?)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านได้เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับเป็นเล่มโปรด แต่ก็ยังชอบมากกว่า เรื่องใหม่ ๆ ของผู้แต่งค่ะ ใครที่ติดผลงานคุณกิ่งฉัตร เล่มนี้ก็ไม่ควรพลาด แต่ถ้าไม่เคยอ่านผลงานของคุณกิ่งฉัตรเลยล่ะก็ ... เริ่มจากเล่มอื่นก่อนก็ดีค่ะ :D 555

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


..สาวไกด์ใจซื่อและปลายทางของสายรุ้ง..

ขออภัยค่ะ เราก็ไม่ทราบจริงๆ เพราะไม่รู้จักเพลงนี้มาก่อน
เห็นเพื่อนบางคนแนะนำมาว่าใช้ได้ เราก็เลยไปค้นในเนท..เจอหน้านี้
http://guidekha.ไม่อนุญาตให้โฆษณา/reviews/item/8..(เห็นชื่อเดียวกัน..หนูเลยพลาดไป)
อนุโลมไหมคะ?? พรีส..ส..ส..ส..ส (ทำหน้าสตอสุดฤทธิ์แบบอลิน..อ้อนของครูกุ๊กสุดหล่อ)
ตกลงใช้ได้หรือไม่คะ อ่านกฏแล้วค่ะ แต่ถามอีกทีเพื่อความแน่ใจ แบบว่าเราเข้าใจได้ช้าน่ะค่ะ

ปล.จะขึ้นไปแก้ไขชื่อเพลงค่ะ....เดี๋ยวคนอื่นจะสับสนและจำชื่อเพลงแบบผิดๆๆ


++ปลายทางของสายรุ้ง .."แสงดาวฝั่งทะเล" ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ แต่เราชอบปกมากเลย
นิยายของกิ่งฉัน ปกสวย และมีเอกลักษณ์ดี โดยเฉพาะแต่ละหน้าปก เป็นภาพผู้หญิง..สวยดีค่ะ


++แม่เรไร..อู๊ย..ย..ย..ย "ไฟแค้น" นิยายราคาสิบบาทแต่หน้าร้อยกว่าหน้า..หนาขนาดนี้
ถูกขนาดนี้ยังมีอยู่ในโลกอีกเหนอ ถ้าเจอ จะกวาดให้หมดร้านเลยค่ะ..ถูกเหมือนได้ฟรี
แต่แปลกใจ ทำไมราคาปกติมันก็ถูกอแสนถูก แค่ยี่สิบแปดบาทเอง..มันผลิตตั้งแต่พ.ศ.ไหนคะ


++สาวไกด์.."กุหลาบสีแดง" ปกสดดีจริง สมชื่อเรื่องเลย..เรามีหนังสือของสิริมาอยู่เล่มนึง..ยังไม่ได้อ่านเลย

จากคุณ : nikanda


^
^
กรรมการให้ไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรหรอกค่า

คำตัดสินของกรรมการถือเป็นสิทธิ์ขาดค่า ^^


แค่ทักเพราะชื่อเพลงมันไม่ตรงแค่นั้นอะค่ะ แหะๆ

ขอบคุณที่ไปแก้ไขด้วยนะคะ (ว่าแต่..ลิงค์ที่ให้มาดูไม่ได้ง่ะค่า)


สาวน้อยปะแป้ง

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


คุณปิยะรักษ์ : พนมเทียน ขวัญติดตามแต่เพชรพระอุมาค่ะ แอบเขิน สงสัยต้องแหวกแนวบ้างนะเนี่ย :P

คุณแม่ไก่ : ราโมนา เป็นสาวน้อยในดวงใจขวัญเลยค่ะ รักเธอมาตั้งแต่เด็ก จนโต ^^

คุณแม่เรไร : ไฟแค้น คุ้มค่า คุ้มราคามาก ๆ อ่ะค่ะ

คุณnikanda : ฉันบ้ากาม แอบได้ยินมาว่าแร๊งส์...อยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ลองอ่านสักทีเลยค่ะ

คุณปลายทางของสายรุ้ง : แสงดาวฝั่งทะเล ขวัญแอบเสียดายที่ละครไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่

*********************************************************************************

5-5. [PTNCenter] หนังสือที่มีเรื่องราวของคนไทยในต่างแดนจะเป็นประเภทใดก็ได้ไม่จำกัด

ตอบโจทย์ คนแปลกหน้า...คุ้นเคยใจ (ฌามิวอาห์)
เป็นเรื่องของผิงอัน และ จีรัสย์ ในดินแดน มาเก๊า ค่ะ

ชื่อหนังสือ : คนแปลกหน้า...คุ้นเคยใจ
ผู้แต่ง : ฌามิวอาห์
สำนักพิมพ์ : แจ่มใส พับบลิชชิ่ง
จำนวนหน้า : 432 หน้า
ราคา : 259 บาท

*********************************************************************************

ปกหลัง

เพราะอุบัติเหตุครานั้นได้พรากเอาคนที่เธอรักไป หัวใจที่แตกสลายจึงเกิดเป็นบาดแผลใหญ่ และค่อยๆ ปิดตายลงด้วยรู้ว่าไม่อาจมอบรักนั้นให้แก่ใครได้อีก

ยิ่งต้องเผชิญกับสถานที่เดิม ๆ ที่เคยคุ้น สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เคยสัมผัส ความเจ็บปวดรวดร้าวก็เข้ามาสะกิดแผลใจให้เจ็บแสบ เธอจึงตัดสินใจทิ้งความทรงจำนั้นไว้ แล้วเดินทางไปตั้งหลักใหม่เพื่อให้หัวใจแข็งแรง ณ ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักตัวตนของเธอ

ชีวิตคงเป็นอย่างที่หวัง หากไม่มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิตเสียก่อน และเขาก็ไม่ยอมผ่านเลยไปเช่นที่ควรจะเป็น แปลกจริง ทั้งที่ไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ทำไมนะ... น้ำเสียง บุคลิกท่าทาง และอากัปกิริยาของเขาจึงคุ้นใจเธอนัก... มันช่างคล้ายกับ ‘ใครคนนั้น’ เหลือเกิน

*********************************************************************************

คนแปลกหน้า...คุ้นเคยใจ เรื่องราวของผิงอัน สาวน้อยลูกครึ่งไทย - มาเก๊า ที่ต้องประสบอุบัติเหตุสูญเสียพ่อและแม่ไปพร้อมกันในวันเกิด และอุบัติเหตุครั้งนั้นก็ทำให้คนรักของเธอ “จีรัสย์” ได้รับบาดเจ็บสาหัส ผิงอันถูกกีดกันจากคุณหญิงจินตนา พี่สาวของจีรัสย์ไม่ให้เธอได้เฝ้าและดูแลคนรัก ด้วยอคติและความเกลียดชังในหัวใจที่มีต่อผิงอันของคุณหญิงจินตนาซึ่งกล่าวหาว่าเธอคือตัวโชคร้าย ที่ทำให้น้องชายต้องได้รับบาดเจ็บรุนแรง ทำให้เธอหอบหัวใจอันบอบช้ำไปใช้ชีวิตอยู่ที่ “มาเก๊า” กับยายและน้าสาว โดยหวังจะให้มาเก๊าเป็นเรือนตายของเธอ

จีรัสย์ เพราะอุบัติเหตุในครั้งนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่นาน สุดท้ายด้วยฝีมือของศัลยแพทย์ที่เก่งกาจทำให้จีรัสย์กลับมามีหน้าตาที่เปลี่ยนแปลงไป ชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาพร้อมกับรับรู้ว่า “ผิงอัน” คนรักได้ตายจากไปพร้อมกับครอบครัวของเธอจากคำบอกเล่าของรอบข้าง รวมทั้งหลักฐานที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของคุณหญิงจินตนาพี่สาว จีรัสย์กลายเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจ จนกระทั่ง 3 ปีผ่านไป เขาได้รู้ความจริงว่า “ผิงอัน” ยังไม่ตาย จึงละทิ้งความเป็นทายาทคนสำคัญของตระกูลเพื่อเดินทางตามหาหัวใจตัวเองกลับคืน...

จีรัสย์ เดินทางตามหา ผิงอัน มาจนถึงมาเก๊า เพื่อพบว่าตัวเองกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผิงอันไปเสียแล้ว มีเพียงน้ำเสียงของจีรัสย์เท่านั้นที่ ผิงอันรู้สึกคุ้นเคย ความเจ็บปวดในอดีตที่ผ่านมาทำให้ผิงอันปิดกั้นหัวใจของตัวเองไม่สามารถรักใครได้อีก จีรัสย์จึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผิงอันค่อย ๆ เปิดรับเขาเข้ามาในหัวใจ

*********************************************************************************

เห็นชื่อผู้แต่งแล้วหยิบก่อนเลยตามความชอบส่วนตัว ก็ยังคงเขียนได้ดีตามสไตล์ของฌามิวอาห์นะคะ อ่านตอนแรก ๆ เล่นเอางง ทำไมนางเอกจำพระเอกไม่ได้หละ พออ่านไปเรื่อย ๆ ถึงได้เข้าใจว่าพระเอกต้องทำศัลยกรรมใหม่ทั้งหน้าเพราะเกิดอุบัติเหตุนี่เองเลยกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผิงอันไป ความสนุกของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ เราลุ้นไปกับจีรัสย์นี่แหละว่าผิงอันจะจำได้มั้ย จะยอมเปิดใจมั้ย

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลากหลายอารมณ์มาก ทั้งเศร้า หดหู่ อมยิ้ม กุ๊กกิ๊ก น่ารัก ... บรรยากาศในเรื่องก็ชวนให้ไปสัมผัสวัฒนธรรมที่ผสมผสานตะวันออกและตะวันตกของมาเก๊ามาก ๆ เรื่องนี้มี 2 คู่นะคะ แต่เป็น 2 คู่ที่ชวนลุ้นให้สมหวังเหมือนกันดีแท้ (คนอ่านลุ้นจนปวดตัว 555)

นอกจากความรักของพระเอก - นางเอก ที่ล้นจนสัมผัสได้แล้ว ยังมีความน่ารักของอาผ่อ อาหยี และคาวฝูของนางเอกมาเป็นสีสันอีกด้วย ผู้สอดแทรกมาอย่างน่ารัก ลงตัว ทำให้เห็นและสัมผัสถึงความสัมพันธ์ ความรักของคนในครอบครัวที่มีให้แก่กันเป็นอย่างดีค่ะ

สำหรับขวัญ เรื่องนี้ชอบค่ะ แต่ยังไม่ใช่เล่มที่ขวัญชอบที่สุดของฌามิวอาห์ ยังคงรักเจ้าชายไมเร็ต...จาก ริยาห พายุทราย สายลมรัก อยู่ค่ะ 5555 ถ้าชอบรักซึ้ง ๆ ก็แนะนำค่ะ เรื่องนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสความรักแบบนั้นแน่นอน (^_^)

จากคุณ : P@ween@


15-10.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือเกี่ยวกับวันคริสต์มาส หรือมีบรรยากาศวันคริสต์มาสเป็นบรรยากาศหลัก

หลายรสรวมมิตร [Sugar and Spice]
ผู้แต่ง เฟิร์น ไมเคิลส์, บีเวอร์ลี บาร์ตัน, โจแอนน์ ฟลุค,  เชอร์ลีย์ จัมป์
ผู้แปล วรรธนา  วงษ์ฉัตร, กานต์สิริ  โรจนสุวรรณ
สำนักพิมพ์ เพิร์ล
จำนวนหน้า 483 หน้า ราคา 320 บาท

โปรยปกหลัง :

มันเป็นฤดูกาลที่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้...ไฟปรารถนาที่ลุกโชน...ปาฏิหาริย์ที่ทำให้ทุกหัวใจตกหลุมรัก
หลายรสรวมมิตร ทำให้ทุกวันกลายเป็นวันหยุดสุดโรแมนติก ด้วย 4 เรื่องรักรวมมิตรแสนใจประทับใจ

รายละเอียด : เป็นนิยายขนาดสั้น 4 เรื่องที่ไม่มีตัวละครเกี่ยวข้องกันเลย โดยนักเขียน 4 คน

1. ปาฏิหาริย์วันคริสต์มาส / เฟิร์น ไมเคิลส์ : นักประชาสัมพันธ์สาวจะปวดหัวสักแค่ไหนเมื่อต้องกลับไปแก้ปัญหาขนาดใหญ่เท่าภูเขาให้แม่ และดันไปตกหลุมรักสถาปนิกหนุ่มที่เป็นคู่แข่ง /
บ้านพระเอกเป็นฟาร์มต้นคริสต์มาส ที่กิจการตอนนี้กำลังย่ำแย่ พระเอกเลยต้องมาช่วยพ่อ ส่วนแม่นางเอกเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มัวแต่ช่วยคนอื่นจนไม่สนใจลูกสาวตัวเอง และกำลังเข้าตาจนเมื่อหาต้นคริสต์มาสมาขายเพื่อหาเงินสร้างบ้านพักคนชราไม่ได้ ทั้งพระเอกและนางเอกมีเรื่องไม่เข้าใจกับพ่อและแม่ เมื่อมีโอกาสจึงตั้งใจกลับไปช่วยพ่อและแม่ที่กำลังเผชิญปัญหาเพื่อพิสูจน์ตัวเองและทำให้พ่อแม่รัก

2.ปีศาจแห่งวันคริสต์มาส / บีเวอร์ลี บาร์ตัน : เรื่องราวของหญิงสาวแสนสวยที่ต้องติดอยู่ในกระท่อมบนภูเขาท่ามกลางพายุหิมะกับอดีตทหารหนุ่มผู้รักสันโดษ /
นางเอกหนีออกจากบ้านเพราะไม่ต้องการฉลองคริสต์มาสกับครอบครัว เธอยังทำใจที่สามีเสียชีวิตไม่ได้ แม้มันจะผ่านมาสี่ปีแล้วก็ตาม ส่วนพระเอกหนีออกจากสังคมเพราะยังเจ็บปวดเรื่องภารกิจครั้งสุดท้ายที่พาคนของเขาตายไปครึ่งหนึ่ง เมื่อคนสองคนที่ยังมีอดีตตามหลอกหลอนต้องมาติดอยู่ด้วยกัน สิ่งที่พวกเขารู้สึกเป็นเพียงความใคร่หรือว่ารักแท้กันแน่ !?

3.หลายรสรวมมิตร / โจแอนน์ ฟลุค : เมื่อฮันนา สเวนเซน ไม่ได้รับบทเจ้าของร้านเดอะ คุกกี้ จาร์ เพียงอย่างเดียว แต่เธอยังต้องเป็นกาวใจเพื่อให้คู่รักคู่หนึ่งหันมาคืนดีกัน /
เมื่อครูหนุ่มและครูสาว(ที่แอบปิ๊งกัน)จำต้องมาอยู่ดูแลเด็กๆในช่วงวันหยุดคริสต์มาส แทนที่ความสัมพันธ์จะพัฒนา แต่กลับมีเรื่องผิดใจกันเพราะพวกเด็กนี่สิ ไปพนันกันว่าครูหนุ่มจะขอครูสาวแต่งงานก่อนวันคริสต์มาสหรือไม่ !! กลุ่มที่บอกว่าไม่เลยต้องพยายามสุดฤทธิ์ที่จะขัดขวางความรักของทั้งสอง

4.สาวซ่า...ซานต้าลึกลับ / เชอร์ลีย์ จัมป์ : ความรักระหว่างหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทและพนักงานสาวที่แอบปิ๊งกันในที่ทำงาน โดยมีเกมซานต้าลึกลับเป็นสื่อกลาง ที่เมื่อคุณจับได้ใครก็ต้องคอยดูแลคนนั้นเป็นเวลาสิบสองวันโดยไม่ให้เขารู้ตัว

ความรู้สึกหลังอ่าน : ไม่ไหวแล้วค่ะ ขอกรี๊ด น่ารักมากกกก แนะนำสุดๆ สนุกทุกเรื่องเลย อ่านแล้วรู้สึกดีแบบว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในวันคริสต์มาส ทั้งทำให้พ่อลูกคืนดีกัน คนที่เจ็บปวดกับอดีตสามารถหลุดออกมาได้ และที่สำคัญเป็นโอกาสที่ทำให้รักสมหวัง โดยเฉพาะเรื่องสุดท้ายน่ารักมาก เรื่องที่สามตัวละครจากชุดนักสืบขนม เรื่องนี้ก็มีสูตรขนมมาอีกเพียบ อ่านแล้วทำให้หิวขนม น้ำลายสอกันเลยทีเดียว

จากคุณ : หมูย้อมสี


มีคำถามค่ะ... ถ้าเอา
มุกเลือมลาย / เอลิซาเบธ โลเวลล์ / แพรวสำนักพิมพ์ / 450 หน้า กะ...
กรุ่นไอรักกลิ่นกาแฟ / วาเลอรี แฟรงเคิล / บริส / 229 หน้า
มาตอบโจทย์

10-7.[January Friend] อ่านหนังสือเฉพาะแนว โดยเลือกจาก ดนตรี ศิลปะ กีฬา วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี อาหาร บทกวี โดยเลือกสองเล่ม คนละแนว

ได้ไหมคะ...
มุกเลื่อมลาย มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเอามุกมาทดลองให้ได้สี-รูปทรงอย่างที่ต้องการ
กรุ่นไอรักกลิ่นกาแฟ เป็นเรื่องเกี่ยวกะกาแฟและร้านกาแฟ

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


คุณไอ้มู๋ฯ
หนังสือทั้งสองเรื่อง ใข้ได้ค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++

5-8.[หมูย้อมสี] อ่านหนังสือที่ตัวเอกเป็นนักกีฬาหรือมีอาชีพเกี่ยวข้องกับกีฬา เช่น ชุด ไมรอน โบลิทาร์

ตอบโจทย์ พระ-นาง เป็นนักกีฬา ไอซ์แตนซ์ (ส่วนหนึ่งของ ฟิกเกอร์สเก็ต)

*** มองไปไม่ไกลเกินฝัน ***
(เมื่อหิมะละลาย)
Makimura Satoru แต่ง  
สำนักพิมพ์ Candy Group

เรื่องย่อ

มัตสิกิ เค ผู้ที่ได้รับสมยานามว่า ราชันบนพื้นน้ำแข็ง และ นักเต้นแห่งยุค เป็นนักกีฬาดาวรุ่งพุ่งแรง แต่เกิดอุบัติเหตุ จนไม่สามารเล่นเสก็ตได้อีก แต่วันหนึ่งกลับผันตัวเองมาเป็นนักกีฬาไอซ์แดนซ์แทน

จูลี่ หญิงสาว มองโลกในแง่ดี ที่มีพรสวรรค์ แต่ไม่เคยรู้ตัวเอง มีโอกาสได้มาจับคู่กับนักกีฬาในดวงใจ นอกจากต้องคอยซ้อมแล้ว ยังต้องคอยรับอารมณ์ของคู่ของเธออีกด้วย

ไคโด หนุ่มลึกลับที่เข้ามามีส่วนพัวพัน กันจูลี่ และ เค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแก้แค้น..

หลังจาก เค ได้รับบาดเจ็บ เค้าก็มาเข้าชมรม ไอซ์เสก็ต เดียวกันกับ จูลี่ แต่การพบกันครั้งแรก ก็คือการปะทะ คารม จูลี่ถูกเค ดูถูกฝีมือ ทำให้ จูลี่เกิดอคติกับ เค ทั้งๆที่ เคยยกย่องให้เค เป็นนักสเก็ตในดวงใจ ส่วนเค เมื่อเข้าชมรม ก็บังคับให้ จูลี่มาเป็นคู่เต้น และ เอาแต่ใจบังคับขู่เข็ญ ให้ฝึกซ้อม และคิดแต่เรื่องที่จะชนะทั้งสิ้น แต่ต่อมา เธอกลับเป็นคนที่เข้าใจ เคมากที่สุด ทั้งสอง พยายามฝึกซ้อม ฝ่าฟันเพื่อเป็นที่ 1 ของ ญี่ปุ่น เพื่อเข้าชิงแชมป์โลกให้จงได้


ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นการ์ตูนในดวงใจค่ะ ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งก็วางไม่ลง ต้องเริ่มตั้งแต่หน้า 1 จนหน้าสุดท้ายทกที.. ลายเส้นวาดได้อย่างสวยงามมาก ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่า ที่เล่นlเก็ต หรือแม้แต่สีหน้า ท่าทางที่แสดงอารมณ์... และเนื้อหา ที่อัดแน่นไปด้วย ความรู้เรื่อง ไอซ์แดนซ์ ท่าเต้นต่าง ๆ การแข่งขัน รวมถึง บทละครต่าง ๆ ที่พระนางได้เลือกมาใช้ในการแข่งขันด้วย.. สนุกมาก ๆ ค่ะ

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


^
^
^
^
เล่มนี้เรายังไม่เคยอ่านเลยค่ะ.ไม่รู้จัก
แต่ว่าอ่านเรื่องย่อ ดูลายเส้นแล้ว เราชอบนะ
ชอบการ์ตูนแนวนี้มากๆๆๆ  น่ารักดีค่ะ..ลายเส้นสวยด้วย
เดือนนี้เราอ่านการ์ตูนเรื่องยาวจบไปตั้งสองชุด..
แต่เลือกโจทย์ก่อนค่ะ ว่าจะมีข้อลงไหม

จากคุณ : nikanda


เรียนคุณแม่ไก่ค่ะ ++  ดูจิตปีแรก++
เนื้อหาเต็มๆ แล้ว  97  หน้า ค่ะ
แต่ถ้ารวม ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติธรรม อีก 6 หน้าค่ะ
ถ้าไม่เข้าเกณฑ์  ก็ไม่เป็นไรค่ะ ภูมิใจที่อ่านจนจบกับหนังสือแนวนี้ค่ะ หุ หุ หุ

จากคุณ : โมกสีเงิน


หลายคนถามถึงไฟแค้นที่ซื้อมา 10 บาท แล้วคุ้มค่าจริงๆ ก็ต้องตอบว่าคุ้มค่ะ คุ้มมาก แต่หนังสือค่อนเข้าจะเก่าและกรอบพอสมควร ทุกครั้งที่ไปเดินตลาดนัดจตุจักรก็จะเดินดูหนังสือเก่าๆ ไปด้วย บางครั้งซื้อมาหลายเล่มมาก สำหรับไฟแค้นลืมใส่ปีที่พิมพ์ แต่วันนี้ไม่ได้ติดตัวเล่มมาด้วยจำไม่ได้ว่าพิมพ์ปีไหน แต่กระดาษมันกรอบมากๆ อ่านแบบต้องระวังไปด้วยค่ะ

10-14.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่ผู้ดำเนินเรื่องหรือตัวเอกเป็นผู้ร้าย เช่น หรือว่าผมฆ่า? (Darkly Dreaming Dexter) หรือ เหี้ยมไม่เงียบ (The Silence of the Lambs) เป็นต้น


ชื่อเรื่อง : โหด (Red Dradon)
ผู้แต่ง : Thomas Harris
ผู้แปล : วรปัญจา
สำนักพิมพ์ : บรรณสิทธิ์การพิมพ์
จำนวนหน้า : 629 หน้า
ราคาปก : 80 บาท ราคาซื้อ 35 บาท
ซื้อที่ตลาดนัดจตุจักร

ตอบโจทย์
สองครอบครัวในแอตแลนต้าและเบอร์มิงแฮมถูกสังหารโหดโดยฆาตกรโรคจิตฉายา"ไอ้มังกร"ผู้นิยมการกัดฝังรอย วิล เกรแฮม อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอผู้มีประสบการณ์ในการจับกุมฆาตกรโรคจิตรายสำคัญคือ ดอกเตอร์ฮันนิบาล เล็คเตอร์ จำเป็นต้องแสดงฝีมืออีกครั้ง แต่ฆาตกรในครั้งนี้ได้สำแดงความอำมหิตและการฆ่าต่อเนื่องที่ทำให้เกรแฮมคิดถึงคดีดังที่ปิดไปแล้ว คือ คดีของฮันนิบาล แลคเตอ และทำให้เกรแฮมตัดสินใจขอคำปรึกษาจากดอกเตอร์เล็คเตอร์เกี่ยวกับคดีนี้ เขาจะรู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนั้น ..นำอันตรายอย่างใหญ่หลวงมาสู่ตัวเขาเอง ฆาตกรอัจฉริยะ ดอกเตอร์ฮันนิบาล เล็คเตอร์ ฝากพิษสงร้ายกาจไว้แล้วใน "โหด"ก่อนที่จะมาเชือดเฉือนคมไหวพริบกับเอฟบีไอสาว คลาริซ สตาร์ลิ่งที่เคยทำให้คุณสะพรึงกลัวมาแล้ว


โปรยปก
นิยายสืบสวนตื่นเต้นเร้าใจที่ใช้เป็นแบบได้ในการสืบสวนอาชญากรรม ฆาตกรผู้มีปมทางจิตขมวดยุ่งเหยิง เลือกจัดการเฉพาะครอบครัวที่เป็นสุข ในความคิดของมันการฆ่าเป็นการปลดปล่อย แต่ในความคิดของเอฟบีไอ การฆ่าก็คือการฆ่า

จากคุณ : แม่เรไร


-

จากคุณ : Il Maze


สวัสดีตอนบ่ายค่ะ
ข้อเพลงของน้องแจงพี่ว่าผ่านได้นะคะ...เพลงชื่อแม่น้ำนิรันดร์ แต่คำร้องขึ้นต้นด้วย...แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์ เลยทำให้คนสับสนชื่อเพลงเนาะ

ยังไม่มีเวลาเขียนรีวิวนิยายชีวิต+รักโจทย์โอตาคุเลยค่ะ
วันนี้ขอส่งโจทย์เล็กๆ สองโจทย์ก่อนละกัน

10-7.[January Friend] อ่านหนังสือเฉพาะแนว โดยเลือกจาก ดนตรี ศิลปะ กีฬา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อาหาร บทกวี โดยเลือกสองเล่ม คนละแนว (กีฬาในที่นี้ จะเป็นกีฬาที่เล่นกันจริง ๆ หรือกีฬาที่สมมุติขึ้นมา เช่น ควิดดิช บลิทซ์บอล ก็ได้ ส่วนหนังสือเกี่ยวกับอาหารต้องไม่ใช่ตำราทำอาหาร)
อ่าน....
เล่มแรก(แวดวงศิลปะ) "คลุกวงใน"
ผู้เขียน ศุ บุญเลี้ยง
สนพ.ไปยาลน้อย (๒๕๔๑)
๑๕๐ หน้า


โปรยปก...
คลุกคลีเส้นสี ตีสนิทศิลปะ แซมวาทะศิลปิน

เป็นหนังสือรวมบทความว่าด้วยศิลปะและศิลปินที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารหลายเล่ม เช่น Jackie-O, เทรนดี้แมน เป็นต้น
ผู้เขียนได้เกริ่นไว้ในหน้า"ความนำ"ว่า...
"ที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้ เริ่มที่เพื่อน เพราะวันดีคืนดีมีเพื่อนขึ้นรั้งตำแหน่งบรรณาธิการนิตยสาร...
เขาใจกล้าชวนข้าพเจ้าให้เขียนคอลัมน์เกี่ยวเนื่องกับศิลปะ เหตุผลเงินทองไม่ต้องถามไถ่ เขากล้าชวน ข้าพเจ้าก็กล้าเขียน...
มันท้าทายดีนี่นา...ข้าพเจ้าโชคดีตรงที่ยังไม่รู้มากในเรื่องศิลปะ จิตรกรรม
เมื่อกระโดดเข้ามาทำ ก็ได้กำไรแห่งชีวิตทันทีทันควัน..."

***

ในเล่มจะประกอบด้วยบทความที่ผู้เขียนได้เข้าไปคลุกคลีใกล้ชิดกับศิลปิน แล้วเก็บเกี่ยวสิ่งที่เขาได้พบเห็นและเรียนรู้มาถ่ายทอดด้วยถ้อยภาษาและสำบัดสำนวนที่ทันสมัย...ชวนอ่าน

เช่น...บทแรกใช้ชื่อบทว่า...ยียียำยำ ทำสวนบนกระดาษ - - บทนี้เขาได้เข้าไปสัมผัสโรงบ่มศิลปะของอาจารย์เทพศิริ สุขโสภา..."นานนักหนาแล้วที่เราเคยกลัวอาจารย์สอนศิลปะตีมือเพราะเราทำสีเลอะ เราวาดแล้วไม่เหมือนมะม่วงที่อาจารย์มาวางหน้าชั้น แต่นาทีนี้ โลกศิลปะที่เราเห็นเบื้องหน้าดูเป็นอิสระ สีและกระดาษดูเป็นกันเอง ไม่น่าเกรงกลัว และอาจารย์ตัวใหญ่ ก็เหมือนนกใจดีที่คาบสีโฉบไปมาวาดโลกทั้งโลกให้สวยกว่าที่เรารู้สึก..."

จากนั้นเขาก็พาเราไปร่วมกิจกรรม "วาดสีน้ำด้วยวิธีธรรมชาติ" ของ "เป้ สีน้ำ" - - ชมนิทรรศการที่ลานบ้านของศักดิ์ศิริ มีสมสืบ - - หลีกหนีการจราจรอันจลาจลในเมืองหลวงไปสูดลมหายใจของ "ภูเขาและทะเล" กับวินัย ปราบริปู ผู้ได้รับการยอมรับว่าถนัดจัดเจนกับการสร้างลวดลายผุกร่อนของเปลือกหอยและรอยเม็ดทราย...

ฯลฯ

เป็นหนังสือสาระเบา ๆ อ่านเพลินอีกเล่มหนึ่งค่ะ

***********

เล่มที่ ๒.(บทกวี) "ก็พอใจอยากจะรักให้นักหนา"
โดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
สนพ.แพรว (มี.ค. ๒๕๔๑)
๑๒๐ หน้า

รวมบทกวีรางวัลครูเผย โดยกวีซีไรท์ ปี ๒๕๓๕(มือนั้นสีขาว)


จากอารมณ์โหยหาและเสียดายบทอาขยานที่คนรุ่นก่อนเคยร้องเคยเรียนกันมา...
เช่นนิทานร้อยบรรทัด บทที่ขึ้นต้นว่า

"เจ้านกน้อยน่ารัก ร้องทักว่า
ไปไหนมาหนูเล็กเด็กชายหญิง
ทั้งรูปร่างหน้าตาน่ารักจริง
ข้ายิ่งดูก็ยิ่งจำเริญตา
สองพี่น้องเห็นวิหคนกพูดได้
ก็พอใจอยากจะรักให้นักหนา
ต่างนึกชอบขิงกันตอบสกุณา
ทั้งสองข้าไปโรงเรียนเพียรประจำ "

ศักดิ์สิริ มีสมสืบจึงแต่งนิทานสองร้อยบรรทัดขึ้นมาเพื่อ"ล้อ" บทกวีเดิมที่ผู้คนแทบจะลืมเลือนไปหมดสิ้น...
แฝงแววประชดประชันเสียดสีไว้ในเนื้อหาอย่างเต็มที่
ให้ชื่อเรื่อง "ปล่อยนก"  เรื่องราวมีอยู่ว่า...มีเด็กชายหญิงสองพี่น้องคูหนึ่ง ชื่อ"นกน้อย" กับ"หน็อยแน่"อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเขาโทน
วันหนึ่งได้พบกับนักปักษีวิทยาคนหนึ่งฃื่อพี่ไพร ที่เข้ามาส่องนกในเขตป่าใกล้หมู่บ้าน เขาได้พาสองพี่น้องเที่ยวท่องไปดูนกกับเขา ให้ความรู้เกี่ยวกับนกชนิดต่าง ๆ จนเด็กน้อยทั้งสองรู้สึกรักและผูกพัน...เมื่อพี่ชายใจดีคนนั้นกลับบ้านไป ในอีกหนึ่งปีต่อมา บิดาของเด็กทั้งสองซึ่งเป็นกำนันก็บอกกับเด็ก ๆ ว่า...ขณะนี้ทางการได้มีโครงการส่งเสริมการศึกษา โดยให้พัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อทำรายได้ให้จังหวัด จึงมีแนวคิดสร้างกรงนกที่ใหญ่ที่สุดในโลก จับนกทุกชนิดให้มาอยู่รวมกันในกรงนกนั้น เด็ก ๆ ทั้งสองใจหายวาบ...

"เป็น"หมู่บ้านรักนก"ตลกแท้........เจ้าหน็อยแน่หวามฤดีตีอกผาง
โถนกไพรต่อนี้ไปจะไร้ร้าง...........เมื่อฟ้ากว้างถูกย่อลงเท่ากรงนี้"

สองพี่น้องจึงวางแผนจะ "ปล่อยนก" ในวันเปิดกรงนกที่ใหญ่ที่สุดในโลก...

******
นอกจากนิทานเรื่องนี้ก็ยังมีบทกวีบทอื่น ๆ ที่บอกเล่าความเป็นไปในสังคมที่ความเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรม....

ส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านบทกวี...โดยเฉพาะบทกวีที่เป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้
แต่ในเล่มนี้ มีหลายบทที่อ่านแล้วอึ้ง...บางบทอ่านแล้วอมยิ้ม บางบทอ่านแล้วหดหู่(เช่นบท "พ่อเลี้ยง")

แต่สรุปโดยรวมก็ชอบนั่นแหละค่ะ

จากคุณ : แม่ไก่


อีกโจทย์ค่ะ

10-10.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือ 2 เล่ม 2 ประเภท จาก 2 สำนักพิมพ์ เช่น เล่มแรกเป็นนิยายของอมรินทร์ เล่มสองเป็นเรื่องสั้นของ a book เป็นต้น

เล่มแรก รวมบทความ
"หมายเหตุวัฒนธรรมร่วมสมัย"
ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์
แพรว สำนักพิมพ์ (ครั้งที่ ๒ มิ.ย. ๒๕๓๘)
๑๗๖ หน้า


เป็นรวมบทความที่นำเสนอมุมมองและทัศนะต่อสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปรไปตามยุคสมัย
ซึ่งถึงแม้ผู้เขียนจะเขียนบทความเหล่านี้ตั้งแต่ประมาณเกือบ ๆ ยี่สิบปีก่อน แต่หลากหลายเรื่องราวเมื่ออ่านแล้วต้องพยักหน้าหงึกหงัก
คำว่า"วัฒนธรรม"ในทัศนะของผู้เขียนมิได้หมายถึงเพียงอะไรที่เป็นสิ่งสวย ๆ งาม ๆ ของเก่าคลาสสิคอย่างที่เราอาจจะเข้าใจกันเช่นนั้น
หากวัฒนธรรมในความหมายของผู้เขียนบทความเล่มนี้มีความหมายกว้างมาก
ด้วยมันหมายถึงระบบความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม มนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ
อะไรที่สะท้อนความสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวนี้ ก็ล้วนถือว่าเป็นวัฒนธรรมทั้งสิ้น

ในเล่มนี้จึงมีบทความที่เลนอมุมมองที่อาจจะฉีกแนวออกไปต่อสิ่งต่าง ๆ อย่างเช่นเรื่องของคอมพิวเตอร์ใช้น้อยไปหรือใช้มากไป..
เรื่องคาราโอเกะกับวัฒนธรรมการแสดงออกของคนไทย เรื่องของประเพณีสงกรานต์... เรื่องการหย่าร้าง
ตลอดจนเรื่องของการอวยพรในวันขึ้นปีใหม่ที่ถ้อยคำอวยพรนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ฯลฯ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านผู้เขียนก็ได้สรุปข้อคิดเห็นหรือทัศนะต่าง ๆ ของท่านในทำนองออกตัวว่าอาจจะตื้นเขินหรือผิดพลาดได้...

"... ท่านควรอ่าน อย่างที่จะทำให้ท่านคิดอะไรเป็นของท่านเอง
มากกว่าอ่านเพื่อแสวงหาคำตอบอันแน่ชัดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ
เพียงแต่ท่านสำนึกว่า...
สิ่งที่ท่านประสบอยู่นั้น มีความซับซ้อนกว่าที่ท่านได้เคยเข้าใจ
เพียงเท่านี้...ผมก็รู้สึกว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีเลิศแล้ว"

*********

เล่มที่ 2.รวมเรื่องสั้น -
"ฉันดื่มดวงอาทิตย์"
ผู้เขียน : บินหลา สันกาลาคีรี
สนพ.มติชน (พ.ศ. ๒๕๔๓)
๑๑๑ หน้า


รวมเรื่องสั้น-สั้น ๑๐ เรื่อง ของนักเขียนสำนวนพิถีพิถัน
ซึ่งโปรยปกบอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็น...หลักกิโลเมตรแรกบนถนนนักเขียน ของบินหลา สันกาลาคีรี

ขอพูดถึงแต่ละเรื่องพอสังเขปก็แล้วกันค่ะ

- พราย - - เรื่องเล่าแนวเหนือธรรมชาติ อิงศาสนาว่าด้วยกิเลสของมนุษย์ ที่ถ้าหากไม่ควบคุมมันให้ดี ปล่อยให้มันเติบใหญ่...เราจะถูกมันควบคุม

-นิทานรอบกองไฟ - - เรื่องสั้นเชิงสัญลักษณ์ บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวแมลงเม่าที่เฝ้าเคี่ยวเข็ญให้ลูก ๆ เตรียมพร้อมที่จะบินเข้ากองไฟ...อันเป็นประหนึ่งเบ้าหลอมที่จะบีบอัดให้แมลงเม่าเป็นไปตามรูปแบบที่ถูกกำหนดไว้ - -เรื่องนี้เสียดสีเรื่องของการศึกษา

-คืนนี้...ยายร้องไห้ให้หมา - - เจ้าหมาบ้านยายต้องถูกจำกัดอิสรภาพด้วยตะกร้อหนังสาน เพราะมีกลุ่มนักศึกษามาช่วยพัฒนาหมู่บ้าน ยายเกรงใจว่าหมาของยายจะส่งเสียงหอนเห่าให้พวกเขารำคาญ นอนไม่หลับ - - ในตอนกลางคืนที่พวกเขาร้องรำทำเพลง เอะอะเอ็ดตะโร แต่หมาของยายได้แต่ครางงื้ดง้าดอย่าน่าสงสาร....

-เพรียกหา - -เรื่องราวของหญิงสาวขี้เหงากับชายหนุ่มผู้รักอิสระ - -

- เฒ่าทะเล - -เรื่องเล่าของตาเฒ่าขี้เมาผู้คร่ำหวอดอยู่กับทะเล หากินไปวัน ๆ กับการรับจ้างระเบิดปลาและขายปะการัง...ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่า...มันเป็นสมบัติแห่งท้องทะเล

- ฝันสีเทา - -เรื่องเล่าสะท้อนสังคมยุคใหม่ที่ร้างไร้ผู้คนบนถนนมิตรภาพ ...คนแปลกหน้าที่บังเอิญสบตาก็มีอาการหวาดระแวงซึ่งกันและกัน...

-แม้ว่าต้องไกลกันนิรันดร - - ขอสารภาพว่าไม่รู้เรื่องเลยว่าคนเขียนเขาเสียดสีอะไร ...ผู้เล่าเกิดอาการไส้ติ่งอักเสบเฉัยบพลันแล้วต้องผ่าตัด...ดูเหมือนว่ามีการทุ่มเถียงกันระหว่างเขากับเจ้าไส้ติ่งที่เขาไม่เข้าใจว่าพระเจ้าสร้างมาทำไม...???

- ฉันดื่มดวงอาทิตย์ - เรื่องเล่าของมนุษย์เงินเดือน ที่มุ่งมั่นอยู่กับการงาน จนลืมเลือนเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต จนกระทั่งถูกดวงอาทิตย์ทักทาย - - เรื่องนี้ชอบนะ สั้น ๆ แต่เข้าใจง่าย

- ทัณฑ์ - - เมื่อเขาต้องลงทัณฑ์เจ้าบิลลี่ หมาของลูกชายที่ไปกัดลูกเจี๊ยบจนตายไปกว่าสามสิบตัว...จิตใต้สำนึกหลอนเขาจนฝันร้ายและนอนไปหลับ เขาจึงหวนนึกถึงเพื่อนคนงานขุดพลอยที่ถูกนายจ้างยิงจนตายเพราะขโมยพลอยเพื่อน...ท่ามกลางความกังขาของใคร ๆ ว่า...ผู้ลงทัณฑ์มีสิทธิ์มากน้อยแค่ไหนกับการปลิดชีวิต ๆ หนึ่ง...?

- แค(ร์) - -เรื่องเล่าง่าย ๆ ถึงผลกระทบของสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกันเลย หากก็เกี่ยวข้องกันอย่างมีเหตุมีผล...เรื่องนี้น่ารัก อ่านแล้วนึกถึงนิทานยายกับตาปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า...

สรุปว่า...อ่านแล้วชอบค่ะ ผู้เขียนเขาละเอียดลออในการใช้ถ้อยคำสำนวนมาก ๆ

จากคุณ : แม่ไก่


มาปักหมุดรายงานตัวเป็นผู้ดูแลค่า ^ ^

จากคุณ : ปิยะรักษ์


15-11.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 2 เล่มที่คำสุดท้ายเล่มหนึ่งคล้องจองกับคำแรกของอีกเล่ม
เช่น ฤดูกาลของหัวใจกับไฟพิศวาส


อ่านสองเล่มนี้นะคะ

ร้านชำของคนอยากตาย และ ชายชราผู้อ่านนิยายรัก



ร้านชำของคนอยากตาย (Suicide shop)
ผู้เขียน ฌอง เติลเล่
ผู้แปล องอาจ กันใจศักดิ์
สำนักพิมพ์ ฟรีฟอร์ม
จำนวนหน้า 190 หน้า
ราคาปก 198 บาท


เนื้อเรื่อง

ร้านชำของคนในตระกูลตูวาซ ที่มีอุปกรณ์ที่ทำให้ท่านตายได้อย่างสมประสงค์
ตระกูลผู้ซึ่งเห็นโลกเป็นโลกอันสมควรที่จะไม่มีชีวิตอยู่ และเห็นด้วยกับการฆ่าตัวตาย
จวบจนกระทั่งลูกชายคนเล็กนาม "อลัน" กำเนิดขึ้นมา
แค่รอยยิ้มในขณะยังเป็นทารก อันเป็นสิ่งผิดปกติ (เนื่องจากคนตระกูลนี้ไม่เคยยิ้ม!)
ก็ทำให้มารดาของอลัน - ลูแควซ เห็นเค้าเงาของความยุ่งยากแล้ว
หากแต่เมื่อเด็กน้อยยิ่งเติบโตขึ้น ความประหลาดไปจากคนอื่นๆ ก็ยิ่งฉายชัด
และ..ทำให้แต่ละคนเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ



ความรู้สึกที่ได้อ่าน

ฮาแบบหึๆ ขำๆ กับการเสียดสี เย้ยหยัน แสบสันต์ตลอดทั้งเล่มเลยแหละค่ะ

ทั้งการคิดสร้างสรรค์วิธีตายให้กับลูกค้า
วิธีมองโลกในแง่ร้ายและความเลวร้ายของโลกในขณะนั้น
อ่านไปก็ "หึๆ" ไป

ความหม่นหมองของครอบครัวนี้ก็อย่างเช่น
แม่เลือกที่จะเล่าเรือ่งคลีโอพัตราฆ่าตัวตายให้ลูกสาวฟังก่อนนอนแทนนิทาน ฮ่าฮ่าฮ่า
การอวยพรก่อนนอนว่า "นอนหลับฝันร้ายเถอะนะ"
ลูกชายคนโตที่มีหัวคิดสร้างสรรค์เรื่องการฆ่าตัวตาย
เช่น การสร้างสวนสนุกที่มีรางรถไฟเหาะที่สร้างไม่เสร็จ หรือชิงช้าสวรรค์ที่พื้นจะเปิดออกเมื่อถึงจุดสูงสุด - -"

แต่ด้วย "อลัน" เด็กน้อยที่เปรียบเสมือนเพชรอันสุกสกาวที่ตกลงไปในโลกที่มืดมิด
และค่อยๆ ฉายแสงอันสุกสกาวนั้นเจิดจรัสขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ
สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับครอบครัว ให้กับสังคมเล็กๆ ในเมืองนั้น

หากแต่..ตอนจบ..เราอึ้งเลยง่ะ โหดไปปะเนี่ย ขี้แง
(แบบว่า..เฮ้ย..เอางี้เหรอ ไม่ใช่ทุกคนที่เพิ่งฟื้นกลับมาดี เจอเรื่องสูญเสียแบบนี้แล้วจะทำใจได้นะ)


ถ้าใครชอบแนวขำเสียดสีก็น่าจะชอบเรื่องนี้นะคะ


ในส่วนของคำผิดจะมีอยู่นิดหน่อยค่ะ ได้แก่
หน้า 57 สำหรับคนที่หนูจูบ (ตั้งแต่ "รับ..." มันหล่นมาอีกบรรทัดอะค่ะ)
หน้า 132 บันใด - ต้องบันไดค่ะ ไม้มลาย







ชายชราผู้อ่านนิยายรัก
ผู้เขียน หลุยส์ เซปุลเบดา
ผุ้แปล สถาพร ทิพยศักดิ์
สำนักพิมพ์ ผีเสื้อสเปน
จำนวนหน้า 183 หน้า
ราคาปก 264.50 บาท


เนื้อเรื่อง

เรื่องเล่าของชายชราผู้อาศัยอยู่ในเมืองเอล อิดิลิโอ ที่ห่างไกลความเจริญ
ยังคงมีป่า และสิงสาราสัตว์อยู่ไม่น้อย
ชายชรานาม อันโตนิโอ โฆเซ่ โบลิบาร์ ผู้ซึ่งอพยพมาอยู่ที่นี่กับภรรยาผู้เป็นหมัน ด้วยความหวังใหม่
ผู้ซึ่งตายจากเขาไปเมื่อย้ายมาอยู่ที่นี่เพียงไม่นาน
เขาได้เพื่อนเป็นชนเผ่าซูอาร์ และมีเพื่อนรักนามนูชินโญ
หากแต่ด้วยความผิดพลาดบางประการ ทำให้เขาต้องแบกรับชะตากรรมอันเศร้าสลดของเพื่อนผู้เสียชีวิต
และทำให้เขาต้องแยกจากเพื่อนชาวซูเลร์ตลอดกาล

เหตุการณ์ของแยงกี้งี่เง่า ที่ทำให้เสือตัวเมียบาดเจ็บ ดุร้ายและเริ่มออกล่ามนุษย์
ทำให้ชายชราต้องตกกระไดพลอยโจนเป็นหนึ่งในผู้ล่า
และท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ได้เรียนรู้และค้นพบอะไรบางอย่างที่หลงลืมไปนาน



ความรู้สึกที่ได้อ่าน

สั้นๆ แต่เข้มข้น แรกๆ ดูเหมือนจะมีอารมณ์อันขันๆ ขื่นๆ
ต่อด้วยการลุ้นระทึกจนชวนให้คิดถึงเฒ่าผจญทะเลหรือเพชรพระอุมา
และเมื่อจบลง มันมีอะไรบางอย่างที่ยังคงอบอวลและกรุ่นกระจายอยู่ในสมองอารมณ์และความรู้สึกค่ะ

ไม่รู้จะบรรยายยังไงแฮะ แต่เป็นเรื่องที่อ่านแล้วสนุกนะคะ
(แม้จะค่อนข้างไม่คุ้นกับชื่อของตัวละครแต่ละตัวนัก
อารมณ์ประมาณตอนอ่านเรื่องแปลญี่ปุ่นเล่มแรกๆ เลยอะค่ะ แหะๆ)

แต่สนุกแล้ว ถ้าคิดตามในอะไรหลายๆ อย่างแล้ว ก็เรียกได้ว่า..มีอะไรน่าขบคิดอยู่เหมือนกันค่ะ



สรุปแล้วเป็นหนังสือสองเล่มที่อ่านสนุกและได้ข้อคิดไปคนละแบบค่ะ

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


ปักหมุดเอาไว้ ...ตอนนี้อ่านหนังสือจบไป 2 เล่ม สำหรับ 2 โจทย์
แต่ทั้ง 2 โจทย์ที่อ่านไป ...ก็ยังเคลมคะแนนไม่ได้เพราะต้องอ่านในจบชุด ตามที่โจทย์กำหนดก่อน
สรุปว่า ..ถ้าจะให้ได้คะแนนจาก 2 ข้อนี้ ต้องอ่านอีก 5 เล่ม ...หมดเดือนจะอ่านจบรึป่าวก็ไม่รู้นะ

ค่อยๆ อ่านต่อไป

คุณโมกหายหาไปนาน..กลับมาทีเดียวหลายเล่มเลยนะคะ ^^

เรื่องบัวแก้ว ..เราเคยอ่านตอนเรียนมัธยม ทำเอาอยากเป็นนักการฑูตไปพักใหญ่ๆ เลยล่ะ ..
เนื้อเรื่องสนุกสนานและได้เรียนรู้ชีวิตนักการฑูตไปด้วย ...ชอบเหมือนกันค่ะ

การ์ตูนลายเส้นของ Makimura Satoru เคยอ่านเรื่องอื่นล่ะ ...เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่าน เรื่องที่เคยอ่าน ก็สนุกทุกเรื่องเหมือนกันนะ
แต่ว่า ..แม้จะชอบนักเขียนคนนี้ แต่เรายังไม่มีหนังสือการ์ตูนไว้ใน collection สะสมเลย

คุณแม่ไก่ ..มีราโมนาฉบับเ่ก่ากว่าของเราอีกนะ ..เพิ่งรู้ว่ามีคนอื่นแปลเรื่องนี้ด้วย

กุหลาบแดง ของคุณสิริมา ..อ่านรีวิวแล้วเศร้าๆ นะ ..ของทบทวนก่อนว่า จะซื้อมาไว้อ่านดีมั๊ย
ถึงจะชอบนักเขียนมากๆ แต่ถ้าแนวรัดทดนักก็ไม่อยากเก็บค่ะ

ขอให้เพื่อนขยันอ่านกันไปนะ ..เราตามเก็บรีวิวละกัน ..
ส่วนเรื่องเก็บคะแนน..ไล่หลังคุณส้มแช่อิ่มเหมือนฤดูกาลที่แล้วเลยล่ะ ^^
แข่งกัน 2 คนละกันนะ  คุณส้ม

จากคุณ : นัทธ์


แว่บมาอ่านรีวิว และแวะมาปักหมุดค่ะ

คุณแม่ไก่
ขอบคุณค่ะ ตกลงถ้าอ่าน Have a Little Faith จบแล้วจะมาตอบละกัน
(มัดมือชกว่าใช้ได้เสียเลย อิอิ)
เล่มของครูเผยน่าสนใจจังเลยค่ะ

คุณหนิง
"มนตร์จันทรา" ลงข้อโอตาคุก่อนละกันค่ะ  เดี๋ยวไว้ถ้าเปลี่ยนค่อยบอกอีกที
(มีแววเปลี่ยนสูง เพราะตอนนี้อ่านอะไรก็เบื่อไปหมด)

เพิ่งรู้เนี่ยว่า Red Dragon เคยมีแปลแบบไม่มีลิขสิทธิ์ด้วย
เอ หลงหูหลงตาเราไปได้ไงเนี่ย?

ทุกคนสู้ๆ ค่ะ

จากคุณ : ยาคูลท์


คุณโมกสีเงิน
ผู้ดูแลประชุมกันแล้วค่ะ ว่า **ดูจิตปีแรก** ให้ผ่านค่ะ
เพราะรวมเนื้อหาส่วนอื่น ๆ แล้วก็เกิน 100 น่ะค่ะ
แล้วจะลงคะแนนให้ค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

15-8.[แม่ ไก่ + PTNCenter] วันพ่อ 5 ธันวา อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เน้นบทบาทของคนเป็นพ่อ หรือบ่งบอกถึงความรักความผูกพันของคนเขียนที่มีต่อพ่อ

*** ลูก(ผู้)ชายหัวใจคุณพ่อ ***
Man and Boy
Tony Parsons แต่ง / ภัสรี สิงหเดช แปล
สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์
352 หน้า ราคา 225 บาท

ลูก(ผู้)ชายหัวใจคุณพ่อ/Man and Boy - ชนะเลิศหนังสือดีเด่นประจำปี 2000 ของ British Book Awards (ในเวปลงปี 2001) The British Book Awards are given annually and promoted by the UK publishing industry trade journal Publishing News. They are also known as the Nibbies because of the golden nib-shaped trophy given to winners
ข้อมูลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/British_Book_Awards

ปกหลัง:
"หนึ่งในหนังสือที่น่าอ่านที่สุดของปีนี้..เรียกเสียงหัวเราะเคล้าน้ำตา" Express

"โทนี่เขียนหนังสือออกจากหัวใจได้แหลมคม สนุกน่าอ่านตัวละครสมจริงเหือนกระโดดจากหนังสือมาอยู่ตรงหน้า บทสนทนาก็ยอดเยี่ยม" Daily Mail

"ประทับใจ ตลก และทำให้หวนคิดถึงความหลัง .. หนังสือนี้ทำให้เรามองย้อนไปถึงวันเก่า ๆ อันรื่นรมย์โดยไม่สิ้นหวังกับอนาคต กล่าวโดยรวมนี่คือหนังสือที่น่า

ประทับใจ เหมือนกับเป็นจดหมายรักจากพ่อถึงลูก และจากลูกถึงพ่อ" Mail on Sunday

"อีกครั้งที่โทนี่ พูดตรงจุดและเข้าถึงแก่นได้อย่างน่าทึ่งด้วยวิญญาณนักหนังสือพิมพ์และคำพูดที่แหลมคม เขายังเป็นหนึ่งในนักเขียนหนุ่มจำนวนน้อยที่หาคำตอบโดยไม่ใช้ตัวเองเป็นหลัก" GQ

"ดึงดูดใจเต็มเปี่ยม" People

ความรู้สึกหลังอ่าน
เนื้อเรื่องเริ่มต้นด้วย ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเข้าสู่วัย 30(แฮร์รี่) และพร่ำบ่นชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งงานตั้งแต่อายุ 25 ภรรยา ที่เป็นแม่บ้านและ ลูกชาย อายุ 4 ขวบ(แพ็ต) การงานทีน่าเบื่อหน่าย .. แล้ววันหนึ่งก็ไปมีสัมพันธ์กับสาวอื่น แล้วภรรยาจับได้ จึงขอเลิกกับจากนั้น ครอบครัวสุขสันต์(ที่เขาเคยเบื่อ) ก็พังลง..

ความสนุกของเรื่องเริ่มจากที่ ภรรยาไปทำงานที่ญี่ปุ่น ต้องการจะเอาลูกชายไปด้วย แต่ แฮร์รี่ห้ามไว้ และบอกให้ไปเตรียมที่เตรียมทางให้เรียบร้อยก่อน ส่วนเขาจะอยู่ดูแลลูกอยู่ทางนี้เอง ขณะเดียวกัน แฮร์รี่ ก็ตกงาน (หมดสัญญา) กระทันหัน จึงมีเวลาเลี้ยงลูกเอง ..แล้วเรื่องระหว่าง พ่อ-ลูก-พ่อ ก็เริ่มขึ้นค่ะ เนื่องจาก ครอบครัว(พ่อและแม่)ของ แฮร์รี่ ต้องคอยมาช่วยดูแลหลานชายด้วย การดำเนินเรื่องจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ พ่อ - แฮร์รี่ และ แฮร์รี - ลูกชาย ... แฮร์รี่เรียนรู้ที่จะเป็นพ่อที่ดีผ่านพ่อของเขา.. รวมทั้ง เขาก็กลายเป็นลูกที่ดีขึ้นด้วย .. ส่วนที่ประทับใจมาก ๆ ก็เป็นส่วนของ ปู่ - หลานชายค่ะ ซาบซึ้งน้ำตาซึมเลยทีเดียว ..

ในช่วงบทแรก ๆ น่าเบื่อมากค่ะ หลับคาหนังสือเลยทีเดียว จนกระทั่ง โดนเมียทิ้งแล้ว ถึงได้น่าสนใจขึ้น แล้วพอท้าย ๆ เล่ม ก็จะเป็นส่วนเรียกน้ำตา .. เรียกได้ว่า เล่มเดียวครบรส เลยค่ะ

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


แวะมาปักหมุดครับ
ไม่ได้เข้ามาหลายวัน ตามอ่านทีหลังตาลายเลย
ยังคงไม่มีรีวิวเหมือนเคยครับ
เพราะว่าอ่านไปเรื่อยเปื่อยเลยเอามาตอบโจทย์ไม่ได้


-พี่แจง ถือว่าโชคดีไปครับสำหรับข้อนั้นก็กรรมการให้คะแนนไปแล้วอ่ะ อิอิ
โดนมากกับบทสรุปปิดท้ายที่พี่เขียนไว้กับหนังสือ "ฉัน-บ้า-กาม" ที่เปรียบกับเซ็กซ์ มันช่างโดนดีจริง ฮ่าๆ

-นายพลุ รีบรีวิวเก็บคะแนนใหญ่ สงสัยกลัวคนอื่นตามทันใช่ป่าว?

-พี่ปิยะรักษ์ ชอบมากกับแนวคิดเรื่องโอตาคุที่เอาเชอร์ล็อก โฮมส์มาตอบโจทย์ใหม่
อ่านรีวิวพี่แล้วก็ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้ที่โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์แสดงขึ้นมาตงึดๆเลยครับ

จากคุณ : ปีศาจความฝัน


20-6.[Il Maze+ปลายทางของสายรุ้ง+ปิยะรักษ์] อ่านหนังสือ 2 เล่ม จากรายการหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน หนังสือดี 100 เล่มที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่านและหนังสือดีวิทยาศาสตร์ 88 เล่ม รายชื่อหนังสือดูได้จากเวปนี้ http://www.eppo.go.th/tank/100-bestbook.html  

*** มัทนะพาธา  ***
ตำนานแห่งดอกกุหลาบ
พระราชนิพนธ์ละครพูดคำฉันท์ ใน สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ
(พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว)
สำนักพิมพ์ องค์การค้าของ สกสค.
159 หน้า ราคา 78 บาท

หนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่ตั้งใจซื้อมาอ่าน เนื่องจาก ซีซั่นที่แล้ว อ่านเรื่องนางในวรรณคดี แล้วชอบ เรื่องย่อเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ เลยไปหาซื้อมาอ่าน

เรื่องย่อ (ขออนุญาต ก็อปมาจาก RRR)
ตำนานเกี่ยวกับดอกกุหลาบ .. นางมัทนาเป็นเทพธิดาอยู่บนสวรรค์ ความงามไปต้องตา เทพบุตรผู้ยิ่งใหญ่เข้า แต่นางกลับไม่ยอมรับรัก เลยโกรธสาปส่งให้ไปเกิดที่โลกมนุษย์ โดยให้เลือกว่าจะเป็นอะไร นางมัทนาเลือกที่จะเป็นกุหลาบแดง หนามคม กลิ่นหอม ซึ่ง ดอกไม้ชนิดนี้มีแต่ที่สวรรค์เท่านั้น ยังไม่มีที่โลกมนุษย์ เมื่อนางไปเกิดเป็นกุหลาบ เทพสุเทษณ์ ยังสาบว่าเมื่อถึงวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง ให้นางเป็นมนุษย์ 1 วัน และ เมื่อนางหลังรักใคร นางจะคงรูปเป็นมนุษย์ตลอดไป แต่นาง จะต้องพบกับความทุกข์เพราะความรัก จนกว่านางจะยอมอ้อนวอน พระองค์จะถอนคำสาป แล้วให้กลับสวรรค์ .. แม้จะรู้คำสาป แต่นางก็ห้ามความรักที่เกิดขึ้นไม่ได้ ก็ต้องผจญทุกข์จนทนไม่ไหว จึงอ้อนวอนให้เทพสุเทษณ์ พากลับสวรรค์ เมือพากลับแล้ว เทพ ก็ยังจะเอาเป็นสนมอีก นางก็ยังไม่ยอม เทพจึงโกรธและสาบให้เป็นกุหลาบถาวร ..

ความรู้สึกหลังอ่าน
ชอบตั้งแต่พระราชนิพนธ์คำนำเลยทีเดียว
พระองค์ท่านได้เล่าถึงการหาข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้ที่ นางมัทนาจะต้องถูกสาป ว่าจะเป็นดอกไม้ประเภทใดดี แล้ว หลาย ๆ คนก็เห็นพ้องกันว่าควรจะเป็นกุหลาบ และเนื่องจาก เนื้อเรื่องมีฉากหลังเป็นอินเดีย ก็พยายามหาชื่อ อินเดียที่จะแปลว่ากุหลาบ และหาได้คำว่า "กุพชกา" แต่ถ้าใช้ชื่อนี้ก็จะกลายเป็นนางค่อมไป (อันนี้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่) จึงเปลี่ยนไปหาคำอื่นๆที่พอจะตั้งเป็นชื่อผู้หญิงได้ จึงได้คำว่า "มัทนา" จากศัพท์ "มทน" ซึ่งแปลว่า ความลุ่มหลงหรือความรัก, และเผอิญไปพบกับคำว่า "มทนพาธา" ซึ่ง โมเนียร์ วิลเลียมส์ แปลไว้ว่า "the pain or disquietude of love" (ความเจ็บหรือเดือดร้อนแห่งความรัก) คำนี้เลยกลายมาเป็นชื่อเรื่องค่ะ ..
ประทับใจตั้งแต่ชื่อเรื่องเลยค่ะ :D

ในส่วนเนื้อหา ในหนังสือจะคงการสะกดแบบเก่า ซึ่งบางคำก็ไม่เหมือนกับปัจจุบันแต่เดาได้ .. เนื่องจากเป็นบทละคร จึงมีการบรรยายประกอบฉากแทรกมาด้วย ส่วนบทสนทนา บางครั้งก็เป็นการพูดตอบโต้ แต่ส่วนมากจะเป็นบทคำฉันท์ค่ะ ต้องยอมรับว่าอ่านยาก แต่พอจะเข้าใจค่ะ .. และภูมิใจที่ได้อ่าน(จนจบ) ค่ะ :D

หญิงชายยามเริ่มรู้ระสะณฤดิรัก
  ใช้กุหลาบจัก ระเริงใจ,
อันดวงมาลีกุพุชะกะสิผิวะให้
  พึงจะรู้ได้ ว่ารักแท้,
แลยามดมดอกกุพุชุกะนะก็จะแก้
  เดือดณดวงแด และสุขพลัน,
ขอมาลีศรีกุพุชะกะสิริสุคันธ์
  จงประดิษฐ์พรรณ นิรันดร!
กุสุมิตลดาเวลลิตาฉันท์ ๑๘


*** ใบไม้ที่หายไป ***
จิระนันท์ พิตรปรีชา
แพรวสำนักพิมพ์
119 หน้า ราคา 115 บาท

ปกหลัง : "อารมณ์ ของจิระนันท์ในขณะเดียวกันเป็นทั้งประดุจไฟไหม้ป่า และเป็นทั้งลมพายุพัดโหมแรงรื่นเย็น ไฟแห่งความเร่าร้อนประสมกับลมแห่งความเยือกเย็นสุขุมแต่ไม่หยุดนิ่ง นี่เป็นลักษณะพิเศษ ของกาพย์กลอนของจิระนันท์ที่เราพบ

"ในด้านเท็ฆคิค, จิระนันท์ไม่เคยเป็นพวกอนุรักษ์นิยม เขาเขียนกลอนเมื่อนึกจะเขียน และก็เขียนตามที่เขาเห็นว่าควรจะเขียนอย่างไร ไม่เห็นมีที่ไหนที่เกาะแน่นอยู่กับ "กรอบ" อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างแต่ก็มิใช่ว่าจิระนันท์ไม่มี "กรอบ" หากเป็น "กรอบ" ของเขาเอง นั่นคือ..ไม่มีกรอบที่ตายรัว" นายผี (2522)

ความรู้สึกหลังอ่าน
ใบไม้ที่หายไป เป็นกวีนิพนธ์แห่งชีวิต ของคุณจิระนันท์ พิตรปรีชาค่ะ เวลาอ่านเหมือนกับได้อ่าน บันทึกเรื่องราวการเติบโต และสิ่งที่ต่าง ๆ ที่เธอได้เผชิญมา ..บทกวีที่รวบรวมอยู่ในเล่ม เริ่มเมื่อเธออายุได้ 15 ปี ถึง 30 ปี เห็นการพัฒนาการแต่งและการเลือกใช้คำ .. ไพเราะมาก ๆ ค่ะ

เมื่อพูดถึง กวีของจิรนันท์ หลาย ๆ จะนึกถึง
ดอกไม้ .. ดอกไม้จะบาน

แต่ที่ประทับใจเราที่สุดในเล่มนี้ คือบท "เศษธุลี" ค่ะ

ระยิบน้ำระยับพยับแดด
ใบไม้แสดลอยเรื่อยมาเหนื่อยอ่อน
เห็นยางเลือดละลายสายเซาะซอน
และนั่นท่อนศพท่องล่องรางธาร!
ใบไม้มีรอยพรุนกระสุนศึก
ในน้ำลึกมีร่องโลหิตฉาน
เสียงลึกลับขับฟ้องร้องพยาน
และเนิ่นนานนับแต่นั้น..ฉันสุดทน
..
ฉัน คือกรวดเม็ดร้าว
แหลกแล้วด้วยความเศร้า หมองหม่น
ปรารถนาเป็นธุลีทุรน
ดีกว่าทนกลั้นใจอยู่ใต้น้ำ
มกราคม 2524

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


สวัสดีค่ะทุกท่าน แวะมาปักหมุดค่ะ

จากคุณ : โมกสีเงิน


แม่เรไรมีหนังสือเก่าๆ ที่ "แม่ไก่" รีวิวด้วยนะ ว่างๆ จะรื้อมาอ่านหน่อยแล้ว หนังสือพวกนี้เก็บเข้ากรุไปหมดแล้ว


10-11.[ส้มแช่อิ่ม] อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่ซื้อมาถูกที่สุด แต่คุ้ม เช่น ลดราคามาเหลือ 50 บาท สนุกมาก ได้ความรู้ ฯลฯ ให้บอกราคาจริง ราคาซื้อ และสถานที่ซื้อมาด้วย

ชื่อเรื่อง : เหยื่อฆาตกรรม (Poirot Loses a Client)
ผู้แต่ง : Agatha Christie
ผู้แปล : ก.อัศเวศน์
สำนักพิมพ์ เจ.แอนด์ เค.
จำนวน 388 หน้า ราคาปก 52 บาท
ซื้อมาในราคา 10 บาท ในงานมิตรห้องสมุด ณ หอสมุดป๋วย อึ้งภากรณ์ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต


ตอบโจทย์
เป็นเรื่องราวการคลายปริศนาฆาตกรรมของเฮอรูคูล ปัวโร นักสืบนามกระฉ่อน ที่มีหลายเล่มหลายตอน และตอนนี้ก็เป็นเรื่องราวที่มิสอารันเนเดลล์ ที่ตายลงโดยที่ผุ้คนไม่แปลกใจ เพราะเธอสุขภาพไม่ดีมานาน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนแปลกใจคือพินัยกรรมของเธอที่ยกทรัพย์สินทั้งหมดให้กับคนรับใช้ที่ชื่อ มิสวิลเฮลมินา ลอร์สัน ซึ่งทำให้หลายคนเริ่มพุ่งประเด็นการฆาตกรรม จนทำให้นักสืบปัวโร ต้องเริ่มทำงาน และเมื่อการสืบสวนจบลงคนที่เป็นผู้ทำกระทำฆาตกรรม กลับเป็นลูกหลานของผู้ตาย และสุดท้ายก็ต้องฆ่าตัวตายตามไปด้วย

ความรู้สึกหลังอ่าน
แม่เรไรซื้อหนังสือลดราคามาหลายเล่มพอสมควร ส่วนใหญ่ถ้าเห็นเป็นหนังสือแนวๆ นี้ก็จะซื้อเก็บหมด แล้วท่อยทะยอยอ่านไปเรื่อยๆ เล่มนี้ก็เป็นเรื่องแนวสืบสวน ที่หักมุมตอนท้าย ช่วงอ่านก็ชวนให้ติดตามว่าจะออกมาในแนวไหน วางไม่ลงจริงๆ ค่ะ

จากคุณ : แม่เรไร


ลืมภาพประกอบ

จากคุณ : แม่เรไร


แวะมาตอบโจทย์กับข้อนี้ครับ


20-1.[อั๊งอังอา] ฮัจญี : ช่วงปลายปี 2552 ถึงเดือนมกราคม 2553 เป็นช่วงที่พี่น้องชาวมุสลิมเดินทางไปร่วมพิธีฮัจย์
ซึ่งช่วงนี้มีวันสำคัญสองวัน คือ วันสิ้นสุดพิธีฮัจย์ และ วันอีดุลอัฎฮา (วันออกฮัจญี หรือ อีดใหญ่ ซึ่งเป็นวันฮารีรายอ ครั้งที่ 2)
อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม หรือมีตัวละครหลักเป็นมุสลิม หรือเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีอิสลาม



ตอบโจทย์ด้วยเป็นหนังสือนิยายภาพที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงชาวอิหร่านครับ



เย็บ ถาก ปาก ร้าย
Broderies
ผู้เขียน มาร์จอเน่ ซาทราพิ
ผู้แปล ณัฐพัดชา
สำนักพิมพ์ กำมะหยี่
ราคา 155 บาท
จำนวน 135 หน้า


“มาร์จอเน่ ซาทราพิ เจ้าของผลงานการ์ตูนเลื่องชื่อ ‘แพร์โพลิส’
ถ่ายทอดเรื่องราวความหลังของคนคุ้นเคยที่มาคลายความอัดอั้นตันใจ
ต่อความสัมพันธ์กับผู้ชายในชีวิตทั้งเรื่องเร้นลับ ขำทะลึ่ง จนถึงสลดเศร้า
จากบทสนทนายามบ่ายของสาวต่างวัยชาวอิหร่านผู้ล้อมวงจิบน้ำชา ‘พูดคุย’ กัน
อันเป็นความสุขแสนหฤหรรษ์ดั่งที่คุณยายของเธอกล่าวไว้ว่า
‘การพูดคุยลับหลังคนอื่นเป็นการระบายอากาศให้หัวใจ’ ”



นี่คือคำโปรยบนปกหลังของนิยายภาพเล่มนี้ที่ใช้ ‘ซามอร์วา’
หรือช่วงเวลาตั้งวงจิบน้ำชาพร้อม ‘สนทนินทา’ (สน-ทะ-นิน-ทา) ของผู้หญิงชาวอิหร่านเป็นใจความหลักสำคัญ...




โดนใจตั้งแต่ชื่อไทยของหนังสือกับ ‘เย็บ ถาก ปาก ร้าย’ ที่จงใจตั้งให้คล้ายกับ ‘เย็บ ถัก ปัก ร้อย’
ที่เป็นกิจกรรมโปรดยามว่างของผู้หญิงทุกชาติทุกภาษา
ซึ่งการเล่นคำในครั้งนี้มันช่างสัมพันธ์กับเนื้อหาภายในเล่มและสื่อใจความสำคัญของหนังสือได้เหมาะสมที่สุดแล้ว




โดนยกกำลังสองกับเนื้อหาภายในเล่มที่แรงส์ส!!!ได้ใจ ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงเรื่องราวชีวิตครอบครัว
เรื่องส่วนตัว เรื่องเร้น เรื่องลับของคนอื่น (หรือเรื่องของตัวเอง) ความรัก-ความสัมพันธ์หรือแม้กระทั่งเรื่องเซ็กซ์???
โดยผ่านการสนทนาของผู้หญิงชาวอิหร่านกลุ่มหนึ่ง
ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ‘การจับกลุ่มนินทา’ หรือ ‘เม๊าท์แตก’ เรื่องของชาวบ้านชาวช่องนั่นเอง




โดนใจยกกำลังสามกับการใช้ภาษา (บวกกับฝีมือการแปล) ที่ตรงไปตรงมา
แฝงด้วยสำนวนเด็ดๆที่กัดได้เจ็บสุดๆ อ่านแล้วทั้งขำ ทั้งฮา ทั้งโดน ทั้งตรง ทั้งแสบสันต์และเฉียบคมในทุกถ้อยคำ



และขอปิดท้ายด้วยอาการโดนใจอันสุดท้ายกับประโยคเด็ดๆ โดนๆ เหล่านี้...




“...เพราะความรักเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับเหตุผล”

-หน้า 28-




“การแต่งงานก็เหมือนการแทงรูเลตต์นั่นแหละ
บางครั้งได้ บ่อยครั้งเสีย ถึงเราจะมีความรักขนาดไหน
มันก็ออกมาแย่ๆได้เสมอ”

-หน้า 28-




“คนเราไม่ได้กล้าหาญมาแต่เกิด
แต่เราเปลี่ยนตัวเองได้”

-หน้า 98-



และ



“ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละนะ! บางครั้งเธออยู่หลังม้า
แต่บางครั้งม้าก็อยู่บนหลังเธอ”

-หน้า 128-





สรุป ขอแนะนำอย่างแรง สำหรับคนที่ชอบ ‘นินทา’ หรือว่าชอบอะไรที่มันแสบสันต์ สนุกสนาน
ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับผม

จากคุณ : ปีศาจความฝัน


5-10.[ปีศาจ ความฝัน] อ่านหนังสือที่มีชื่อเรื่องเป็น 1 คำ 1 พยางค์ (ได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษหรือตัวเลข) เช่น ล่า, ฝน หรือ 7 เป็นต้น

*** หลง ***
DEAL BREAKER
ฮาร์ลาน โคเบน แต่ง / อริณี เมธเศรษฐ แปล
แพรวสำนักพิมพ์
232 หน้า ราคา 235 บาท

ปกหลัง : ไมรอน โบลิทาร์ ตัวแทนนักกีฬา เพิ่งได้เซ็นสัญญากับ คริสเตียน สตีล นักกีฬาดาวรุ่งผู้เป็นลูกค้ารายใหญ่รายแรกของเขา แต่จู่ ๆ คริสเตียนก็กลับได้รับโทรศัพท์จากอดีตแฟนสาว หญิงสาวที่ใคร ๆ รวมทั้งตำรวจเชื่อกันว่าตายไปแล้ว และเพื่อป้องกันเรื่องอื้อฉาว ที่อาจมีผลต่อภาพพจน์และรายได้ของลูกค้า ไมรอนจึงต้องลงมือสืบสวนเพื่อค้นหาความจริง เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของครอบครัวหนึ่ง ความลับของผู้หญิงคนหนึ่ง และคำโกหกของใครอีกคนหนึ่ง ซึ่งนำพาให้เขาต้องเข้าไปพัวพันกับด้านมืดของวงการกีฬา วงการที่ภาพลักษณืและความสามารถนำมาซึ่งชื่อเสียงและเงินตรา แต่ความจริงอาจนำมาซึ่งความตาย

ฮาร์ลาน โคเบน นักเขียนรางวัล Edgar ได้สร้างไมรอน โบลิทาร์ ให้เป็นตัวละครที่ซับซ้อน โมโหง่าย ใจดี น่าพิศวง และเดาใจยากขึ้นเรื่อย ๆ ในนวนิยายชุดแนวสืบสวนสอบสวนที่เฉียบแหลม และเต็มไปด้วยเงื่อนปม ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติในด้าน นวนิยายสืบสวนสอบสวนมากมาย และได้รับรางวัล Anthony Award, Edgar Award และ Shamus Award รวมทั้งเป็นหนังสือชุดที่ขายดีไปทั่วโลก ได้รับการแปลไปแล้วกว่า 20 ภาษา

เรื่องสืบสวนสั่นประสาทที่มีส่วนผสมทุกอย่างครบถ้วน ทั้งน่าประหลาดใจ ทำให้เกิดความสงสัย มีทั้งเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ และอารมณ์ขัน.. โคเบนทำให้คุณต้องสงสัยตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง The Newark Tribune

ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นหนังสือสืบสวนสอบสวนที่อ่านแล้วสนุกมาก แทรกมุกตลกหน้าตาย อ่านแล้วแอบขำตลอด รวมถึงบุคลิกแปลกๆ ของตัวละคร .. แต่น่ารัก .. โดยเฉพาะ วิน เพื่อน - ผู้ช่วย - ผู้ร่วมงาน ของพระเอก โหดได้ใจมาก .. ออกกี่ฉาก ๆ ก็ขำ
เป็นหน้งสือที่อ่านเพลินมาก ๆ ค่ะ เรื่องตื่นเต้นมีแทรก เข้ามาเป็นระยะ ๆ .. เรื่องหักมุกก็เยอะ.. คาดเดาไม่ถูกเลยเชียว .. เรื่องโรแมนติค ก็มีอีกน่ารัก น่าหยิกมาก ๆ .. ข้อเสียอย่างเดียว(ที่คิดออก) คือตัวละครเยอะมาก ๆ จำชื่อไม่ไหวกันเลยทีเดียว แต่ก็ออกมาสร้างความขำ กันแทบทุกตัว ไม่ค่อยออกมาแล้วเสียหน้ากระดาษ..

เล่มนี้ไม่แนะนำสำหรับคอ สืบสวนสอบสวน (เพราะรู้ว่าอ่านไปแล้ว)
แต่แนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านค่า .. อ่านเหอะ สนุก :D

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


ส่งการบ้านก่อนนอนค่ะ

10-7.[January Friend] อ่านหนังสือเฉพาะแนว โดยเลือกจาก ดนตรี ศิลปะ กีฬา วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี อาหาร บทกวี โดยเลือกสองเล่ม คนละแนว

มุกเลือมลาย / เอลิซาเบธ โลเวลล์ / แพรวสำนักพิมพ์ / 450 หน้า

คำโปรยปกหลัง : อาร์เชอร์ โดโนแวนได้รับโทรศัพท์ที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปเพราะ แฮนนาห์
แม็คแกร์รี ภรรยาของเล็น พี่ชายต่างมารดาของเขา โทร.มาขอร้องให้อาร์เชอร์ช่วยเหลือเธอ
เนื่องจากเล็นเสียชีวิตอย่างปริศนา ซึ่งเธอไม่เชื่อว่าการที่เปลือกหอยมุกปักลงบนอกเขาเป็นเพราะพายุไซโคลน

อาร์เชอร์ ผู้เคยเดินออกมาจากชีวิตของแฮนนาห์และฟาร์มไข่มุกเพิร์ลโคฟจึงต้องกลับไปที่ออส-
เตรเลีย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของไข่มุกดำสีเหลือบรุ้งและสร้อยคอ “แบล็กทรินิตี้” ที่คาดว่าเป็นสาเหตุ
ที่ทำให้เล็นตาย และเหล่ากลุ่มอำนาจเต้นผางอยากได้ความลับของกรรมวิธีการผลิตไข่มุกเลอค่านี้
เขาตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงภัยเช่นเดียวกับแฮนนาห์ มีคนคิดปองร้ายเธอ อาร์เชอร์พยายามปกป้อง
แฮนนาห์ด้วยตัวและหัวใจ... และสุดท้าย ครอบครัวโดโนแวนก็ต้องออกโรงร่วมกันอีกครั้ง เพื่อชิง
ไข่มุก และหัวจิตหัวใจของพี่ชายคนโตกลับคืนมา

ตอบโจทย์ : เนื้อหาเกี่ยวกับการเอามุกมาทดลองให้ได้สี-รูปทรงอย่างที่ต้องการ

ความรู้สึกคนอ่าน : อ่า... เรื่องนี้อ่านจนชักจะลืมแล้ว ก็เป็นเรื่องของพี่คนโตในชุด พี่น้องโดโนแวน ที่
เคยเอามีรีวิลก็เรื่อง Jade Trader แต่อ่านแล้ว เรื่องนั้นสนุกกว่า เรื่องนี้ออกแนวชีวิตรันทดของ
นางเอก ตั้งกะเรื่องที่พ่อแม่ไม่รัก หนีออกมาจากเผ่ามาเจอสามีคนแรกที่เกือบจะโดนทิ้งหลายครั้ง
แล้วสามีพิการ ต่อมาก็ตาย เจอแต่คนพยายามเข้ามาสนิทเพราะหวังความลับของไข่มุกดำที่เป็น
ไข่มุกทดลอง ฯลฯ ไปอ่านเอาเองแล้วกัน...

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

กรุ่นไอรักกลิ่นกาแฟ / วาเลอรี แฟรงเคิล / นลิญ / บริส / 229 หน้า

คำโปรยปกหลัง : สองสาวกรีนฟิลด์ พี่น้องที่ต่างกันสุดขั้ว “ฟรานเชสกา” พี่สาวแสนฉลาดแต่เคร่ง
เครียดจริงจัง ส่วน “อแมนดา” น้องสาวสุดสวยที่มองโลกสดใส สิ่งเดียวที่พวกเธอมีเหมือนกันคือ
ความหลงใหลในกาแฟ

ทั้งสองจำต้องรับหน้าที่ดูแล บาร์นีย์ กรีนฟิลดส์ ร้านกาแฟอันเป็นสมบัติและมรดกตกทอดมาจากรุ่น
คุณปู่ พวกเธอจะทำอย่างไรกับร้านเก่าทรุดโทรม และคู่แข่งชื่อดังที่เปิดอยู่ข้างๆ สองสาวพยายาม
คิดแผนกอบกู้ธุรกิจ เปลี่ยนโฉมร้านให้ทันสมัย ปิ๊งไอเดียเริ่ดจัดแคมเปญ ประกวดหนุ่มหล่อ “มิสเตอร์
คอฟฟี” ซึ่งกลายเป็นเหตุเริ่มต้นของเรื่องรักวุ่นวายและการฆาตกรรม

ตอบโจทย์ : เป็นเรื่องเกี่ยวกะกาแฟและร้านกาแฟ

ความรู้สึกคนอ่าน : เป็นเรื่องของสองสาวพี่น้องที่ต้องรับมือกับปัญหาไม่หยุดหย่อนตั้งกะต้นเรื่องไป
ยันเกือบจบเรื่อง ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องวุ่นวายละก็... ใช่ แต่จะบอกว่าเรื่องรักเหรอ... อืม... เน้นเรื่องความ
รักระหว่างพี่กับน้องมากกว่า เพราะลงท้ายแล้วจะให้ข้อคิดว่าอย่าไว้ใจใครนอกจากคนในครอบครัว
กลายๆ ก็เหอะ (ในเรื่องนี้เน้นพี่น้องมากกว่าจะหมายถึงครอบครัวทั้งหมด เพราะพ่อแม่ที่ตายไปแล้ว
ของทั้งสองคนก็ไม่ยอมบอกว่าเอาบ้านไปจำนองเพื่อยืมเงินอีกเงินห้าหมื่นดอลล่ามาจากเจ้าหนี้) ส่วน
เรื่องวุ่นวายทั้งหลายทั้งแหล่เหรอ ก็อย่างเช่น... ปัญหาหนี้สินรุงรัง ร้านกำลังจะเจ๊งมีตัวปัญหาที่โผล่เข้า
มาหวังจะช่วยร้านแลกกะใช้ร้านเป็นโครงการในการเรียนจบ (แต่มีอะไรมากกว่านั้น) มีเหตุฆาตรกรรม
เจอคนที่เข้ามาคบโดยหวังจะได้ข้อมูลทำข่าว ฯลฯ

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


20-2.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือที่ชื่อเรื่องตรงกับชื่อเพลง ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
เช่น คือรัก ผู้เขียน อีแร้ง จากเพลงคือรัก นักร้อง ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว
หรือ เวลาในขวดแก้ว ของประภัสสร เสวิกุลกับเพลง Time in a Bottle ของ Jim Croce


ทางเดินแห่งรัก
ผู้เขียน วลีวิไล
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
จำนวนหน้า 287 หน้า
ราคา 179 บาท

ตอบโจทย์ - ชื่อหนังสือตรงกับชื่อเพลงทางเดินแห่งรัก แอม-ดา ค่ะ


เนื้อเรื่อง

เรื่องราวยุ่งๆ ระหว่างแสนดีหรือแซนดี้และนายดำปี๋ - ล้ำเลิศ
สองตัวละครจากสะดุดรักนักข่าว
เจ้านายกับลูกน้องที่มีทำงานร่วมกันในบริษัทขายตรงของนายล้ำเลิศ
ทว่า..ไม่นานนัก คู่แค้นเก่าอย่างณรัฐก็ก้าวเข้ามาเปิดบริษัทแข่ง
พร้อมๆ กัีบดึงนักขายฝีมือดีไปมากมาย
เรื่องงานก็วุ่น เรื่องหัวใจก็เริ่มแปลกๆ
แถมยังมีเรื่องรักเก่าอันเป็นเหตุของความแค้นเคืองมาป่วน
โอ้..ทางเดินแห่งรักนี้จะมีปลายทางหรือไม่ โปรดติดตามได้ในเล่ม ฮ่าฮ่าฮ่า



ความรู้สึกที่ได้อ่าน

ต้องขอบอกก่อนว่าตัวเองเคยอ่านงานเขียนของคุณวลีวิไลมาแค่ 2 เล่มครึ่ง
คือ ไอดินกลิ่นรัก สาวใบไม้กับนายก้อนหิน และที่เขียนร่วมกับคุณสิรินดาในรักเธอซุปเปอร์โมเดล
(เล่มหลังนี่ตีเป็นครึ่งเล่มนะคะ เพราะร่วมเขียน แฮ่)

เพราะงั้น..ย่อมแสดงว่า ข้าพเจ้าไม่ได้อ่านเรื่องสะดุดรักนักข่าว
(อันน่าจะเป็นเรื่องของปานตะวันน่ะนะ)

ถามว่า ถ้าไม่ได้อ่านสะดุดรักนักข่าว จะอ่านเรื่องนี้รู้เรื่องมั้ย

ขอตอบว่า รู้เรื่องค่ะ แต่ต้องพยายามผูกความสัมพันธ์ของตัวละครอันมากมายสักหน่อย

เพราะสารภาพว่า งงๆ ก๊งๆ อยู่เหมือนกัน พี่น้อง แฟนพี่ แฟนน้อง เพื่อนพระเอก ฯลฯ

โอ้..ต้องลำดับความกันยกใหญ่อยู่พอสมควรค่ะ


การดำเนินเรื่อง นอกจากการทำให้คนอ่านพยายามรู้จักและเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครแล้ว
ก็มีทั้งเรื่องความรักของแต่ละคู่ (ที่เน้นหนักไปที่นายล้ำเลิศกับแสนดี แต่ก็มีเรื่องให้ลุ้นระหว่างณรัฐกับณัฐณิชาด้วย)

สอดแทรกด้วยการทำธุรกิจชิงไหวชิงพริบเล็กน้อย


เรียกว่าอ่านได้เพลินๆ แหละค่ะ แต่ถ้าเทียบกับสองเรื่องก่อนหน้านี้

สำหรับเรา - ค่อนข้างถูกจริตกับไอดินกลิ่นรักมากกว่า เพราะมีเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักแน่นกว่าน่ะค่ะ

เรื่องนี้อ่านแบบเอาอารมณ์สบายๆ อมยิ้มๆ มากกว่าน่ะนะคะ




ส่วนคำผิดในเล่มก็มีดังนี้ค่ะ

หน้า 37 ปลี่ยน - ตกสระเอค่ะ

หน้า 95 หญิงสาวสบตาลูกชายท่านประทานก็.. - ประธานค่ะ



แล้วก็มีการสะกดว่า "สิทธิ" ซึ่งเราอ่านว่า สิด-ทิ ในหลายๆ ตอน
ซึ่งคิดว่า..น่าจะสะกดว่า สิทธิ์ (คือมีการันต์ที่ ธิ ) ซึ่งอ่านว่า สิด มากกว่าหรือเปล่า
(แต่เห็นหลายเล่มแล้วที่สะกดอย่างนี้ เลยงงว่า หรือเขาเปลี่ยนการอ่าน+สะกดใหม่ว่า สิทธิ อ่านว่า สิด?)

ยกมาแล้วกันค่ะว่ามีตรงไหนบ้างนะคะ
หน้า 50 'อย่างนั้นรินก็มีสิทธิใช่ไหม'
หน้า 55 "ไม่หรอกครับ เป็นสิทธิของเขา..."
หน้า 56 "...ทุกคนมีสิทธิเลือกที่ที่เขาคิดว่าดี..."
หน้า 156 "..เขามีสิทธิที่จะเกิดมา"
นอกนั้นก็มีในหน้า 232 245 ด้วยน่ะนะคะ



โดยรวมก็อ่านได้เพลินๆ ค่ะ ถ้าใครชอบแนวๆ นี้ก็น่าจะชอบนะคะ

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


สวัสดีตอนบ่ายค่ะทุกคน...วันนี้กระทู้เงียบ ๆ เนอะ
คุณแม่เรไร # 168 โจทย์ข้อนี้ตอบซ้ำหรือเปล่าคะ(# 144)อย่าลืมกติกาข้อนี้นะคะ
* สามารถตอบโจทย์กี่ครั้งก็ได้ แต่คิดคะแนนให้เพียงครั้งเดียว

เล่มนี้ถ้าต้องการเปลี่ยนโจทย์ช่วยแจ้งผู้ดูแลด้วยนะคะ

วันนี้ขอส่งรีวิวซักโจทย์หนึ่งแล้วกันค่ะ

15-11.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 2 เล่มที่คำสุดท้ายเล่มหนึ่งคล้องจองกับคำแรกของอีกเล่ม เช่น ฤดูกาลของหัวใจกับไฟพิศวาส

อ่าน "เหยียบโลกเล่นไม่เห็นช้ำ"(หนังสือท่องเที่ยวของ "เพลงคาบแม่น้ำร้อยสาย") กับ "คำใดจะเอ่ยได้ดังใจ" (รวมบทกวีสะท้อนยุคสมัย ของ ไพวรินทร์ ขาวงาม)

เล่มแรก
"เหยียบโลกเล่นไม่เห็นช้ำ"
ผู้เขียน :"เพลงคาบแม่น้ำร้อยสาย"
แพรวสำนักพิมพ์/จัดพิมพ์(ครั้งที่ ๓ / ๒๕๔๕)
๑๑๕ หน้า


โปรยปกหลัง(โดย "ศุ บุญเลี้ยง")

นักเดินทางผู้นี้มีที่ทางที่เธอชอบ
มีวิถีที่ได้ย่ำไป และมีจิตใจจะนำมาเล่าสู่
ขอให้เธอได้ไปที่ชอบอีกหลาย ๆ ที่ สิ่งที่นำมาเล่าสู่อาจไม่ใช่ที่ที่คุณชอบ
แต่อยากให้การค้นพบหนังสือเล่มนี้
เป็นกุญแจดอกเล็ก ๆ ไขหัวใจให้ใครบางคนค้นพบบางสิ่งที่ซ่อนอยู่
พบสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำได้ และได้ทำ"

*******

หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของการเดินทางของ "เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย" ที่อ่านสนุกอีกเล่มหนึ่ง
เป็นการเก็บตกบันทึกการเดินทางต่างกรรมต่างวาระของเธอ...สถานที่และห้วงเวลาไม่ต่อเนื่อง แต่คนอ่านก็อ่านได้ลื่นไหล...

ในเล่มนี้...เธอพาผู้อ่านไป "เหยียบโลกเล่น" อย่างร่าเริงบันเทิงใจ ถึงหกมุมโลกแน่ะ...
เริ่มตั้งแต่การ "ไปแสวงบุญ"(ตามที่เธอระบุในใบลา) ที่เนปาล ในบท "เนปาลีดีดี้"
ต่อด้วย...บทที่สอง..."ฮัลเล...ลังกา"
จากนั้นข้ามฟ้าไปอีกซีกโลกหนึ่ง...ซานฟรานซิสโก...เธอให้ชื่อบทนี้น่ารัก ๆ ว่า...เมืองเสน่ห์แรงในคืนพระจันทร์แยงตา
ถัดมา เธอพาเราไปส่งท้ายปีเก่า-สวัสดีปีใหม่ในดินแดนเก่าแก่ที่อุดมไปด้วยร่องรอยอารยธรรมอย่างกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ...ในบท "แกะรอยโปสต์การ์ด"
จากนั้นข้ามกลับไปฝั่งอเมริกาอีกครั้ง ในบท "๕,๖๐๐ ไมล์ไปกลับโอลิมปิก"
แล้วลงท้ายด้วยการไปขี่จักรยานรอบเกาะปีนังกับเพื่อนผู้รู้ใจ...ใน "วัฏจักรยาน"

เทียบกับเล่มอื่น ๆ ของ "เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย"แล้ว เล่มนี้ชอบชื่อมากที่สุด
ในส่วนของเนื้อหานั้นกลับชอบน้อยกว่าแฮะ...อาจจะเป็นเพราะเราคาดหวังมากไปหน่อย

***************

เล่มที่ ๒ อ่านรวมบทกวี
"คำใดจะเอ่ยได้ดังใจ"
ผู้แต่ง ไพวรินทร์  ขาวงาม (กวีซีไรท์ "ม้าก้านกล้วย")
แพรวสำนักพิมพ์/จัดพิมพ์ (ครั้งที่ ๓/๒๕๓๙
๒๐๗ หน้า


ใครหนอว่าบทกวีนั้นอ่านง่าย...
เมื่อหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านจึงตระหนักว่า...หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

เป็นรวมบทกวีที่ผู้แต่งได้บรรจงเรียงร้อยไว้ในช่วงปีพ.ศ.๒๕๒๒ - ๒๕๒๙
อันเป็นยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและ การเมืองทั้งภายในและภายนอก
ผู้เขียนได้ปรารภไว้ในหน้าคำนำตอนหนึ่งว่า...

"ผมคิดว่า งานเขียนก็คือปฏิกิริยาที่ผู้เขียนมีต่อชีวิตและโลกหรือสังคมแวดล้อม ทั้งด้านลบและบวก อาจหงุดหงิด ไม่พอใจไม่เห็นด้วย หรืออาจชื่นชมพอใจ เห็นด้วยกับความเป็นไปที่ได้พบเห็น...
ในท่ามกลางบรรยากาศของสังคมที่มีแต่ตัวอย่างของความเจ็บปวดรวดร้าว ผิดหวัง ไร้ทางออก บางครั้งเราก็มีศรัทธา บางครั้งเราก็สิ้นศรัทธา แต่เราก็บังอาจปวารณาตัวเองต่อผุ้อื่น ประกาศอุดมคติ ปณิธานของตน จะทำโน่น ทำนี่ ตามแรงปรารถนาของคนหนุ่มช่างฝัน เปล่งเสียงนกเสียงกาให้เซ็งแซ่ขึ้น ในราวป่าแห่งยุคสมัย..."

อ่านทุกบท ชอบและประทับใจทุกบท แต่ขออนุญาตคัดมาแปะเพียงบทเดียวแล้วกันค่ะ

"ฝุ่นดอกไม้" (๒๕๒๗)
............

โอ้มวลดอกไม้ในโลก...........อาบโศกอุ้มเศร้าร้าวฉาน
ปลิดปลิวลิ่วล่องทรมาน......เป็นฝุ่นฟุ้งผ่านชั้นฟ้า
โอ้มวลชีวีนี้หนอ.................บานรอร่วงสลายไร้ค่า
ลอยไปในสายลมพา...........เหือดหายลับตาลับใจ
ถนนสายแห่งนั้นนิ่งสนิท......ดอกไม้ชีวิตปลิดไหว
ปลิวไปโอ้ฝุ่นดอกไม้.............ไม่รู้หนใดปลายทาง

................

อ้างว้างโอ้ฝุ่นดอกไม้............มัวดิน
มัวทาบนภาผิน...................มืดฟ้า
มืดมิดปลิดชีวิน..................พ้นเทวษ
ทบศพ กลบทบหล้า.............ลุ่มแล้วแต่งถมฯ

หนังสือรวมบทกวีเล่มนี้ เป็นหนึ่งในจำนวนผลงาน ๔ เล่มที่ได้เข้ารอบสุดท้ายของการตัดสินรางวัลวรรณกรรมซีไรท์ ประจำปี พ.ศ.๒๕๒๙
(ซึ่งเล่มที่ได้รางวัลในปีนั้นคือ "ปณิธานกวี" ของกวีรุ่นใหญ่ อังคาร กัลยาณพงศ์)

จากคุณ : แม่ไก่


30-1.[นัท ธ์+แม่ไก่] อ่านหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรท์ 3 เล่ม 3 ประเภท (เรื่องสั้น นิยาย และกวีนิพนธ์) จะได้รับรางวัลปีเดียวกันหรือต่างปีกันก็ได้ หรือ อ่านหนังสือที่ได้รับรางวัลของต่างประเทศ 2 เล่มจาก 2 รางวัลไม่ซ้ำเรื่อง ไม่ซ้ำรางวัลกัน เช่น นิวเบอร์รี่กับโนเบิลไพรส์ เอ็ดการ์กับบุ๊คเกอร์ไพรส์ โดยบอกรายละเอียดของรางวัลมาพอสังเขป

ตอบโจทย์

ใครฆ่า / The Sculptress - รางวัลเกียรติยศสูงสุดสำหรับหน้งสือแนวสืบสวนสอบสวน Edgar Allan Poe Award ปี 1994, Macavity Award ปี 1994
The Edgar Allan Poe Awards (popularly called the Edgars), named after Edgar Allan Poe, are presented every year by the Mystery Writers of America.[1] They honor the best in mystery fiction, non-fiction, television, film, and theatre published or produced in the previous year.
ข้อมูลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Edgar_Award

The Macavity Awards are a literary award for mystery writers. Nominated and voted upon annually by the members of the Mystery Readers International, the award is named for the "mystery cat" of T. S. Eliot's Old Possum's Book of Practical Cats.[1] The award is given in four categories -- best novel, best first novel, best nonfiction, and best short story. In recent years a new award, the Sue Feder Historical Mystery, has been given in conjunction with the Macavity Awards.
ข้อมูลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Macavity_Awards

เล่ห์ / A Myron Bolitar Novel : Fade Away - 1997 Edgar Allan Poe Award for Best Paperback Original Winner and 1997 Shamus Award for Best P.I. Paperback Original Winner.

The Shamus Award is awarded by the Private Eye Writers of America (PWA) for the best detective fiction genre novels and short stories of the year.
The Prize is given annually to recognize outstanding achievement in private eye fiction. The Shamus Awards were announced at Bouchercon World Mystery Convention while the PWA Awards Banquet .
ข้อมูลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Shamus_Award


*** ใครฆ่า ***
The Sculptress
มินเนตต์ วอลเตอร์ส แต่ง / อรุโณทัย แปล
แพรวสำนักพิมพ์
284 หน้า 180 บาท

ปกหลัง : "มันเหมือนโรงฆ่าสัตว์เราดี ๆ นี่เอง เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรน่าสยดสยองเท่านี้.. โอลีฟ  มาร์ติน เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวมาก"
ห้าปีก่อน ตอนที่โอลีฟ มาร์ติน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรมโหด เธอยอมรับผิดแต่โดยดี และคนทั่วไปที่ได้รับรู้ต่างสยดสยองกับฆาตกรใจโหด เลือดเย็น รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ผู้นี้
ห้าปีต่อมา เมื่อรอชาลินด์ ลีห์ ได้รับมอบหมายให้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับโอลีฟ เธอจึงไม่คิดว่าจะมีอะไรน่าสนใจ แต่หลังจากได้พบโอลีฟ รอชกลับต้องทึ่งและประหลาดใจ ยิ่งเธอค้นลึกลงไป รอชยิ่งมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นอย่างที่ตาเห็น เพราะสิ่งที่เธอค้นพบคือสถานการณ์ซับซ้อนอันเกิดจากความเพิกเฉย ความโลภ และกิเลส ซึ่งประกอบกันเป็นเรื่องราวลึกลับที่บีบอารมณ์ ตื่นเต้น และชวนให้ขบคิด สมกับที่ได้รับยกย่องจากนักเขียนนวนิยายลึกลับสีบสวนสอบสวนทั่วอเมริกาให้เป็น หังสือยอดเยี่ยมแห่งปี!

"เป็นเรื่องที่ทรงพลังและน่าติดตามที่สุด และมีปริศนาให้ขบคิดจนหน้าสุดท้าย" The Mail on Sunday
"วอลเตอร์ส สะกดคนอ่านด้วยเรื่องราวที่ลื่นไหล หากแต่ตื่นเต้น..ยอดเยี่ยม" Booklis
"พล็อตเรื่องสุดยอดที่รับรองว่าจะทำให้คุณต้องยอมอดหลับอดนอนเพื่ออ่าน" The Denver Post

ความรู้สึกหลังอ่าน
ชวนติดตามตั้งแต่ต้นเรื่อง ยันท้ายเรื่องเลยค่ะ .. เป็นเล่มที่อ่านไป ก็อยากเปิดตอนจบดูมาก ต้องพยายามห้ามใจ .. การดำเนินเรื่อง น่าค้นหา น่าติดตาม แม้จะมีนอกเรื่อง น้ำท่วมทุ่งไปบ้าง แต่ก็ยังแทรกเรื่องหวานๆเข้ามาด้วย (แต่อ่านอย่างระแวงสุด ๆ ) .. งงๆ กับตอนจบเล็กน้อย แหม.. จบได้อารมณ์หนังผีฝรั่งเชียว.. แล้วตกลงฆ่า รึ ไม่ฆ่าล่ะเนี่ย เฮ้อ..


*** เล่ห์ ***
A Myron Bolitar Novel : Fade Away
ฮาร์ลาน โคเบน แต่ง / อริณี เมธเศรษฐ แปล
แพรวสำนักพิมพ์
310 หน้า ราคา 235 บาท

ปกหลัง : คลิป อาร์นสไตน์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทีมนิวเจอร์ซีย์ดราก้อนส์ เชิญไมรอน ไปพบและของให้สืบหาตัว เกร็ก ดาวนิ่ง ผู้เล่นดาวเด่นของทีมที่จู่ ๆ ก็หายตัวไป เกร็กเป็นเพื่อนคู่แต้นของไมรอนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งในด้านกีฬาและความรัก จนกระทั่งไมรอนบาดเจ็บและเลิกเล่นบาสเกตบอลอาชีพ จึงไม่ได้ติดต่อพบเจอกันอีก

ไมรอนตกลงใจเข้าไปสืบเรื่องนี้ ไม่นานใครบางคนก็ถูกฆ่า ข่าวลือเรื่องการพนันและหนี้สินมากมายเริ่มหนาหู ทั้งยังมีการแบล็กเมล์และการแก้แค้น ซึ่งล้วนอาจมีส่วนพัวพันกับการหายตัวไปของเกร็ก ระหว่างนั้นไมรอนก็ต้องเผชิญหน้ากับอดีตอันเลวร้าย รวมทั้งเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องตื่นตระหนกที่สุดในชีวิต

ฮาร์ลาน โคเบน นักเขียนรางวัล Edgar ได้สร้างไมรอน โบลิทาร์ ให้เป็นตัวละครที่ซับซ้อน โมโหง่าย ใจดี น่าพิศวง และเดาใจยากขึ้นเรื่อย ๆ ในนวนิยายชุดแนวสืบสวนสอบสวนที่เฉียบแหลม และเต็มไปด้วยเงื่อนปม ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติในด้าน นวนิยายสืบสวนสอบสวนมากมาย และได้รับรางวัล Anthony Award, Edgar Award และ Shamus Award รวมทั้งเป็นหนังสือชุดที่ขายดีไปทั่วโลก ได้รับการแปลไปแล้วกว่า 20 ภาษา

"โคเบนเป็นนักเขียนมือหนึ่งในการเขียนเรื่องให้คนอยากคิดตามและการหักมุม" Dan Brown
"โคเบนบรรยายเรื่องเร็วโดยมีสไตล์การเขียนที่เฉียบคม จนคนอ่านไม่รู้สึกว่าถูกเร่งจนหมดสนุก" Publishers Weekly
"แอ็คชั่นฉับไว บทสนทนาเฉียบคม..อ่านสนุกมาก" Toronto Star
"โคเบนดึงความสนใจของคุณอย่างชาญฉลาด วางแผนการเล่าได้ดี ทั้งการวางพล็อต และการเล่นกับเนื้อหาที่เข้มข้นไปจนถึงการเผยความจริงในขั้นสุดท้าย" The Drood Review of Books

ความรู้สึกหลังอ่าน
เล่มนี้เป็นเล่มที่ 3 ของชุด A Myron Bolitar Novel ค่ะ มากับคดีใหม่ .. เป็นคดีที่ใกล้ตัวพระเอกมาก ๆ .. นอกจากจะมีเรื่องราวสอบสวนสืบสวนแล้ว ยังทรอดแทรกเนื้อหา เศร้า-รันทด ปมชีวิตของไมรอนไว้อีกด้วย (อ่านแล้วเศร้าตามไปด้วย) .. ประทับใจผู้คนรอบข้างไมรอน มาก ๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนซี้ พ่อ-แม่ และแฟนสาว .. แต่ละคนดูเหมือนจะรู้จัก และ เข้าใจ ในตัวไมรอน มากกว่า เจ้าตัวซะอีก .. แต่ละคนก็จะมีวิธีแสดงความรักแปลก ๆ แตกต่างกันไป .. ชอบวิน-โพคาฮอนทัส มาก ๆ ขำอีกแล้ว .. แต่พระเอกไม่ค่อยขำเท่าไหร่ สงสัยจะขำไม่ออก .. คราวนี้แอบทายฆาตกรถูกด้วย แม้จะเดาเหตุผลไม่ถูกก็ตาม .. สนุกค่ะ เอาใจช่วยพระเอกทั้งเรื่องปมชีวิต และ การสืบสวนตลอดทั้งเรื่องเลย .. แต่มีแอบเคืองนิดนึง รู้ล่ะว่า ก้นไมรอนงาม (ว่ากันมาตั้งแต่เล่ม 1) เล่มนี้ก็บอกว่า ก้นเอสเปอร่าซ่า ก็สวย (ขาก็สวยนะ) แล้วก้นวินล่ะ เป็นไงมั่งอยากรู้ :D

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


กลับไปเรียบเรียงรีวิวได้อีก 3 เล่ม โค้งสุดท้ายแล้วขอปั่นหน่อย อิอิ

20-4.[สาวไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือ 2 เล่มของนักเขียนต่างเพศกัน (ยึดเพศสภาพเป็นหลัก) โดยชื่อ (หรือนามปากกา) ของนักเขียนต่างเพศนั้น ต้องขึ้นด้วยพยัญชนะเดียวกัน เช่น วินทร์ กับ ว.วินิจฉัยกุล เป็นต้น โดยหนังสือทั้งสองเล่ม ต้องหนามากกว่า 100 หน้าขึ้นไป

เล่มแรก
"กลเงาจันทร์"
ผู้เขียน :  "วาโย"
สนพ.อรุณ(อุ่นไอรัก) (ม.ค. ๒๕๕๒)
๓๕๖ หน้า


เรื่องย่อ(จากปกหลัง)

อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อพี่น้องสองสาวที่ถูกจับแยกกัน
เพื่อปกปิดฐานะไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าเป็น ฝาแฝด ต้องมาสลับตัวกัน
แฝดผู้พี่กำลังเดือดร้อน เพราะต้องไปทำงานลับๆ แทนบิดา
แถมต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนเคยปลื้ม
แต่แฝดผู้น้องกำลังร้อนจนแทบเดือด เพราะต้องรับอาสาดูแลพระเอกสุดหล่อจอมป่วนแทนแฝดพี่
แล้วแม่พี่สาวตัวดียังกำชับนักหนาว่า ห้ามให้เขาจับได้อย่างเด็ดขาด!

*********

นิยายรักกุ๊กกิ๊ก (เบาๆ สมกับนามปากกาผู้แต่ง)เหมาะสำหรับอ่านคั่นเวลา หรืออ่านคลายเครียดค่ะ
เรื่องย่อก็ตามโปรยปกหลังข้างบนนั่นเอง...ปาลิกากับปณาลี สองสาวฝาแฝดที่เหมือนกันจนยากจะแยกออก
แต่มีบุคลิกที่แตกต่าง...ตรงนี้ส่วนตัวรู้สึกขัด ๆ เล็กน้อยถึงปานกลาง
ในขณะที่ผู้เขียนวางตัวให้หนูลี-ปณาลีซึ่งใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนั้นมีบุคลิกที่ร่าเริงสดใส ตรงไปตรงมากล้าต่อปากต่อคำกับใคร ๆ แถมทันสมัยปราดเปรียว - -
ต้องมาปลอมตัวเป็นปาลิกาแฝดพี่ที่ติดจะเงียบ ๆ หงิม ๆ เรียบร้อย แต่งตัวเชย ๆ...เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้พระเอกชื่อดังอย่างไรภี คีรีชล - -
แล้วให้ปาลิกาต้องไปทำงานลับ เสี่ยงอันตรายกับพ่อ...บุคลิกของสองคนนี้เลยขัดแย้งกันเองยังไงชอบก๊ล...

ก็ในเมื่องานนั้นมันงานลับ แถมปณาลีก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชนมาก่อน ทำไมไม่ให้ปณาลีไปทำงานกับพ่อเสียเลย
ต้องมาปลอมเนื้อปลอมตัวให้วุ่นวาย...พอถึงบทความจริงเปิดเผยก็เปิดได้ง่าย ๆ ไม่ยักกะมีอะไรให้ลุ้นซักเท่าไหร่ ...(แหะ ๆ...ความเห็นส่วนตัวค่ะ)
ไหน ๆ ก็ลงมืออ่านไปแล้วเลยต้องอ่านให้จบ สำนวนภาษาน่ารักดีหรอกค่ะ แต่พล็อตอ่อนและหลวมมาก

***************

เล่มที่สอง...
"ฉากและชีวิต"
ผู้เขียน : วัฒน์ วรรลยางกูร
สนพ.แพรว (ครั้งที่ ๔ ก.พ. ๒๕๔๒)
๒๑๐ หน้า


เป็นนวนิยายเข้ารอบ ๓ ใน ๓ เล่มสุดท้าย รางวัลซีไรท์ปี ๒๕๔๐
โปรยปก...

กระแสชีวิตพัดพาเราไปถึงไหนต่อไหน ในวันหนึ่งมันจะพัดพาเรากลับบ้าน ถ้ายังมีคนที่รักรออยู่...
.......
เป็นนวนิยายที่โดดเด่นในเชิงเนื้อหาสาระ
และการผูกสร้างตัวละครให้เกี่ยวเนื่องกับโลกแห่งสังคมภายนอกและโลกแห่งสังคมภายในจิตใจมนุษย์
องค์ประกอบแห่งเรื่องราวเต็มด้วยความรู้สึกเอื้ออาทร
การพยายามชี้ให้เห็นถึงเงื่อนไขจำเพาะอันเป็นข้อด้อย
และเป็นความหวังอันเร้นลับของความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ในตัวมนุษย์
ผ่านวิธีแข่ง ธรรมชาติ ความงาม ประสบการณ์ และมิตรภาพ
ด้วยท่าทีการเขียนอันอบอุ่น นุ่มเนียน และเติบโตในภาวะอารมณ์ของผู้เขียน
ทำให้เรื่องนี้ดูง่าย งาม และชัดเจน

ชีวิตของผู้คนบนที่ราบลุ่มภาคกลาง (ก่อนยุคสังคมอุตสาหกรรมเข้าครอบงำ) ที่ต้องพานพบกับ รักสามเส้า และม่านประเพณีที่ขวางกั้น
จนเกิด “โศกนาฏกรรมความรัก” ซึ่งสอดคล้องกลมกลืนกับฉากชีวิต ลำคลองเริ่มเน่าเหม็น ผู้คนต้องดื่มน้ำเมาชีวิต !

*********

เล่มนี้ก็นิยายรักค่ะ แต่เป็นรักหนักหน่วงในแบบฉบับมนต์รักลูกทุ่ง...
อันเป็นความรักที่ซื่อใสบริสุทธิ์ รักเดียวใจเดียว...ตราบจนตัวตายก็ไม่คลายรัก อะไรปานนั้น
ผู้เขียนเริ่มต้นเรื่องเล่าของเขาด้วยฉากงานศพของน้าชายคนเล็ก...แล้วเลยเล่าย้อนถึงฉากชีวิตของใครต่อใครในแวดวง "บ้านเกิดบ้านเก่า"
เป็นเรื่องราวแห่งความรักน่าประทับใจของหนุ่มลูกทุ่งที่มีให้กับหญิงสาวผู้เป็นดาวเด่นของหมู่บ้าน...
แม้เธอผู้นั้นจะแต่งงานไปกับหนุ่มต่างถิ่นแล้วอุ้มท้องที่ไม่มีพ่อกลับมา...เขาก็ยังรักมั่นคง
ต่อมา...เธอผู้นั้นมีสามีคนที่สอง...และมีลูกอีกสี่-ห้าคน...เขาก็ยังคงรัก
และแม้เมื่อเขาเองมีภรรยา(ที่อายุมากกว่า...และมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับรักแรกของเขา)...เขาก็ยังคงฝังใจอยู่กับเธอ...
จวบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต...เขาก็เลือกที่จะขอตายใกล้ ๆ เธอ

อ่านแล้วซาบซึ้งใจกับความรักที่ยิ่งใหญ่มั่นคงของหนุ่มลูกทุ่งอย่าง"น้าพร"คนนี้จริง ๆ

จากคุณ : แม่ไก่


อีกเล่มกับโจทย์นี้ค่ะ...
30-3.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่มีเค้าโครงเรื่องหรือแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยให้เล่าถึงเหตุการณ์นั้นๆโดยสังเขป
และเปรียบเทียบว่าเหมือนในหนังสืออย่างไร อาทิ เหตุการณ์สึนามิ 9/11 กบฎโรมานอฟ หรือคดีฆาตกรรมต่างๆ

"ในกรงเล็บ : วีรภาพในกรงขังของนักสู้ วัน 6 ตุลาเลือด "
ผู้เขียน :ศิลา โคมฉาย
สนพ.มิ่งมิตร,(ครั้งที่ 2 ต.ค. 2539)
118 หน้า

โปรยปกหลัง :


ผ่านการต่อสู้มายาวนาน ทำให้ชีวิตของพวกเขาเหมือนถูกชำระด้วยไฟ
ด้วยเลือด ด้วยน้ำตา...และน้ำใจ ที่ไหลหลั่งมิเคยเผือดแห้ง
เมื่อละลายเอาความเห็นแก่ตัว เฉพาะเหล่า เฉพาะพวก
ละลายตัวตน ธาตุประกอบแห่งมนุษย์ออกไป
และเมื่ออากาศที่ไหลผ่านช่องจมูกเข้าออก
ผสมด้วยความมั่นใจแห่งการดำรงอยู่...
ดำรงอยู่เพื่อส่วนรวม เพื่อผู้ไร้โอกาส และเพื่อสังคม
จึงทำให้พวกเขาหาญกล้า บริสุทธิ์...
และวิญญาณเป็นอมตะ

**********

เป็นนวนิยายขนาดสั้นที่บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหลังกรงเหล็ก จากเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519
โดยตัวละครสมมติอย่าง "เขน" เด็กหนุ่มนักศึกษาจากปักษ์ใต้ วัย 22...

"เขนถูกจับพร้อมนักศึกษาและประชาชนประมาณ 300 คนที่ใต้ถุนตึกคณะเศรษฐศาสตร์ ในราวสามโมงเช้า
เขาเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยทางสะพานพระปิ่นเกล้าต้องคอยระวังยามตลอดคืนวันที่ 5 ตุลาคม
เพื่อป้องกันการก่อกวนจากภายนอก...
การฆ่าฟันกำลังจะยุติลงแล้ว เมื่อเหลือบตามองเห็นบริเวณหอประชุมใหญ่
ซากศพกองอยู่เป็นกลุ่ม ๆ เหมือนกองขยะ รอการเก็บและฝัง...
"

เขนถูกส่งเข้าห้องขังหมายเลข 7 ร่วมกับพวกอีกร่วม ๆ 70 คน ในห้องกว้างขนาด 12 ตารางเมตร...
ด้วยไม่รู้ชะตาของตัวเองว่าจะต้องเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่ในนี้อีกกี่วันกี่คืน พวกเขาต้องรวมตัวกันให้เป็นกลุ่มก้อน
ไม่มีการแบ่งแยกว่าใครมาจากไหน เป็นนักศึกษาหรือเป็นกรรมกร...
พวกเขาต้องยืนหยัดร่วมกัน ต่อสู้ร่วมกัน ดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

ต่อมาห้องขังหมายเลข 7 จึงกลายเป็นกองร้อยที่ 7 แห่งคุกบางเขน  
ที่เหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในนั้นจะตราตรึงอยู่ในหัวใจของพวกเขาจนกว่าชีวิตจะหาไม่  


**********

อ่านแล้วสะเทือนใจ มีหลายฉากหลายตอนที่ผู้เขียนบอกเล่าด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังและเจ็บปวด...
แต่ก็มีหลายตอนที่ปลุกเร้า ให้กำลังใจ..

มีตอนหนึ่งอ่านแล้วน้ำตาไหล คือตอนที่เขนถูกเรียกตัวไปสอบสวนซ้ำ แล้วเขาตอบไม่ตรงกับการสอบสวนครั้งแรก
เขนถูกซ้อมอย่างทารุณ...
ก่อนจะถูกขังเดี่ยว...แต่สิ่งของและกำลังใจที่เขาได้รับจากเพื่อน ๆ ร่วมกรงขังนั้น ช่วยทำให้ความเจ็บปวดบรรเทาเบาบางลงไปได้
.
คนอ่านไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศการเรียกร้องสิ่งใด ๆ อย่างจริงจัง (เพราะส่วนตัวเชื่อมั่นในเรื่องของกฏแห่งกรรม กับธรรมะจัดสรร...)
แต่เมื่ออ่านนิยายขนาดสั้นเรื่องนี้จบลง...คล้าย ๆ จะมีบางสิ่งบางอย่างมากระตุกต่อมคิด...
อาจจะเป็นคำถามที่ผู้เขียนได้ทิ้งท้ายไว้...

"...ผู้ต้องหาแห่งห้องขังหมายเลข 7 บางคนดับชีวิตลงกับไฟลุกโชน ฝังตัวเองหลับใหลลงกับผืนดินอันแสนเทิดทูน...
บางส่วนย้อนรอยถอยกลับทางเดิมเพื่อคืนสู่ความเป็ยปุถุชนด้วยบาดแผลเจ็บช้ำ...
ส่วนหนึ่งหยุดยั้งลงเพื่อครุ่นคิด เรียนรู้สรุปจากประสบการณ์ แลกเอาด้วยชีวิตทั้งชีวิต
เสาะแสวงทางก้าวไปสู่จุดหมายไม่จบสิ้น ด้วยแรงดันจากความหวังที่ยังพอมีแสงหลงเหลืออยู่บ้าง
เพราะมนุษย์มิอาจไร้หวัง...
การต่อสู้เพื่อความเปลี่ยนแปลงจึงยังไม่จบสิ้น...
แน่นอนย่อมไม่จบสิ้น ตราบมนุษย์ยังสำนึกได้ถึงศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์...
เพราะเขาย่อมปรารถนาสิ่งที่ดีกว่าไม่ใช่หรือ ?"

จากคุณ : แม่ไก่


คุณปีศาจความฝัน
“การแต่งงานก็เหมือนการแทงรูเลตต์นั่นแหละ
บางครั้งได้ บ่อยครั้งเสีย ถึงเราจะมีความรักขนาดไหน
มันก็ออกมาแย่ๆได้เสมอ”--
--เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า
..
..
“ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละนะ! บางครั้งเธออยู่หลังม้า
แต่บางครั้งม้าก็อยู่บนหลังเธอ”
--เอ่อ!!

คุณสาวไกด์ใจซื่อ
เราว่า สะดุดรักนักข่าวสนุกกว่าค่ะ ลองหามาอ่านดูนะคะ :D

ร่วมปั่นกะพี่แม่ไก่

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

20-1.[อั๊ง อังอา] ฮัจญี : ช่วงปลายปี 2552 ถึงเดือนมกราคม 2553 เป็นช่วงที่พี่น้องชาวมุสลิมเดินทางไปร่วมพิธีฮัจย์ ซึ่งช่วงนี้มีวันสำคัญสองวัน คือ วันสิ้นสุดพิธีฮัจย์ และ วันอีดุลอัฎฮา (วันออกฮัจญี หรือ อีดใหญ่ ซึ่งเป็นวันฮารีรายอ ครั้งที่ 2) อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม หรือมีตัวละครหลักเป็นมุสลิม หรือเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีอิสลาม

*** อัสวัด ราชันย์ห่งความมืด ***
วรรณวรรธ์ แต่ง
สำนักพิมพ์ ณบ้านวรรณกรรม
352 + 224 หน้า ราคา 235 + 165 บาท

ตอบโจทย์ ประเทศราชอาณาจักรอาหรับอัคไบยาห์  เป็นประเทศสมมุติ ไม่มีอยุ่จริง แต่ผู้แต่งได้แต่งไว้ว่า เป็นประเทศที่อยู่ระหว่าง โอมานและซาอุดิอาราเบีย  .. ผู้แต่งได้กล่าวไว้ในหลาย ๆ ตอนว่า ประชาชนในเมืองสมมุตินี้เป็นมุสลิมค่ะ

ปกหลัง 1 : คนอะไร ยามปกติก็ดูเย็นชาราวไร้หัวใจ ยามดุ ก็แลดูตัวร้ายจนไม่น่าเคียงใกล้ แต่ยามจะนุ่มนวล  ก็น่าหลงไหลราวเทพบุตร พระสมัญญา "เจ้าชายชุดดำ" ใคร ๆ ก็เกรงกลัว ขนาดกองกำลัง "ญาดีน" ที่ลือชื่อในความเก่งกาจบ้าบิ่น พระองค์ยังปกครองได้ แล้วพระองค์จะมาน้อยพระทัย เพราะผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทำไม เธอเองไม่ใช่คนที่พระองค์น่าจะเลือกเลยสักนิด ก็รู้อยู่แล้วว่าเธอค้องข้ามชายแดนไปโอมานเพื่อกลับเมืองไทย ไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่ออยู่ที่อัคไบยาห์ของพระองค์

อัสวัด เล่าขานนาม "ราชันย์แห่งความมืด" เลื่องลือ คำทำนายแห่งท้องฟ้า บอกไว้ชัดเจนถึง "ดวงคู่" คู่พระทัยของราชันย์ จะปรากฏเหนืออัคไบยาห์ และไม่มีผู้ใดหยุดมันได้!

ปกหลัง 2 : การกลับมาของเจ้าชายซาเลม อัสวัต ครั้งนี้ มิใช่กลับมาเพื่อสู่สถานะ "เงื้อมเงา" แห่งราชบัลลังก์ฮิลมิชาล แต่จะกลับมาเป็นผู้ครองอำนาจสูงสุดแห่งรัฐ เป็นกษัตริย์องค์ใหม่แห่งอัคไบยาห์ แต่งตั้ง "ฬิดา" เป็นพระชายา และราชินี แม้จะมีนักบวชยาซีน มุสตอฟา ประกาศกร้าว "กษัตริย์เลือดผสมจะไม่มีใจอัคไบยาห์" และยังคำทำนาย "ดาวคู่" แห่งอัคไบยาห์ "เมื่อดาวคู่ปรากฏบนท้องฟ้า หนทางยาวไกลข้างหน้า ไปจนสุดฟ้าเป็นได้เพียงเงา ไม่อาจเอื้อมเอาถึงตะวัน"

เพราะโลกนี้ มันไม่มีที่ยืนให้ผู้แพ้ เพราะเพียงเจ้าชายชุดดำ เห็นเงาลาง ๆ ของความพ่าย ยังทรงเดือดระอุราวเปลวเพลิงจะผลาญทุกสิ่ง หากไม่เป็นอย่างที่ทรงวาดหวังจริง ๆ อาจต้องรวมเอาแผ่นดินอัคไบยาห์ทั้งผืน มารองซับความเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ของพระองค์!

ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นผลงานเล่มแรกของคุณวรรณวรรธค่ะ (ยังคงข้องใจอยู่ว่าเรื่องแรกจริง ๆ เหรอ เพราะว่ามัน .. ดี อ่ะ) .. เนื้อเรื่องค่อนข้างเน้นเรื่องการเมืองเป็นหลัก โดยแทรก เรื่องหวานกุ๊กกิ๊กเข้ามาบ้างได้อย่างพอดี ๆ ทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างไม่เครียดมาก และไม่หวานจนเอียน ค่ะ

อัสวัด พระเอก ดุ - โหด ได้ใจมาก ๆ ขี้โมโห ขี้หึง ขี้น้อยใจ .. แหม่ มีครบเลยเชียว ..
ฬิดา นางเอก - สู้คน ฉลาด มีเหตุผล ไม่โวยวาย แต่มีแอบขี้น้อยใจอยู่เหมือนกัน น่ารักดี

อ่านได้เรื่อย ๆ ค่ะ มีเครียดบ้าง หวานบ้างไม่ถึงกับเบาหวานขึ้น (เหมือนเรื่องหลัง ๆ ของผู้แต่ง ซึ่งเราชอบมากกว่า :D ) แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่หวานเอาซะเลย .. เรื่องนี้แนะนำให้สำหรับคนที่เบื่อ แนวทะเลทรายกะเจ้าชายหูดำค่ะ เรื่องนี้ไม่ได้เน้นว่า..พอเจอนางเอกแล้วคิดถึงแต่เตียงนอนเท่านั้น มันมีเรื่องราวมากมายกว่านั้น มีอุปสรรคมากมายให้ต้องฝ่าฟัน .. อ่านแล้วอาจจะกลับมาชอบแนวทะเลทรายอีกครั้งก็ได้นะคะ(เหมือนเราเอง)

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


งานเข้าครับ เวลาหาย อ่านไม่ค่อยคืบเลย
เจ๊หนิง ปลายทางฯ กะ พี่แม่ไก่
ก็ปั่นไล่มาซะหายใจรดต้นคอ (มีแววแซงแล้วด้วยนะเนี่ย)
วันนี้แวะมาอ่านรีวิว ส่วนการบ้านค่อยส่งตามหลังพรุ่งนี้
ซึ่งอ่านได้น้อยมาก 555++

: พี่แจง
ฉัน-บ้า-กาม สรุปได้ใจมาก "อ่านแก้คัน"

: คุณแม่เรไร
รู้สึกว่าคุณแม่เรไรใช้หนังสือตอบโจทย์ซ้ำกันอยู่นะครับ
นอกจากเล่มที่พี่แม่ไก่ทักยังมีอีกโจทย์นะครับ
บ้านไร่ บึงใส และคนใจดี กะ ความสุขของกะทิ ตอน ตามล่าหาพระจันทร์
ใช้ตอบโจทย์วันเด็กเหมือนกันเลย

ว่าแต่ในรีวิว บ้านไร่ บึงใส และคนใจดี
"เมื่อเขาได้พักผ่อนในวันสุดสัปดาห์ และสองพี่น้องทำให้ บี.เจ ต้องเสียชีวิตเพราะจมน้ำ แต่สุดท้ายสองพี่น้องสอนให้ บี.เจ. ว่ายน้ำจนได้ " ตกลงว่า บี.เจ. เสียชีวิตหรือป่าวอ่ะครับ

: ไอซ์คุง มีแววว่าจะโดนแซงแล้วล่ะครับ

: พี่หนิง ปลายทางฯ
เมื่อวันก่อนร้านหนังสือมือสองเจ้าประจำแนะนำเรื่องหลงมาให้
แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ อ่านรีวิวแล้วคงต้องกลับไปถอยมาไว้แต่ไม่รู้ว่ามีใครสอยตัดหน้าไปแล้วหรือยัง

: คุณไอ้มู๋ไร้อมฯ
2 เล่มน่าสนมากๆ เอาใจไป 1 ดวง อิอิ

แว่บไปอ่านอีกสักเล่มก่อนนอนเผื่อทันพรุ่งนี้อีก 1 เล่ม
แต่คิดว่าคงไม่ทัน พรุ่งนี้ก็งานเข้าครับพี่น้อง เหอๆๆ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


5-10.[ปีศาจ ความฝัน] อ่านหนังสือที่มีชื่อเรื่องเป็น 1 คำ 1 พยางค์ (ได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษหรือตัวเลข) เช่น ล่า, ฝน หรือ 7 เป็นต้น

The Fire
ผู้เขียน Katherine Neville
สำนักพิมพ์ Ballantine Books
445 หน้า

เรื่องย่อ (อย่างมึนๆ)  เรื่องเริ่มเมื่อ Alexandra Solarin มาแข่งหมากรุกรุ่นเด็กที่รัสเซียโดยมีพ่อคือ Aleksandr Solarin เป็นผู้พามา พ่อของ Alexandra หรือ Xie ตามที่พ่อเรียกเคยเป็นแชมป์หมากรุกชาวรัสเซียมาก่อน แต่ต่อมาอพยพไปอยู่อเมริกา ก่อนการแข่งขันพ่อของ Alexandra ถูกยิงตาย เรื่องย้อนไปในอดีตเมื่อ Ali Pasha ผู้ครอง Constantinople ซึ่งเป็นส่วนหนื่งของอาณาจักร Ottoman กำลังถูกล่าตัว ในเวลานั้น Ali Pasha เป็นเจ้าของตัวหมากรุกตัวสำคัญคือ Black Queen เมื่อคิดว่ากำลังจะถูกจับได้และคงถูกฆ่าตายแน่ๆ Ali Pasha ก็เลยให้ Black Queen ไปกับลูกสาวซึ่งเวลานั้นยังเล็กมาก

เรื่องเล่าถึงที่มาของชุดหมากรุกชุดนั้นว่าผู้สั่งให้สร้างขึ้นคือ Caliph al-Mansur ชุดหมากรุกนั้นเต็มไปด้วยสัญญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งคนจะเข้าใจความหมายได้ก็ต้องเป็นคนที่คุ้นเคยกับงานศิลป์ประเภทนี้เท่านั้น และเป็นการส่งผ่านความรู้ของคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นใหม่ ในบรรดาสัญญลักษณ์ที่ผู้สร้างคือ al-Jabir จารึกลงในตัวหมากก็มีตัวเลขศักดิ์สิทธิ์ 32 และ 28 สามสิบสองคือจำนวนตัวอักษรในภาษาเปอร์เซีย ใช้วิธีฝังเงินและทองลงในตัวหมาก 28 คือตัวเลขในภาษาอารบิก จารึกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารอบกระดานหมากรุก พอทำเสร็จ al-Jabir เรียกชุดหมากรุกที่ตัวสร้างขึ้นว่า The Service of the Tairk'at' หมายถึงเป็นกุญแจไปสู่เส้นทางลับ

ตัดฉากกลับมาที่ปัจจุบัน 10 ปีผ่านไป Alexandra อายุ 22 ปี ถูกแม่เรียกมาบ้านเพื่อฉลองงานวันเกิดของแม่ แต่พอมาถึง ปรากฎว่าแม่หายไป อีกคนที่ถูกเรียกมาด้วยคือป้าของ Alexandra ชื่อ Lily ซึ่งอาศัยอยู่ประเทศอังกฤษ Lily มาพร้อมผู้ชายคนหนึ่งซึ่งพอ Alexandra เห็นก็จำได้ว่าเป็น Vartan Azov คู่แข่งเกมหมากรุกของตัวเมื่อ 10 ปีที่แล้วนั่นเอง

แรกๆ Alexandra ยังฝังใจว่า Vartan ทำให้พ่อของตัวเองต้องตายในวันนั้น โดยที่ตลอด 10 ปี Alexandra เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ Vartan บอกว่าความจริงไม่ใช่ ถูกฆ่าตายต่างหาก ไม่นานทั้งคู่ต้องช่วยกันไขปัญหาเกมที่ต่างฝ่ายต่างก็ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง นับแต่แม่ของ Alexandra ที่หายไปโดยไม่มีร่องรอย แต่ก็ทิ้ง clue เอาไว้หลายอย่าง เรื่อยไปจนถึงค้นหา Black Queen ซึ่งหายสาบสูญไปหลายปี

ความรู้สึกส่วนตัว มึนค่ะ มึนสนิทเลยเรื่องนี้ ไปอ่านที่มีคนวิจารณ์ไว้ตามที่ต่างๆ เห็นจริงเลยที่คนหนึ่งว่าใครก็ตามที่ถูกจ้างให้ ghostwrite เรื่อง The Eight ควรจ้างกลับมาเขียนแทน Katherine Neville ต่อไป เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เสี้ยวนึงของเรื่องนั้นเลย ทำให้อยากอ่าน The Eight ขึ้นมาทันที

คือเรื่องนี้อ่านไปจนจบก็ยังไม่เห็นว่าทำไมถึงได้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา มองไม่เห็นความสำคัญของหมากรุกชุดนั้น แม้ตลอดเรื่องคนเขียนจะพยายามชี้ให้เห็นว่าเป็นตัวไขปริศนา wisdom (ไม่แน่ใจว่าควรใช้ภาษาไทยว่าอะไรที่จะตรงที่สุด) และเป็นการสร้างอำนาจให้ผู้เป็นเจ้าของ แต่ก็มองไม่เห็นว่ามันสำคัญถึงขนาดนั้นที่ตรงไหน เป็นเรื่องแนวเดียวกับ Dan Brown นะคะ แต่ของ Dan Brown ทุกเรื่องมีความขัดแย้งชัดเจน ความสำคัญของสิ่งที่แสวงหา หรือปมปัญหาที่ต้องแก้ชัดเจนหมด เข้าใจว่าถ้าแก้ไม่ได้ความหายนะจะขนาดไหน แต่เรื่องนี้ความขัดแย้งให้ความรู้สึกว่ามันจิ๊บจ๊อยจัง พยายามสร้างเรื่องให้ความรู้สึกว่าอลังการนะคะ อย่างลักษณะตัดสลับไปในอดีตหลายยุคสมัย มีกวีเอกอย่าง Lord Byron, Percy, Shelly มาเกี่ยวด้วย มีการพูดถึงข้อความในบทกวีของ Percy ที่ระบุไว้ในงานของ Keat ชื่อ Fall of Hyperion พูดถึง ไฟของพระเจ้าที่จะถูกเผาผลาญด้วยเปลวไฟซึ่งอันตรายกว่าซึ่งก็คือ Eternal Flame และ Lord Byron เชี่อว่าคนที่บอกได้ว่าใครเป็นเจ้าของ Black Queen ในช่วงเวลานั้นคือ Letizia Ramolino Bonaparte แม่ของนโปเลียน มีอะไรที่อลังๆ ทำนองนี้ทั้งเรื่องเลยค่ะ เยอะไปหมด เยอะจนมองไม่เห็นว่าจำเป็นอะไรต้องให้มันกระจัดกระจายไปดึงเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเกี่ยวข้องกับการตามหาตัวหมากรุกให้เจอจนครบก็ไม่รู้

ดีที่ได้เล่มนี้มาฟรีจาก Random House ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายให้ Ballentine Books เพราะถ้าให้ซื้อคงไม่ซื้อแน่ๆ ค่ะ และก็จริงอย่างที่มีคนวิจารณ์ไว้ ถ้าคนเขียนหรือสำนักพิมพ์เคยจ้างใครมาเขียน The Eight น่าจะจ้างคนนั้นกลับมาเขียนเรื่องต่อไป smile เพราะเรื่องนี้มันไม่เวิร์คเล้ย

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


^
^

พอไอซ์อ่านเรื่อง The Eight จบ ก็ซื้อเล่มนี้มาค่ะพี่ไก่ แต่...ดูรีวิวแล้วมีแต่คนบ่นกันเยอะมาก อ่านรีวิวพี่ไก่แล้วเครียดเลย สงสัยได้ซื้อมาประดับหิ้งแหงๆ ^^"

เพิ่งรู้ว่าเค้าใช้ ghost เขียนง่ะ ผิดหวังจัง Y^Y

จากคุณ : Clear Ice


ขอบคุณแม่ไก่และเจ้าชายกลางสายหมอกนะคะที่ทักท้วง ทำให้แม่เรไรต้องกลับไปอ่านโจทย์ใหม่อีกครั้ง และจะถามว่าถ้าต้องการเปลี่ยนโจทย์จะต้องทำอย่างไรบ้างคะ หรือถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็ยินดีให้ตัดคะแนนค่ะ ไม่ซีเรียส

เจ้าชายกลางสายหมอก: แก้ไขค่ะ บี.เจ. เกือบจมน้ำตาย กลับไปแก้ไขที่กระทู้แล้วค่ะ

จากคุณ : แม่เรไร


ที่มีคนวิจารณ์เรื่องใช้ ghost เขียน The Eight เขาพูดเล่นน่ะค่ะ เขาบอกว่าตั้งแต่เรื่อง The Eight เป็นต้นมานักเขียนคนนี้ก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ อีกเลย พอมาเรื่องนี้หลังจากที่ผู้คนคอยมา 20 ปี เหมือนคนละคนเขียนเลยค่ะ
ตอนที่อ่านนี่มีความรู้สึกตลอดเลยค่ะเรื่องมันไม่ค่อยเป็นระบบ ที่ย้อนไปอดีตแต่ละครั้งสงสัยตลอดเลยว่ามันมาช่วยพัฒนาให้เรื่องเดินไปข้างหน้ายังไง มีแต่ทำให้งงหนักขึ้นไปอีกเพราะมันไม่จำเป็นเลย อย่าง Lord Byron งานศพของ Percy แม่ของนโปเลียนทำอะไร อะไรพวกนั้น มันเกี่ยวกับเหตุการณ์ในเรื่องตรงไหน นอกจากแค่แสดงให้เห็นว่าตัวหมากรุกผ่านผู้คนมาหลายชั่วคน แค่นั้นเอง แต่ผลเสียคือมันเหมือนกับดึงเรื่องไปทางโน้นทางนี้โดยใช่เหตุค่ะ สงสัยที่แทรกอะไรเข้าไปเยอะแยะเสียหมดคงกลัวเรื่องจะสั้นเกินหรือไงก็ไม่ทราบ พออ่านจบก็เลยคิดว่าดีแล้วที่เก็บไว้ปีครึ่งเพิ่งจะเอามาอ่าน

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


คุณปลายทางฯ

สะดุดรักนักข่าว เราหาซื้อไม่ได้อะค่ะ มีที่ไหนแนะนำมั้ยอะคะ?

หรือจะลองหาดูตามห้องสมุดก่อนดีหว่า

ไม่มีรีวิวนะคะ กะลังอ่านโจทย์ที่ต้องอ่าน 2 เล่มอยู่
(แต่ตัวเองจะอ่านสามเล่ม แหะๆ - บ้าพลังมากๆ ยังไงก็ไม่ได้รางวัลอยู่แล้วอะนะ
ตอนนี้แค่หวังว่า จะได้อ่านครบตามที่ตัวเองลิสต์ไว้ให้เข้ากับโจทย์แหละค่ะ เง่อ..)



สาวน้อยปะแป้ง

จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ


แอบเซ็งนิดๆ เพราะซื้อหนังสือของ Katherine Neville มาดองครบเลยค่ะ The Eight ทำพิษ...ฮา ตกลงดีอยู่เล่มเดียวเองเหรอ แง้ๆๆๆ

....


ตั้งคำถามไว้ว่า ข้อ

30-3.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่มีเค้าโครงเรื่องหรือแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยให้เล่าถึงเหตุการณ์นั้นๆโดยสังเขป และเปรียบเทียบว่าเหมือนในหนังสืออย่างไร อาทิ เหตุการณ์สึนามิ 9/11 กบฎโรมานอฟ หรือคดีฆาตกรรมต่างๆ

ใช้เรื่องที่เขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์จริงๆ เลยได้ไหม ยังไม่ได้รับคำตอบอะค่ะ ส่งรีวิวก่อนละกัน ถ้าไม่ได้ค่อยย้ายข้อนะคะ ^^


...

เรื่อง : The Candelaria Massacre: How Wagner dos Santos Survived the Street Children's Killing That Shook Brazil
เขียนโดย : Julia Rochester


จากปกหลัง

หลังเที่ยงคืน...ตอนเช้ามืดของวันที่ 23 ก.ค. 1993 กลุ่มตำรวจนอกเวลาทำงานยิงกราดเข้าไปในกลุ่มของเด็กเร่ร่อนซึ่งนอนหลับอยู่ด้านนอกของสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองรีโอ เดอ จาเนโร...เมืองหลวงของประเทศบราซิล คือ โบสถ์แคนเดอลาเรีย (The Church of Oue Lady of the Candelaria)

เหตุการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "การสังหารหมู่ที่แคนเดอลาเรีย" ซึ่งกระตุ้นให้ประชาชนในเมืองรีโอมาประท้วงและต่อต้านการกระทำรุนแรงนี้

ก่อนเกิดการยิงกันไม่นาน ตำรวจจับชายวัยรุ่นสามคน พาไปจ่อยิงในที่ลับตา แต่...หนึ่งในนั้นกลับรอดชีวิต และการรอดชีวิตของเขาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของบราซิล

Wagner dos Santos เป็นชายผิวดำยากจนอายุ 22 ปี ซึ่งเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเมืองรีโอและ favelas...แก๊งค์ข้างถนน เขาถูกยิงและปล่อยให้ตายระหว่างการสังหารหมู่ที่แคนเดอลาเรีย และอีกไม่กี่ปีหลังจากนั้น เขาก็ถูกยิงอีกครั้ง เพื่อปิดปากไม่ให้เขาให้การในชั้นศาล เขาถูกส่งไปยุโรป ((สวิสเซอร์แลนด์)) เพื่อความปลอดภัย และจนถึงวันนี้ เขาก็ยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในบราซิลได้อีก

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เป็นเพียงคำให้การของ Wagner เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับประวัติบุคคลที่น่าสนใจ และพาผู้อ่านไปสัมผัสความมืดอันซับซ้อนของวัฒนธรรมข้างถนนของเมืองรีโอ เดอ จาเนโร...เมืองที่งดงามและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก


...

เล่มนี้เป็น non-fiction นะคะ ผู้เขียนรู้จัก Wagner ได้รับฟังเรื่องจากเขา และได้ไปสัมภาษณ์คนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำมาเรียบเรียงเป็นเรื่องราว

ไล่ตั้งแต่ประวัติของ Wagner ซึ่งมาจากครอบครัวยากจน ถูกส่งไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่เขาก็มีงานทำนะคะ จริงๆ แล้ว Wagner ไม่ได้เป็นคนเร่ร่อนของแคนเดอลาเรียด้วยซ้ำ เขาไปคลุกคลีที่นั่นเพราะชอบอิสระและเสียงเพลง ก็เลยโดนลูกหลงไปด้วย

มีประวัติของ "เหยื่อ" คนอื่นๆ ที่เป็นคนเร่ร่อนของแคนเดอลาเรีย ... พวกเขาเป็นใคร มาอยู่ที่นั่นได้อย่างไร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ... อ่านแล้วทำให้รู้สึกเข้าใจและผูกพันกับ "ตัวละคร" พอสมควร

พออ่านถึงตอนที่มีการกราดยิงแล้ว...เศร้าสลดเลยค่ะ

นอกจากนั้นก็มีกล่าวถึงเหล่าคนที่ให้ความสนใจเด็กๆ แห่งแคนเดอลาเรีย ไม่ว่าจะเป็นพวกประชาสังคมสงเคราะห์ และอื่นๆ

การเล่าเรื่องจะทำจากทุกมุมอย่างละเอียดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของ Wagner เด็กๆ คนอื่น เหล่าคนที่ช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ และหลังเกิดเหตุการณ์ก็มีจากมุมของทนายด้วย

หนังสือเล่มนี้ตอนแรกๆ ไอซ์รู้สึกว่าน่าสนใจมากค่ะ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่แล้ว รู้สึกว่าเรื่องมันวนไปวนมา ... คือ...เหตุการณ์ความเป็นจริงมันก็เป็นแบบนั้นอะค่ะ คือการสืบพยาน หาตัวคนร้าย Wagner ถูกทำร้าย เขาถอดใจ เขาลุกขึ้นสู้ใหม่ ฯลฯ ... ขบวนการยุติธรรมมันเชื่องช้ามากๆ จนอ่านแล้วแทบถอดใจ กว่าจะถึงบทสรุป...ซึ่ง...ก็ไม่สวยงามและยุติธรรมเท่าไหร่ เลยยิ่งรู้สึกเหี่ยวๆ แต่ก็นะ...เรื่องจริงก็อย่างนี้ล่ะเนอะ

ถ้าใครสนใจหนังสือแนวนี้ก็ลองหยิบมาอ่านดูค่ะ หรือจริงๆ แล้ว หาอ่านเอาตามเน็ต ((ถามอากู๋)) ก็เจอเยอะเลย ยกตัวอย่างเช่นของ wiki ละกันค่ะ

http://en.wikipedia.org/wiki/Candel%C3%A1ria_massacre

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่า "ขาด" ไปมากๆ สำหรับหนังสือแนว non-fiction เล่มนี้ก็คือ ไม่มีรูปประกอบเลยง่ะ ... หาเอาบนเน็ตจะง่ายเสียกว่า

รูปเดียวที่มีคือ...รูปบนปกหนังสือนั่นแหละค่ะ Wagner อยู่ตรงกลาง หันมามองกล้องพอดีเสียด้วยสิ


** จะอัพขึ้นบล็อกพรุ่งนี้ค่ะ คงมีรูปเพิ่มอีกนิดหน่อยนะคะ ^^

จากคุณ : Clear Ice


คุณแม่เรไร
ย้ายโจทย์ได้ค่ะ ระบุมาว่าจะย้ายหนังสือเล่นไหน ไปโจทย์ข้ออะไร บอกมาได้เลยค่ะ

คุณสาวไกด์ฯ
สะดุดรักฯ ก็หาได้ที่เรานี่ล่ะ :D (แต่ถ้าจำไม่ผิดเราได้จาก 50 บาท งานหนังสือนะ ร้านชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว)  อย่าเพิ่งหมดหวังเรื่องรางวัลค่ะ สู้ ๆ

คุณ Clear Ice
เล่มด้านบน ใช้ได้ค่ะ

+++++++++++++++++++++

20-4.[สาว ไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือ 2 เล่มของนักเขียนต่างเพศกัน (ยึดเพศสภาพเป็นหลัก) โดยชื่อ (หรือนามปากกา) ของนักเขียนต่างเพศนั้น ต้องขึ้นด้วยพยัญชนะเดียวกัน เช่น วินทร์ กับ ว.วินิจฉัยกุล เป็นต้น โดยหนังสือทั้งสองเล่ม ต้องหนามากกว่า 100 หน้าขึ้นไป

ตอบโจทย์
ครีบหัก / ระภัสสร เสวิกุล
รักหวาน ๆ ของมันแกว / ป้าหนอน

*** ครีบหัก ***
ประภัสสร เสวิกุล แต่ง
สำนักพิมพ์ดอกหญ้า
126 หน้า ราคา 48 บาท

ปกหลัง :
ความหงา
อาจเข้ามาอยู่กับเราบางครั้งคราว
แล้วก็โบยบินจากไปอย่างง่ายดาย
แต่เรื่องราวเหล่านี้

ในห้องเงียบ
ใบไม้แห้ง
อีกวันหนึ่งของตวัน
ถ้วยไม่มีหู
ครีบหัก
แก้ว
วันฝนตก
ลูกโป่งสวรรค์
จันทร์เจ้าขา
เรือกระดาษ
ไฟกลางฝน
คนบนยอดตึก
ริมหาด

มีอะไรมากกว่าความเหงา
เพราะเป็นเรื่องราวของชีวิต
ที่เข้มข้นยิ่งกว่า

ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องสั้นสะท้อนภาพการดำรงชีวิตของคนทั่วไป ที่สามารถพบเห็นได้ตามท้องถนน.. ประกอบด้วยชื่อเรื่องตามที่ได้กล่าวไว้ด้านบนค่ะ .. ถ้าถามว่าเนื้อหาหนักมั้ย .. คงต้องตอบว่าหนัก แต่ไม่ถึงกับอึ้งอะไรมากมาย

ยกประโยคที่ชอบมาให้ลองอ่านค่ะ (เลียนแบบน้องไอซ์)

"ชีวิตคนเราล้วนเกิดมาเพื่อผู้อื่น อยู่ที่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ และยินยอมพร้อมใจหรือไม่เท่านั้นเอง" อีกวันหนึ่งของตวัน

"เราทุกคนเป็นบ้า.. อยู่ที่ว่าจะระเบิดออกมาอย่างไร และ กับใคร" เรือกระดาษ

"ผมน่ะอยู่กินกับผู้หญิงคนหนึ่งมา 5-6 ปี ก็ตอบไม่ถูกหรอกว่ารักหรือไม่รัก มันเป็นสิ่งที่ผู้ชายทุก ๆ คนควรจะต้องมีมากกว่า.. ผมหมายถึงผู้หญิงหรือเมียนั่นแหล่ะ , เหมือนกับเราที่ต้องผูกนาฬิกาข้อมือ เสียบปากกาที่ขอบกระเป๋าเสื้อเชิ้ต อะไรทำนองนั้น จะว่าหล่อนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งของพวกผู้ชายเราก็ได้มั้ง" คนบนยอดตึก

"ชีวิตคนเรานั้นเหมือนการเดินทางไกล
ยิ่งไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งโดดเดี่ยวอ้างว้างขึ้นทุกที
..
ท่ามกลางความรู้สึกอ้างว้างนั้น
หากเราลองเหลียวมองไปรอบ ๆ ตัว
เราก็จะพบว่า ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมาก
อ้างว้างกว่าเรา
เพราะเดินทางมาไกลกว่าเรา
หรือ เพราะอ่อนแอด้อยโอกาสกว่าเรา
ซึ่งบางครั้งเราก็อดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่า
ทำไมเราถึงได้ปล่อยปละละเลยผู้คนเหล่านี้ได้ลงคอ"
ประภัสสร เสวิกุล


*** รักหวาน ๆ ของมันแกว ***
ป้าหนอนแต่ง
สำนักพิมพ์แจ่มใส
167 หน้า ราคา 119 บาท

ปกหลัง : ก๊วนสุดฮาจากอินเตอร์เน็ตมาป่วนเรียกเสียงหัวเราะ และความหวานให้อบอวลอีกครั้ง
- ป้าด้วง.. หัวหน้าแก็งจอมเฮฮา ที่เพิ่งมาเปิดเผยตัวในภาคนี้ว่า .. เธอทำได้ทุกอย่างจริง ๆ ตั้งแต่แม่บ้านยันมือปืน
- ยีราฟ.. คู่กัดประจำของป้าด้วง ที่คอยขัดเจ๊มันแกวตลอดเรื่อง
- เลาขลุ่ย .. นางเอกสาวจากเรื่องที่แล้ว
- มันแกว.. นางเอกของเรื่องนี้ เจ้าของความรักหวาน ๆ กับชายหนุ่มสุดหล่อ
เลาขลุ่ยก็อินเลิฟกับขุนเขาไปเรียบร้อยแล้ว มาคราวนี้.. ขอเจ๊มันแกวได้เป็นนางเอกกะเค้าบ้าง ตามลุ้นไปกับมันแกวที่แปลงร่างจาก "นางพยาบาท" เป็น "นางพยาบาล" แสนดีคอยดูแลชายหนุ่มสุดหล่อ.. พระเอกนิยายเรื่องแรกที่เราพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า .. ไม่สมกับนางเอกเอาซะเล้ย! (ส่วนนางเอกจะเป็นยังไงนั้น.. ยกให้เป็นหน้าที่ของป้าด้วงอธิบายก็แล้วกัน)

ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นนิยายที่อ่านแล้วให้ความรู้สึก เว่อร์ ๆ เหนือจริงเกินบรรยาย  โดยที่ไม่ใช่แฟนตาซี!!
มันแกวหรือน้องแนน .. เป็นสาวห้าว ๆ ชาวบ้าน ๆ พบเห็นได้ตามท้องตลาดทั่วไป วันหนึ่งจับพลัดจับผลู กลายมาเป็นนางพยาบาลให้กับหนุ่มหล่อ เกินห้ามใจ (ไม่ให้น้ำลายไหล) คุณภูมิ ซึ่งเป็นคนที่มีพระคุณกับตระกูล.. เนื่องจากคุณภูมิกำลังโดนภัยมืดเล่นงาน (หมายถึงทั้งอิทธิพลมืด และ ตาบอด) ต้องหนีไปซักพัก แต่คุณภูมิตาบอดชั่วคราวเพราะประสบอุบัติเหตุ จึงต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิด และเพราะความชิดใกล้ ก็ทำให้ทั้งสอง ... เริ่มชอบพอกัน แต่สาวชาวบ้านอย่างมันแกว หรือ จะเหมาะสมกับ ชาวฟ้า หน้าตาหล่ออย่างคุณภูมิ .. รักต่างวรรณะ จะฝ่าฟันไปได้อย่างไร ..
นิยายเรื่องนี้ อ่านแล้วห้ามคิดมาก ห้ามหาเหตุล โดยเด็ดขาด รอขำอย่างเดียวพอ .. แต่ถึงมันจะเวอร์ ๆ ออกแนวติงต๊องหน่อย ๆ ก็ชอบนะ.. อ่านแล้วขำ แก้เครียดดีค่ะ

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


ขออนุญาตย้ายหนังสือสองเล่มจาก คห 141, 168 มาไว้ที่โจทย์นี้ค่ะ สองเล่มจากสองสำนักพิมพ์

10-10.[ปีศาจความฝัน] อ่านหนังสือ 2 เล่ม 2 ประเภท จาก 2 สำนักพิมพ์ เช่น เล่มแรกเป็นนิยายของอมรินทร์ เล่มสองเป็นเรื่องสั้นของ a book เป็นต้น

จากคห 168
ชื่อเรื่อง : เหยื่อฆาตกรรม (Poirot Loses a Client)
ผู้แต่ง : Agatha Christie
ผู้แปล : ก.อัศเวศน์
สำนักพิมพ์ เจ.แอนด์ เค.

ชื่อหนังสือ : บ้านไร่ บึงใส และคนใจดี
ผู้แต่ง : เบ็ตตี้ ไมล์ส
ผู้แปล : อ้อยควั่น
สำนักพิมพ์ : แพรวเยาวชน
จำนวนหน้า 231 หน้า


ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะค่ะ

ทั้งนี้ใน คห.81 ของแม่เรไรก็มีโจทย์ข้อนี้ แต่เนื่องจากจำนวนหน้าไม่ครบ จึงถือว่าไม่ผ่าน ดังนั้น สองเล่มในสองกระทู้ข้างต้นจึงขอใช้โจทย์นี้แทนได้มั๊ยคะ

จากคุณ : แม่เรไร


มาปักหมุดนับคะแนนแล้วก็แวะคุยก่อนค่า ^ ^

วันนี้ที่เชียงใหม่เห็นสุริยุปราคาชัดเจน บังไป 70-80% ได้
ช่วงบ่ายสาม บ่ายสี่ ฟ้ามืดไปพอสมควรเลยละค่ะ


snowman เตย (ไอ้มู๋ไร้อมฯ) :
พี่อ่านสะสมมาตั้งแต่เดือนธันวาแล้วจ้า
อ่านน่ะ อาจจะไว แต่พี่ชำนาญเรื่องดองรีวิวมากกว่า ฮา

snowman พี่แม่ไก่ :
จำได้ว่าเมื่อก่อนติดเรื่องชุด ราโมนา มาก ๆ เลยค่ะ มีเกือบทุกเล่มเลย

snowman คุณโมกสีเงิน :
เรื่องของเฮมิงเวย์ส่วนใหญ่อ่านแล้วรู้สึกว่า เป็นเรื่องแบบผู้ช้าย ผู้ชายเลยละค่ะ

snowman พี่หนิง ปลายทางของสายรุ้ง :
อ่านรีวิวเรื่องเด็กซเตอร์แล้ว กลับไปดูซีรี่ส์เหมือนเดิมดีกว่า

snowman น้องพลุ (เจ้าชายในสายหมอก) :
พี่เคยตามหาเรื่องดุซงญอนะ แต่หาไม่ได้อะค่ะ สงสัยต้องตามหาดูอีกที

snowman พี่ติ่ม ยาคูลท์ :
แอบหัวเราะหึ ๆ กับมุก hot dog  
แต่คำว่าหลากหลายใช้ได้ หมายความว่าไงอะคะ

//คุณ nikanda :
ชื่อคำ ผกาการันตีเรื่องแนวนี้อยู่แล้วค่ะ แต่ส่วนตัวแล้ว ไม่ใช่แนวอะ
ถ้ายังไงก็รบกวนใส่จำนวนหน้าในข้อ 25-2.โจทย์บุฟเฟ่ต์ ให้นิดนึงนะคะ

snowman คุณแม่เรไร :
นักสะสมหนังสือเก่าตัวจริงเลยนะคะเนี่ย ^ ^

snowman คุณสาวไกด์ใจซื่อ :
คำว่า รำรำ นั้นใช้ถูกแล้วค่ะ เพราะคำนี้แปลว่า ตั้งท่าจะทำ หรือ ขยับจะทำ
ส่วนคำว่า สิทธิ กับ สิทธิ์ ความหมายเดียวกัน แต่อ่านต่างกัน สิดทิ กับ สิด
ส่วนจะออกเสียงยังไงก็แล้วแต่ถนัด สำหรับตัวเองใช้คำว่า สิทธิ จนเคยตัว
เพราะเรียนมาทางด้านกฎหมาย สิทธินั้นนี้ก็จะติดคำว่า สิทธิ มากกว่า สิทธิ์ ค่ะ

snowman น้องไอซ์ ปีศาจความฝัน :
เชอร์ล็อก โฮล์มส์ของกาย ริชชี่กับของดอยล์นี่คนละเรื่องกันเลย
พี่ยังไม่ได้ไปดู แต่มีคนบอกว่าสนุกมาหลายคนแล้วละ

จดเรื่อง เย็บ ถาก ปาก ร้าย เอาไว้ซื้อพร้อม Persepolis ละกัน

snowman คุณกุลธิดา :
เดี๋ยวขอติดนับคะแนนเรื่อง The Fire ไว้ก่อนนะคะ
เพราะโจทย์นี้ 1 คำ 1 พยางค์ แต่ชื่อเรื่องมี article 'THE' อยู่ด้วย คิดว่าไม่น่าได้
จะลองโยกเรื่องนี้ไปไว้โจทย์อื่นดูมั้ยคะ

ที่แน่ ๆ ตกลงใจแล้วละว่าจะซื้อ The Eight เล่มเดียวดีกว่า ^ ^

snowman พี่ไอซ์ (Clear Ice) :
ขอโทษนะคะที่ตอบคำถามช้า ช่วงนี้ระบบเน็ตที่บ้าน 2-3 วันนี้เอ๋อ ๆ พิกล
ผู้ดูแลปรึกษากันแล้วว่า ถ้าเขียนเป็นลักษณะของ non-fiction novel
คือ ถ้าเอาเหตุการณ์จริงมาเรียบเรียงใหม่เป็นเรื่องราว อาจใช้ชื่อจริง มีตัวจริง
(ไม่ใช่เขียนในรูปแบบบทความหรือสารคดี เช่น บันทึกสึนามิของหมอพรทิพย์)

ข้อนี้ เคยให้น้องธร (Thoorn) ที่เอาเรื่องของสรจักรมาตอบ
ยืนยันตามพี่หนิง ปลายทางของสายรุ้งว่า ใช้ได้ค่ะ :)

จากคุณ : ปิยะรักษ์


น้องส้ม ปิยะรักษ์
ซี่รี่ยส์ เด็กซ์เตอร์ ยังดองอยู่เลย
พอมาอ่านหนังสือก่อน เลยไม่แน่ใจว่า จะดูซี่รี่ยส์ดีมั้ย

+++++++++++++++++++++++++++++++++

5-4.[แก้วกังไส] อ่านหนังสือเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวในประเทศไทย เช่น ขึ้นภูดูทะเลหมอก ฯลฯ

ตอบโจทย์
พระเอกเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่
เหตุเกิดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน , แม่น้ำของ, แม่น้ำปาย, ช่วงกลาง ๆ เรื่องพาเที่ยวเชียงใหม่ ค่ะ

*** วาวพลอย ***
ปิยะพร ศักดิ์เกษม แต่ง
สำนักพิมพ์อรุณ
371 หน้า 265 บาท

ปกหลัง : คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนที่สุด เรื่องในชีวิตไม่ใช่เหตุไม่ใช่ผลไปทุกเรื่อง ไม่ใช่ประสบเหตุแบบนี้แล้วจะต้องได้ผลแบบนี้ไปเสียทุกคน เพราะแต่ละคนมีความแตกต่าง มีสิทธิ์เลือกทางเดิน เลือกความชอบหรือไม่ชอบของตัว และบางเรื่องบางครั้งก็ถูกกำหนดมาให้เป็นอย่างนี้ ไม่ใช่เพราะเราเลือกเองด้วยซ้ำ

ความรู้สึกหลังอ่าน

นางเอก เก็จไพลิน - ท่าทางภายนอก เป็นหญิงดูมั่นใจ  ไม่แคร์สื่อ  ออกไปทางร้าย ๆ แต่ จริง ๆ แล้วเป็นคนใจอ่อน จิตใจดี มีเหตุผล (แต่ตอนไม่มีเหตุผลก็น่าเตะอยู่ไม่น้อย)  เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ เป็นผู้ที่ได้รับความรักอย่างล้นเหลือ แล้วพร้อมจะส่งต่อความรักที่ตัวเองได้รับมาแก่ผู้อื่น
พระเอก ปัณณ์ - เป็นคนที่ดูเหมือนมีความมั่นคงทางอารมณ์ แต่พอเกิดเรื่อง กลับโมโห พาล ไม่มีเหตุผลซะงั้น น่าผิดหวังมากค่ะ ดีนะที่กลับตัวได้ ให้อภัย
พี่สาวนางเอก ก่องเพชร (หนึ่ง) - ภายนอกดูเป็นคนหัวอ่อน เชื่อฟัง เพรียบพร้อม แต่จริงๆ แล้วดื้อ ไม่มีเหตุผล โกหกเก่ง ทำอะไรร้าย ๆ เยอะ.. เป็นคนที่มีปมว่า พ่อแม่พี่น้องไม่รัก คิดแต่จะกอบโกยความรัก นำความรัก ความหวังดีของผู้อื่น มาใช้เพื่อความต้องการของตนเอง
น้องชายพระเอก ปรีดิ์ - เป็นผู้ชาย?? อ่อนโยน ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง อดทน อดกลั้น เพื่อคนที่ตนเองรัก ชอบคุณปรีดิ์ในเรื่องนี้มากค่ะ (แม้จะไม่มีหวังก็ตาม)
เกื้อคุณ - ไม่มีบทบาทอะไร จะบอกว่าชอบ เท่านั้นแหล่ะ :D

เป็นเรื่องที่ตอกย้ำความคิดที่ว่า คนเราจะตัดสินกันแต่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ  เนื่องจากตัวเอกของเรื่องมีบุคคลิคท่าทาง ไม่เหมือนกับเนื้อแท้จิตใจเลยซักคน .. และนอกจากนั้น ยังได้ข้อคิดเกี่ยวกับครอบครัวอีกด้วย... การจะเป็นครอบครัวที่สุขสันต์ ดีพร้อม มันไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ .. ต้องอาศัยความรัก ความเข้าใจ และ การให้อภัย เป็นส่วนประกอบหลัก .. ความสมบูรณ์แบบ บางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นสิ่งบอกได้ว่า ครอบครัวหรือ คน ๆ นั้นมีความสุข .. จริง ๆ แล้วเราก็สามารถมีความสุขได้เพียงแค่ยอมรับกันและกัน และ เข้าใจในสิ่งที่เขาเป็นเท่านั้นก็พอ.. เนื้อเรื่องเหมือนจะเครียด แต่่เรื่องราวต่าง ๆ มันไม่ได้เกิดกับ พระ-นาง ตอนอ่านเลยไม่ได้รู้สึกเครียดอะไรมากมาย ..อ่านได้เพลิน ๆ มาก สนุกค่ะ :D

จากคุณ : ปลายทางของสายรุ้ง


เน็ตเอ๋อเข้าเว็บไม่ได้สองวันแล้วค่ะ
วันนี้ใช้แบบ dial-in สิบนาทีต่อมา ถึงพิมพ์ได้ T_T

อยากถามว่าข้อ 30-1 เป็นรางวัล Newbury Honor Book ได้ไหมคะ?

แง่ม ตอนเช้าเพิ่งรื้อเจอ "จิตรลดา" พอมาอ่านท้ายๆ กระทู้ ว่าจะใช้อยู่เชียว
แต่รู้สึกสไตล์เขียนจะคล้ายบทความ ประมาณหนังสือค่าย Anit
คงไม่ได้เนอะ? (ทำตาปิ๊งๆ ด้วยความหวัง ฮี่ๆ)

อ่านรีวิวแล้ว เป็นอันว่าเมินทั้ง Eight ทั้ง Fire ดีกว่าค่ะ
ขอบคุณคุณกุลธิดาค่ะ ที่เป็นหน่วยหน้ากล้าอ่านให้ (ประหยัดไปเล่ม อุอุ)

น้องส้ม - หลากหลายที่ว่า คือท่ากิจกรรม...น่ะ แหะแหะ

งานเข้าเหมือนน้องพลุค่ะ อาทิตย์หน้าไม่รู้จะว่างอ่านอะไรไหม
ตอนนี้มีแต่พวกที่เก็บได้ไม่ครบโจทย์เสียที ขนาดสองเล่มเองนะ เฮ้อ

รอดูการไล่กวดช่วงท้ายด้วยใจระทึก อิอิ
(คุณแม่ไก่น่าจะใกล้น้องพลุมากแล้วนะ เท่าที่ดูคร่าวๆ)
สู้ๆ ค่ะ ทุกคน

จากคุณ : ยาคูลท์ (ยาคูลท์)


เรื่อง The Candelaria Massacre น่าสนใจค่ะ ชอบเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว คงลองอ่านใน google ก่อนตามลิ้งค์ที่น้องไอซ์ทิ้งไว้นะคะ

ถ้ามี the นำไม่จัดว่าเป็นพยางค์เดียว งั้นขอเปลี่ยนเป็นโจทย์ข้อ 5-8.[หมูย้อมสี] อ่านหนังสือที่ตัวเอกเป็นนักกีฬาหรือมีอาชีพเกี่ยวข้องกับกีฬา เช่น ชุด ไมรอน โบลิทาร์ ได้หรือเปล่าคะ คือไม่ทราบว่าหมากรุกนี่ถือว่าเป็นกีฬาได้หรือเปล่า มันแปลกๆ นะ ส่วนใหญ่คนเรามองว่ากีฬามันต้องใช้แรงกายเข้าว่า ถ้าไม่ได้ เดี๋ยวค่อยหาโจทย์ข้ออื่นที่พอจะเข้าแก๊ปบ้างนะคะ

แหะๆ คุณยาคูลท์ แนะนำว่าถ้าไม่อยากเสียเวลาอ่านอะไรแล้วเป็นแบบยิ่งอ่านก็ยิ่งมึนก็ตัดเรื่องนี้ออกไปได้เลยค่ะ ตอนอ่านนี่มีความรู้สึกว่ายิ่งเรื่องผ่านไปก็ยิ่งเลอะ อะไรก็ไม่รู้ใส่เข้ามาเยอะแยะไปหมด คนสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ทั้งนั้นด้วยนะคะที่เอาเข้ามาเกี่ยวกับชุดหมากรุกนี่ แต่เพื่ออะไรก็ไม่รู้

จากคุณ : กุลธิดา (kdunagin)


ปิยะรักษ์ : แม่เรไรชอบอ่านหนังสือนิยายเก่าๆ มากกว่าเรื่องแต่งที่ออกใหม่ค่ะ

15-8.[แม่ไก่ + PTNCenter] วันพ่อ 5 ธันวา อ่านหนังสือ 1 เล่มที่เน้นบทบาทของคนเป็นพ่อ หรือบ่งบอกถึงความรักความผูกพันของคนเขียนที่มีต่อพ่อ

เธออยากมีพ่ออย่างฉันไหม
โรอัลด์ ดาห์ล : เขียน
สุธัชริน : แปล
สำนักพิมพ์ : บานชื่น
จำนวน 171 หน้า ราคา 45 บาท

ตอบโจทย์


เรื่องราวที่เล่าผ่านเด็กน้อย "แดนนี่" ที่เติบโตมาเป็นลูกโทน เพราะแม่เสียชีวิตตั้งแต่วัยได้ 4 เดือน โดยเขียนแยกเป็นตอนๆ ไป
ตอนแรกเป็นการเล่าเรื่องวัยเด็กที่แดนนี่อาศัยอยู่ในปั๊มน้ำมันที่พ่อเป็นเจ้าของ อาศัยบ้านจากรถพ่วงเป็นนิวาสสถานแบบพวกยิปซี พ่อของแดนนี่เป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันเล็กๆ และเป็นช่างฟิตประจำปั๊ม
พ่อ เป็นยักษ์ผู้ใจดีของแดนนี่ เป็นคนขี้เล่น และเป็นผู้วิเศษที่สามารถเสกของเล่นมากมายให้แดนนี่ โดยของเล่นทั้งหลายประยุกต์จากเครื่องมือในอู่ และในปั๊มน้ำมันของพ่อ และยังเป็นนักเล่าเรื่องตัวยงที่มีเรื่องมากมายมาเล่าให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นยักษ์ หรือผีเสื้อ หรือผู้วิเศษ แดนนี่ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อไปเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาจากไหน ทั้งๆ ที่แดนนี่ก็ไม่เคยเห็นว่าพ่อจะจากแดนนี่ไปไหนมาไหนเลยซักครั้ง
และแดนนี่ก็ได้รู้ว่าจริงๆ ผู้ใหญ่ก็มืความลับ เมื่อแดนนี่ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วพบว่าพ่อหายไป แดนนีนั่งรถจนกระทั่งรู้ว่าพ่อเป็นนักย่องเบา แอบไปขโมยไก่ฟ้าของเพื่อนบ้าน โดยพ่อบอกว่านั่นเป็นการทดสอบฝีมือการยิงไก่ของพ่อ และอีกหลายๆ อย่างที่พ่อสอนให้แดนนี่เรียนรู้ พ่อสอนให้แดนนี่เข้าร่วมขบวนกับนักล่าไก่ฟ้า และสอนให้แดนนี่รู้สึกสนุกกับการไปโรงเรียน สอนให้แดนนี่ตกปลาเทร้า และอีกหลายอย่างที่ทำให้แดนนี่รู้สึกว่าการมีพ่อเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลก และอยากให้เด็กทุกคนมีพ่ออย่างเขา

โปรยปกหลัง
คุณสมบัติประการหนึ่งของวรรณกรรมเยาวชนที่ดีคือ วรรณกรรมเรื่องนั้นจะต้องช่วยยกระดับจิตใจของผู้อ่านให้มีทัศนคติในการมองโลก สังคม เพื่อนรอบๆ ตัวเขาให้สูงขึ้น ทั้งยังสวยงาม และเปี่ยมไปด้วยความหวังมากขึ้น...เธอยากมีพ่ออย่างฉันไหม... ทำให้ผู้อ่านเอิบซ่านไปด้วยความรักของมนุษย์ โดยเฉพาะความรักระหว่างพ่อกับลูก

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเด็กที่เจตนาให้ผู้ใหญ่อ่าน แล้วเขียนได้ดีขนาดนี้มีไม่มากเลย โดยเฉพาะในท่ามกลางสังคมที่ผู้ใหญ่กับเด็กแยกออกจากกัน หากเราแต่ละคนหวนคิดถึงวันเวลาในวัยขนาดแดนนี่คนนี้ชีวิตจะเป็นความน่าภิรมย์ที่สุดวิเศษมหัศจรรย์เพียงไหน

ความรู้สึกหลังอ่าน
รู้สึกไม่ต่างจากคำโปรยหลังปกที่หนังสือเล่มนี้ทำให้แม่เรไรรักลูกมากๆ อยากเป็นแม่ที่ดีของลูก และอยากให้ลูกรู้สึกเช่นเดียวกับที่แดนนี่มีความรู้สึกต่อพ่อ

จากคุณ : แม่เรไร


25-1.[ทินา] จับยามสามตา : อ่านหนังสือ 3 เล่ม ที่มีคำบอก "เวลา"
อยู่ในชื่อเรื่องไม่ซ้ำกัน เช่น เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ คืน วัน เดือน ปี ฯลฯ

** เล่มนี้สปอยล์ถล่มทลาย สามารถข้ามได้โดยไม่ต้องมีความเห็นนะครับ **

สยองขวัญวันเปิดเทอม
อัลเบิร์ต กิ๊กก๊อก : เขียน
สำนักพิมพ์ คิด-คั้น-สด
พิมพ์ครั้งที่ 1 พฤษภาคม 2550
176 หน้า 145 บาท


ประสบการณ์ เรื่องเล่า ผีเฮี้ยนกลางโรงเรียนที่เล่นเอากลัวจนเพี้ยนกันถ้วนหน้า
ตั้งแต่อาจารย์มายันนักเรียน..ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งลุงภารโรง
รวมมิตรประสบการณ์โกยเถอะแก...แบบไม่เหลียวแลคนรอบข้าง !!! แถมรับประกันความสยองอีกต่างหาก

15 เรื่องเล่า 15 ประสบการณ์หลอนภายในรั้วโรงเรียน

- ตึกอาถรรพ์โรงเรียนดัง
- อาถรรพ์วิญญาณสงครามโลก
- ผีผ้าห่อศพ
- รถเมล์นรก
- เรื่องสยิวปนสยองที่ห้องพยาบาล
- อาถรรพ์โรงเรียนสยอง
- สยองขวัญอาถรรพ์โรงเรียนเฮี้ยน
- เสียงเรียกจากคุณครูสาว
- เมื่อ...เจ้าพ่อถ้ำมองเจอดี
- เรื่องสยองในบ้านของคุณชาย
- สระน้ำสยองขวัญ
- ความช่วยเหลือจากรุ่นพี่
- สยองขวัญวันเปิดเทอม
- ลองของ...ความคะนองเป็นเหตุ
- ห้องน้ำห้องสุดท้าย

อ่านจบพร้อมกับอาการถอนหายใจอย่างดัง ภาพปก-โปรยเนื้อหาซะน่าอ่านกะว่าจะหลอนแบบเต็มที่
แต่เกิดอาการผิดหวังอย่างจั๋งหนับ เริ่มเรื่องแรกก็โอเคอยู่หรอกนะพาหลอนได้ระดับหนึ่ง
สำหรับผมที่ไม่ค่อยกลัวเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ (ไม่กลัวแต่ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อนะครับ-ส่วนตัวแล้วเชื่อเพราะมีประสบการณ์)
มาเรื่องที่ 2 ตอกย้ำอาการหลอนได้เป็นอย่างดีปูอารมณ์มาเรื่อยๆ ตอน 3 เอ้าหลอนเข้าไปใหญ่
แต่พอเข้าตอน 4 ความหลอนหายกลายเป็นความเหนื่อยใจที่จะอ่านต่อ
คือว่ามันเป็นหนังสือประสบการณ์หลอนสยองขวัญหรือบันทึกประสบการณ์หนุ่มห้าวสาวคึกรึยังไง???
พี่แกล่ออธิบายได้เห็นภาพชัดกว่าผี เน้นอาการท่าทางได้ทุกจังหวะ ทุกซอก ทุกหลืบ!!!!
ทำให้อารมณ์หลอนๆหายกลายเป็นอารมณ์เซ็งเลยทีเดียว จากที่คิดว่าเป็นประสบการณ์จริง
จึงทำให้รู้เลยว่าเป็นเรื่องแต่งชัวร์ ตอกย้ำด้วยอาการหลุดของคนเขียนที่ถึงกับต้องส่ายหัวกันเลย
ขออนุญาตยกตัวอย่างสักหน่อย

- ตึกอาถรรพ์โรงเรียนดัง

....มีโรงเรียนแห่งหนี่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมาหลาบสิบปี
พ่อแม่ทุกคนต่างก็หวังอยากจะให้ลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนนี้ให้ได้
บางคนยอมที่จะเสียเงินแป๊ะเจี๊ยะเป็นจำนวนหลักแสนเพื่อให้ลูกเข้าเรียนที่นี้ให้ได้....

- อาถรรพ์โรงเรียนสยอง

....อย่างเช่นเรื่องของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน จ.สมุทรปราการ...
โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่มีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย มีสระว่ายน้ำ
หอประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ เรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนที่ครบสมบูรณ์มากๆ
เรื่องค่าเทอมไม่ต้องพูดถึงเพราะโรงเรียนนี้ขึ้นชื่อในเรื่องค่าเทอมและค่าแป๊ะเจี๊ยะแพงเป็นอันดับต้นๆของจังหวัดเลยทีเดียว
แต่ถึงอย่างไรพ่อแม่ทุกคนก็ยังอยากให้ลูกมาเรียนที่โรงเรียนนี้ให้ได้.....

เหมือนซะเกือบจะเป็นที่เดียวกัน
เพราะฉะนั้นถ้าหากจะอ่านเอาหลอนไม่ขอแนะนำ แต่ถ้าจะอ่านเอามันส์แก้คันก็พอไหว
แต่เตือนว่าระวังอารมณ์จะเสียเหมือนผมนะครับ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


รักนี้ชั่วนิรันดร์
โอซูเยียน : เขียน
รำพรรณ รักศรีอักษร : แปล
สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์
พิมพ์ครั้งที่ 14 มีนาคม 2548
456 หน้า 275 บาท

พี่จ๋า พี่อยู่เป็นเพื่อนเค้าในช่วงหกเดือนนี้ได้ไหม
แค่หกเดือนเท่านั้นละ...อยู่กับเค้าหกเดือนนะ
..ไม่ได้หรือ เค้าอยากอยู่กับพี่แบบนี้
พอถึงเวลาเค้าก็จะจากไป ออกไปจากอ้อมกอดพี่...
สำหรับเค้าแค่นี้ก็พอแล้ว
ต่อไปข้างหน้าหากต้องไปอยู่ในสถานที่แปลกใหม่ เค้าคิดว่าคงอยู่คนเดียวได้...
แบบนี้ไม่ได้หรือ ไม่ได้จริงๆหรือ ... เป็นไปไม่ได้หรือ

โศกนาฏกรรมความรักต้องห้ามที่ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ
เรื่องราวของจุนโซและอึนโซ พี่น้องที่มีความผูกพันกันแน่นแฟ้นจนเกิดกลายเป็นปัญหาที่เหมือนหนามยอกอก
พี่น้องที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมา 14 ปีที่ต้องพลัดพรากจากกันไปเพียงเพราะความจริงปรากฏ
ว่า อึนโซ ได้ถูกสลับตัวกับ ชินเน่ หลังจากรู้ความจริงชินเน่เข้ามาทวงสิทธิ์ในทุกอย่างที่อึนโซเคยครอบครัว
แม้กระทั่งครอบครัวที่เธอรักมาก หลังความจริงถูกเปิดเผยไม่นานครอบครัวของจุนโซ
ต้องย้ายไปอยู่อเมริกาและอึนโซเลือกที่จะอยู่ที่เกาหลีเหมือนเดิม
ผ่านไป 8 ปี จุนโซกลับมาที่นี่อีกครั้งพร้อมความทรงจำที่ยังไม่เคยลืม
และโชคชะตาก็พาให้คนทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง
จากความผูกพันครั้งที่ยังเป็นพี่น้อง ความคิดถึงที่จากกันไปนานกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะบรรยาย
และเกิดเป็นรักที่คนรอบข้างลงความเห็นว่าเป็นรักต้องห้ามไปซะ
แต่ความต้องการทางใจมีอิทธิพลเหนือสิ่งอื่นใด แล้วสุดท้ายพวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกัน

เรื่องราวที่คงความประทับใจไม่รู้ลืม กับความรักของทั้งคู่ ซึ่งบางคนบอกว่าชอบ
แต่หลายคนบอกไม่ปลื้มเพียงเพราะว่ามันหดหู่จนเกิดไป ทำไมฟ้าช่างโหดร้ายเพียงนี้
แต่ความรักสุดท้ายก็คือความรัก แม้ไม่ได้มาซึ่งการครอบครองแต่ความรักยังคงผลิดอกออกผลในใจเสมอ

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


ความรักสามฤดู
ฟองคลื่น คืนจันทร์ พันดาว : เขียน
สำนักพิมพ์มันดี
พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2549
272 หน้า 170 บาท

ความรัก...เป็นได้ทั้งสายฝนอันหนาวเหน็บหรือหยาดฝนอันชุ่มชื่นในจิตใจ
ความรัก...เป็นได้ทั้งไอเย็นที่เกาะกินในหัวใจหรือสายลมอบอุ่นที่ปลอบประโลมในฤดูหนาว
ความรัก...เป็นได้ทั้งพายุร้อนหรือแรงลมเย็นสบายคลายเหงาในฤดูร้อน
และไม่ว่าความรักจะเป็นสิ่งใดได้มากมาย มันก็ยังคงความสายงามในความรู้สึกเฉกเช่นกันเสมอ

29 เรื่องสั้นอันอบอุ่นที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วน 3 ฤดู

Love In The Rain - ฉ่ำรักฤดูฝน
Winter Love Breeze - อ้อมกอดในสายลมหนาว
Wind In The Summer Love - ลมรักพัดไอร้อน

ซึ่งในแต่ละส่วนก็มีเรื่องราวแยกย่อยออกไปตามแต่ฤดูกาลที่ความรักนั้นเกิด
สุขปนเศร้า เหงาปนทุกข์ กันไปกับหลายหลายเรื่องราวความรัก
ความรู้สึกส่วนตัว ผมว่าอ่านได้เรื่อยๆนะ บางเรื่องก็โดนบ้าง เฉยๆบ้าง
อ่านแล้วจับทางได้ เดาเหตุการณ์ตามได้ไม่ยากแต่ก็มีอารมณ์ร่วมไปด้วยได้ไม่ยาก
โดยส่วนตัวแล้วก็ชอบหลายตอนอยู่เหมือนกันนะครับ
เช่น ฉันชอบคุณค่ะคุณในกระจก / การโกหกครั้งสุดท้าย / คำขอถึงซานตาคลอส
ผู้ชายแห่งค่ำคืน / สาวน้อยดาวกระดาษ / แววตาหลังเลนส์
สำหรับคนที่ชอบเรื่องสั้นแนวนี้ ผมคิดว่าหามาอ่านได้อย่างน้อยน่าจะมีสักตอนที่ถูกใจคุณ

มีประโยคที่ชอบอยู่

หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกใบนี้ มันยากเกินกว่าการทำความเข้าใจนะ
หัวใจมนุษย์คือสิ่งเปราะบางและเข้าใจยากที่สุด
ไม่มีใครจะเยียวยาบาดแผลหัวใจของใครได้ ถ้าเขาจะไม่พยายามรักษามันด้วยตัวเอง
เราทำได้เพียงแค่เฝ้ามองและเข้าใจเท่านั้น
-จากอ้อมกอดสมมติกับผ้าเช็ดหน้า-

อย่างน้อยให้ผมได้มีโอกาสเริ่มนับใหม่จากศูนย์ยังดีกว่าคุณไม่ให้โอกาสให้ผมแก้ตัวเลย
-จาก Time Machine And Unforgottable Love-

การรอคอยคือสิ่งที่เป็นทุกข์ แต่เราก็เลือกที่จะรอคอยอย่างมีความสุขได้มิใช่เหรอ
-จากสาวน้อยดาวกระดาษ-

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


รีบมาประกาศคะแนนก่อนค่ะ :)
เพราะตั้งแต่วันเสาร์เป็นต้นไปแทบจะไม่ว่างเลยเกือบตลอดสัปดาห์


แล้วก็ตอบคำถามด้วย


snowman คุณแม่เรไร :
เปลี่ยนหนังสือใน คห. 141 กับ 168 ไปลงในข้อ 10-10 ให้แล้วนะคะ

snowman พี่ติ่ม ยาคูลท์ :
Newbury Honor Book ได้ค่ะ แต่ขอรายละเอียดเกี่ยวกับรางวัลนิดนึงนะคะ
เรื่องจิตรลดา ถ้าทำนองการเขียนเป็นแบบ Candelaria Massacre ก็ให้ได้ค่า

(แหะ ๆ ขอบคุณสำหรับคำตอบเรื่องความหลากหลายด้วยค่ะ...
จะว่าไปนิยายโรแมนซ์ของไทยหลัง ๆ มันมาแพทเทิร์นเดียวกันหมดจริง ๆ แฮะ)


snowman คุณกุลธิดา :
เปลี่ยนเป็นโจทย์ 5-8 ได้ค่ะ เพราะหมากรุกจัดเป็นกีฬาประเภทหมากกระดาน
ลงคะแนนไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ





อ้าว ตายละ ชนกับน้องพลุอีกแล้ว โทษทีค่า
คะแนนของโจทย์ล่าสุดในคห. 193 ขอยกไปไว้รอบวันที่ 16 - 20 ก็แล้วกันนะคะ

จากคุณ : ปิยะรักษ์


ประกาศคะแนนรอบวันที่ 11 - 15 มกราคม 2553
(นับคะแนนถึงความคิดเห็นที่ 192)

จากคุณ : ปิยะรักษ์


ชวนคุยต่ออีกสักหน่อย

คุณแม่เรไร : ไม่มีปัญหาสำหรับคำแนะนำ ยินดีเสมอครับ

พี่ส้ม ปิยะรักษ์ : ดุซงญอฯ พลุบังเอิญไปเจอในร้านเช่าเพราะกองดองไม่มีเล่มที่เข้ากับโจทย์ที่เหลือ
ตอนแรกไปหาเล่มไหนก็ได้ที่เข้าข่ายข้อมุสลิม ทั้งร้านเจออยู่เล่มเดียวแต่อ่านไปอ่านมา
เอามาเข้าข้อ 3 จังหวัดชายแดนดีกว่า แต่เนื้อหาโอเคเลยนะครับ ถ้าเจอก็คงซื้อเก็บไว้เหมือนกัน

พี่ติ๋ม ยาคูลย์ : ของพลุเสร็จงานวันนี้ตอนเย็นกลับบ้านสลบเหมือด แต่ต้องตื่นมาทำงานต่อตอน 3 ทุ่ม
ป่านนี้ยังไม่ค่อยง่วงสงสัยจะน็อกเอาตอนสักประมาณตี 4-5 ได้ พรุ่งนี้ก็ต้องทำงานอีกสงสัยว่าไปเป็นหมีแพนด้าแน่เลย

5-11.[แก้วกังไส] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่ชื่อเรื่องมีคำว่าหนาว หน้าหนาว ฤดูหนาว เหมันต์ หิมะ

อยากให้ลมหนาวหวนมาอีกครั้ง
อภิชาติ เพชรลีลา : เขียน
สำนักพิมพ์นกดวงจันทร์
พิมพ์ครั้งที่ 3 เมษายน 2549
282 หน้า 220 บาท

ก่อนลมหนาวมาไม่ทันรู้ตัวเมื่อตื่นขึ้นในเช้าวันหนึ่ง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของลมหนาวก็โชยทัก
กลิ่นลมหนาวเป็นเช่นไรนะ แต่ละคนคงสัมผัสได้ไม่เหมือนกัน
สำหรับฉันแล้ว....กลิ่นลมหนาวหวนให้รำลึกถึงคืนวันเก่าๆ
ทั้งหอมชื่นใจ ทั้งอบอุ่น รู้สึกปลอดโปร่งและสดชื่น
สัมผัสคุ้นเคยเหมือนเพื่อนเก่า เพื่อนเล่นที่แฝงอยู่ในความทรงจำครั้งเยาว์วัย
สัมผัสแรกนั้นรู้สึกวูบวาบผ่านมาทักทายแล้วจากไปคว้าเอาไว้ไม่ทัน เว้นแต่เธอจะหวนมาเอง

เรื่องราวชีวิตนักศึกษาจากรั้ง มช. ของนักเขียนเจ้าของผลงาน"กล่องไปรษณีย์สีแดง"
ที่ยังให้ความรู้สึกเหมือนครั้งที่ดูภาพยนตร์เรื่อง"เพื่อนสนิท"ไม่เปลี่ยนแปลง
ละมุนละไมด้วยความสละสลวยของสำนวนและตัวอักษร
เรื่องราวที่บอกเล่าผ่านชีวิตนักศึกษาของธันวาและกลุ่มผองเพื่อนที่ต่างแสวงหาความต้องการของชีวิต
กลาง เด็กหนุ่มลูกเจ้าของฟาร์มที่พ่อตั้งใจให้เรียนเกษตรเพื่อซืมซับวิทยาการนำมาปรับใช้กับการงานของครอบครัว
แต่เขามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักเขียน
โอ๊ก เด็กหนุ่มผู้หลงใหลในเสียงดนตรีเพราะเติบโตมากับมันและได้แรงบันดาลใจมาจากพ่อนั่นเอง
ด้วง เด็กหนุ่มจากหมู่บ้านในซอกเขาของแม่ฮ่องสอน เขามีพรสวรรค์ในด้านการเรียน
สอบติดคณะแพทย์ในมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพแต่ตกสัมภาษณ์เพราะคำถามแทงใจ
ตั้งต้นใหม่ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แห่งนี้แต่สุดท้ายก็โดนไทร์
ชาน เด็กหนุ่มนักธุรกิจที่มีอารมณ์ติสต์สุดโต่ง แม้ว่าครอบครัวจะอยู่ในฐานะที่จัดว่าร่ำรวยไม่ขัดสน
แต่เขามีชุดนักศึกษาเพียงชุดเดียว เรียนเสร็จต้องกลับมาซักเพื่อให้แห้งทันวันรุ่งขึ้น
รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิดใจเรียกได้ว่าเข้าขั้นฝังลึกไปถึงจิตวิญญาณในที่สุดก็ลาออก
ในระหว่างเรียนปี 3 เพื่อไปตามฝันด้านการถ่ายภาพต่อที่มหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย
โส่ย หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม เรียนด้านจิตรกรรมไว้ผมยาว แบกขาตั้งและผืนผ้าใบ

คาดว่าในเล่มนี้น่าจะมีชีวิตจริงของผู้เขียนอยู่ไม่มากก็น้อย
บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวธันวา เด็กหนุ่มจากเมืองกรุงที่สังกัดอยู่คณะสังคมศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์
ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาบรรยายสภาพความเป็นอยู่ทั้งในรั้วมหาวิทยาลัยและในเมืองเชียงใหม่ได้

อย่างเห็นภาพ
สลับภาพวาดสีน้ำมันจากจิตรกรหลายๆท่านที่ให้ความรู้สึกทอดอารมณ์ไปเรื่อยๆ แต่อบอุ่น...

เหงาๆหลังฝนตกยามบ่ายจะชุ่มฉ่ำ แสงแดดเริงร่า รุ้งทอดสะพานโค้งระหว่างฟ้ากับภูเขา
ลุงแก่กับรถแดงคันเก่าคลานไปบนถนนชื้นแฉะ ต้นไม้กลายมามีชีวิตชีวา
กัลปพฤกษ์ช่อสีชมพู กาสะลองเมื่อได้ฝนก็ออกดอกสีขาวหอมไกล เด็กแก้ผ้ากระโดดน้ำตูม
น้ำคูเมืองก็แตกกระจาย กำแพงเมืองเก่าและหลังคาบ้านผู้คนชื่นด้วยละอองฝนเกาะพราว
ภาพความเบิกบานในวันเงียบเหงา และความรู้สึกชุ่มฉ่ำภายในใจ


ส่วนสำนวนที่ชอบที่สุดในเล่มนี้เห็นจะเป็น

บางครั้งจุดวิกฤตในชีวิตคนเรา บางแง่บางมุมกลับกันอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ
ซึ่งไม่เลวร้ายไปซะทีเดียวและการที่คนคนหนึ่งจะหลุดพ้นไปจากสิ่งติดยึดในอดีตช่างเป็นเรื่องยากเย็นเสีย

เหลือเกิน
ฉะนั้นการผ่อนคลายลงบ้างด้วยการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจากอดีต ปัจจุบันหรืออนาคต
น่าจะทำให้ชีวิตลงตัวและมีความสุขกับมันมากขึ้น

จากคุณ : เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter)


สวัสดีวันครูค่ะ ....

อ่านหนังสือกันได้เยอะแยะเลย ...รอๆ กันบ้างก็ได้นะคะ

จากคุณ : นัทธ์


แวะมาสวัสดีเพื่อนพ้องน้องพี่ในวันครูค่ะ...
ขอให้คุณครู พี่ครู น้องครู ญาติครู...และลูกศิษย์ของครูทุกท่านมีความสุขค่ะ

งือ...น้องพลุ คุณหนิง(ปลายทางฯ)รอพี่แม่ไก่ก่อนเน้อ อีกตั้งสองอาทิตย์แน่ะ จะรีบเร่งไปไหน สองวันนี้เปื่อยค่ะ อ่านหนังสือได้อยู่แต่ไม่มีเวลาพิมพ์รีวิว

ดูข่าวเฮติแล้วหดหู่หัวใจมาก ๆ ทำเอาอ่านหนังสือไม่ค่อยสนุกเลยแฮะ
อะไรจะรันทดได้ขนาดนั้น...ใจสลาย

เป็นหวัดอย่างแรง วันนี้จึงยังไม่มีรีวิวค่ะ
ทักทายและเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ leaf

จากคุณ : แม่ไก่


ส่งการบ้านค้า ไม่รู้ว่าเล่มนี้จะผ่านความเห้นชอบไหม ถ้าไม่ได้จะได้โยกไปข้ออื่นค่ะ

30-3.[ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่มีเค้าโครงเรื่องหรือแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดย
ให้เล่าถึงเหตุการณ์นั้นๆโดยสังเขป และเปรียบเทียบว่าเหมือนในหนังสืออย่างไร

ยอดหญิงสายลับ / Celeste Bradley / กัลชลิกา / 316 หน้า

เลดี้จูเลีย บาร์โรว์บีย์ ทำตัวเป็นเจ้าสาวแสนสวยของชายสูงอายุคนหนึ่งอยู่หลายปี โดยไม่เคยเปิดเผย
ความจริงว่าหล่อนแอบช่วยเหลือลอร์ดบาร์โรว์บีย์ตลอดมาในการทำงานกับรอยัลโฟร์ ขณะนี้สามีสูงวัย
ของหล่อนเสียชีวิตไปแล้ว จูเลียเชื่อว่าด้วยสิทธิ์แล้ว ตำแหน่งของเขาในรอยัลโฟร์ต้องตกเป็นของหล่อน
แต่การทำให้สมาชิกอีกสามคนที่เหลือเชื่อตามหล่อนไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีมาร์คัส
แรมเซย์...ลอร์ดไดรเดน...คอยทำให้หล่อนไขว้เขวอยู่ตลอดเวลา แต่มาร์คัสผู้ลึกลับราวกับมองเห็น
ลึกเข้ามาในจิตวิญญาณของหล่อน สนองความพึงพอใจและความโหยหาต้องห้ามของหล่อนได้อย่าง
ไม่ยากเย็น...

มาร์คัสคือคนต่อไปที่ควรจะได้รับเลือกเข้าร่วมในรอยัลโฟร์ เขาไม่พร้อมจะให้ผู้หญิงคนหนึ่งมาแทนที่เขา
เมื่อได้รับคำสั่งให้สืบหาความลับของจูเลีย เขาก็ยิ่งสนใจในตัวผู้หญิงที่น่าทึ่งคนนี้ การเกี้ยวพาหล่อน
เริ่มมีความหมายมากกว่าแค่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์--มันคือความปรารถนาที่ล้ำลึกที่สุดในจิตวิญญาณ
ของเขา...

ตอบโจทย์ : เป็นเรื่องโรแมงย้อนยุคไปสมัยที่ฝรั่งเศสยังตีกะอังกฤษ มีการกล่าวถึงการปฏิวัติในฝรั่งเศส
พูดถึงนโปเลียน พูดถึงสงครามระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส

ความรู้สึกคนอ่าน : ตอนอ่านจากปกหลังยังไม่แน่ใจว่าจะสนุกหรือเปล่า ทั้งๆ ที่อ่านเรื่องชุดอื่นที่เกี่ยว
ข้องกลายๆ กะเรื่องชุดนี้ไปแล้ว 1 เล่มก็เหอะ (เรื่องอกาธาร์ที่รัก ชุด สายลับไลออนส์คลับ) ก็ยัง
ไม่ค่อยแน่ใจ แต่พอเริ่มอ่านไปได้ไม่กี่หน้า ก็ต้องอ่านรวดเดียวจบ 3 ชม.ด้วยอาการวางไม่ลง 555
อ่า... ถ้าให้เล่าเนื้อเรื่องมันจะกลายเป็นการสปอยนะ ไม่เอาดีกว่า ใครยังไม่อ่านจะหมดสนุก เนื้อเรื่อง
บีบคั้นความรู้สึกจริงๆๆ

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


>>เจ้าชายพลุ<<
อารายย 1 ดวง... แสตมป์ทองเจ็ด-สิบเอ็ด 1 ดวง หรือ กิ๊ฟ 1 ดวง อ๊ะ! หรือเป็นดาว 1 ดวง ถ้าสะสมให้
ครบ 5 ดวงจะกลายเป็นไก่ย่างใช่ป่าว

>>พี่หนิง ปลายทาง<<
อ๊ะ! งานของป้าหนอน ไอ้มู๋ชอบมั่กๆ ฮาโคดๆ แต่ยังแอบมีข้อคิดแฝงมาเล็กๆ น้อยๆ นะ ถ้าเป็นเรื่อง
เกี่ยวกับสมาชิกชุมชนไซเบอร์ของป้าด้วงนี่จะซื้อหมด ถ้าเป็นอย่างอื่นนี่ต้องแป่ะไว้ก่อน

>>พี่ส้ม ปิยะรักษ์<<
การดองรีวิลก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งนี่เนอะ เดี๋ยวดองมั่งดีกว่า หุๆ อ๊ะ! แต่ว่าดองรีวิล ดีกว่าดองนิยาย
ฮี่ๆๆ

ง่ะ รอบนี้ประกาศคะแนนเร็วมากก สู้เค้านะ ไอ้มดเหลือง

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

อ่า... อีกครึ่งเดือน... จะอ่านอะไรทันละเนี้ย >.<~

จากคุณ : ไอ้มู๋ไร้อมฯ


เอาคลิ๊ปมาหนีบ ว่าอ่านถึงคห.78 ค่ะ ^^
ส่วนกิ๊ฟ เอาไว้แจกทีเดียวเทหน้าตักรักหมดใจเลยเน้อ

หลังปีใหม่ก็เก็บตัวเข้ากระดองเลยค่ะอ้อน
อ่านหนังสือที่คิดว่าจะเข้ารีวิวได้อยู่สองสามเล่ม เดี๋ยวเอามาทีเดียวเลย

+++ แวะคุยด้วยนิดนึง+++

ของแสดงความยินดีกับคุณยาคูลท์ แชมป์ประจำเดือนธันวาคมด้วยนะคะ
+คุณปลายทางของสายรุ้ง... เรื่อง คำมั่นสัญญา เนี่ยเป็นเรื่องโปรดของอ้อนเลยค่ะ
อ่านไปน้ำตาท่วมห้องนอนทีเดียว
ชอบตอนที่นางเอกท่องกลอนภาษาอังกฤษ twinkle twinkle star มากเลยด้วยค่ะ
++ คุณกุลธิดา...ปลาหนีน้ำ อ้อนก็เพิ่งอ่านจบค่ะ (กุหลาบสีแดงด้วยค่ะ) แอบเขียนรีวิวไว้แล้ว
แต่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาลงโจทย์ข้อไหนดี
+++ พี่แม่ไก่ E-book Teenage Mermaid เป็นแบบไม่ได้แปลใช่ไหมคะ ขอมั่งสิคะ
เดี๋ยวไปอ้อนทางหลังไมค์อีกทีด้วยค่ะ ^^

จากคุณ : อ้อน (BeCoffee)


แวะมาปักหมุดครับผม


-พี่ปลายทางของสายรุ้ง "ครีบหัก" น่าหามาอ่านมากๆเลยครับ
แล้วก็มาชวนให้กลับไปดูซีรี่ย์เด็กซ์เตอร์ต่อครับ ผมว่าซีซั่นหนึ่งสนุกที่สุดแล้วนะครับ ซีซั่นสอง-สามก้ดูได้เรื่อยๆไม่ผิดหวังครับ

-พี่แม่ไก่เผลอแป๊บเดียวคะแนนจะแซงหน้านายพลุแล้ว อิอิ



ปล. แล้วก็มีคำถามด้วยครับกับโจทย์อ่านหนังสือ สามสัญชาติ
อยากถามว่า จีน กับ ไต้หวัน จัดเป็นสัญชาติเดียวกันไหมครับ

จากคุณ : ปีศาจความฝัน


มารับไม้ต่อจากน้องส้ม ปิยะรักษ์ค่า

เดี๋ยวขอตอบคำถามเพื่อนพี่น้องก่อนนะคะ

คุณมู๋ไร้อมฯคะ เรื่องยอดหญิงสายลับในคห.201 ผู้ดูแลขอไม่ให้ตามโจทย์ข้อที่ตอบมานะคะ เพราะประวัติศาสตร์ในเรื่องเป็นฉากหลังประกอบการดำเนินเรื่องมากกว่าเป็นเหตุการณ์หลักของเรื่อง ขอเสนอว่าโยกไปตอบโจทย์ข้ออื่นดีไหมคะ เช่นข้อ 20-3 ทำแคสติ้งตัวละครเพิ่มเข้ามาอีกก็ได้แล้วค่ะ ถ้าลงรูปไม่ได้ ลงลิงค์ไปรูปดาราคนนั้นๆก็ได้นะคะ

น้องไอซ์ แหม คำถามดักมากเรยยย แต่เนื่องจากกระทู้เราเป็นไปเพื่อความสุขในการอ่าน มิใช่เรื่องทางการเมือง ก็เลยขอตอบว่าคนละสัญชาติในบริบทของเกมนี้นะคะ :)

เดี๋ยวพัทจะแตกทู้แล้วเพราะยาวมาก เพื่อนพี่น้องโปรดยั้งมือรอซักครู่ค่ะ

จากคุณ : Il Maze


~***~เหมันต์ขยันอ่าน~Winter Wonder Read:WWR ยกที่ 8 แค่พริบตาเดียวก็จะโค้งสุดท้ายแล้ว~***~

จากคุณ : Il Maze